“เื่นี้หรือที่มึงมาบอกกู”
เฒ่าบุญรอดกลืนน้ำลายและได้เพียงเม้มปากแน่น ไม่เอ่ยคำใดออกมาอีก
“ก็แค่มีไอ้บ้าคนนึงถูกซัดขึ้นมาจากทะเล เื่แบบนี้หรือที่มึงมาบอกกู”เ้าของเสียงเอ่ยอย่างเย้ยหยัน แม้ลิ้นจะเปลี้ยเพราะกินเหล้าแรงไปไม่น้อย แต่สติยังแจ่มใส
น้ำสีอำพันถูกเทลงมาจากขวดแก้วบุญรอดไม่เคยเห็นขวดแก้วแบบนี้ที่ไหนมาก่อน ยกเว้นที่บ้านของหมื่นไวหมื่นไวชอบดื่มสุรา แต่สุราที่หมื่นไวมักดื่มนั้นต้องเป็สุราจากแดนไกลเท่านั้น
กลิ่นหอมของน้ำฝาหรั่งลอยมาเตะจมูกเฒ่าบุญรอด
“แล้วธุระกูเล่าที่มึงผัดผ่อนมาหลายครั้งน่ะ”
“เดือนนี้ยังมิได้เ้าข้า”บุญรอดหมอบกราบพับเพียบจนร่างแทบจะกลืนไปกับแผ่นไม้
“หึ”เสียงแค่นหัวเราะดัง
“หลวงก็เรียกส่วยสาอากรนายคนนั้นก็เรียกเอานั่นเอานี่ ราคาเกลือก็ใช่ว่าจะดีนักหนาเห็นใจไพร่บ้างเถิดเ้าข้า”
“มึงให้คนอื่นได้แต่มึงให้กูมิได้ นายกูก็เร่งรัดเอากับกูกูก็ช่วยแก้ต่างให้มึงจนกูมิรู้ที่จะกล่าวแล้ว”
บุญรอดยังคงก้มหน้านิ่งสองมือประนมกราบเหนือหัว
“มึงว่างพอเอาเื่ขี้หมูราขี้หมาแห้งมาบอกให้กูฟังกูนี่เห็นมึงมา กูก็ดีใจ ที่ไหนได้ เอาเื่เหี้ยอันใดมาบอกกูหรือ หากมึงว่างพอมาเอาเื่เยี่ยงนั้นมาบอกกูสู้มึงไปหารวบรวมเงินมาให้กูมิดีกว่าหรือ”
“จะหาอันใดมาให้นายได้อีกยามนี้ก็เป็ดั่งปูแล้ว มิเหลือเืให้อีกแล้ว” คนเฒ่าประนมมือแน่นเอ่ยอย่างขมขื่น
ความเงียบงันปกคลุมที่นั้นในทันใดดวงตาของอ้ายฉิมนั้นเป็ประกาย มันนั่งนิ่งอยู่ไม่ห่างจากหมื่นไวนักเ้านายมองตาลูกน้อง ลูกน้องเห็นตาของนายแค่แวบเดียวก็รู้ใจทันที
“หึมึงกลับไปเถิด เห็นหน้ามึงก็ชักจะเหม็นน้ำหน้ามึงเหลือทน ไสหัวไป!”
“งั้นฉันลาล่ะเ้าข้า”ตาเฒ่าไหว้เ้าคนนายคนอีกครั้ง แล้วก็รีบจากไปทันที
อ้ายฉิมเป็ชายร่างใหญ่รูปร่างกำยำ ทั้งยังมีฝีไม้ลายมือลือชื่อ ติดตามหมื่นไวมาได้สามปีหมื่นไวใช้งานไอ้ฉิมยามใด ก็ไม่เคยผิดหวังเลยสักคราว
“กูบอกมันดีๆมันไม่ให้กู” หมื่นเอ่ยอย่างหงุดหงิด
“ลูกสาวมันน่าจะขายได้ราคาอยู่กระมัง”
“ทำไงก็ได้ขอให้ที่หมู่บ้านมันหาเงินให้กูได้”
อ้ายฉิมยิ้มแก้มปริ“ฉันนี่แหละจ้ะ ที่จะหาเงินให้นายได้”
“เออมึงก็เบามือเบาตีนหน่อยก็แล้วกัน คนตายเยอะกูก็ไม่เหลืออะไร”
“แล้วไอ้เฒ่านั่นเล่า?”
“ตายห่าตายโหงที่ไหนได้ก็ไป!” หมื่นไวหรี่ตา เอ่ยออกมาอย่างเคียดแค้น
.
..
...
