อาซันกลับมาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านแม่ทัพวชิระฟัง พอฟังจบท่านแม่ทัพถึงกับกระอักเลือดออกมาด้วยความแค้น
“ ที่แท้เป็นมันนี่เองที่ทรยศ ทำให้บ้านเมืองล่มสลาย ประชาชนถูกจับไปเป็นทาส
แล้วยังตามจับผู้ต่อต้านอีกนับไม่ถ้วน “ แม่ทัพวิชระ จะออกไปฆ่าเจ้าสำนักอีกาดำทันที แต่กลุ่มอาซันช่วยกันห้ามเอาไว้
“ ท่านแม่ทัพ ทำไมเจ้าสำนักอีกาดำ ถึงได้ไม่ถูกกำจัดพลังในป่าลมดำแห่งนี้” อาซันสงสัย เพราะส่งสัมผัสตรวจสอบเจ้าสำนักเทพอีกาดำมีพลังถึง จ้าวนภา
“ พวกมันมีพลังของเทพเจ้าอีกาดำ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนเทพบรรพกาลนี่อยู่แล้วจึงทำให้มันไม่ถูกกำจัดพลัง แต่ถ้าใช้พลังอื่นกลับทำไม่ได้” แม่ทัพวชิระเอ่ยเสียงเครียด ยังไม่รู้วิธีที่จะกำจัดเจ้าสำนักเทพอีกาดำ
“ แล้วชาวบ้านที่หลบหนีเข้ามาอยู่กับเจ้าสำนักเทพอีกาดำ พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง” อาซันเอ่ยถาม
“ ข้าไม่เห็นพวกเขาตั้งแต่เข้ามาแล้ว เป็นไปได้คงถูกจับไปเป็นทาสหมดแล้ว” แมทัพวชิระเริ่มเครียดหนักขึ้น
“ ไปกันเถอะ ถึงยังไงก็ต้องสังหารเจ้าสำนักเทพอีกาดำให้ได้ แม้ต้องแลกชีวิตกับมันข้าก็ยอม” แม่ทัพวิชระบอกทุกคน อาซันจึงพาทุกคนออกไป เพื่อจะจัดการกับเจ้าสำนักเทพอีกาดำ แต่ให้ชาวบ้านอาศัยในมิติแห่งนี้ไปก่อน
อาซันออกมากับพวก มายืนอยู่ภายใน สำนักเทพอีกาดำ ที่มีเทวรูปอีกาดำสามขา ตั้งเด่นอยู่กลางลานหิน กลุ่มของอาซันเข้าไป ก็รู้สึกถูกจับตามองจากรูปปั้นเทพอีกาสามขาตัวนี้
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดพวกเจ้าก็เข้ามาเอง พวกข้าไม่ต้องไปตามหา แม่ทัพวชิระไม่เจอกันนาน” รองแม่ทัพ ซาร์ทรู ทักทายเสียงดัง ในขณะที่เจ้าสำนักเทพอีกาแต่งชุดสีดำใส่เสื้อคลุม มองมาที่กลุ่มของอาซันด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ทหารนับร้อยพร้อมธนูเตรียมยิงทันทีที่ได้รับคำสั่ง
“ ฆ่ามัน” เสียงรองแม่ทัพซาร์ทรูตะโกนสั่ง
อาซันใช้พลังใช้พลังจากหินต้นกำเนิดโลก เอามาใช้สร้างเป็นม่านป้องกันทั้งหมดแล้วใช้ภูมะกลายเป็นปืนกลสาดพวกทหารของซาร์นับร้อย ร่างพรุนไปด้วยกระสุนนอนเป็นเศษเนื้อ อย่างน่าสยดสยอง
อาซันไม่หยุดแค่นี้ ยังสาดกระสุนเข้าใส่ รองแม่ทัพซาร์ทรู กับ เจ้าสำนักเทพอีกาดำ แต่ ว่าเจ้าสำนักเทพอีกาดำ โยนระฆังทองแปดเหลี่ยมออกมาให้มันหมุน เข้าปะทะกระสุนเหล็กไหล ทำให้กระสุนแฉลบออกด้านข้างทางจนหมด
