“ทุกคนครับสำหรับการรีวิววันนี้ ผมจะเริ่มจากรสชาติที่ผมชอบน้อยที่สุดไล่ไปจนถึงรสชาติที่ผมชอบมากที่สุดแล้วกันนะครับ” หวังหง กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
“เอ๋…แล้วน้องหวังชอบรสไหนมากที่สุดล่ะ?” เฉินโจว ถามพลางยิ้มกว้างด้วยความสนใจ“ของฉันน่ะชอบรสผัดพริกแกงไก่เลย แค่พูดถึงก็เริ่มหิวขึ้นมาแล้ว!”
เขาได้ยินมาว่า หวังหง เป็เหมือนผู้เชี่ยวชาญด้านรสชาติอาหารอยู่เหมือนกันก็เลยอดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่าเ้าตัวจะชอบรสเดียวกับเขาหรือเปล่า
หวังหงหัวเราะเบา ๆก่อนจะตอบกลับ “ฮ่าฮ่า... พี่เฉินของผม ชอบของเผ็ดสินะครับ ส่วนตัวผม...”เขาหยุดเล็กน้อยเหมือนจะเกริ่นให้ฟังอย่างมีจังหวะ “ผมชอบรส ‘ดอกซากุระ’มากที่สุดครับ”
ทุกคนในห้องทำหน้างงเล็กน้อยก่อนหวังหงจะอธิบายต่อด้วยแววตาเป็ประกาย
“รสชาตินี้อาจจะไม่ได้อร่อยที่สุดในแง่ของความกลมกล่อมนะครับแต่มันมีความสร้างสรรค์สูงมาก เส้นบะหมี่ที่ใช้เป็สีขาวบริสุทธิ์แล้วเครื่องปรุงที่อยู่ในซองเป็สีชมพูอ่อน คล้ายกลีบดอกซากุระจริง ๆที่สำคัญคือมันเป็รสแบบแห้ง เวลาคลุกเคล้าเสร็จ สีขาวของเส้นกับสีชมพูของเครื่องปรุงมันออกมาสวยมากเหมือนกำลังจัดจานศิลปะเลยครับ”
เขาหลับตานิด ๆเหมือนกำลังนึกภาพในหัวอย่างเคลิ้มฝัน “กลิ่นก็หอมหวานเบา ๆ ไม่ฉุนแต่แทรกตัวเข้ามาในจมูกแบบนุ่มนวล เหมือนเดินอยู่ใต้ต้นซากุระเลยล่ะครับ... ทั้งรสกลิ่น สี ทุกอย่างเข้ากันได้ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ”
“นี่ ๆทุกคน! ฉันเองก็ชอบรส ‘ดอกซากุระ’ ที่สุดเหมือนกันเลยนะ!” เกาอิ้งพูดเสียงใสพร้อมรอยยิ้มกระตือรือร้นใบหน้าของเธอเปล่งประกายด้วยความดีใจที่ได้เจอคนชอบรสเดียวกัน
“ส่วนของฉันนะ...ชอบรสสเต๊กเนื้อวัวที่สุด!” หลิวจื้อิพูดขึ้นบ้างพร้อมแลบลิ้นเลียริมฝีปากก่อนหัวเราะเสียงดัง “ฉันชอบตรงที่มันเข้มข้น แล้วก็มีกลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆกับกลิ่นรมควันบาง ๆ ด้วย ว่าแล้วตอนรีวิวรสนี้ก็อย่าลืมทำมาเผื่อฉันด้วยล่ะ!”
จริง ๆ แล้วหลังจากที่รู้ว่าเฉินโจวจะทำคอนเทนต์รีวิวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนี้เขาก็รีบไปหาซื้อมาลองชิมจนครบทุกรสแล้ว แบบนี้จะได้แสดงความเห็นได้อย่างมั่นใจ
ในขณะที่ทุกคนแลกเปลี่ยนความเห็นกันสนุกสนานเสียงของ จินหงเหว่ยก็ดังขึ้นมาเรียบ ๆ
“ทุกคนไม่ต้องหันมามองผมหรอกครับ...ผมน่ะ ไม่เคยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพวกนี้เลย” เขาพูดนิ่ง ๆ พลางส่ายหน้าเบา ๆ
เสียงรอบวงเงียบลงครู่หนึ่งก่อนจะแสดงสีหน้าใออกมาแทบพร้อมกัน
อะไรนะ!? อายุป่านนี้ไม่เคยกินเลยเนี่ยนะ!?
