ตอนที่ 17 : เชี่ยหลีเนียงบังเกิดโทสะ
“อืม... ดี!!! ข้ามาในครั้งนี้ แค่อยากทราบสาเหตุ ของอาการาเ็ ที่เกิดขึ้นกับคุณชายม๋อเทียน จากข่าวลือข้าได้ทราบมาว่า คุณชายม๋อเทียน สูญเสียพลังยุทธจนหมดสิ้นนั้น เป็เื่จริงหรือไม่” ปิงลี่กล่าว
“เอ่อ... เื่นี้... เป็เื่จริง!!!” ประมุขม๋อเป่ยกล่าวอย่างจริงจัง
“เฮ้อ!!! ช่างน่าเสียดาย อัจฉริยะของเมืองนี้ ได้ร่วงหล่นอีกดวงแล้ว เมื่อเป็เช่นนี้ ท่านประมุขจะว่าอะไรหรือไม่ ถ้าหากว่าข้า... ซึ่งเป็อาจารย์ของตงเหมยซี จะขอให้ท่านยกเลิก สัญญาการหมั้นหมาย แทนศิษย์ของข้า”
“ท่านประมุขม๋อเป่ย ข้าเพียงไม่อยาก ให้อนาคตของลูกศิษย์ ต้องพังทลายลง นางเป็คนที่มีพร์ ด้านเชิงยุทธมากกว่าใคร และเป็ที่หมายปอง ต่อเหล่าอัจฉริยะอีกมากมาย” ปิงลี่กล่าวอย่างเฉยเมย
เมื่อได้ยินปิงลี่กล่าวจบ สายตาของม๋อเป่ยและป้าเชี่ย เบนมาสบตากัน ถึงม๋อเป่ยจะเป็ประมุขของตระกูล แต่เขาก็รู้สึกเกรงใจป้าเชี่ยอยู่มาก ถ้าไม่มีนาง ตระกูลม๋อคงไม่รุ่งเรืองอย่างทุกวันนี้
ขณะที่ทุกคนในห้องโถงรับรอง กำลังเคร่งเครียดกันอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงดังลอดผ่านประตูเข้ามาว่า
“คิดจะยกเลิกงานหมั้น!!! พวกท่านได้ถามความเห็น จากข้าแล้วหรือยัง??? ” ม๋อเทียนจูงมือของม๋ออิงเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ
“เ้าคือ... ม๋อเทียน...??? ” ปิงลี่ตั้งใจสังเกตเขาเป็พิเศษ นางััพลังปราณจากตัวเขาไม่ได้เลย สายตาของนาง มองเขาอย่างเวทนา และกล่าวว่า “น่าเสียดาย... หน้าตาและบุคลิก ที่สง่างามองอาจ ของเ้าเสียจริง ๆ ช่างเหมาะสม กับตงเหมยซียิ่งนัก... เฮ้อ!!!”