อาซันตกใจไม่คิดว่าโลกนี้จะมีสิ่งที่ทำให้กระสุนเหล็กไหลทำอะไรไม่ได้ เจ้าสำนักปล่อยอีกาดำนับร้อยนับพันพุ่งเข้ามาทำร้ายพวกของอาซัน ถูกอาซันใช้เพลิงไฟจากไฮดรา เผาตายจนหมดเกลี้ยง อาซันเรียก ดาบห้าคมออกมาพุ่งทำลาย ระฆัง 8 เหลี่ยม ตูม ระฆังแปดเหลี่ยมระเบิดกระจายทันที กระบี่พุ่งเข้าทะลุร่างของเจ้าสำนักเทพอีกาดำ ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ร่างของเจ้าสำนักอีกาดำกลับยืนนิ่งไม่เป็นอะไร
ชุดคลุมของมันเกิดเผาไหม้กลายเป็นจุล ปรากฏร่างอีกาดำตัวใหญ่มีขาสามขา ปล่อยเพลิงออกมาใส่อาซัน ทันที อาซันใช้พลังเพลิงจากไฮดราเข้าต้านแต่ไม่สำเร็จ เพลิงของเทพอีกาดำตัวนี้ ร้อนแรงกว่ากันเยอะมา ทำให้อาซันหลบไม่พ้น เพลิงไฟพุ่งเข้าร่างอาซันทันที อาซันมีเกราะสีขาวอยู่แล้วเลยไม่รู้สึกอะไร แต่อาซันรู้สึกแปลกๆ ว่าทำไมเพลิงที่เทพอีกาสามขาตัวนี้ปล่อยออกมาทำไมอาซันรู้สึกมันเย็นบอกไม่ถูก จึงลดเกราะออกแล้วลองรับพลังเพลิงไฟของเทพอีกาสามขาดู
ซู่ อาซันรับพลังไฟเข้ามาในร่างกายอย่างเต็มที่ เทพอีกาสามขาก็ปล่อยพลังไฟมาแทบจะหมดแรง แต่อาซันกลับรู้สึกมีพลังร่างกายมากขึ้น
จนกระทั่งพลังเทพอีกาสามขาหมดพลัง อาซันเลยใช้หมัดมฤตยูโดยใช้พลังจากต้นกำเนิดโลก อัดเข้าใส่เทพอีกาสามขา ตัวนี้ เปรี้ยง ! หมัดเดียวเท่านั้น วิญญาณอีกาสามขา กระเด็นออกไปจากร่างของเจ้าสำนักเทพอีกาทันที
ท่านวชิระพุ่งดาบเข้าปักที่หัวใจของเจ้าสำนักเทพอย่างรวดเร็ว ฉึก ดาบทะลุหัวใจร่างของเจ้าสำนักอีกาดำค่อยๆ สลายหายไปในทันที ส่วนรองแม่ทัพซาร์ทรู ใช้หยกเคลื่อนย้ายหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
อาซันไม่สนใจ แต่ใช้ไข่มุกจับวิญญาณ เทพอีกาสามขาเอาไว้ได้ แต่ว่ามันกลับเอ่ยคำพูดออกมาก่อน
“ นายน้อยท่านกลับมาแล้ว” อาซันหยุดทันที
“ เจ้าพูดว่าอะไรนะ “ อาซันสงสัย
“ ท่านคือบุตรแห่งเทพสุริยัน ข้าคืออีกาสามขาทาสของท่านเทพสุริยัน ดังนั้นข้าคือ ทาสรับใช้ของนายท่านด้วย “ อีกาสามขาเอ่ย
“ แล้วทำไมต้องมารับใช้ เจ้าสำนักอีกาสามขา ทำร้ายชาวเมืองสุริยันจันทราด้วย”
“ เพราะมันบอกข้าว่า มันจะช่วยให้ข้าตาหานายท่าน แต่พอข้าปล่อยพลังออกไปที่ตัวท่านแต่กลับถูกดูดพลังโดยหินต้นกำเนิดโลก แสดงว่าท่านคือนายน้อยของข้าที่กลับชาติ มากำเนิดใหม่อย่างแน่นอน ในโลกนี้ไม่มีใครต้านพลังเพลิงของข้าได้นอกจากนายน้อยที่มีพลังจากหินต้นกำเนิดโลกเท่านั้น” อีกาสามขาเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ เจ้ารู้ด้วยว่าข้ามีหินต้นกำเนิดโลก”
“ ไม่ใช่แค่นั้นยังรู้อีกว่า นายน้อยยังไม่สามารถใช้พลังจากหินต้นกำเนิดโลกได้ถ้าหากท่านใช้ได้สมบูรณ์เมื่อไร โลกทั้งสามก็ไม่มีใครต้านทานพลังของท่านได้” อีกาสามขาบอกเรื่องราวที่ตกใจให้อาซันฟังอีก
“ ทั้งสามโลกเลยหรือ”