หลังจากเสียงเซอร์ไพรส์และหัวเราะเบาๆ จางลง ทุกคนก็เริ่มตั้งสติ และเข้าสู่โหมดจริงจังเฉินโจวพูดคุยกับหวังหงเพื่อจัดเรียงลำดับรสชาติที่จะรีวิวให้ชัดเจนแล้วช่วยกันเตรียมบะหมี่ที่ต้องใช้ในการถ่ายทำ
เมื่อทุกอย่างพร้อมเขาก็หยิบกล้องมือถือของหลิวจื้อิขึ้นมาตรวจเช็กคุณภาพการบันทึกอย่างถี่ถ้วน—ภาพชัด สีสวย มุมมองโอเคสรุปว่าน่าพอใจสำหรับการถ่ายคลิปนี้มาก
“เอาล่ะ!ได้เวลาลงมือแล้ว!” เฉินโจวพูดขึ้นมาเบา ๆ กับตัวเองก่อนจะกดปุ่มบันทึกวิดีโอ
แถมคลิปนี้ก็ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวมากมายอะไรเพราะจะเน้นนั่งกินบนโต๊ะ มีแต่แขนมือและปากขยับเป็ส่วนใหญ่หลังจากใช้ไม้ตั้งกล้องมาตั้งหามุมภาพที่ออกมาดูดีที่สุดแล้วก็ได้เวลาถ่ายทำกันแล้ว
“สวัสดีครับทุกคนผมหวังหง หรือที่หลายคนเรียกกันว่าเ้าอ้วนหวัง ลิ้นเทวดาสำหรับวันนี้ผมมีเคสพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนผมจะมารีวิวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อดังที่คิดว่าทุกคนต้องเคยลองกันแล้วแน่นอนบะหมี่ยี่ห้อนี้ออกซีรีส์ไฮคัพมาั้แ่ต้นปีที่ผ่านมา
ตอนนี้ออกมาแล้วทั้งหมด 7 รสชาติครับ! ใช่แล้ว 7 รสชาติซึ่งก็แน่นอน หลายคนคงเคยเห็นรีวิวของแต่ละรสชาติกันมาแล้วบ้างแต่…ไม่มีใครเคยรีวิวครบทุกอย่างในคลิปเดียวมาก่อนเลยวันนี้ผมจะมาลองทุกรสชาติที่มีให้ดูพร้อมกันเลย เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า…”
เฉินโจวที่นั่งฟังอยู่นั้นก็เริ่มรู้สึกโล่งใจเพราะเห็นหวังหงพูดได้ดีมากการเปิดตัวรีวิวอย่างมีความเป็มืออาชีพ ราวกับเขาเคยทำแบบนี้มาแล้วเป็พัน ๆครั้งด้วยการใช้ประสบการณ์จากการเขียนรีวิวอาหารในบล็อกมาปรับใช้กับคลิปนี้ได้อย่างลงตัวแถมยังมีการใส่มุกตลกเข้าไปเล็กน้อยเพื่อไม่ให้มันดูซีเรียสเกินไปทว่าก็ยังคงมีความรู้สึกว่า…มันยังขาดอะไรบางอย่างอยู่? เฉินโจวเริ่มคิดว่ามันคืออะไร?แต่ก็ยังนึกไม่ออก
จินหงเหว่ยที่เงียบมาตลอดก็ค่อยๆ ยกมือขึ้นแล้วพูดขึ้นว่า
“ขอโทษนะครับผมคิดว่ารีวิวของหวังหงนั้นดีมากเลยนะครับ ลื่นไหล น้ำเสียงดี จังหวะดีมากแต่ผมรู้สึกว่ามันยังขาดอะไรบางอย่างไปนะครับ”
ทุกคนในห้องเงียบและหันมามองเขาด้วยความสงสัยโดยเฉพาะหวังหงที่อยากรู้ว่ามันยังขาดอะไรอีกจินหงเหว่ยเห็นทุกคนมองมาที่ตัวเองก็ทำหน้าเล็กน้อยยิ้มอ่อนก่อนจะดันสะพานแว่นเล็กน้อยแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ดูรอบคอบ
“ผมคิดว่าการรีวิวจากแง่มุมของผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารนั้นดีอยู่แล้วครับแต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่คนดู้าผมว่าเราน่าจะลองให้หวังหงร่วมรีวิวกับคนที่ไม่ได้เป็ผู้เชี่ยวชาญในเื่อาหารเลยซึ่งอาจจะเป็ตัวแทนของคนปกติทั่วไปที่ไม่ได้ใส่ใจในรายละเอียดเยอะนัก แค่ชอบกินก็พอจะทำให้การรีวิวมีมุมมองที่หลากหลายมากขึ้นอีกทั้งยังทำให้คลิปดูมีสีสันมากขึ้นด้วยครับ”
