รุ่งอรุณที่สดใส แสงแดดสาดส่องลอดชั้นหน้าต่าง เซียวเฉิน ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น
เมื่อนึกไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวาน ความรักอันลึกซึ้งของพี่น้องอย่าง ซู่ฉิง และ ซู่เสี่ยวเิ จึงอดไม่ได้ที่จะทำให้เขาเผยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นขึ้น
เขาค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างี้เี ลุกขึ้นไปล้างหน้าจากนั้นก็ลงมาที่ห้องนั่งเล่น
ปกติเวลานี้ ซู่ฉิง ก็จะจัดเตรียมอาหารเช้าเอาไว้แล้ว แต่ทว่าวันนี้บนโต๊ะกลับว่างเปล่า
เซียวเฉิน เงยหน้าขึ้นไปมองข้างบนแล้วยกยิ้มขึ้น เขาเดินเข้าไปในห้องครัว เปิดตู้เย็น จากนั้นก็นำวัตถุดิบต่าง ๆ ออกมาและเริ่มลงมือทำอาหารเช้า
ในตอนที่เขาทำอาหารเช้าใกล้จะเสร็จ ก็มีเสียงฝีเท้าก้าวลงมา ซู่ฉิง ที่กำลังสวมชุดนอนมาปรากฏตัวขึ้นอยู่หน้าห้องครัว
เมื่อ ซู่ฉิง มองไปรอบ ๆ เพื่อหาผ้ากันเปื้อน แต่แล้วก็เห็น เซียวเฉิน กำลังลงมือทอดไข่อยู่ เธอจึงยืนนิ่งอึ้ง “เซียวเฉิน นาย...”
“ฮ่าๆๆ อรุณสวัสดิ์” เซียวเฉิน ทักทายด้วยรอยยิ้ม เขาตักไข่จากกะทะไปใส่ไว้ในจาน แล้วพูดขึ้น “เห็นว่าคุณยังไม่ตื่น ผมก็เลยช่วยจัดเตรียมมื้อเช้าให้”
“เมื่อคืนฉันไปนอนที่ห้องของเสี่ยวเิ พวกเราคุยกันจนถึงตีสองกว่า ๆ เลยตื่นสายน่ะ...” ในตอนที่ ซู่ฉิง พูด ก็ก้าวเข้าไปในห้องครัวแล้วพูดต่อ “นายไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ไม่ต้องหรอก อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว คุณไปปลุกเสี่ยวเิเถอะ” เซียวเฉิน ส่ายหน้า จากนั้นก็ตอกไข่ลงไปอีกใบหนึ่ง
ซู่ฉิง มองดูการเคลื่อนไหวที่ดูช่ำชองและรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นที่อยู่บนใบหน้าของ เซียวเฉิน ทำให้เธอเกิดอาการใจลอย ราวกับว่าร่างของพี่ชายมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าของเธอ ในตอนนั้นก็เป็เขาที่ทำอาหารเช้าให้กับพวกเธออยู่เป็ประจำ พวกเขามักจะกินข้าวเช้าด้วยกันเสมอ...
“ซู่ฉิง คุณเป็อะไร?”
เซียวเฉิน ที่กำลังเจียวไข่ หันไปมอง ซู่ฉิง ที่กำลังเหม่อลอย แล้วเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“อ๊ะ? ไม่...ไม่มีอะไร” ซู่ฉิง ได้สติขึ้นแล้วส่ายหน้า เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงต่ำ “ฉันนึกไปถึงพี่ชาย เมื่อก่อนเขาก็ชอบเจียวไข่ให้ฉันกับเสี่ยวเิกิน… เซียวเฉิน ภารกิจในครั้งนี้เของเขาคงไม่ได้อันตรายอะไรหรอกใช่ไหม? แล้วเมื่อไหร่เขาจะกลับมา?”
ร่างกายของ เซียวเฉิน กลายเป็แข็งทื่อด้วยความลำบากใจ จากนั้นฝืนยิ้มขึ้น “วางใจเถอะ พี่ชายของคุณเป็ทหารฝีมือดี อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ไปคนเดียว มันจะต้องไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นแน่นอน!”
“อื้อ” ซู่ฉิง พยักหน้า ไม่รู้ว่าทำไมตอนที่นึกถึงพี่ชาย เธอจึงเกิดความรู้สึกเ็ปขึ้น?
