ตอนที่10 ปัญหาเื่ค่ารักษาพยาบาล
หนิวชุ่ยฮวารู้สึกว่าตนเองโชคไม่ดีเลยหาของไม่เจอไม่พอ ยังมีคนมาจับได้อีก ทั้งยังต้องจ่ายค่าชดเชยให้เด็กบ้านั่นอีก 10หยวน
เธอมาทำความสะอาดคอกวัวหลายวันแล้วกลิ่นนั้นมันทำเธอสะอิดสะเอียนจนแทบอ้วก ฟู่ต้าหย่งและหวังซู่เหมยจะนำของที่ว่านั้นไปซ่อนไว้ที่ไหนกันนะ?
เธอไม่กล้าบอกฟู่เหล่าชวนถึงเื่ที่เธอผลักเสี่ยวฮั่วเพราะถึงอย่างไรเด็กนั่นก็เป็หลานสาวแท้ ๆ ของเขา แต่หากเธอไม่บอก เกิดเขารู้จากปากของคนอื่นเขาก็คงมาด่าเธอ
หนิวชุ่ยฮวานอนอยู่บนเตียงยิ่งคิดก็ยิ่งนอนไม่หลับ
…………
วันต่อมาฟู่เหล่าชวนกลับมาแต่เช้า ทันทีที่เขาเข้าไปในหมู่บ้าน เขาก็รู้สึกว่าสายตาของทุกคนดูแปลกไป
สายตาแปลกๆ ที่กำลังมองมาทางเขาแบบนั้น ดูเหมือนจะย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้ว……
เมื่อฟู่เหล่าชวนกลับถึงบ้านหนิวชุ่ยฮวายังคงนอนหลับฝันหวานอยู่ เธอฝันว่าเจอของสิ่งนั้นแล้ว และจากนั้นเธอก็ได้ใช้ชีวิตเยี่ยงนางพญา……
ในขณะที่เธอกำลังฝันหวานฟู่เหล่าชวนก็ดึงผ้าห่มออกจากตัวของเธอ
“ใครกันเนี่ย? ! ” หนิวชุ่ยฮวาลุกขึ้นนั่งทันทีที่เธอสะดุ้ง และเมื่อเห็นว่าเป็ชายชราเธอจึงล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วทำไมยังไม่ลุกจากที่นอนอีก หรือรอให้ฉันทำอาหารแล้วยกมาให้เธอกินถึงที่นอน ? ! ”
แม้ว่าหลังเลิกงานฟู่เหล่าชวนจะกินข้าวจากโรงอาหารมาแล้ว แต่พอเดินกลับมา ตอนนี้เขาก็เริ่มท้องหิวอีกแล้ว
ตอนแรกเขานึกว่ากลับมาถึงบ้านแล้วชุ่ยฮวาจะทำกับข้าวรอเขาอยู่ที่บ้าน คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะี้เีจนถึงขั้นยังไม่ยอมลุกจากที่นอนด้วยซ้ำ
“ไม่ต้องห่วงฉันจะรีบไปทำเดี๋ยวนี้ เมื่อคืนฉันนอนดึกเลยตื่นสายไปหน่อย” หนิวชุ่ยฮวารีบลุกขึ้นจากที่นอนแล้วไปทำอาหาร
ระหว่างกินข้าวขณะที่เธอกำลังใช้ช้อนคนโจ๊ก ในหัวของเธอก็กำลังคิดว่าจะพูดเื่นี้อย่างไร
ระหว่างกินข้าวหนิวชุ่ยฮวาเงยหน้ามองสีหน้าของฟู่เหล่าชวนเป็ระยะ เพื่อดูว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหนในขณะที่หนิวชุ่ยฮวาจ้องมองเขาบ่อย ๆ ทำให้ฟู่เหล่าชวนเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
“มื้อนี้เธอมองฉันเป็สิบครั้งแล้วนะทำไมหรือ ? บนหน้าฉันมีดอกไม้ติดอยู่หรือไง”
“เป็เพราะฉันไม่เจอคุณหลายวันต่างหากฉันเลยคิดถึงคุณไง ! ~ ” หนิวชุ่ยฮวาขยิบตาให้เขา
“ไว้คืนนี้ฉันค่อยจัดการเธอ”
หนิวชุ่ยฮวาเห็นว่าชายชราอารมณ์ดีเธอจึงพูดจาออดอ้อน ก่อนจะเริ่มพูดเื่สำคัญออกมา
“ตาเฒ่าของสิ่งนั้นที่คุณให้ฉันไปหา ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมานี้ฉันแทบจะพลิกบ้านของเ้าใหญ่ทุกซอกทุกมุมแล้วครั้งนี้ฉันไปหาอีกรอบ แต่ต้าหย่งและภรรยาของเขามาเจอเข้า”
“อะไรนะ? ” ฟู่เหล่าชวนได้ยินก็ชะงักไป หัวใจของเขาเต้นโครมคราม นี่เ้าใหญ่มาเห็นเข้าหรือ?