อ้ายฉิมแหงนหน้าดูพระจันทร์ข้างขึ้นแสงจันทร์ยามกลางคืนแม้ไม่ถึงกับพระจันทร์เพ็ญแต่ก็ถือว่าสว่างจนมองอะไรเห็นชัดได้อยู่ งานนี้เป็งานฉุกละหุกหมื่นเป็คนอยากได้อะไรก็ต้องได้เดี๋ยวนั้น หากมันรอจนคืนเดือนมืดอ้ายฉิมก็เกรงว่าหมื่นจะมองว่ามันไม่มีน้ำยา
ฉิมมาอยู่กับหมื่นไวได้แค่ไม่กี่ปีแม้จะเป็ที่โปรดปราน แต่ไอ้ฉิมมันก็อยากเจริญก้าวหน้าให้เร็วกว่านี้ขุนโจรเก่าเยี่ยงมันก็ไม่อยากตายทุเรศเหมือนคนอื่นฉิมจึงคิดว่าควรจะมาอยู่ใต้ร่มเงาของหมื่นไวจะดีกว่า
หมื่นไวก็ชอบใช้ฉิมไปทำเื่ที่ฉิมถนัดพรรคพวกเก่าที่ฉิมเคยเลี้ยงไว้ก็เอามาอยู่ใต้สังกัดหมื่นไวเสียสิ้นวันนี้พรรคพวกของฉิมั้แ่สมัยเป็อ้ายเสือที่เคยอาละวาดกันมาแต่เก่าก่อนก็ร่วมกันมาล้อมหมู่บ้านของไอ้เฒ่าบุญรอดไว้หมดแล้ว
ไอ้ฉิมรออยู่พักใหญ่เมื่อมันแน่ใจว่าพรรคพวกของมันอยู่ตามจุดต่างๆ ที่มันนัดแนะไว้แล้วไอ้ฉิมที่ยามนี้พันผ้าปิดใบหน้าไว้มิดชิด ก็ะโดังลั่น
“อ้ายเสือ เอาวา”
แม้ไม่ได้ออกปล้นบ่อยสมัยเป็อ้ายเสือทว่าก็ใช่ว่าเคยรามือจากเื่ปล้นชิงหมื่นไวใช้งานไอ้ฉิมและลูกน้องมาแล้วสามสี่ครั้งในรอบหลายปีที่ไอ้ฉิมมาอยู่กับหมื่นดังนั้นก็ใช่ว่าไอ้ฉิมและพรรคพวกใช่ว่าจะลืมวิธีชั่วๆ สมัยเป็ขุนโจร
ซ้ำเพราะบารมีของหมื่นไวคุ้มกะลาหัวทั้งอาวุธที่หมื่นไวจัดหามาให้ยังดีกว่าสมัยเป็เสือเสียด้วยซ้ำ
ไอ้ฉิมวิ่งเข้าไปทันทีที่แหกปากร้องเสียงพรรคพวกมันโห่ร้องอื้ออึง แต่ละคนถือดาบในมือคนละเล่มลูกน้องไอ้ฉิมพาดไม้ให้มันขึ้นเรือน ตัวมันะโขึ้นเรือนเพียงสามสี่ก้าวร่างใหญ่ของมันก็ยืนจังก้าชี้ดาบไปที่คนในเรือนที่มองด้วยความขวัญผวา
“พวกมึงอยู่นิ่งๆ”
ที่นี่เกือบทั้งหมดล้วนเป็ชาวบ้านยากจนแม้มีจำนวนมากกว่าโจรหลายเท่าแต่ส่วนใหญ่ก็คือผู้หญิง เด็ก และคนแก่ส่วนผู้ชายวัยแรงงานนั้นก็ไม่เคยฝึกวิชาอาวุธ มีแต่จับจอบจับคราดเท่านั้นในชั่วเวลาเพียงแค่ไม่ถึงชั่วยาม ชาวบ้านทั้งหมดก็ถูกจับมามัดรวมกันที่ลานกลางบ้าน
เพียงถูกลากตัวลงมาพร้อมกับพ่อและแม่หญิงสาวเห็นพวกผู้หญิงกับเด็กก็พากันร้องไห้กระจองอแง ผู้ชายหลายคนก็มีเืกบปากบางคนโชคร้ายกว่านั้น เสียหัวไปแล้วเป็ที่เรียบร้อยเพียงมองเห็นร่างไร้ศีรษะนอนแผ่อยู่กลางลานกว้างหัวของผู้ชายคนนั้นมองมาทางหน้าของเพียงพอดี
หญิงสาวเข่าอ่อนในทันใด
“พวกมึงมีเงินทองเพียงเท่านี้หรือ”คนหนึ่งถามขึ้น
“ที่นี่ยากจนจะมีอะไรให้พ่อหรือ เราก็มีแต่เกลือที่เตรียมขายไว้เท่านั้นแหละ”