“เอาละ รีบไปปลุกเสี่ยวเิเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะสายเอาได้...หึหึหึ ฝีมือเจียวไข่ของฉันก็น่าจะไม่ได้ด้อยไปกว่าพี่ชายของเธอหรอกนะ!”
เซียวเฉิน กลัวว่า ซู่ฉิง จะถามมากกว่านี้ จึงเอ่ยกระตุ้นขึ้น
“อืม” ซู่ฉิง พยักหน้า จากนั้นก็มองไปที่ไข่ที่อยู่ในกะทะ และหันกายเดินจากไป
หลังจากผ่านไปสักพัก เซียวเฉิน ก็นำอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ และ ซู่ฉิง ก็ลาก ซู่เสี่ยวเิ ที่กำลังอยู่ในอาการสะลึมสะลือลงมาที่ข้างล่าง
เมื่อมองเห็นไข่ดาวสีเหลืองทอง ซู่เสี่ยวเิ ก็ได้สติขึ้นมาทันควัน ความอยากอาหารพุ่งสูงขึ้น เธอแทบจะกระโจนพุ่งเข้าใส่เลยทีเดียว จากนั้นเธอคีบไข่ดาวขึ้นมา
“อืม...อร่อย สุกแบบมีเดียมเวล!”
หลังจากกัดเข้าไปคำหนึ่ง ความชุ่มช่ำของไข่ดาวทะลักออกมา แววตา ซู่เสี่ยวเิเป็ประกาย แล้วะโออกมา
“ว้าว พี่คะ วันนี้พี่ทำได้ยังไง? ความสุกแบบมีเดียมเวลนี่… อร่อยสุดยอดเลย!”
ซู่ฉิง นิ่งอึ้ง ไข่ดาวที่สุกแบบมีเดียมเวลงั้นเหรอ?
เธอหันไปมอง เซียวเฉิน เขายิ้มแล้วพยักหน้าให้เธอ “ซู่ฉิง เธอก็ลองดูสิ ของเธอเป็แบบสุกทั้งหมด”
ซู่ฉิง ตักไข่ดาวใส่ปาก ร่างกายของเธอสั่นไหว รสชาตินี้มัน!
ซู่เสี่ยวเิ ที่อยู่ด้านข้างมองไปยังไข่ดาวสีเหลืองทอง ความรู้สึกเธอเริ่มเปลี่ยนไป… เธอไม่ได้กินไข่ดาวแบบนี้มานานแล้ว!
“พวกเธอเป็อะไรกัน?”
เซียวเฉิน รู้สึกสับสนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันไม่อร่อยงั้นเหรอ? ไม่น่าจะใช่ เมื่อครู่ ซู่เสี่ยวเิ เพิ่งจะบอกอร่อยอยู่เลยไม่ใช่รึไง? แค่พริบตาเดียวทำไมมันกลายเป็แบบนี้ไปได้?
“รสชาติของไข่ดาวนี้เหมือนกับที่พี่ชายเคยทำให้กินไม่ผิดเพี้ยน ยิ่งกว่านั้นยังสามารถควบคุมไฟได้อย่างยอดเยี่ยม” ซู่ฉิง เอ่ยอธิบายออกมา
“...”
เมื่อ เซียวเฉิน ได้ฟัง ทั้ง ๆ ที่ตัวเองอยากจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงซู่หยุนเฟย แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็ว่า ไข่ดาวนี่ทำให้สองพี่น้อง นึกไปถึงเขาได้อีก!
อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากปฏิกิริยาของ ซู่เสี่ยวเิ เขาก็ค่อนข้างปลื้มใจ ดูเหมือนว่าเธอจะยังคงไม่ลืมพี่ชายของตัวเอง เธอแค่เป็คนปากแข็งเท่านั้นเอง!
“ไข่ดาวนี้นายเป็คนทำหรอ? นายรู้ได้ยังไงว่าพวกเราชอบกินไข่ดาวแบบมีเดียมเวล?” ซู่เสี่ยวเิ เงยหน้าขึ้นมา แล้วหันไปถาม เซียวเฉิน
“อ้อ ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้คุยกับพี่ชายของเธอ เขามักจะพูดถึงพวกเธออยู่บ่อย ๆ… เช่นว่าเธอชอบกินไข่ดาวแบบนี้ หรือว่าเธอชอบสีน้ำเงิน หรือว่า...”