“ ใช่ไม่มีใครต้านทานพลังของท่านได้ ท่านต้องตั้งใจฝึกเคล็ดพลังต้นกำเนิดโลก อีกไม่นานท่านก็จะดึงพลังมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์” อีกาสามขาเอ่ย
“ เจ้ามีเคล็ดวิชาพลังต้นกำเนิดด้วยหรือ” อาซันสงสัย
“ มีขอรับนายน้อย มันอยู่ที่ข้ามาตลอด รอเพียงให้นายน้อยมาเอาไปเท่านั้น”
“ เจ้าเข้ามาอยู่ในมิติสีเงินของข้าก่อน เดี๋ยวข้าจัดการเรื่องทางนี้แล้วค่อยคุยกัน”
อาซันรู้สึกดี ที่จะได้เรียนเคล็ดวิชาพลังต้นกำเนิดโลก แล้วหันมาปรึกษากันว่าจะทำอะไรกำสำนักอีกาดำต่อดี ท่านวชิระอยากทำลายมันเพราะว่ามันเป็นสำนักที่ทำชั่วร้ายมามาก ไม่ควรเก็บไว้ ทอมบอกว่าไปเอาสมบัติของพวกมันมาเก็บไว้ก่อน
แล้วค่อยทำลายก็ไม่เป็นไร จากนั้นลูกศิษย์สำนักเทพอีกาดำที่ยอมจำนน ก็พากไปเอาทรัพย์สมบัติของสำนักมามากมาย ล้วนส่วนใหญ่เป็นของราชสำนักของเมืองสุริยันจันทรา มากมายนัก ทุกคนให้อาซันเป็นคนเก็บไว้ อาซันเอาไปไว้ในมิติสีเงิน จนหมด ส่วนท่านวชิระบอกว่า ขออาศัยอยู่กับอาซันในมิติสีเงิน ไว้รอให้วันที่อาซันขับไล่กองทัพซาร์ เขาจะออกมาช่วย อีกแรง
อาซันพักผ่อนที่นี่คืนหนึ่ง แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางกลับ อาซันนำไก่ทอดออกมาสิบตัว แจกจ่ายให้ทุกคนกิน อาซันให้เงินทีเรียนไปอีก ห้าพันเหรียญเงิน
แล้วบอกว่าพรุ่งนี้ก็หมดงานแล้ว แต่ทีเรียนกลับคุกเข่าต่อหน้าอาซัน
“ นายท่านข้าขอให้ท่านแม่ ได้เข้ามาอยู่ในมิติสีเงินด้วยจะได้ไหม ข้าพร้อมเป็นข้ารับใช้ท่านไปตลอดชีวิต” ทีเรียนก้มหัวยังไม่ยอมลุกขึ้น
“ ได้ซิ ไม่ใช่เรื่องยากอะไร กลับไปคราวนี้เจ้าก็พาแม่มาอยู่ด้วย” ทีเรียนได้ยินคำตอบก็คุกเข่าขอบคุณอาซันอีกครั้ง อาซันบอกให้ทีเรียนถอดผ้าคลุมหัวออกเขาจะลบตราประทับทาสให้ ทีเรียนตกใจไม่คิดว่าอาซันจะรู้ด้วย เลยเอาผ้าออก
อาซันเห็นตราประทับที่หัวของทีเรียนก็แปลกใจ เพราะมันเขียนคล้ายกันแต่เป็นไม่เหมือนกัน แต่ก็ลบออกให้เป็นปกติ ทีเรียนดีใจมาก เพราะแม่ของเขาก็มีตราประทับทาสนี้เหมือนกัน
“ นายท่านนั่นคือตราประทับทาสของสัตว์อสูร” เสียงเรอา จิ้งจอกสาวเอ่ยขึ้น
“ พวกมันจับสัตว์อสูรไปเป็นทาสด้วยหรือนี่” อาซันอุทานออกมาเบาๆ
“ จอมเวทย์ซาร์มานนอกจากมันมีพลังระดับที่สูงจนข้าไม่อาจสัมผัสได้แล้ว เวทย์มนต์ที่มันใช้ยัง กล้าแข็งยิ่งนัก” จิ้งจอกสาวเอ่ยด้วยความหวาดหวั่น
“ พวกเราคงเริ่มจากการปลดปล่อย ทาสดินแดนแห่งนี้ให้หมด แล้วคงต้องกำจัดพวกมันให้หมดจากโลกใบนี้ แล้วคงค่อยขึ้นไปโลกชั้นที่ 2 ต่อไป คืนนี้ข้าต้องเข้าไปเพิ่มพลังอีกหน่อยแล้ว” อาซันเข้าไปในมิติสีเงิน แล้วนำลูกแก้วพลังงานออกมาอีก 100 ลูก แล้วดูดพลังงานเข้าไปในร่างกายจนหมด พลังจ้าวปฐพีพุ่งสูงขึ้นไปในระดับ 9 ทันที จากนั้นอาซันจะพยายามเลื่อนขั้นไปขอบเขตเจ้าเมฆากลับไม่สามารถทำได้อีก
