บทที่ 7
ค่าสินสอดอันมโหฬาร
ถานเจียวหลิงกลับเรือนมาพร้อมด้วยใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนผู้เป็บิดาต้องปรี่เข้ามาเอ่ยแซว
“ไปพบกันมาแล้วใช่รึไม่ลูกพ่อ?”
“เ้าค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเจื้อยแจ้ว
“สีหน้าเยี่ยงนี้ต้องมีความสุขอย่างมากใช่รึไม่?”
“เ้าค่ะท่านพ่อ เขาพาลูกกินอาหารที่หอฮูเตี๋ยเหอฮวา”
“นั่นมันโรงเตี๊ยมที่ใหญ่และแพงที่สุดในหลิวหยางเชียวนา!”
หญิงสาวพยักพเยิดใบหน้าด้วยความกรุ้มกริ่ม “ยังไม่พอนะท่านพ่อ หลังอิ่มเอมด้วยอาหารชั้นเลิศก็ยังพาข้าไปล่องเรือฟังบทกวีจากศิลปินชื่อดังอีกด้วยนะเ้าคะ”
“รสนิยมราวกับลูกผู้ดีชนชั้นสูง ฟู่กวงิร่ำรวยขึ้นขนาดนั้นเชียวรึ?”
“จะใช่ว่าที่ลูกเขยยาจกของท่านได้เยี่ยงไร? เห็นทีท่านจะประเมินชาวนาแซ่ฟู่ผู้นั้นสูงส่งเกินไปเสียแล้ว” เสียงเจื้อยแจ้วดังแทรกขัดความชื่นมื่นของสามีอีก “ลูกสาวเราตกได้ปลาไป๋ชุน[1]ที่ใหญ่ที่สุดในหลิวหยางมาต่างหาก วาสนาดีโดยแท้หลิงเอ๋อร์ของแม่...” แล้วเกทับด้วยใบหน้าอิ่มอกอิ่มใจ
ถานหาวเป่าได้แต่งงงวยกับสิ่งที่ภริยากล่าวเปรียบเปรย เพราะไม่รู้ว่านางกำลังหมายถึงผู้ใด
“แต่วันนี้ข้าเพิ่งได้รับจดหมายทวงถามเื่งานสมรสจากฟู่กวงหมิง คิดว่าทั้งสองคนจะได้นัดพบกันเพื่อเจรจาเื่นี้กันเสียอีก” ชายสูงวัยว่าพร้อมกับนำเอกสารที่ว่าออกมาจากชายแขนเสื้อ
เมื่อเห็นดังนั้นถานเจียวหลิงก็รีบคว้าเอามาอ่านอย่างไว โดยเนื้อความในจดหมาย้าให้พวกเขาระบุจำนวนสินสอดและกำหนดฤกษ์งามขึ้นมาเพื่อว่าที่เ้าบ่าวจะได้มีเวลาเตรียมตัว
ความตั้งใจเดิมของฟู่กวงินั้น หากเขาสอบได้เป็จอหงวนและรับราชการในวังหลวงเมื่อใดก็จะกลับมาสู่ขอและรับเอาหญิงในดวงใจมาออกเรือนอยู่ด้วยกันเป็เื่เป็ราว พร้อมรับบิดาที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวยังชนบทมาอยู่ด้วยกันในเมืองหลวง เพียงเท่านี้ชีวิตของเขาก็สมปรารถนาและไม่มีสิ่งใดจะมีความสุขไปยิ่งกว่านี้แล้ว
ในขณะที่หญิงสาวเองก็เกิดความลังเล นางกำลังพบเจอสิ่งแปลกใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ขณะเดียวกันก็ยังอาลัยอาวรณ์คนรักเก่าที่ยังไม่ได้พบหน้ากันมานานนมอีกด้วย
‘ถึงว่าที่เ้าบ่าวสกุลฟู่... สกุลถานได้กำหนดฤกษ์วันสมรสคือเทศกาลชุนเฟิน[2]อันมงคล สินสอดสำหรับเ้าสาวสกุลถานที่เคยได้รับมานั้นพิจารณาแล้วว่ายังไม่สมน้ำสมเนื้อ หาก้ารับตัวเ้าสาวไปอย่างสมเกียรติตามธรรมเนียมของผู้ดีเมืองหลวงก็เห็นสมควรว่าจะมีรายการดังนี้ ทอง 4 อย่างประกอบไปด้วย กำไลทอง สร้องทอง ต่างหูทอง เข็มขัดทอง เงินสี่ตำลึงทอง ผ้าแพรสิบพับ พร้อมห่านป่าสองตัว หวังเป็อย่างยิ่งว่าท่านว่าที่เ้าบ่าวจะเตรียมพร้อมมิทำให้ว่าที่เ้าสาวต้องเสื่อมเสียเกียรติและผิดหวัง’
วันชุนเฟิน... มาก่อนกำหนดวันสอบจอหงวนที่ราชสำนักประกาศออกมาเสียอีก หากเป็เยี่ยงนั้นก็มีเวลาอีกเพียงไม่มากทำให้ผิดแผนไปเสียแล้ว