“เห๊อะ!!! ท่านผู้าุโปิงลี่ ท่านบอกว่าข้าเหมาะสม กับแม่นางตงเหมยซี แล้วท่านเคยคิดหรือไม่ว่า นางนั้นเหมาะสมกับข้าหรืออย่างไร??? ” ม๋อเทียนมองเข้าไปในดวงตาของนาง
“เหลวไหล!!! เ้าในตอนนี้ เป็เพียงแค่คนธรรมดา ที่ไร้ซึ่งพลังยุทธ... ช่างอวดดียิ่งนัก!!!” ปิงลี่กล่าวอย่างไม่พอใจ และหันไปทางประมุขม๋อเป่ย “นี่คือ มารยาทของรุ่นเยาว์ในตระกูลท่านงั้นรึ”
ก่อนที่ปิงลี่จะกล่าวจบ ก็มีเสียงสอดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง
“ความจริงแล้ว ข้าก็ไม่อยากแต่งงานเช่นกัน เพียงแต่ข้านั้น สำนึกในบุญคุณ ของท่านลุงฝ่านและท่านป้าเชี่ย ที่คอยดูแลข้ามาั้แ่ยังเล็ก เพื่อคุณธรรม ที่ไม่อยากจะเห็นการนองเืของตระกูลตง ทำให้ท่านลุงฝ่านสูญเสีย แม้กระทั่งชีวิตของตน แต่พอเห็นข้าหมดประโยชน์ ก็จะรีบถีบหัวส่ง นี่เป็คุณธรรมของท่านผู้าุโใช่หรือไม่” ม๋อเทียนแสดงสีหน้าเย้ยหยันและกล่าว
“..... ดีมากตระกูลม๋อ!!!” ปิงลี่กล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
“ม๋อเทียน!!! เ้ายังไม่ยอมหุบปากอีกรึ เด็กน้อย... เ้าไม่เพียง้า สร้างความลำบากให้แก่ตระกูล เ้ายังสามหาวพูดจาไร้สาระ ลบหลู่และอาจหาญตั้งข้อสงสัย ผู้าุโปิงลี่ ทำให้นางขุ่นเคืองใจ ต่อตระกูลม๋อของเรา เ้า้าอะไรกันแน่? ” ประมุขม๋อเป่ยดวงตาแปรเปลี่ยน เป็เฉยชาในขณะที่กล่าว อีกทั้งยังเผยให้เห็น เจตนาร้ายที่ซุกซ่อนเอาไว้
“ใช่!!! ขยะอย่างเ้าไม่มีสิทธิ์จะพูด ต่อหน้าท่านผู้าุโปิงลี่เช่นนี้”
ม๋ออู๋เสียเดินออกมา จากด้านหลังของประมุขม๋อเป่ย และปล่อยแรงกดดัน พลังปราณใส่ม๋อเทียน ส่วนม๋อเทียนก็แกล้งถอยหลังไป 5 ก้าว
“โอ้ววว...!!! นึกว่าใครเสียอีก ที่แท้ก็เป็คุณชายม๋ออู๋เสียนี่เอง นับว่าใช้ได้ อายุเพียง 17 ปีก็มีพลังปราณระดับ 10 ขอบเขตก่อเกิดกายาแล้ว ยินดีด้วยท่านประมุขม๋อเป่ย บุตรชายของท่าน นับว่าเป็อัจฉริยะเช่นกัน” ปิงลี่กล่าวพร้อมทั้งคารวะ
ป้าเชี่ยขมวดคิ้ว และขึ้นเสียงว่า “ท่านประมุข คงไม่ได้มอบโอสถบำรุงปราณ ระดับ 3 ที่ข้านำกลับมา เพื่อรักษาเทียนเอ๋อจากเมืองฝู่หลง ให้แก่ม๋ออู๋เสียใช่หรือไม่? ”
“เห๊อะ!!! เชี่ยหลีเนียง เ้าจะโวยวายไปทำไมกัน เงินที่เ้านำไปซื้อโอสถบำรุงปราณ ก็เป็เงินของตระกูลม๋อ และอีกอย่างข้าคือประมุขของตระกูล สามารถตัดสินใจได้ทุกเื่ โดยไม่จำเป็ต้องขอความคิดเห็นจากผู้ใด และม๋ออู๋เสียก็เป็คนเดียวในตระกูล ที่มีศักยภาพมากที่สุดในตอนนี้” ประมุขม๋อเป่ยตอบกลับไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ใช่แล้วท่านป้าเชี่ย... พอข้าได้กินโอสถบำรุงปราณเข้าไป