“ นายท่านท่านน่าจะฝึกเคล็ดวิชาต้นกำเนิดโลกก่อน ที่จะฝึกพลัง” เสียงของอีกาสามขาเอ่ยออกมา
“ ได้ ท่านบอกเคล็ดลับมาได้เลย” หลังจากนั้นเทพอีกาสามขาก็ปล่อยแสงแห่งความรู้จากปากของอีกา พุ่งเข้าใส่หน้าผากอาซัน เคล็ดลับวิชากำเนิดโลก ก็เข้ามาอยู่ในหัวอาซันเรียบร้อย อาซันหลับตาใช้สติศึกษาเคล็ดลับวิชากำเนิดโลกตั้งแต่ลำดับแรก หลังจากหินกำเนิดโลกเข้ามาในร่างกายเพื่อรองรับพลังที่มีอยู่บนโลกใบใน เคล็ดลับลำดับที่สอง คือการนำพลังในโลกมิติแห่งนี้ทั้งหมดนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ขึ้นมา นั้นคือการดูดพลังนั่นเอง อาซันลองใช้วิชาดึงพลังวายุในแดนบรรพกาลเข้ามาในร่างกาย แล้วใช้เคล็ดลับดับที่ 3 คือ แปลงเป็นพลังทำลายล้าง โดยสั่งให้วายุหมุน ให้พุ่งเป็นเส้นตรง ให้ตัดขาด สามารถทำได้อย่างง่ายดายอย่างใจนึก อาซัน ลองดึงดูดพลังสายฟ้าลงมาในร่างแล้วปล่อยออกมาเป็นพลังสายฟ้าเส้นเล็ก กลายเป็นเส้นใหญ่ และกลายเป็นหลายๆ เส้น ไม่ธรรมดา
จากนั้นก็ดึงพลังน้ำ พลังปฐพี สามารถทำได้ดังใจนึก จากนั้นลองดึงพลัง แบบที่2
คือใช้พลังภายนอกทุกชนิด แบบไม่ต้องผ่านร่างกาย เช่น สายฟ้า สายลม สายน้ำ และพื้นดิน ก็สามารถทำได้ดังใจนึก เคล็ดลับลำดับที่ 4 คือการดึงพลังวิญญาณ
ออกจากร่างกายคนอื่น หรือ ปีศาจโดยทั่วไป หลักการเหมือนกับไขมุกดูดวิญญาณ แต่นี่แค่เพียงนึกคิดก็ทำได้ แต่เวลานี้อาซันยังไม่สามารถฝึกได้ถึงขั้นนี้
จึงพอก่อน แค่นี้ดินแดนแห่งบรรพกาล หรือที่ไหนๆ อาซันก็สามารถใช้พลังวิชาทั้งหลายได้โดยใช้ผ่านพลังต้นกำเนิดโลก อาซันฝึกเสร็จ ก็เช้าพอดี
อาซันพาทั้งหมดขึ้นเรือเหาะ แล้วออกจากดินแดนแห่งบรรพกาลพอถึงเมืองชายแดน ทีเรียนก็รีบพาอาซันไปที่บ้านของเขาเพื่อเจอแม่ แต่ว่าพอไปถึงก็เห็นทหารมาตามไล่จับคนเพื่อไปเป็นแรงทาส ต่อหน้าต่อตาอาซันเลย
มีหรือที่ซันจะอยู่เฉย ทหารเกือบ 200 คนถูกอาซันใช้หมัดมฤตยู อัดเข้าที่หัว
กลายเป็นผีหัวขาดทั้งสองร้อยคนตายเกลื่อนเมืองจันทราทันที อาซันให้แม่ของทีเรียนเข้ามาอยู่ในมิติสีเงินทันที จากนั้นอาซันกับทอม และท่านแม่ทัพวชิระ กับผู้เฒ่าใบไผ่ ก็ตามอาซันไปที่กองกำลังทหารประจำเมืองจันทราทันที
พอใกล้จะถึงที่ อาซันก็สัมผัสได้ว่ามีกองกำลังทหารเกือบหมื่นคน คอยเฝ้าประจำการมีรองแม่ทัพลำดับที่ 2 คอยควบคุมอยู่ คือคนที่หนีรอดจากดินแดนแห่งบรรพกาลนี่เอง
“ถึงเวลาแล้วที่พวกแกจะได้รับรู้ถึงพลังที่เหนือกว่าบ้างแล้ว”