รักษาชายชรา
เพียงพริบตาฟางเฉินก็สามารถเอาชนะพวกหวู่หมานลงได้ ฟางเฉินเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกันเขาไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถมองการเคลื่อนใหวของอีกฝ่ายออกได้ง่ายๆขนาดนี้“เจ้า เป็นไปไม่ได้ เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเจ้ายังไม่สามารถเปิดชีพจรได้สักจุดเดียวเลยไม่ใช่เหรอ” หวู่หมานคำรามออกมาด้วยความไม่ยินยอม“นั่นมันเมื่อหนึ่งเดือนแล้วแต่ตอนนี้ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปอีกแล้ว” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าคงจะไม่ลืมหรอกนะว่าข้าคือใคร ข้าคือบุตรชายของผู้อาวุโสตระกูลหวู่อันยิ่งใหญ่ การที่เจ้าทำร้ายข้าเจ้าคงจะรู้ใช่ใหมผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง” หวู่หมานข่มขู่“ถ้าเจ้าอยากจะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลหวู่แปดเปื้อนก็ตามใจเจ้า” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับเดินกลับไปยังท้ายเมืองซึ่งเป็นบ้านของตัวเองทันที ตามหลักแล้วบ้านของฟางเฉินนั้นอยู่นอกเมืองเล็กน้อย“เจ้าหนู ตอนนี้เจ้าเองก็ฝึกฝนทักษะกลืนสวรรค์มาถึงขั้นต้นแล้วเพราะงั้นได้เวลาที่เจ้าจะต้องรักษาตาแก่และออกไปล่าสัตว์อสูรแล้ว” ความโลภกล่าวขึ้น“ความโลภเจ้ารู้หรือไม่ว่าพลังที่แท้จริงของท่านปู่อยู่ระดับใหน” ฟางเฉินกล่าว“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่อย่างน้อย ๆก็น่าจะอยู่ระดับ นักรบละมั้ง” ความโลภกล่าว“จริงงั้นเหรอ ถ้างั้นท่านปู่ก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้นำตระกูลหวู่เลยหนะสิ” ฟางเฉินกล่าวด้วยความตื่นเต้น“เหอะ มันน่าตื่นเต้นตรงใหน กะอีแค่พลังระดับนักรบ” ความโลภกล่าวเย้ยหยัน“เจ้าอาจจะยังไม่รู้แต่ว่าอานาจักรฉางลั่วแห่งนี้เป็นเพียงอานาจักรขนาดเล็กและผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือตระกูลราชวงศ์ที่มีพลังระดับปฐพีขั้นต้นเท่านั้น” ฟางเฉินกล่าว“อย่างงี้นี่เองไม่แปลกที่ปราณสวรรค์ในที่แห่งนี้จะเบาบางขนาดนี้ แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ เพราะไม่นานข้าจะพาเจ้าออกจากที่แห่งนี้และไปยังที่ที่ดีกว่านี้” ความโลภกล่าวฟางเฉินเร่งรีบกลับมาที่บ้านของตนเองและเดินไปหาชายชราที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาจริงจัง“อี้เอ๋อ นี่คืออาหารสำหรับอีก 1 เดือนข้างหน้า” ฟางเฉินนำเนื้อและข้าวที่ตนเองซื้อมาส่งให้กับฟางอี้ทันที“ว้าว ท่านพี่เกิดอะไรขึ้นทำไมท่านถึงได้มีเงินซื้อของเยอะแยะขนาดนี้” ฟางอี้กล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น ฟางอี้ถึงแม้จะเป็นเพียงเด็กสาวอายุ 12 ปี แต่นางก็มีความงดงามและน่ารักในตัวนางเองซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าอีก 4 ปี ความงามของนางก็จเปล่งประกายและเมื่อถึงตอนนั้นหายนะที่ร้ายแรงก็จะต้องเกิดขึ้นเพราะงั้นฟางเฉินจำเป็นที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากที่สุดและพาทั้งสองออกจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด“ความโลภเจ้าแน่ใจนะว่าทักษะกลืนสวรรค์สามารถช่วยท่านปู่ได้” ฟางเฉินกล่าว“แน่นอน แต่เจ้าต้องมีสามธิให้มากและอย่าได้วอกแวกเด็ดขาด” ความโลภกล่าวเตือน“เจ้าเป็นอะไรงั้นเหรอเฉินเอ๋อ” ชายชราลืมตาขึ้นมาแล้วกล่าวกับฟางเฉินที่นั่งจับข้อมือของตนเองอยู่“ท่านปู่ที่ท่านบาดเจ็บเพราะถูกพิษใช่หรือไม่” ฟางเฉินกล่าว“เจ้ารู้ได้อย่างไร” ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“เพียงแค่ข้าส่งพลังปราณเข้าไปตรวจสอบก็รู้แล้ว” ฟางเฉินกล่าว“นี่เจ้าสามารถควบคุมพลังปราณได้ถึงระดับนี้แล้วงั้นเหรอ” ชายชรากล่าวด้วยความยินดี“ท่านปู่ ข้าสามารถช่วยรักษาให้ท่านได้นะ แต่ว่าท่านจะต้องไม่ถามข้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้หรือไม่” ฟางเฉินกล่าว“เฉินเอ๋อนี่เจ้า เฮ้อ ตกลงข้าจะไม่ถามเรื่องราวที่เจ้าพบมา แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เจ้าพบเจอเรื่องลำบากใจเจ้าอย่าได้ลืมว่าเจ้ายังมีข้าและอี้น้อยอยู่” ชายชรากล่าว“แน่นอน เอาละท่านหันหลังและอย่าต่อต้านอย่างเด็ดขาด” ฟางเฉินกล่าวชายชรานั่งหันหลังพร้อมกับปรับลมหายใจให้สงบนิ่งฟางเฉินทำตามคำแนะนำของความโลภและส่งพลังปราณเข้าไปตรวจสอบพิษที่อยู่ในร่างกายของชายชรา“พิษนี่อยู่ตรงหัวใจงั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวในใจ“เจ้าหนูเจ้าต้องตั้งสมาธิให้ดี พิษนี่อยู่ตรงหัวใจมันอันตรายอย่างมากหากผิดผลาดแม้แต่นิดเดียวตาแก่นี่ได้ไปโลกหน้าแน่” ความโลภกล่าว“ข้าจะพยายาม” ฟางเฉิตั้งสติและใช้ทักษะกลืนสวรรค์ทันทีแรงดึงดูดของทักษะกลืนสวรรค์ของฟางเฉินเริ่มดึงพิษที่อยู่ในหัวใจของชายชราทันที พิษที่อยู่ในหัวใจของชายชราสะสมอยู่มาหลายปีจึงเป็นเรื่องยากที่จะขจัดออกแต่ด้วยทักษะกลืนสวรรค์ของฟางเฉินทำให้พิษถูกดูดออกมาทีละนิดแต่ว่าขั้นตอนการดูดพิษออกนั้นทำให้ชายชราได้รับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสอย่างมาก ใบหน้าของชายชราบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่ใบหน้าของฟางเฉินเองก็มีเหงื่อใหลออกมาเป็นจำนวนมากเช่นกันเห็นได้ชัดว่าการควบคุมทักษะกลืนสวรรค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ“ข้าต้องทำให้ได้ ถ้าพลังของท่านปู่กลับมาเหมือนเดิมเราก็ไม่ต้องกลัวพวกตระกูลหวู่อีก” ฟางเฉินกล่าวอีกด้านหลังจากหวู่หมานได้รับความอับอายหวู่หมานก็ไม่สนใจสิ่งใดรีบกลับไปบอกเรื่องที่ตนเองถูกทำร้ายให้บิดาของตัวเองฟัง“บัดซบเป็นถึงคนของตระกูลหวู่แต่กลับแพ้ให้กับเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนั้นมันน่าขายหน้าใหมละ” บิดาของหวู่หมานคำรามออกมาด้วยความโกรธ“ท่านพ่อ ตอนนั้นข้าเองก็ใช้พลังทั้งหมดแล้ว แต่เจ้าขยะนั่นกลับสามารถหลบการโจมตีของข้าได้หมดและยังสวนกลับข้าได้อีกด้วย” หวู่หมานกล่าวด้วยสีหน้าโกรธแค้น“เรื่องนี้ต้องรีบจัดการไม่อย่างงั้นชื่อเสียงของตระกูลหวู่จะต้องแปดเปื้อนและดีไม่ดีพวกเราอาจจะถูกตระกูลลงโทษอีกด้วย” บิดาของหวู่หมานกล่าว“ใช่แล้วท่านพ่อเราต้องรีบจัดการเจ้านั่น เจ้านั่นอยู่นอกเมืองซึ่งบ้านของมันอยู่ไม่ห่างจากเมืองมากนัก” หวู่หมานรีบกล่าวขึ้นมาทันที“ไป!!!!!” ทั้งสองออกจากตระกูลหวู่และเดินทางไปยังบ้านของฟางเฉินทันที“คุณหนู ตระกูลหวู่เริ่มเคลื่อนใหวแล้วขอรับ” ชายชราคนหนึ่งกล่าวกับหญิงสาวสวมหมวกไม้ไผ่ตรงหน้า“จับตาดูเอาไว้ เพราะข้ารู้สึกสนใจเจ้าหนุ่มนั่นอยู่” หญิงสาวสวมหมวกไผ่กล่าวขึ้น“ขอรับ” ชายชรากล่าวพร้อมกับหายไปในเงามืดส่วนหญิงสาวก็นั่งจิบชาอยู่ในร้านชาอย่างสบายใจไม่นานหวู่หมานและบิดาของหวู่หมานก็มาถึงบ้านของฟางเฉินซึ่งเป็นเพียงบ้านหลังเล็ก ๆ“ฟางเฉินรีบใสหัวออกมาเดี๋ยวนี้” หวู่หมานคำรามออกมา“เอ่อ ไม่ทราบว่าพวกท่านมีธุระอะไรกับท่านพี่” ฟางอี้เปิดประตูออกมาด้วยความกลัวใบหน้าเล็ก ๆของนางจ้องมองไปยังหวู่หมานด้วยความกลัว“โอ ไม่คิดเลยว่าเจ้าฟางเฉินจะซ่อนน้องสาวที่งดงามแบบนี้ไว้ ไม่เลวหลังจากจัดการกับเจ้าฟางเฉินแล้วข้าจะพาเจ้าไปกับข้า” หวู่หมานกล่าวออกมาด้วยความยินดีและเดินเข้าไปหาฟางอี้“อย่าเข้ามานะ พวกเจ้าเป็นใครแล้วต้องการอะไร” ฟางอี้กล่าวด้วยความกลัวน้ำตาเริ่มใหลออกมาจากใบหน้าของนาง