พลังปราณก็บรรลุ ขึ้นไปเป็ระดับ 10 ขอบเขตก่อเกิดกายาทันที ข้าว่าท่านอย่าไปเสียทรัพยากร อันมีค่าให้กับไอ้ขยะ!!! เช่นนี้อีกเลย” ม๋ออู๋เสียกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“พวกเ้า!!! ดีมาก... ดีมาก...” เชี่ยหลีเนียงโกรธจนกระอักเืออกมา
“ท่านแม่!!! ท่านเป็อะไรหรือไม่” ม๋ออิงถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้า... ม๋อเทียนมองพวกท่านผิดไปจริง ๆ ข้าคิดว่าตระกูลม๋อ จะเป็ที่พักพิง อันแสนอบอุ่นแก่ข้า ทำไมพวกท่าน ไปเข้าข้างคนนอกตระกูล และช่วยกันรุมกล่าวหาข้า... ข้าผิดอย่างนั้นรึ!!! ที่ถูกคนมารุมไล่ล่า จนทำให้ข้าาเ็สาหัส... ข้าผิดงั้นรึ!!! ที่พลังยุทธสูญสลาย จนกลายเป็คนพิการ แม้แต่คนที่เป็ห่วงข้าอย่างท่านป้าเชี่ย พวกท่านยังกล้าทำร้าย จิตใจของนางจนกระอักเื... ช่างน่าผิดหวังยิ่งนัก” ม๋อเทียนกล่าวอย่างตัดพ้อ
ม๋อเป่ยกล่าวออกมาอย่างรุนแรงว่า
“ม๋อเทียน เ้าช่างมีวาจาคมคายจริง ๆ เ้าคงลืมไปเสียแล้วว่า ความเป็จริงนั้นเ้าไม่ใช่คนของตระกูลม๋อด้วยซ้ำ เ้าเป็เพียงแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่ง ข้าเห็นแก่หน้าของม๋อฝ่าน จึงให้เ้าใช้สกุลม๋อได้ ต่อมาข้าและผู้าุโในตระกูล เห็นว่าเ้าพอมีพร์ จึงแบ่งทรัพยากรจำนวนมาก ในตระกูลให้แก่เ้า”
“เหอะ!!! ต่อมาเมื่อเ้าสูญเสียพลังปราณ พวกข้าก็ยังมีเมตตา ให้ข้าวปลาอาหารและที่พักพิงแก่เ้าอีก เ้าจึงควรสำนึกบุญคุณ ของตระกูลม๋อให้มากเข้าไว้ ถ้าเ้าไม่พอใจ ก็จงออกไปจากที่นี่เสีย” มีรอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฏขึ้น เมื่อม๋อเป่ยกล่าวจบ
“อั๊ก!... แค่ก!... แค่ก!...” เชี่ยหลีเนียงค่อย ๆ ประคองตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ และกล่าวอย่างลำบากว่า
“ม๋อเป่ย!!! เ้า... เ้าเคยสัญญากับม๋อฝ่าน ก่อนที่เขาจะตายว่า จะช่วยดูแลเทียนเอ๋อและอิงเอ๋อเป็อย่างดี ไม่ให้ใครทำอันตรายพวกเขาได้”
“... เห๊อะ!!! แล้วข้าดูแลไม่ดีตรงไหน ข้าแค่ไม่อยากจะสูญเสียทรัพยากร ไปโดยเปล่าประโยชน์ก็เท่านั้น ถ้าเ้าไม่พอใจอยากไปอีกคนก็เชิญ!!! แต่ม๋ออิงนั้นจะต้องอยู่ในตระกูล เพราะยังถือว่านาง เป็ทรัพยากรบุคคล ของตระกูลเช่นกัน”
“ผู้าุโทุกท่านคิดเห็นเป็อย่างไร” ม๋อเป่ย อมยิ้มอย่างชั่วร้ายและกล่าว
“................” ผู้าุโหนึ่ง
“อืม... เอาตามนั้น!!!” ผู้าุโสอง
“ข้าเห็นด้วย!!!” ผู้าุโสาม