เมื่อ ซู่เสี่ยวเิ ได้ฟังคำพูดพวกนี้ ดวงตาของเธอเริ่มกลายเป็สีแดง “หยุดพูดนะ!”
เซียวเฉิน พยักหน้าตอบรับ ไม่พูดอีกต่อไป ส่วน ซู่ฉิง ได้เข้าไปปลอบโยน ซู่เสี่ยวเิ
“เสี่ยวเิ ฟังพี่ให้ดี ๆ นะ อย่าไปโทษพี่ใหญ่เลย ในตอนที่เขาต้องออกจากหลงไห่ไป เขาก็ต้องพบกับ่เวลาที่ยากลำบากเหมือนกัน...”
“ไม่ว่าเขาจะเจอ่เวลายากลำบากอะไร เขาก็ไม่ควรจะทิ้งพวกเรา...ฉันจะไม่ยกโทษให้เขาเด็ดขาด!” ซู่เสี่ยวเิ พูดจบก็วางตะเกียบลง แล้ววิ่งขึ้นห้องไป
เซียวเฉิน มองไข่ที่ยังเหลืออยู่อีกเกือบครึ่งอย่างช่วยไม่ได้ “นี่ฉันทำอะไรผิดไปงั้นเหรอ?”
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับนาย ความจริงฉันรู้ดี เสี่ยวเิ ยังคงคิดถึงพี่ชายอยู่… แต่ว่าเธอเป็คนปากแข็ง ยิ่งกว่านั้นเธอก็ยังไม่สามารถก้าวผ่านมันไปได้ด้วย” ซู่ฉิง ส่ายหน้า แล้วกล่าวออกมาอย่างขมขื่น “พอเถอะ ไม่ต้องพูดถึงมันอีก ไข่ดาวของนายอร่อยมาก”
หลังจากที่ทั้ง 2 คนกินเสร็จ ซู่ฉิง ก็กลับไปที่ห้องตัวเองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วน เซียวเฉิน ก็เริ่มทำความสะอาดโต๊ะกินข้าว
“เดี๋ยวก่อน!”
ในตอนที่ เซียวเฉิน เตรียมจะเทไข่ดาวที่เหลืออยู่ของ ซู่เสี่ยวเิ ทิ้ง เธอกลับออกมาอยู่ตรงบันได
“เสี่ยวเิ มีอะไรเหรอ?”
“ไข่ดาวที่อร่อยขนาดนี้ จะทิ้งได้ยังไงกัน?”
ซู่เสี่ยวเิ ค่อย ๆ เดินลงมาจากบันได เธอไม่ได้ใช้ตะเกียบ แต่กลับใช้มือหยิบไข่พวกนั้นใส่ปาก
เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น “ถ้าเธอคิดว่ามันอร่อย ต่อไปนี้ฉันจะทำให้เธอกินทุกวันเลย”
ได้ยินดังนั้น ซู่เสี่ยวเิ เกิดอาการสั่นไหว เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น “จริงเหรอ?”
“แน่นอนสิ”
“ยอดไปเลย!” ซู่เสี่ยวเิ ยื่นนิ้วก้อยออกมา จากนั้นก็พูดด้วยท่าทางที่ดีใจ
เซียวเฉิน ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เ้าเด็กคนนี้อารมณ์แปรปรวนเหลือเกิน ช่างเป็เด็กที่ไร้เดียงสาจริง ๆ !อย่างไรก็ตามเขายื่นนิ้วก้อยออกไปเกี่ยวด้วยเช่นกัน นี่ถือว่าเขาได้ให้สัญญาแล้ว
ในไม่ช้า ซู่ฉิง ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินลงมา เมื่อเห็นว่าผู้เป็น้องสาวอารมณ์ดีขึ้นแล้ว เธอจึงรู้สึกสบายใจไม่น้อย
“ไปกันเถอะ”
ทั้ง 3 คนออกมาจากบ้าน พวกเขาไปส่ง ซู่เสี่ยวเิ ที่โรงเรียนก่อน จากนั้นก็เดินทางไปบริษัทต่อตามลำดับ
“เซียวเฉิน ขอบคุณนายมากนะ”
เมื่อมองเห็นร่างของน้องสาวหายไปจากหน้าประตูโรงเรียน ซู่ฉิง ได้หันมาเอ่ยกับ เซียวเฉิน
“หืม? อะไรเหรอ?”
