เฟยหลงเดินไปที่โต๊ะพร้อมกับรินสุราให้กับเสี่ยวจุน
“นี่เป็นเอกสารกรรมสิทธิ์บ้านหลังนี้ส่วนนี่เป็นหนังสือรายงานตัวสำหรับเด็ก ๆข้าให้ท่านผู้นำหมู่บ้านจัดการเรื่องเรียนให้กับหลาน ๆ ของท่านเรียบร้อยแล้วส่วนเงินนี่ข้ามอบให้ท่านเอาไว้ใช้จ่าย โอสถเม็ดนี้ให้ท่านทานหลังจากที่ข้าจากไปแล้วเท่านั้น”
“เจ้าหนุ่ม........”
“ท่านอย่าได้ปฏิเสธของที่ข้าให้ข้ารู้ว่าท่านจะพูดอะไร แต่ท่านต้องคิดถึงหลาน ๆ ของท่านด้วย ของพวกนี้ข้าใช้เงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นท่านอย่าได้เกรงใจโปรดรับมันไว้ด้วย เป็นการตอบแทนที่พวกท่านช่วยชีวิตข้าเอาไว้”
“ขอบใจเจ้ามากเฟยหลงและขอบคุณแทนเด็ก ๆ ทุกคนด้วย ข้าเคยฝันมาตลอดว่าอยากให้หลาน ๆของข้าได้อยู่บ้านดี ๆ และได้มีโอกาสเรียนหนังสือหนังหาเหมือนกันเด็ก ๆ คนอื่น ๆแต่ไม่คิดว่าเจ้าจะสามารช่วยทำให้ตาแก่คนนี้สมหวังได้ ขอบคุณเจ้าจริง ๆ เฟยหลง”
เสี่ยวจุนพูดพร้อมๆ กับน้ำตาคลอ เขารีบกระดกเหล้าจนหมดจอกเฟยหลงเองก็กระดกเหล้าจนหมดจอกเช่นเดียวกันทั้งคู่นั่งดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆมากมาย เฟยหลงได้สอบถามข้อมูลต่าง ๆ ของอาณาจักรสายลมแห่งนี้เพราะเขาเองก็ไม่เคยมายังอาณาจักรสายลมเลย
เสี่ยวจุนเล่าเรื่องราวของอาณาจักรสายลมให้กับเฟยหลงฟังพวกเขานั่งคุยกันจนดึก จึงเข้าห้องกลับไปพักผ่อนรุ่งเช้าเฟยหลงจึงขอตัวลาจากครอบครัวของเสี่ยวจุน พวกเด็ก ๆ ต่างวิ่งมากอดเฟยหลง
“พี่เฟยหลงว่างๆ ท่านก็มาเยี่ยมพวกเราบ้างนะ พวกเราสัญญาจะตั้งใจเรียนและเชื่อฟังท่านปู่พวกเราจะตั้งใจเรียน พี่เฟยหลงอย่าลืมกลับมาเยี่ยมพวกเราด้วยนะ”
“หากข้ามีโอกาสข้าจะกลับมาเยี่ยมพวกเจ้า ข้าไปก่อนนะ”
พวกเด็กๆ ยืนมองดูเฟยหลงเดินจากไปจนลับตา เสี่ยวจุนจึงได้เอ่ยขึ้นมา
“เอาหละพวกเจ้าเองก็กลับไปเตรียมตัวได้แล้วพรุ่งนี้ปู่จะพาพวกเจ้าไปรายงานตัว พวกเจ้าทุกคนจะได้เรียนหนังสือกันแล้ว”
เสี่ยวจุนกลับห้องไปเขามองไปยังถุงที่เฟยหลงมอบให้ไว้เมื่อคืนเขาค่อย ๆ เปิดมันออกมาเพื่อจะเอาเอกสารรายงานตัวของเด็ก ๆ แต่เมื่อเขาเปิดถุงออกดูเสี่ยวจุนพบว่าภายในถุงนั้นมีเอกสารกรรมสิทธิ์บ้านหลังนี้ที่เป็นชื่อของเขาเอกสารรายงานตัวของเด็ก ๆ และยังมีเงินจำนวนมากอยู่ในถุงใบนั้นอีกด้วย
เสี่ยวจุนเทของทั้งหมดลงบนเตียงนอนของเขาเขาพบว่าเงินที่เฟยหลงมอบให้เขาเก็บเอาไว้มีราว ๆ ห้าหมื่นเหรียญทองได้ และยังมีโอสถอีกหนึ่งเม็ดเสี่ยวจุนจำได้ว่าเฟยหลงสั่งเอาไว้ให้เขาทานโอสถเม็ดนี้หลังจากที่เขาจากไปแล้วเท่านั้น