“ข้าเห็นด้วย!!!” ผู้าุโสี่
ผู้าุโส่วนใหญ่ ต่างก็เห็นด้วยกับคำกล่าวของประมุขม๋อเป่ย ส่วนคนอื่น ๆ ที่เหลือนั้นวางตัวเป็กลาง มองอย่างเวทนา ไปที่พวกเขาทั้งสามคน และคนนอกอย่างปิงลี่ ก็ยังคงแอบเหลือบมอง ดูละครฉากนี้พร้อมเผยรอยยิ้มขึ้นภายในใจ
ม๋อเทียนกวาดสายตามองดูทุกคน ที่อยู่ในห้องทั้งหมด และหัวเราะขึ้นพร้อมกับกล่าวว่า
“ฮ่า... ฮ่า... ฮ่า... ผู้าุโปิงลี่แห่งสำนักไหมฟ้า และประมุขตระกูลม๋อ ข้าม๋อเทียนต่อจากนี้ไป เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก ท่านป้าเชี่ยข้าขอโทษ ที่รักษาสัญญาหมั้น ที่ท่านลุงม๋อฝ่านทำไว้ไม่ได้” เขาหันไปคุกเข่าต่อหน้าเชี่ยหลีเนียง... และคำนับนาง
เมื่อทุกคนเห็นสายตาของม๋อเทียน หัวใจของทุกคน ล้วนเริ่มเต้นรัวและแรงขึ้นมา
พวกเขาล้วนสามารถััได้ ถึงบรรยากาศบางอย่าง ที่แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้
“เฮ้อ!!! ลุกขึ้นเถิดเทียนเอ๋อ เ้ากับตงเหมยซี คงไม่มีวาสนาต่อกัน อิงเอ๋อ เทียนเอ๋อ เราไปจากที่นี่กันเถอะ” เชี่ยหลีเนียงประคองเขาให้ลุกขึ้น พร้อมกำลังจะเดินออกจากห้องไป
“เดี๋ยว!!! ไอ้ขยะ!!! แกและป้าเชี่ยไปได้ แต่ม๋ออิงต้องอยู่!!!” ม๋ออู๋เสียะโออกมาขวางม๋ออิงหมายจะจับแขนนางไว้
“มับ!!!”
ม๋อเทียนยื่นมือมาจับที่ข้อมือของม๋ออู๋เสีย และกล่าวว่า “เ้าอย่ามาแตะต้องตัวน้องสาวของข้า” จากนั้นเขาก็ถีบไปที่ต้นขา ของม๋ออู๋เสียจนถอยร่นไปสี่ก้าว
ประมุขม๋อเป่ยและปิงลี่ขมวดคิ้วพร้อมกัน คนที่สูญเสียพลังปราณ ทำไมถึงสามารถ ทำให้ผู้ที่มีพลังปราณระดับ 10 ขอบเขตก่อเกิดกายานั้นถอยได้
“ไอ้ขยะ!!! เ้า!!! รนหาที่ตายงั้นรึ... หมัดผ่าพยัคฆ์!!!” ม๋ออู๋เสียปล่อยหมัดเป็รูปใบหน้าคล้ายพยัคฆ์ พุ่งไปที่หน้าอกของม๋อเทียน
“มับ!!!!!”
ม๋อเทียนยกมือขวาขึ้นมา จับไปที่หมัดของม๋ออู๋เสียอย่างง่ายดาย เขาไม่ขยับแม้แต่เพียงก้าวเดียว “หมัดนี้ของเ้า… ต่อยสุดแรงแล้วหรือ!!! งั้นตาข้าบ้าง”
“เพียะ!!!!!!” ม๋อเทียนตบไปที่ใบหน้าของม๋ออู๋เสียอย่างแรง
“อ๊ากกกกกก... ปึกกกกก!!!” ม๋ออู๋เสียตัวหมุนราวกับลูกข่าง กระเด็นไปกระแทกเข้ากับกำแพง ที่อยู่ทางด้านหลังของประมุขม๋อเป่ย
“เ้า...!!! นี่เ้า... สูญเสียพลังยุทธไปแล้วไม่ใช่หรือ??? ” ประมุขม๋อเป่ยใเป็อย่างมาก
“เดี๋ยว...!!! ม๋อเทียน ในเมื่อเ้าไม่ได้สูญเสียพลังยุทธ ก็ควรอยู่ช่วยเหลือตระกูลม๋อ ตอบแทนทรัพยากรของตระกูล ที่เ้าเคยใช้ไปเป็เวลาถึง 10 ปี” ผู้าุโหนึ่งกล่าวออกมาเสียงดัง
“ตุบ!!!”