“เื่จริงน่ะสิตอนนั้นลูกสะใภ้ใหญ่ของคุณโวยวายแทบตาย เธอหาว่าฉันจะไปขโมยของในบ้าน ถึงขั้นทำร้ายร่างกายฉันด้วยนะ”พูดแล้ว เธอก็หันหลังให้ฟู่เหล่าชวนดูปอยผมที่ถูกดึงร่วงไป
“และในวันนั้นตอนที่ฉันกำลังหาของบังเอิญว่าหลานสาวของคุณเข้ามาเห็นเข้า ด้วยความใ ฉันเลยผลักเธอล้มลง ผู้นำหมู่บ้านรู้เื่แล้วเขาไม่เพียงแต่ลงโทษให้ฉันไปทำความสะอาดคอกวัวเท่านั้น แต่ยังให้ฉันชดใช้ค่ารักษาพยาบาลอีก10 หยวน วันนี้ต้องนำเงินไปจ่ายแล้วด้วย……”
หนิวชุ่ยฮวาลอบมองสีหน้าของฟู่เหล่าชวนเธอยังไม่ได้ลงรายละเอียดที่เสี่ยวฮั่วหมดสติไปหนึ่งวันหนึ่งคืน แต่เธอก็เตรียมใจโดนฟู่เหล่าชวนด่าแล้ว
“เวลาเธอไปหาของเธอหาทั่วทุกซอกทุกมุมหรือยัง หาตามกำแพงหรือซอกอิฐด้วยไหม ? หามานานขนาดนี้แต่ก็ยังหาไม่เจอ เธอน่ะมันโง่จริงๆ ! ”
เหนือความคาดหมายของหนิวชุ่ยฮวา! ฟู่เหล่าชวนไม่ถามด้วยซ้ำว่าอาการาเ็ของเสี่ยวฮั่วสาหัสหรือไม่
หญิงวัยกลางคนเกิดความกล้าหาญขึ้นมาเธอตัดสินใจบอกความจริงเกี่ยวกับอาการโคม่าของเสี่ยวฮั่วให้ฟู่เหล่าชวนฟัง
ฟู่เหล่าชวนก้มหน้าครุ่นคิดอยู่นาน
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้วแต่ในเมื่อเธอทำลงไปแล้ว ต้าหย่งไม่ปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่นอน เดี๋ยวตอนบ่ายฉันจะไปกับเธอคนในครอบครัวเหมือนกันทั้งนั้น ยังจะมาคิดค่าชดเชยอะไรกัน ถึงตอนนั้นเธอขอโทษพวกเขาก็พอแล้ว”
…………
วันนี้ฟู่เยี่ยนไม่ได้อยู่บ้านคนเดียวแล้วเพราะเมื่อวานฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวสอบปลายภาคเสร็จแล้ว พวกเขารอรับใบรับรองผลการเรียนภายใน3 วัน หลังจากนั้นก็ปิดเทอมได้
ฟู่เซินกินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็ไปช่วยงานพ่อแม่จะได้สะสมคะแนนช่วยงานใน่ปิดเทอม ส่วนฟู่เหมี่ยวอยู่ทำความสะอาดบ้านและทำอาหารรอทุกคนซึ่งหน้าที่สำคัญของเธอก็คืออยู่เป็เพื่อนฟู่เยี่ยน
หลี่หงอี้มาหาแต่เช้าเพื่อบอกว่าวันนี้เขาจะไปโทรศัพท์ที่ตู้โทรศัพท์ของรัฐและจะกลับมาให้คำตอบฟู่ต้าหย่งในตอนบ่าย
ฟู่เยี่ยนนั่งอยู่ที่โต๊ะกำลังทำข้อสอบปลายภาคที่ฟู่เหมี่ยวเอามาให้เมื่อวาน
ฟู่เหมี่ยวกำลังเด็ดผักอยู่ในสวนฟู่เยี่ยนนึกขึ้นได้ว่าตนเองเหลือเมล็ดโสมเอาไว้ เธอจึงลุกขึ้นเดินออกไปหาพี่สาว
“พี่ เมื่อวานตอนที่พ่อขุดโสมหนูแอบเด็ดเมล็ดโสมมาจากกกหัวของมันด้วย พวกเราลองปลูกในสวนดีไหม ? ”
“ปลูกในสวนแล้วมันจะขึ้นหรอ? ” ฟู่เหมี่ยวคิดว่าน้องสาวของตัวเองคงอยากรวยจนบ้าไปแล้ว
“ลองดูได้พี่ช่วยฉันหาที่ปลูกหน่อยสิ”