เหตุใดจึงได้เร่งด่วนนัก
อีกทั้งสินสอดก็เรียกเพิ่มมาอีกตั้งมากมายก่ายกอง ราวกับไม่ได้แต่งงานกับคนเคยบ้านใกล้เรือนเคียงหากแต่กำลังพลัดพรากคุณหนูสูงศักดิ์ออกมาจากอกบุพการีในคฤหาสน์หรูหราก็มิปาน
ฟู่กวงิลอบถอนหายใจอย่างหนักใจ บัดนี้เขามีเงินติดตัวทั้งหมดเพียงสิบห้าเวินซึ่งเหลือจากที่แม่นางใจดีผู้นั้นมอบไว้ให้ ยังไม่ได้เศษเสี้ยวหนึ่งของค่าสินสอดที่ใหญ่โตราวผืนฟ้า
แต่หากไม่ทำตามเช่นนั้นก็จะไม่ได้ตบแต่งกันเสียที หลิงเอ๋อร์ก็คงจะผิดหวังและเสียใจมิน้อย ่เวลาที่เหลือนี้นอกจากเฟ้นหาตำราชั้นเลิศเพื่อศึกษาดังจุดประสงค์คราแรกแล้วยังต้องแบ่งมารับงานเสริมเพื่อหารายได้สู่ขอภรรยาอีก
“ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเ้า... หลิงเอ๋อร์...”
มีเสียงหัวเราะเล็กแหลมดังลั่นออกมาจากเรือนหลักสกุลถานอันเปี่ยมไปด้วยความสาแก่ใจทั้งแฝงความเย้ยหยัน
“บ่าวคิดว่าอย่างไรบุรุษแซ่ฟู่ผู้นั้นก็ไม่มีทางมีปัญญาหาสินสอดมากมายขนาดนั้นมาได้หรอกเ้าค่ะ” อิงเถาเสริมความมั่นใจให้กับเ้านายตน
“แน่นอนที่สุด ใครหามาได้ก่อนข้าก็จะยกบุตรสาวซึ่งเปรียบดังไข่มุกเม็ดงามบนฝ่ามือของข้าให้กับเขาไป หากฟู่กวงิหามาไม่ทันตามกำหนดงานแต่งงานก็ถูกยกเลิกเสียและยังถือโอกาสถอนหมั้นไปด้วย”
“อย่างไรก็เห็นจะไม่พ้นว่าเ้าบ่าวจะเป็คุณชายใหญ่สกุลกู้นะเ้าคะ”
สองนายบ่าวหัวเราะร่ากันอย่างชอบใจอีกครั้ง จนอีกคนที่นั่งอยู่ด้วยอดรนทนไม่ไหวต้องร้องแย้งออกมาบ้าง
“เกินไปแล้ว! ทำเกินไปแล้วฮูหยิน!”
“ท่านพี่ต่างหากที่ว่าข้าเกินไป ข้าทำสิ่งใดเกินเลยไปเล่า ทำแบบนี้ก็เพื่อบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น หากเข้ามีปัญญาหาสินสอดมาได้ตามที่เรียกไปจริงๆ ข้าก็จะยอมรับเขาเป็ลูกเขยก็ได้ แต่หากหาไม่ได้... เขาก็ต้องรับชะตากรรมในความแร้นแค้นของตนเองไป ยุติธรรมดี ข้าไม่ได้ออกปากปฏิเสธเขาด้วยซ้ำ”
“เรียกร้องขนาดนั้นก็ไม่ต่างจากปฏิเสธแล้ว”
“ท่านอยู่เฉย ๆ เถิดท่านพี่ เื่อนาคตของลูกสาวคนเดียวของเราโปรดปล่อยให้เป็หน้าที่ข้า ไม่เยี่ยงนั้นคนที่จะเป็ทุกข์ตรอมตรมไปกับนางก็เป็ตาเฒ่ายายเฒ่าอย่างเราสองคนที่ต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิต”
“แต่หากหลิงเอ๋อร์ยังยึดมั่นในคนรักของนางเล่า” ผู้เป็สามีพยายามหาข้อเท็จจริงมาแย้งคุณธรรมของภรรยาอีก
“ก็ลองดูเ้าค่ะ มาดูกันต่อว่าลูกจะเลือกใคร”
เมื่อเห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของภรรยาคนเป็สามีก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกได้แต่นั่งอมพะนำด้วยข้อโต้แย้งที่มิอาจสู้ได้
ถึงจะเป็คำมั่นสัญญากันมาเก่าก่อน หากแต่เวลาเปลี่ยนใจคนก็ย่อมเปลี่ยน เื่หัวใจและความรู้สึกของมนุษย์นั้นช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