“ไอ้สัตว์”ตีนไอ้ฉิมทิ่มใส่หน้าคนที่เพิ่งพูด ตัวมันไม่กล้าพูดอะไรมากนักเพราะกลัวว่าจะมีคนจำได้ว่าเป็ลูกน้องหมื่นไว แต่ถึงมีคนจำได้จริงๆ แล้วยังไงล่ะ?หากคลับคล้ายคลับคลา สงสัยว่าเป็คนของหมื่นไว ก็ให้รู้กันเลยว่าขัดใจหมื่นไวแล้วจะต้องเจออะไรบ้าง
“พวกมึงเอาเงินทองไปซ่อนไว้ที่ไหนมึงต้องมีสิ มึงบอกกูมา”
“ไม่มีจริงๆพวกฉันมีแค่นี้แหละพ่อ พวกฉันไม่มีอะไรเหลือแล้วที่เป็สมบัติที่เหลือก็แค่ข้าวปลากับเกลือเท่านั้นเอง” หญิงแก่คนหนึ่งคร่ำครวญ
ไอ้ฉิมมองผู้หญิงที่คิดว่าจะเอาไปขายซ่องได้ปราดดูด้วยสายตาแล้วก็คิดว่ามีอยู่แค่ไม่กี่คนกับเงินทองที่รวบรวมมาจากชาวบ้านได้แค่นี้ มันเรียกว่าพอยาไส้อะไรได้เื่ที่ชาวบ้านมีทรัพย์สมบัติกันแค่นี้ มีหรือที่มันจะเชื่อ
มันเดินอาดๆกำดาบในมือแน่น ลูกน้องมันเดินตามมันอีกสามคน พวกมันเดินสำรวจให้ทั่วทั้งหมู่บ้านมองไปที่ไหนมันก็เห็นแต่กระท่อมซอมซ่อที่ยกพื้นสูงสมบัติที่เห็นก็มีแต่วัวกับควายผูกไว้อยู่ใต้ถุนบ้านบางหลังเท่านั้นที่เห็นดูร่ำรวยกว่าคนอื่นเขาหน่อย ก็เห็นเป็เรือนไม้หลังเล็กๆ เท่านั้น
มันหงุดหงิดดูท่าแล้วหมู่บ้านนี้จนจริงๆ แต่ไอ้ฉิมมันไม่อยากละความพยายามคนเรามีผ้าขี้ริ้วห่อทองเยอะแยะ ใครมันจะเก็บสมบัติไว้ในบ้านกันก็เก็บเอาไว้ในไหแล้วฝังดินกันทั้งนั้นแหละ มันจึงเดินไปเรื่อยๆ จนถึงท้ายหมู่บ้านแล้วมันก็มองเห็นหลุมแห่งหนึ่ง มีแผ่นไม้ปิดไว้ที่ปากหลุม
“ตรุนี่หว่า”มันพึมพัมขึ้นมา
พอมันขยับเข้าไปใกล้ชะโงกหน้าเข้าไปดู มองลอดผ่านช่องที่เจาะไว้บนแผ่นไม้แสงรำไรของจันทร์เดือนหงายที่สาดส่องเข้าไปก็ส่องให้คลองสายตาของมันได้ปรากฏภาพผู้ชายนั่งกอดเข่านิ่งอยู่ที่พื้นตรุมองขึ้นมาสบสายตากับมันพอดี
พวกมันทั้งหมดเพียงเห็นคนอยู่ข้างในก็แทบจะหยุดหายใจ ไอ้ฉิมไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนงามเท่านี้มาก่อนผิวดำขลับที่คลออยู่บนบ่าเนียนละเอียดนั้น แม้กระทั่งผู้หญิงสวยๆที่มันเคยไปฉุดคร่ามา กี่คนๆ ก็ไม่มีใครที่มีผิวงามเยี่ยงนี้มาก่อน
คนในหลุมมองขึ้นมาประสานสายตากับมัน ไอ้ฉิมเห็นหน้าแล้วก็นึกหงุดหงิด ไอ้นี่มันเป็ผู้ชายประสาอะไรทำไมถึงได้สวยได้ถึงขนาดนี้
มันยิ้ม
เพียงเห็นรอยยิ้มนั้นไอ้ฉิมโกรธจนเืขึ้นหน้า มันรอยยิ้มเหยียดชัดๆ จะฆ่ามันยังไงดีล่ะ? ตรุแคบๆแบบนั้นไปหาหลาวแหลมๆ ทิ่มลงไปมันก็ตายแล้ว
ในขณะที่ไอ้ฉิมกำลังพลุ่งพล่านอยู่นั่นเองในแค่พริบตาเดียว แผ่นไม้ที่ปิดปากหลุมก็กระจุยกระจาย พร้อมกับร่างสะโอดสะองที่ยามนี้ยื่นมือมาจับหัวของมัน
เสียงกร๊อบดังลั่นแล้วการรับรู้ของไอ้ฉิมก็ดับสูญไปตลอดกาล