ในตอนที่ฟู่เหมี่ยวไม่ได้สนใจฟู่เยี่ยนก็แอบโปรยน้ำจากบ่อน้ำในมิติลงไปสองสามหยด เธอไม่กล้าโปรยลงไปในคราวละมากๆ เพราะกลัวว่าพี่สาวจะสงสัยเอาได้
พริบตาก็ถึงเวลาเลิกงาน่บ่าย
หนิวชุ่ยฮวาเดินตามฟู่เหล่าชวนมาอย่างไม่เต็มใจวันนั้นหวังซู่เหมยดึงผมของเธอจนขาดร่วงเป็กระจุก จนถึงตอนนี้ยังรู้สึกแสบ ๆ อยู่เลย
ที่บ้านฟู่ต้าหย่งสมาชิกในครอบครัวกำลังล้อมดูโสมที่ฟู่เยี่ยนและฟู่เหมี่ยวปลูกไว้ เพราะสองพี่น้องเพิ่งช่วยกันปลูกในตอนสายแต่ตอนนี้กลับมีแหลม ๆ โผล่ออกมาจากหน้าดินแล้ว
ฟู่เหมี่ยวใมากจนเริ่มเชื่อว่าน้องสาวของเธออาจจะปลูกโสมได้จริงๆ !
และนี่เองที่เป็สาเหตุให้ในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้ฟู่เหมี่ยวจะเฝ้าประคบประหงมต้นอ่อนของโสมสองต้นนี้ราวกับกำลังประคบประหงมเด็กทารก
……
เมื่อฟู่เหล่าชวนและหนิวชุ่ยฮวาเดินเข้ามาก็เห็นภาพบรรยากาศของครอบครัวที่มีความสุข
หนิวชุ่ยฮวาเม้มปากแน่นไม่กล้าพูดอะไรแต่ภาพนี้มันกลับบาดลึกลงไปในใจของฟู่เหล่าชวน
นับั้แ่ที่เขาสงสัยว่าลูกชายคนโตไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเขา ทุกครั้งที่เขาเห็นเด็ก ๆ ที่รายล้อมรอบตัวต้าหย่ง หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง
“ต้าหย่งพวกแกกำลังทำอะไรกันอยู่หรือ ? ” สีหน้าของฟู่เหล่าชวนดูไม่ดีเลย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็มองไปทางฟู่เหล่าชวน และจู่ ๆ อุณหภูมิรอบตัวก็คล้ายกับจะลดลงอย่างกะทันหัน
หวังซู่เหมยเป็คนแรกที่ทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจนี้
“พ่อมาหรือ”ไม่ว่าใครจะเป็คนพูด มันก็จะมีแต่คำทักทายนี้เท่านั้น
ทุกคนไปช่วยกันย้ายโต๊ะและเก้าอี้มาให้ฟู่เหล่าชวนจากนั้นก็นั่งล้อมวงกันอยู่ใต้ต้นซานจา
“ต้าหย่งวันนี้ฉันกลับบ้านจากที่ทำงานและได้ยินว่าชุ่ยฮวาก่อเื่ขึ้น จึงพาเธอมาขอโทษ เราก็ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้นพูดปรับความเข้าใจกันก็พอแล้ว ทำให้เื่มันวุ่นวายมีแต่จะเป็เื่ตลกให้คนอื่นหัวเราะ”ฟู่เหล่าชวนสูบบุหรี่พลางพูดประโยคนี้ออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ฟู่เยี่ยนก็เลิกคิ้วมองดูฟู่เหล่าชวน โอ้ คุณปู่ผู้โชคร้ายของฉัน ดูจากโหงวเฮ้งก็รู้แล้วว่าเขาเป็คนที่แฝงไว้ด้วยเจตนาร้ายภายนอกดูซื่อตรง แต่ภายในขี้ระแวงและเลวทราม นับว่าเป็ตัวร้ายอย่างสมบูรณ์แบบ
ฟู่ต้าหย่งขมวดคิ้วเป็ปมเขาไม่คาดคิดว่าพ่อของเขาจะไม่ทำสิ่งที่คนเป็พ่อเป็ปู่ควรทำด้วยซ้ำ ไม่แม้แต่จะถามไถ่อาการาเ็ของเสี่ยวฮั่วมาถึงก็คาดหวังให้เขาอดทนอดกลั้นกับเื่นี้ต่อไป