ชุนเสวี่ยรู้สึกตัวอีกทีก็เกือบเช้ามืดแล้ว นางยังมีภารกิจอีกมากที่ต้องทำในฐานะคนงานในจวน บัดนี้นางไม่เพียงแต่ต้องทำงานตามหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมาย หากแต่ยังต้องมารับงานเสริมที่หอนอนของคุณชายใหญ่ด้วย เขาเรียกพบนางทุกคืนไม่มีว่างเว้นแต่ก็ดำเนินไปอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ แลกกับเงินพิเศษเพียงคืนละห้าเวิน
หากพี่ชายไม่ลำบากฝากฝังให้เข้าจวนมาเพื่อได้ทำงานกับคนดีบัดนี้ชีวิตของนางจะเป็เช่นไร แต่เขาจะรู้หรือไม่ว่าบุตรชายของคนดีที่ว่าได้ย่ำยีความเป็สาวของน้องสาวตนไปเสียแล้ว
เงินที่ได้มาจากการเป็เมียของเขา นางจะรวบรวมและเก็บไว้ให้พี่ชาย
ความไร้เดียงสาของเด็กสาวไม่ได้รู้ตัวเลยว่าศักดิ์ศรีของตนเองนั้นป่นปี้ขนาดไหนที่ต้องตกเป็ของเล่นชั่วคราวของบุรุษชนชั้นสูง
นางเคลื่อนไหวอย่างเบาตัวที่สุดเพื่อไม่เป็การรบกวนคนข้างเตียงก่อนจะค่อยๆ ย่องออกจากหอนอนออกมาราวโจรย่องเบาแล้วกลับเข้าที่นอนของตนเองยังโรงนอนรวมสำหรับบ่าวไพร่เพื่อไม่ให้เป็ที่ผิดสังเกต
ชุนเสวี่ยทำเยี่ยงนี้ทุกวันจนเกือบจะเป็กิจวัตร
จนกระทั่ง...
“ชุนเสวี่ย...”
“เฮือก!” คนถูกเรียกใจนใบหน้าถอดสี
“เ้ากำลังจะไปที่ใดรึ? เหตุใดจึงออกมาจากทางนั้น...” ซูหลานเอ่ยถามพลางชะเง้อมองไปด้านหลัง “มาจากเรือนของคุณชายใหญ่ใช่รึไม่?”
“ไม่ใช่นะ ข้าไม่ได้ไปที่นั่น”
“แล้วเหตุใดเ้าจึงมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ไม่ไปเตรียมตัวที่โรงครัวตามหน้าที่ของเ้า”
“เอ่อ คือ วันนี้ข้าตื่นเร็วกว่าปกติก็เลยอยากออกมาเดินเล่นยืดเส้นยืดสาย”
ซูหลานมองผู้อ่อนวัยกว่าที่ตอบคำถามตะกุกตะกักอย่างไม่ไว้วางใจจนเก็บงำความสงสัยไปรายงานผู้เป็นายตนเอง
“มันก็คงต้องเป็เช่นนั้น...” กู้หนิงฮวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงปลงตก
“คุณหนูหมายความเช่นไรเ้าคะ?”
“เอาเป็ว่าหลังจากนี้เ้าคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของนางแล้วคอยมารายงานข้า”
“บ่าวเพียงสงสัยว่านางจะถูกคุณชายใหญ่เรียกเข้าไป...”
“นั่นไม่ใช่ธุระของเ้า แค่ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ”
“เ้าค่ะคุณหนู” ซูหลานรับคำสั่งด้วยสีหน้าเป็กังวล
ไม่ต่างกับสีหน้าของผู้เป็นายสักเท่าไร หนิงฮวาถอนหายใจขณะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่ฟ้าเริ่มสางทอแสงสีฟ้าอ่อนแล้ว
ถึงไม่อยากให้เกิดแต่ท้ายที่สุดมันก็ต้องเกิดขึ้นจนได้เพื่อที่นางจะกลายเป็กุญแจดอกสำคัญสำหรับภารกิจนี้...
[1] ปลาไป๋ชุน (白鲟) คือปลาสเตอร์เจียนขาวหรือที่รู้จักกันในชื่อ ปลาพายจีน ซึ่งเป็หนึ่งในปลาน้ำจืดที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก
[2] วันชุนเฟิน หรือวันวสันตวิษุวัต คือวันที่กลางวันยาวเท่ากับกลางคืนเป็ฤดูกาลที่ 4 ในปฏิทินดั้งเดิมทางสุริยคติจีน