เสี่ยวจุนหยิบโอสถเม็ดนั้นขึ้นมาพิจารณา แต่เขาก็ไม่มีความรู้เรื่องโอสถเขาตัดสินใจเชื่อคำของเฟยหลง เสี่ยวจุนนำโอสถนั้นใส่ปากของเขาทันทีในจังหวะนั้นเสี่ยวหลุนเองวิ่งเข้ามาหาปู่ของเขาพร้อมกับเด็ก ๆ ทั้งหมด
“ท่านปู่พี่เฟยหลงฝากเอกสารเข้าเรียนของพวกเราไว้ที่ท่านปู่หรือไม่?หรือว่าพี่เฟยหลงลืมเขานำติดตัวไปด้วย แล้วพวกเราจะเอาเอกสารที่ไหนไปรายงานตัวกัน”
“พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงพี่เฟยหลงของพวกเจ้าเตรียมทุกอย่างไว้ให้พวกเจ้าหมดแล้ว”
แต่เด็กๆ กับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นร่างกายของปู่ของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไป
“ท่านปู่ใบหน้าของท่านปู่ ท่านปู่ใบหน้าของท่าน...... ท่าน......”
“นี่พวกเจ้าเป็นอะไรกันทำหน้ายังกับเห็นผีอย่างนั้น”
เสี่ยวหลุนรีบวิ่งไปเอากระจกมาให้ปู่ของเขาอย่างรวดเร็วเมื่อเสี่ยวจุนเห็นใบหน้าของตัวเองในกระจกเขามองดูอย่างไม่เชื่อสายตาเมื่อสังเกตทั้งมือ หรือผิวหนัง ทั้งหมดกลับมาเต่งตึงตอนนี้เขาดูเหมือนชายหนุ่มอายุสามสิบกว่าเท่านั้น
เสี่ยวจุนรีบโอบกอดหลานๆ ของเขาเอาไว้
“ขอบคุณเฟยหลงคำขอทุกอย่างของเจ้าเป็นจริงแล้วเสี่ยวหลุน สวรรค์ได้ยินคำขอของเจ้าเลยส่งพี่เฟยหลงมาช่วยพวกเรา”เสี่ยวจุนกอดหลานๆ ของเขาแน่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา
เฟยหลงออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองหลุยโจเขาได้ฟังจากปู่เสี่ยวจุนว่าที่เมืองหลุยโจนั้นเป็นแหล่งที่มีผู้ฝึกเวทอยู่กันเป็นจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ฝึกเวทธาตุลม คราวนี้เฟยหลงใช้กระบี่บินในการเดินทาง
“สมกับเป็นทวีปแห่งสายลมจริงๆ” เฟยหลงมองไปทางไหนก็พบเห็นแต่กังหันลมพวกเขานำพลังงานลมมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันเมื่อเฟยหลงเดินทางได้ครึ่งวันเขาก็มาถึงเมืองหลุยโจเฟยหลงล่อนกระบี่ลงก่อนถึงหน้าประตูเมือง
การตรวจสอบของที่นี่เข้มงวดเป็นอย่างมากแต่ค่าผ่านประตูเมืองเฟยหลงต้องจ่ายเพียงแค่ห้าเหรียญทองเท่านั้นซึ่งนับว่าเป็นราคาที่ถูกเป็นอย่างมากหลังจากที่เฟยหลงถูกตรวจสอบและเข้าเมืองได้แล้วในขณะที่เขากำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่นั้น
“เฮ้เจ้าหนุ่ม เจ้าคงเคยมาเมืองหลุยโจนี่เป็นครั้งแรกใช่ไหม?”เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านมุมตึกที่เขากำลังเดินผ่านเฟยหลงหันไปมองพร้อมกับเอ่ย
“ท่านพูดกับข้าเช่นนั้นหรือ?”
“ข้าพูดกับเจ้านั่นแหละดูจากการแต่งตัวของเจ้าคงไม่ใช่คนเมืองหลุยโจอย่างแน่นอน”
“ใช่แล้วหละข้าพึ่งจะมาถึงเมืองหลุยโจแห่งนี้ และนี่เป็นครั้งแรกที่ข้ามาด้วย”
“ข้าชื่อฉีเค่อ แล้วเจ้าหละชื่ออะไร?”