“พ่อ หนิวชุ่ยฮวาผลักเสี่ยวฮั่วล้มหัวกระแทกพื้นหินไม่รู้สึกตัวไปหนึ่งวันหนึ่งคืน หากไม่ใช่เพราะผมอ้อนวอนขอให้แม่คุ้มครองหลาน เสี่ยวฮั่วก็อาจจะยังไม่ฟื้นขึ้นมา”ฟู่ต้าหย่งพูดอย่างเ็า
“เสี่ยวฮั่วก็นั่งอยู่อย่างสบายดีไม่ใช่หรือทำไมแกถึงไม่ยอมให้เื่มันแล้วไปล่ะ ! ” ฟู่เหล่าชวนเพิกเฉยต่อเื่ที่เสี่ยวฮั่วหมดสติไปหนึ่งวันหนึ่งคืน
ฟู่เยี่ยนไม่มีความรู้สึกของเ้าของร่างเดิมแต่พวกฟู่ซินได้กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแล้ว
หวังซู่เหมยยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“พ่อ ความหมายของพ่อก็คือต้องรอให้เสี่ยวฮั่วตายก่อนเราถึงจะทวงความยุติธรรมคืนได้ใช่ไหม ? ”
“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นที่ฉันจะบอกคือชุ่ยฮวาก็ไม่ได้ตั้งใจเหมือนกัน” ฟู่เหล่าชวนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
เขาเป็คนเ้าเล่ห์และเห็นแก่ตัวแต่กลับเป็คนใช้คำพูดไม่เก่ง
“แค่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจก็สามารถลบล้างความผิดของตัวเองได้งั้นถ้าฉันเจาะหัวของหนิวชุ่ยฮวาแล้วขอโทษ แบบนี้ฉันก็ไม่ผิดแล้วใช่ไหม ? ! ” หวังซู่เหมยใกล้จะบ้าดีเดือดแล้ว
หนิวชุ่ยฮวาได้ยินแบบนั้นก็รีบหลบไปด้านหลังฟู่เหล่าชวนเธอไม่กล้าอวดดีแล้ว เพราะกลัวว่าหากไม่ระวังขึ้นมาจะถูกหวังซู่เหมยทำร้ายเอาได้
“เมียเ้าใหญ่นี่เธอยังเห็นฉันเป็พ่อสามีอยู่หรือเปล่า ?เ้าใหญ่ แกจะยืนดูเฉย ๆ แบบนี้น่ะหรือ ? ” ฟู่เหล่าชวนโกรธจนหน้าแดงตอนนี้เขางัดความาุโมากดหวังซู่เหมยแล้ว
“ฉันเรียกพ่อว่าพ่อพ่อก็ต้องเห็นเสี่ยวฮั่วเป็หลานสาวของตัวเองด้วย พ่อเข้ามา ได้เคยถามไถ่อาการาเ็ของหลานสาวตัวเองไหม? ” หวังซู่เหมยโกรธมาก
“ผมไม่สามารถให้อภัยคนที่ทำร้ายลูกสาวของผมได้และยิ่งไม่สามารถมองคนแบบนั้นเป็คนในครอบครัวได้อีกด้วย” ฟู่ต้าหย่งไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกันพ่อแบบนี้ หากผลักเขาล้ม เขายังพอมองว่าตัวเองโชคร้ายได้บ้าง แต่ลูกสาวของเขาไม่ควรต้องมาเจออะไรแบบนี้
“แก ! แกพูดจากับพ่อของแกแบบนี้หรอ? ! ” ฟู่เหล่าชวนชี้หน้าด่าฟู่ต้าหย่งด้วยมือที่สั่นเทา
“พ่อ ถ้าพ่อมาเพื่อช่วยพูดให้พวกผมมองหนิวชุ่ยฮวาเป็คนในครอบครัวเื่นั้นมันเป็ไปไม่ได้เลย”
“แล้วอีกอย่างผมไม่เห็นว่าในบ้านของผมจะมีอะไรให้หนิวชุ่ยฮวาอยากได้นักหนาถึงได้แอบเข้ามาหาอยู่หลายต่อหลายครั้งตอนที่คนอื่นไม่อยู่บ้าน ถ้าพ่อรู้ก็ช่วยบอกผมที”ฟู่ต้าหย่งจ้องไปที่ฟู่เหล่าชวน ราวกับพยายามอ่านอะไรบางอย่างจากใบหน้าของเขา