ลูกน้องไอ้ฉิมที่อยู่ข้างหลังได้แต่ยืนตัวแข็ง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนพวกมันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆแผ่นไม้ปิดปากตรุก็แตกกระจาย แล้วไอ้นี่ที่นุ่งผ้าพันเอวผืนเดียวก็โผล่ขึ้นมาพอรู้ตัวอีกทีหัวของลูกพี่ก็ถูกบิดง่ายๆ อย่างกับบิดแตงบนเถาแล้ว
ไม่ทันที่มันจะร้องความเ็ปก็เสียดอยู่บนหน้าอกของมันมันมองลงไปก็เห็นหน้าอกตัวเองเป็รอยแผลเหวอะหวะเืไหลพุ่งออกมาอย่างกับตาน้ำหลาก
เข่ามันอ่อนยวบมันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นมันตายไปโดยที่มันไม่รู้ตัวเลยว่าดาบที่เคยอยู่ในมือลูกพี่มันเสียบทะลุอกมันภายในพริบตาเร็วจนมันไม่รู้สึก มารู้สึกอีกทีก็ต่อเมื่อดาบนั้นเสร็จสิ้นธุระกับมันแล้วร่างของมันกระตุกอยู่บนพื้นอีกหลายครั้ง
เพื่อนมันอีกสองคนที่มาด้วยกันโชคดีกว่ามันหน่อยหนึ่ง หัวหลุดออกไปในแบบชนิดที่ว่าไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
ดาบในมือของจ้าวปิ่งถูกหมุนดั่งกังหันแล้วก็หยุดกึก เมื่อมือของชายหนุ่มกำด้ามดาบไว้แน่น
ดาบแค่พอใช้– เขาคิด
มือหิ้วศีรษะที่เพิ่งบั่นมาไว้ติดมือจ้าวปิ่งได้ยินเสียงร้องไห้ของคนแว่วมาตามสายลมแห่งทะเลชายหนุ่มเดินไปข้างหน้าช้าๆ
จ้าวปิ่งแหงนมองดูเดือนครึ่งดวงภาพของเดือนครึ่งดวงที่เมืองหลินอันเมื่อครั้งโน้นก็ย้อนเข้ามาในห้วงความคิดอีกครั้งภาพจำของโคมสีแดงที่ประดับประดาทั้งเมืองจนสว่างสุกใสราวกับกลางวันก็ย้อนคืนมาอีกครั้ง
“ขอท่านย่าอายุยืนดั่งเขาหนานซานมีความสุขดั่งทะเลตงไห่”
“องค์ชายมีคำอวยพรอื่นๆ ให้ข้าบ้างหรือไม่ ปีที่แล้วก็อวยพรคำนี้”
“ก็ท่านราชครูสอนข้าแค่นี้นี่”
“ดูซี่ท่านราชครูเผยโมโหจนหนวดกระดิกแล้ว อย่ามาโกหกข้านะองค์ชายไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน แล้วทำเช่นนี้จะเป็ฮ่องเต้ที่ดีได้อย่างไร”
เสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ดังรอบตัวเวลานั้นคือเสี้ยวแห่งความสุขที่จ้าวปิ่งจำได้ไม่เคยลืมเลือน แต่ยามนี้นั้นทุกอย่างสูญสลายไปหมดสิ้นแล้ว ท่านย่าไม่อยู่แล้ว ท่านแม่ท่านพ่อก็ไม่อยู่แล้วพี่น้องเขาทุกคนหายสิ้นไปหมดแล้ว แม้มีผู้คนนับแสนอยู่ในส่วนลึกของสำนึกรู้ของตัวเองจ้าวปิ่งก็ยังรู้สึกเดียวดายทุกครั้ง
ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากภายในเขาถอนใจเฮือกใหญ่ สองเท้าเดินไปข้างหน้ามุ่งสู่เสียงร้องระงมที่อยู่ห่างไม่ไกลนัก จ้าวปิ่งทิ้งรอยเท้าไว้บนผืนดินเป็ทางยาว
ที่ข้างรอยเท้านั้นมีรอยหยดเืของหัวคนที่จ้าวปิ่งถือไว้ ติดตามราวกับเงาตามตัวไม่มีผิด