“ฉันกับ เสี่ยวเิ ไม่ได้พูดคุยกันแบบนี้นานแล้ว เมื่อคืนได้คุยกันจนดึก ยิ่งกว่านั้น เธอยังได้สัญญากับฉันแล้วว่า ตอนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด”
“ฮ่าๆๆๆ เด็กคนนี้เ้าแผนการอยู่แล้ว คุณไม่จำเป็ต้องห่วงเธอหรอก”
“อืม”
“ซู่ฉิง พวกเธอกับพวกตระกูลซู่...” เซียวเฉิน คิดไปถึงข้อมูลที่ได้มาจาก ซู่เสี่ยวเิ เมื่อวาน จึงเอ่ยถาม ซู่ฉิง ขึ้นอย่างลังเล
“พวกเราหนีออกมาจากบ้านตระกูลซู่แล้ว ในปีนั้นเกิดเื่ราวต่าง ๆ ขึ้น ฉันเองก็ไม่มีอะไรอยากจะพูด… ซึ่งมันไม่ได้เป็อย่างที่เสี่ยวเิบอกหรอก ปัญหานี้ไม่ได้มาจากตระกูลซู่”
เมื่อเซียวเฉิน ได้ยินคำพูดนี้จาก ซู่ฉิง เขาก็พยักหน้าตอบรับ เขาไม่ได้รู้สึกสนใจเื่บุญคุณความแค้นภายในตระกูล ตราบใดที่มันไม่เป็อันตรายต่อพี่น้องตระกูลซู่คู่นี้ เขาก็คร้านเกินกว่าจะให้ความสนใจ
เมื่อมาถึงบริษัท เซียวเฉิน ออกไปเดินเล่นรอบ ๆ ก่อน จากนั้นก็กลับเข้าไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
ก้นของเขายังไม่ทันหย่อนลงไปนั่งเลย พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา!”
เมื่อประตูเปิดขึ้น ก็เป็ ถงเหยียน ที่เดินเข้ามา ในมือของเธอมีแฟ้มเอกสารอยู่ “หัวหน้าเซียว....”
“อ้อ ถงเหยียนเองเหรอ เข้ามาซิ“ เซียวเฉิน เมื่อเห็นถงเหยียน แววตาของเข้าก็เป็ประกาย วันนี้เด็กสาวคนนี้สวยกว่าปกติ!
“หัวหน้าเซียว ฉันต้องขอโทษเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานด้วยค่ะ ฉันไม่คิดว่า...” ถงเหยียน รู้สึกอับอายเล็กน้อย ถึงขั้นที่ว่าไม่กล้ามองหน้าเซียวเฉินตรง ๆ เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“อ้อ ๆ ไม่เป็ไร เข้ามานั่งเถอะ” เซียวเฉิน ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า “หลังจากที่ฉันไปแล้ว แม่เธอพูดว่าไงมั่ง?”
“แม่ฉันเหรอ...ไม่ ไม่ได้พูดอะไรเลย” ถงเหยียน นึกถึงคำพูดของแม้ที่บอกให้จับเขาเอาไว้ ใบหน้าก็กลายเป็แดงก่ำ รีบส่ายหน้าอย่างตื่นตระหนก
เซียวเฉิน มองเห็นเธอมีอาการแบบนี้ ในใจก็นึกสงสัย คุณนายถงพูดอะไรกันแน่? แต่ว่าในเมื่อเธอไม่บอก เขาก็จะไม่ถามซักไซ้ให้มากเื่ เขารีบเปลี่ยนหัวข้อคุย “แล้วเธอมาหาฉันมีเื่อะไรงั้นเหรอ?”
“หัวหน้าเซียว นี่เป็ประกาศรับสมัครที่ฉันทำขึ้น คุณลองดูหน่อยว่าดีแล้วหรือยัง ถ้าดีแล้ว ฉันจะได้ดำเนินการต่อ...” ถงเหยียน ยื่นแฟ้มเอกสารในมือให้ เซียวเฉิน
เซียวเฉิน รับมาแล้วเปิดดูเอกสารทั้งหมด เขาพยักหน้าแล้วพูดต่อ “ดีมาก ไม่มีปัญหาอะไร เธอจัดการต่อได้เลย”
“ค่ะ”
“พยายามส่งออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าพวกเราจะรับสมัครแค่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่เราก็จำเป็ที่จะต้องเอาคนที่มีความสามารถมาให้ได้มากที่สุด”
“ค่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง” ถงเหยียน ลุกขึ้นยืน จากนั้นโค้งตัวลงเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น “หัวหน้าเซียว ฉันขอตัวไปจัดการก่อนนะคะ”
เมื่อมองเห็น ถงเหยียน ที่แต่งตัวเรียบร้อยกว่าวันก่อน ในใจเซียวเฉินก็รู้สึกเสียดาย วันนี้คงไม่มีอะไรสวย ๆ งาม ๆ ให้ได้มองแล้ว!