เมื่อได้ยินคำแนะนำของจินหงเหว่ยทุกคนเริ่มคิดตาม เขากำลังพูดถึงการนำเสนอที่มีมุมมองที่หลากหลายนำความรู้สึกของคนธรรมดามาเสริมให้การรีวิวดูเป็ธรรมชาติและเข้าถึงคนดูได้ง่ายขึ้น
หวังหงพยักหน้าเห็นด้วย“อืม… เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ ไว้ลองทำดูตามที่คุณว่า”
จินหงเหว่ยเมื่อพูดมาถึงจุดนี้แล้วก็หยุดพูดพร้อมกับมองไปที่เฉินโจวด้วยใบหน้าจริงจัง ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“เฉินโจวผมขอแนะนำให้เกาอิ้งมาทำหน้าที่รีวิวคู่กับหวังหงเลยครับ”
เกาอิ้งที่ได้ยินก็ใมาก เพราะที่เธอมาวันนี้ก็แค่แวะมาดูเฉย ๆ เท่านั้นและไม่เคยคิดจะมานั่งรีวิวด้วยเลย
หลิวจื้อิที่ได้ยินก็รู้สึกว่าน่าสนใจเขาหันไปมองทางเกาอิ้งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงขบขัน
“เกาอิ้งฉันว่าเธอมารีวิวคู่กับหวังหงก็ดีนะ มีชายหญิงรีวิวคู่กันโดยมีผู้รีวิวด้านผู้เชี่ยวชาญด้านรสชาติอาหารแบบหวังหง ส่วนเธอก็แบบคนปกติและที่สำคัญมีผู้หญิงสวย ๆ มาอยู่ในคลิปด้วย ยิ่งดึงดูดคนดูนะ จะบอกให้ ฮ่าฮ่าฮ่านายว่างั้นไหมเฉินโจว?”
เกาอิ้งที่ได้ยินก็หน้าแดงขึ้นท่าทางลนลาน ดูแล้วรู้สึกถึงความน่ารักและน่าทะนุถนอม เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ
“ตัวฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลยนะถ้าถ่ายออกมามันจะดูได้เหรอ? เอาเป็คนอื่นแทนดีกว่าไหม?”
จินหงเหว่ยได้ยินแบบนั้นก็พูดด้วยเสียงนิ่งเรียบพร้อมกับใบหน้าจริงจัง
“ตามความคิดของผมเกาอิ้งเหมาะสมที่สุดแล้ว อีกอย่างคลิปนี้ไม่ใช่การไลฟ์สดถ้าผิดพลาดตรงไหนก็แค่ถ่ายใหม่แค่นั้นเอง ไม่เห็นจะเป็ไรเลยครับ”
คำพูดของจินหงเหว่ยทำให้เกาอิ้งรู้สึกมั่นใจขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยกล้าทำเท่าไหร่
เฉินโจวที่มองดูทุกอย่างก็ได้แต่ตกตะลึงใช่แล้วไอ้ที่เรารู้สึกว่ามันยังขาดอะไรไป ก็เป็อย่างที่จินหงเหว่ยบอกการเพิ่มคนปกติเข้าไปรีวิวร่วมด้วยก็เป็การสร้างสีสันและเติมเต็มให้กับคลิปนี้มากขึ้นอืม สมแล้วที่เป็คนเรียนบริหารธุรกิจ มองอะไรที่สามารถเพิ่มยอดหรืออะไรให้ดีขึ้นมาได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ เฉินโจวยิ่งคิดยิ่งนับถือ
หลังจากโดนกล่อมจากทุกคนอยู่พักใหญ่ในที่สุดเกาอิ้งก็ยอมมาถ่ายรีวิวคู่กับหวังหงจนได้ เป็อะไรที่น่าเหลือเชื่อมากเกาอิ้งที่ไม่เคยมาทำอะไรแบบนี้มาก่อนกลับรีวิวเข้าคู่กับหวังหงได้อย่างลงตัวเป็ธรรมชาติแทบไม่มีอะไรติดขัด