ม๋อเทียนโยนของบางอย่าง ลงมาตรงหน้าประมุขม๋อเป่ย แล้วกล่าวขึ้นว่า “บัตรสีม่วงใบนี้ ภายในบัตรมีเงินอยู่ประมาน สิบห้าล้านเหรียญทอง เท่านี้ก็คงพอที่จะชดเชยทรัพยากร ที่ข้าและน้องอิงได้ใช้ไป ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา”
ใบหน้าของประมุขม๋อเป่ย กระตุกขึ้นทันที ที่ได้ยินจำนวนเงิน สิบห้าล้านเหรียญทองนั้น มีค่าเท่ากับหนึ่งในสาม ของทรัพสินย์ทั้งหมดของตระกูลม๋อ
“ม๋อเทียน เ้าคนอกตัญญู… อย่าอยู่เลย!!!” ผู้าุโหนึ่งพุ่งและซัดฝ่ามือใส่ม๋อเทียนและม๋ออิง
ระดับพลังปราณของผู้าุโหนึ่ง อยู่ในระดับ 1 ขอบเขตก่อเกิดจิต นี่ล้วนเป็ไปไม่ได้ ที่ม๋อเทียนและม๋ออิงในตอนนี้ จะสามารถต้านรับมันไว้ได้ ทว่าทันใดนั้น… มีร่างหนึ่งพลันปรากฏ ออกมายืนหยัดอยู่เบื้องหน้า ของม๋อเทียนและม๋ออิงในพริบตา ด้วยพลังลมปราณ ที่แผ่ครอบคลุมทั่วทั้งร่าง... เชี่ยหลีเนียงพลันปรากฏออกมาด้านหน้า!!!
เสียงสั่นะเืพร้อมทั้งฝุ่นละออง คละคลุ้งบดบังสายตาของทุกคน ผู้าุโหนึ่ง… ผู้ที่เพิ่งจะพุ่งตัวเข้าไปหาเป้าหมาย ถูกดีดกลับและลอยไปทางด้านหลัง เขาพยายามร่อนลง เพื่อยืนหยัดกับพื้นให้มั่น แต่ก็ยังคงต้องถอย ออกไปสี่ถึงห้าก้าว ก่อนที่จะสามารถตั้งหลักได้
“อึ๊ก!!!” เชี่ยหลีเนียง ฝืนกลืนโลหิตที่พุ่งมาจากลำคอ…..
“เชี่ยหลีเนียง!!! เ้าจะสามารถป้องกัน ได้สักกี่กระบวนท่ากัน” หากเป็ในอดีต ผู้าุโคงต้องหดหัว ต่อหน้าเชี่ยหลีเนียงอย่างแน่นอน เนื่องจากระดับพลังปราณ ของเขาและนางอยู่ในระดับเดียวกัน แต่เมื่อเดือนที่แล้ว เขาได้โอสถวิเศษ มาจากสำนักไหมฟ้า จึงสามารถทะลวง ข้ามไปเป็ระดับ 1 ขอบเขตก่อเกิดจิต ได้เป็ผลสำเร็จ เขาจึงสามารถะโ ใส่เชี่ยหลีเนียง ด้วยความมั่นใจเหลือล้น