หลังจาก ถงเหยียน จากไป เซียวเฉิน ก็ลงไปนั่ง จากนั้นก็เปิดคอมออกมาเล่นเกม เขารู้สึกเบื่อ ๆ จึงต้องพยายามหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านเช่นนี้!
ในมุมมองของเขา การทำงานก็ไม่ต่างอะไรกับการเข้าโรงเรียน มันน่าเบื่อเหลือเกิน ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างทั้ง 2 อย่างนี้ก็คือ การทำงานจะทำให้มีเงิน แต่การเข้าเรียน...มีแต่จะเสียเงิน!
การที่เขาได้เป็หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยนี้ ในเวลาปกติก็ไม่มีอะไรให้ทำ ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการเล่นเกม
สำหรับเื่ก่อนหน้านี้ที่เขาสั่งห้าม หลิวต้าขุย เล่นเกมในเวลาเข้างาน ความจริง เซียวเฉิน ก็ไม่สนใจมันไปตั้งนานแล้ว....
“พี่เฉิน ไปกินข้าวเที่ยงกันเถอะ!”
ในตอนเที่ยง ติงลี่ ก็เข้ามาหาเขาข้างในห้องทำงาน
“อ้อ จะไปกินที่ไหนดี?” เซียวเฉิน ปิดเกมและลุกขึ้น “จริง ๆ ฉันก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว”
“ไปที่โรงอาหารของบริษัทสิครับ พี่ยังไม่เคยไปเลยใช่ไหม?”
เซียวเฉิน ส่ายหน้า “ยังไม่เคยเลย แล้วอาหารที่นั่นอร่อยไหม?”
“อาหารในโรงอาหารบริษัทของเราถือว่าไม่เลวเลย แล้วที่นั่นยังติดอันดับอาหารอร่อยในหลงไห่อีกด้วยนะ!” ติงลี่ ยกนิ้วขึ้นแล้วลดเสียงให้เบาลง “และที่สำคัญสุดคือว่า มันมีสวัสดิการให้!”
“สวัสดิการอะไร?”
“สาวงามยังไง ในบริษัทของเรามีสาวงามอยู่มากมาย ซึ่งปกติจะอยู่ในแผนกของตัวเอง ทำให้แทบจะไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอ...แต่ใน่เวลากินข้าว พวกเธอก็จะปรากฏตัวออกมาให้เราเห็น....”
เซียวเฉิน มองไปที่ ติงลี่ จากนั้นใช้นิ้วดีดไปที่หน้าผากของอีกฝ่าย “ติงลี่ เอ๋ย ฉันว่าแล้วเมื่อเด็กน้อยอย่างนายได้เป็พนักงาน ก็จะต้องเรียนรู้สิ่งที่ไม่ดีติดมาได้!”
“เอ่อ ที่ไหนกันละ ผมไม่ได้แย่ขนาดนั้นซะหน่อย!“ ติงลี่ เกาหัว พร้อมกับยกยิ้มประจบประแจงขึ้น
“เหอะ คิดว่าฉันเป็คนขี้หลีอย่างงั้นเรอะ? ตัวนายเองทำตัวน่ารังเกียจก็พอแล้ว อย่าเหมารวมฉันไปด้วย...ฉันไม่ชอบคนที่ตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกอย่างนาย จงเรียนรู้จากฉันคนนี้ให้เยอะ ๆ ทำทุกอย่างให้ชัดเจน....ไป ไปดูสาวสวย....ไม่ใช่ ไปกินข้าวกัน!” เซียวเฉิน โบกมือแล้วเดินนำออกไป
“.......”
ติงลี่ พ่ายแพ้อย่างหมดท่า แม้เขาจะเป็คนไร้ยางอาย แต่ก็ไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน! เขาเคยเห็นคนเ้าชู้แต่ก็ไม่เคยเห็นคนที่เ้าชู้ได้ถึงขั้นนี้เลย!