ฟู่เหล่าชวนฟังคำพูดเหล่านี้ร่องรอยของความรู้สึกผิดก็ฉายแววบนใบหน้าของเขา แต่เขาไม่อาจเสียมาดได้
“ในเมื่อเป็แบบนี้งั้นต่อไปนี้พ่อไม่มาที่บ้านของแกแล้ว แกเองก็กลับเข้าไปกินข้าวกับครอบครัวเถอะ ! ”
เขาลุกขึ้นยืนกำลังจะออกไป และไม่ลืมที่จะะโเรียกหนิวชุ่ยฮวาให้กลับด้วย
หนิวชุ่ยฮวาลุกขึ้นแล้วเดินอย่างรวดเร็วไปที่ประตู
“แม่ ป้าชุ่ยฮวามาเพื่อจ่ายค่าชดเชยให้หนูไม่ใช่หรอ? ” ฟู่เยี่ยนถามหวังซู่เหมยด้วยสีหน้าสงสัย
แม้ว่าตอนนี้เธอยังทำอะไรหนิวชุ่ยฮวาไม่ได้แต่วันนี้เธอต้องได้ค่ารักษาพยาบาล !
เมื่อฟู่เหล่าชวนและหนิวชุ่ยฮวาได้ยินดังนั้นก็หันไปมองฟู่เยี่ยน
ดวงตาของหนิวชุ่ยฮวาแทบจะลุกเป็ไฟเธอหดคอไม่พูดไม่จา เพราะเธออยากจะเฉไฉไม่ยอมชดใช้เงินก้อนนี้ ต่อไปเวลาใครถาม เธอจะได้บอกว่าครอบครัวฟู่ต้าหย่งไม่รับเงินเองแบบนี้จะได้ช่วยลบล้างชื่อเสียงแย่ ๆ ของเธอ
“เ้าใหญ่เธอเลี้ยงลูกมาอย่างไร ถึงได้คิดจะมาเอาเงินกับย่าตัวเองแบบนี้ ? ! ”
“ใครเป็ย่าของหนูแม่คะ ย่าของหนูตายไปแล้วไม่ใช่หรอ ? ” ฟู่เยี่ยนไม่อยากให้คนแก่นิสัยไม่ดีเสียนิสัยไปมากกว่านี้
“คนแบบนี้เป็ย่าแบบไหนกันเป็ได้แค่คนหน้าไม่อายเท่านั้นแหละ ! ” หวังซู่เหมยแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอคิดเหมือนลูกสาว
“เธอ !มันจะมากเกินไปแล้ว ทำไมไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ! ”
คำพูดนี้ของหวังซู่เหมยเหมือนกับการกระชากใบหน้าของเขาออกแล้วกระทืบซ้ำกับพื้น
ฟู่เหล่าชวนไม่คิดเลยว่าสะใภ้ใหญ่จะไม่ไว้หน้ากันถึงเพียงนี้ทว่าคำพูดต่อมาของฟู่ต้าหย่งกลับทำให้เขาแทบจะกระอักเืออกมาด้วยซ้ำไป
“เสี่ยวจินไปบ้านผู้นำหมู่บ้านแล้วเรียกพี่เฉิงของลูกมา พ่ออยากจะถามเขาว่าเื่ค่าชดใช้ยังคิดอยู่หรือไม่เสี่ยวมู่ ไปบ้านลุงเจ็ดแล้วถามเขาว่าย่าของเ้าชื่อแซ่อะไร ! ” ฟู่ต้าหย่งพูดอย่างไม่แยแส
ฟู่ซินและฟู่เซินพยักหน้ารับแล้วเดินออกไปในตอนที่เดินผ่านฟู่เหล่าชวน พวกเขาหยุดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่ลังเลและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
พูดจบฟู่ต้าหย่งก็ลุกขึ้นเดินเข้าบ้านไป หวังซู่เหมยและคนอื่นไม่ได้สนใจฟู่เหล่าชวนและหนิวชุ่ยฮวาอีกตอนนี้จึงเหลือเพียงฟู่เหล่าชวนและหนิวชุ่ยฮวาที่ยืนอยู่หน้าประตูเพียงลำพัง
“มันจะมากเกินไปแล้ว……มากเกินไปแล้ว……”ฟู่เหล่าชวนบ่นพึมพำในใจ