“ข้าชื่อเฟยหลง”
“เจ้ามาที่นี่ครั้งแรกเช่นนั้นเจ้าคงไม่รู้สินะว่าเมืองหลุยโจแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย เจ้ามาที่นี่เจ้าไม่ต้องกังวลใดๆ ข้าจะพากเจ้าไปเล่นอะไรสนุก สนุก ไหน ๆเจ้าก็เที่ยวเมืองหลุยโจทั้งที ข้าในฐานะเจ้าบ้านจะขอต้อนรับเจ้าเป็นอย่างดีเอง”
“ท่านจะพาข้าไปเล่นสนุกอะไรอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าเคยได้ยินของเล่นที่เรียกว่าการทอยเต๋าหรือไม่?”
“ข้าไม่เคยได้ยินเละไม่เคยรู้จักมันสนุกมากเช่นนั้นหรือ? ท่านช่วยพาข้าไปเล่นดูสักครั้งได้ไหม?”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ข้าว่าแล้วเจ้าต้องสนใจ เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปเองมีผู้คนนิยมเล่นกันเยอะมาก หากเจ้าโชคดีสักหน่อย เจ้าอาจได้เงินกลับไปด้วยก็ได้”
เฟยหลงเดินตามฉีเค่อไปฉีเค่อพาเฟยหลงเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยอยู่ครู่หนึ่งจนมาถึงตึกใหญ่แห่งหนึ่งพวกเขาพากันเดินเข้าไปเฟยหลงพบว่ามีคนที่มาสถานที่แห่งนี้เป็นจำนวนมากเสียงร้องตะโกนด้วยความดีใจดังเป็นระยะ ๆ หลายคนก็สบทด่าด้วยความหงุดหงิด
“เฟยหลงเจ้ามาตรงนี้สิข้าจะสอนวิธีการเล่นให้เจ้าเอง เจ้าดูข้าก่อนหนึ่งรอบนะแล้วเจ้าค่อยเล่นเองทีหลัง”
“ได้สิเชิญเจ้าเล่นก่อนเลย”
“ก่อนอื่นเจ้านำเงินวางตรงกลางนี้เจ้าจะวางเท่าไหร่ก็ได้ ข้าจะวางห้าเหรียญทอง”เฟยหลงหยิบเหรียญทองขึ้นมาวางไปหนึ่งเหรียญทอง
“คู่แข่งของเจ้าอยู่ตรงกันข้ามเมื่อเจ้าวางเงินเสร็จเขาจะเป็นผู้เริ่มทอยลูกเต๋าก่อนหากแต้มของใครมากกว่าคนนั้นก็จะได้เงินทั้งหมดไปง่าย ๆ แค่นี้เจ้าคงเข้าใจใช่ไหม”
“อื่มข้าเข้าใจ”
“ของข้าได้สิบสองแต้ม”เชิญพวกเจ้าได้เลย ฉีเค่อหยิบลูกเต๋ามาทั้งสามลูกจากนั้นจึงโยนมันออกไป
“ของข้าได้สิบสามแต้มพวกเราชนะ” ฉีเค่อหยิบเหรียญทองมาคืนให้กับเฟยหลงสองเหรียญ
“เอาหละทีนี้ตาเจ้าเล่นเองบ้างข้าจะยืนดูเจ้าอยู่ข้างๆ”
เฟยหลงนำเหรียญทองสองเหรียญวางลงไปทางฝ่ายเจ้ามือจึงเริ่มทอยในทันที
“ของข้าแปดแต้ม”
เฟยหลงหยิบลูกเต๋ามาพิจารณาครู่หนึ่งจากนั้นเขาจึงลองโยนมันออกไปดู
“ของข้าเก้าแต้ม ข้าชนะ”
เฟยหลงนำเหรียญทองที่ได้ทั้งสี่เหรียญวางตรงกลางอีกครั้ง
“ของข้าสิบเอ็ดแต้ม”
“ของข้าสิบสองแต้มข้าชนะอีกแล้ว”
“ข้าบอกเจ้าแล้วเล่นง่ายและสนุกใช่ไหมละ เอาหละเจ้าเล่นไปก่อนนะข้าจะลองไปดูทางอื่นสักครู่ข้าจะกลับมาหาเจ้า”
“อื่มได้สิเจ้าอย่าไปนานนักหละ ข้ายังไม่มีที่พัก ข้ายังต้องไปหาที่พักอีก”
“เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องที่พักเจ้าเล่นให้สนุกเถอะ เมื่อเจ้าเบื่อแล้วข้าจะพาเจ้าไปหาที่พักเองข้ารู้จักโรงเตี้ยมดี ๆ หลายแห่ง เจ้าไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่พักหรอก”
หลังจากนั้นฉีเค่อจึงเดินจากไป เพราะคิดว่ายังไงเสียวันนี้เฟยหลงก็ต้องเสียให้กับเจ้าของบ่อนการพนันอย่างแน่นอนและเขาเองก็จะได้รับรางวัลที่สามารถนำเจ้าหนุ่มคนนี้เข้ามาเล่นในบ่อนแห่งนี้
“ท่านลุงอู๋ข้าพากเจ้าเด็กใหม่นั่นเข้ามา เจ้าหนุ่มนั่นจับลูกเต๋าครั้งแรกยังไงเสียท่านก็เหลือค่าที่พักไว้ให้เขาบ้างนะ”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้านี่มันรู้ใจข้าจริง ๆ เลยแล้วเจ้าไปเจอเจ้าหนุ่มนั่นที่ไหนอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าเจอเขาเดินเข้าเมืองมาไม่ใช่คนเมืองหลุยโจอย่างแน่นอน”
ฉีเค่ออยากไปเล่นพนันอย่างอื่นรอเวลาแต่เงินของเขาเหลือน้อยเต็มทีหากเขาเสียพนันหมดเย็นนี้เขาจะต้องอดข้าวเย็นอย่างแน่นอนฉีเค่อหวังว่าจะได้รับเงินจำนวนไม่น้อยจากบ่อนแห่งนี้ เพราะทุกครั้งเขาจะได้รับค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยเหรียญทองเขาเองเคยทำแบบนี้เป็นประจำ และลูกค้าทุกคนที่เขาพามามักจะเสียจนหมดตัวแทบทุกคนและตอนนี้เงินในกระเป๋าของเขาเหลือเพียงแค่ไม่กี่เหรียญทองเท่านั้น
ลุงอู๋ข้าออกไปหาอะไรทานข้างนอกก่อนนะหากมีอะไรให้คนไปตามข้าได้เลย ข้าเองคงนั่งอยู่ร้านเดิมนั่นแหละ
“ได้สิเจ้าไม่ต้องห่วงหากเจ้าหนุ่มนั่นหมดตัวเมื่อไหร่ข้าจะให้คนไปเรียกเจ้า”
“ขอบคุณท่านลุงอู๋มากข้าไปก่อนหละโชคดีนะลุงอู๋”
ฉีเค่อเดินออกจากบ่อนการพนันแห่งนี้ไปเขามุ่งตรงไปยังร้านประจำของเขา ทุก ๆ ครั้งที่เงินเขาเหลือน้อยเขามักจะมาหาอะไรทานที่ร้านนี้เพราะร้านนี้ทั้งราคาถูกและอาหารก็อร่อยไม่แพ้โรงเตี้ยมใหญ่ ๆ เลย
ทางด้านเฟยหลงหลังจากที่ฉีเค่อจากไปเขาก็ยังคงชนะอยู่เขาหยิบเหรียญทองที่ได้ทั้งหมดวางตรงกลางโต๊ะเช่นเดิม ทั้งหมดหกสิบสี่เหรียญทองเชิญท่าน
“ของข้าสิบสี่แต้ม”
เฟยหลงหยิบลูกเต๋ามายิ่งเล่นเขายิ่งจับทางวิธีการทอยลูกเต๋าได้
“ของข้าสิบห้าแต้มข้าชนะอีกแล้ว”
เฟยหลงยังคงไม่เก็บเงินเดิมพันไว้เขายังคงนำเงินที่ได้วางเพิ่มเข้าไปอีกรวมเป็น หนึ่งร้อยยี่สิบแปดเหรียญทอง
“ของข้าสิบสามแต้ม”
“ข้าสิบสี่แต้มข้าชนะอีกแล้ว”
รวมเหรียญทองที่เขาได้ในตอนนี้สองร้อยห้าสิบหกเหรียญทองไปแล้วแต่เฟยหลงยังคงไม่ยอมหยุดเขาเลือกที่จะเล่นต่อ