เรียกได้ว่ามีการกลับมาแก้ถ่ายใหม่น้อยมากจนในที่สุดก็ถ่ายทำออกมาได้จนจบอย่างไม่มีปัญหา ส่วนตัวของเฉินโจวเองเขาพอใจกับคลิปวิดีโอนี้มาก แต่กับคนดูจะรู้สึกยังไงก็พูดยากอยู่
“เกาอิ้งนี่เธอมีพร์ทางด้านนี้นะเนี่ย อืม อืม”หลิวจื้อิเอามือเท้าคางทำหน้าครุ่นคิดหลังจากดูจนจบในการถ่ายคลิปวิดีโอในครั้งนี้
จินหงเหว่ยอดพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมพูดว่า
“ทุกอย่างเป็อย่างที่ผมคิดเอาไว้ไม่มีผิดเฉินโจวคลิปวิดีโอตัวนี้หลังตัดต่อเสร็จเอาเข้าช่องให้คนดูจะต้องเป็ที่ถูกพูดถึงเป็วงกว้างแน่ๆ”
เฉินโจวรู้สึกดีใจที่การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของคลิปครั้งนี้ได้รับคำชมจากเพื่อนๆ ที่อยู่ในทีม เขาคิดว่า คลิปนี้น่าจะได้รับความสนใจจากคนดูไม่น้อย
หวังหงเองก็พอใจกับการรีวิวที่คู่กันกับเกาอิ้งมากการรีวิวที่จริงจังในแต่ละรสชาติของเขาก็มีรีวิวจากคนธรรมดาที่อาจจะไม่ได้คิดแบบเดียวกันแต่กลับเติมเต็มในแต่ละรสชาติที่รีวิวได้เป็อย่างดี ช่างน่ามหัศจรรย์จริง ๆ
เฉินโจวที่กำลังพอใจกับการถ่ายคลิปวิดีโอในวันนี้ก็กำลังคิดอยู่ว่าตอนนี้ก็เหลือแค่การเอาไปตัดต่อแล้ว ส่วนนี้เองก็สำคัญมาก ๆ เช่นกันการตัดเอา่สำคัญมาใช้อย่างเหมาะสมจุดไหนควรเน้นควรตัดหรือแม้แต่การใส่เพลงประกอบที่เข้ากับเนื้อหาคลิปก็จะยิ่งดึงดูดให้คนดูคลิปให้จบได้มากขึ้นอีกทางแต่ถ้าจะหาให้ได้ดีก็ยิ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงมากขึ้นหรือเปล่า
ขณะที่เฉินโจวกำลังคิดเกี่ยวกับเื่คนตัดต่อคลิปวิดีโออยู่นั้นจินหงเหว่ยก็พูดทักขึ้นมาว่า
“เฉินโจว ตอนนี้ก็เหลือแค่การตัดต่อคลิปวิดีโอแล้วนายมีคนที่จะตัดต่อไว้แล้วหรือยัง ถ้ายังไม่มีผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการตัดต่อคลิปวิดีโอถ้าสนใจก็สามารถฝากเพื่อนของผมคนนี้ได้ส่วนเื่ราคาผมจะขอให้เป็ราคาแบบมิตรภาพให้สำหรับครั้งนี้”
หลังฟังเฉินโจวฟังก็รู้สึกว่าไม่เลวเหมือนกันการที่ฝากให้กับเพื่อนของจินหงเหว่ยทำนอกจากจะได้ราคาแบบมิตรภาพแล้วจินหงเหว่ยเองที่อยู่ในเหตุการณ์ถ่ายคลิปในวันนี้ก็สามารถบอกถ่ายทอดให้กับเพื่อนของเขาได้ดียิ่งขึ้น
“ได้ฉันไม่มีปัญหาในเื่นี้ จินหงเหว่ยยังไงฉันก็ขอฝากเื่นี้ด้วยนะว่าแต่นายคิดว่าต้องใช้เวลากี่วันถึงจะตัดต่อเสร็จได้ละ”
เฉินโจว้ารู้คำตอบนี้มากเพราะถ้าช้าไปก็อาจจะเอาคลิปวิดีโอนี้มาทำภารกิจของระบบไม่ทันถ้าเป็อย่างนั้นที่ทำมาทั้งหมดก็แทบจะเปล่าประโยชน์
“อืม.…ผมคิดว่าเต็มที่ก็น่าจะไม่เกินสามวันนะแต่เอาแบบนี้ละกันทางผมจะเร่งให้ทำเป็กรณีพิเศษให้เลยก็แล้วกันเต็มที่ก็ไม่เกินสองวันแน่ ๆ คนทำเป็เพื่อนสนิทที่ผมรู้จัก ก็เลยพอจะเดา ๆ ได้ว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกินนี้”
จินหงเหว่ยทำหน้าจริงจังพร้อมรับปาก