เซียวอวี้ไม่ต่อต้าน ปล่อยให้เขาพาไป
บุรุษวัยกลางคนผู้นี้ตบะแก่กล้าจริงๆน่ากลัวยิ่งกว่าชายชราชุดสีเทาที่อยู่ข้างกายหวงฝู่หลิงซีคนนั้นร้อยเท่าเป็นักพรตขั้นลูกกลอนนิลเก้าชั้นฟ้าคนหนึ่ง
ยอดฝีมือแบบนี้ต่อให้อยู่ในสำนักใหญ่ต่างๆ ก็ไม่นับว่าเป็ผู้อ่อนแอนี่นา เหตุใดถึงมายังูเาสองปฐีโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุกัน
พอชายวัยกลางคนดวงตารูปสามเหลี่ยมโยนเซียวอวี้ไปบนกระบี่ั์ก็ไม่ได้สนใจเขาอีก กระบี่ั์เล่มนั้นพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าในชั่วพริบตาเหาะไปทางส่วนลึกของูเาสองปฐีด้วยความรวดเร็วที่ไม่ธรรมดา
“ท่านผู้าุโขอถามหน่อยว่าพวกเราจะไปที่ใดกัน” เซียวอวี้วางแผนหลบหนีในใจใบหน้าแสดงถึงความหวาดหวั่นออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ เอ่ยวาจาถามด้วยเสียงสั่นระรัว
ชายผู้มีดวงตารูปสามเหลี่ยมไพล่มือไว้ด้านหลังเอ่ยด้วยความเฉยชา “จะมั่งคั่งได้หากกล้าลองเสี่ยงข้าจะพาพวกเ้าไปยังที่ที่หนึ่ง หากมีชีวิตรอดกลับมาข้าจะมอบโชคให้พวกเ้าสักครั้ง”
“โชคบ้าบออะไร!”
ทันใดนั้นเด็กหนุ่มคนหนึ่งพลันหัวเราะลั่นด้วยเสียงโหยหวนตบไล่เซียวอวี้แล้วเล่าว่า “สหายนับว่าวันนี้เ้าซวยแล้วละ จะบอกเ้าให้นะ ไอ้แก่นี่อยากจะเอาพวกเรามาเป็เครื่องสังเวยใช้เืเนื้อของเราไปตกเต่าัฟันเลื่อย”
เด็กหนุ่มเรือนผมสยายตัวกระเจิดกระเจิงราวกับมารคลุ้มคลั่ง แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นชี้หน้าชายผู้มีดวงตารูปสามเหลี่ยมพร้อมแผดเสียงลั่น “ชีวิตนี้เื่ที่ข้าเสียใจที่สุด ก็คือฝากตัวเป็ลูกศิษย์ของเ้า”
สีหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้เสียสติอย่างเห็นได้ชัดทรุดตัวนั่งลงบนกระบี่บ่นพึมพำผ่านไปไม่ทันไรกลับทำให้เซียวอวี้รับรู้เื่ราวทั้งหมดความเยียบเย็นผุดขึ้นกลางใจมากยิ่งขึ้น
ที่แท้ชายวัยกลางคนผู้มีดวงตารูปสามเหลี่ยมมีนามว่าอวี๋หนิงสำนักที่สังกัดมีชื่อว่าสำนักกระบี่หลิงเซียวอยู่ภายใต้การปกครองของสำนักกระบี่เสวียนหวงเฉกเช่นเดียวกับแผ่นดินต้าถัง เขาบำเพ็ญเพียรร้อยกว่าปีขาดแค่อีกก้าวเดียวก็จะสามารถกลั่นิญญาต้นกำเนิดออกมาได้เมื่อหลายปีก่อนบังเอิญพบเต่าัฟันเลื่อนที่ยังหลับใหลอยู่ตัวเหนึ่งเต่าัมีฤทธิ์เย็น เหมาะกับเคล็ดวิชาที่เขาฝึกฝนอยู่พอดี
ถ้ากินมุกอสูรของเต่าัฟันเลื่อยเข้าไปอวี๋หนิงก็จะสามารถทลายพันธนาการที่จองจำมาหลายปี กลั่นิญญาต้นกำเนิดออกมาได้ดังนั้น พอสบโอกาสก็เลยเกิดแผนการขึ้นมาแผนหนึ่ง
หลายปีมานี้เขาลอบวางยาลูกศิษย์ทั้งหมดของตนเองกลิ่นหอมของพิษชนิดนี้เป็ที่โปรดปรานของเต่าัฟันเลื่อยเหลือประมาณถ้าเกิดเต่าักินคนพวกนี้ลงไปก็จะสูญเสียพลังต่อสู้ทั้งหมดเช่นนั้นอวี๋หนิงก็จะสามารถเต่าัตัวนี้โดยไม่ต้องเปลืองแรงแล้วกินมุกอสูรของมันลงไป
“ข้าไม่ใช่มนุษย์พิษที่เขาขังคอกไว้เลี้ยงดูเขาจับข้ามามีแค่จุดประสงค์เดียว ใช้มาเป็เหยื่อล่อให้เต่าัขึ้นฝั่ง” ดวงตาของเซียวอวี้ส่อประกายวูบไหวเล็กน้อย หัวเราะเยาะเย้ยในใจทีหนึ่ง
คล้ายอวี๋หนิงได้ยินสิ่งที่เซียวอวี้คิดในใจพูดกับเขาอย่างเรียบเฉยทั้งที่หันหลังให้ “และตอนนี้ก็อยู่ใน่กลางฤดูหนาวพอดีเต่าักำลังจำศีลอยู่ใต้ทะเลสาบอันหนาวเหน็บ เ้ามีหน้าที่ล่อมันขึ้นฝั่งหลังจากทำสำเร็จ ข้าจะมอบยาบำรุงปราณให้เ้าเม็ดหนึ่งบางทีอาจจะสามารถบรรลุถึงขั้นก่อนกำเนิดสมบูรณ์ในคราวเดียวเลยก็ได้”
เด็กหนุ่มคนนั้นยิ้มหยันแววตาที่มองเซียวอวี้คล้ายกับมองคนที่ตายไปแล้ว เซียวอวี้ก็หัวเราะเยาะในใจเช่นกันตาแก่นี่คิดว่าตนเองเป็เด็กสามขวบหรือไง หลังจากทำสำเร็จแล้วจุดจบเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือถูกฆ่าปิดปาก
“ดูท่าอยากจะหลบหนีคงไม่ใช่เื่ง่าย”เซียวอวี้แววตาเป็ประกายต่อเนื่อง ในใจกลับไม่สะทกสะท้านสถานการณ์ที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแบบนี้ เขาประสบพบเจอมาหลายต่อหลายครั้งเส้นประสาทของเขาราวกับหล่อหลอมด้วยเหล็กกล้า ความสามารถในการเอาตัวรอดยังเก่งกาจยิ่งกว่าคนเหล่านี้เยอะ
แสงกระบี่ส่งเสียงดังก้องในชั่วพริบตาก็เข้าไปในเทือกเขาร้อยอสูรเป็พันลี้ หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามกระบี่ั์ถึงค่อยๆ ชะลอความเร็วลง จากนั้นก็ทิ้งตัวดิ่งลงกะทันหันลมเหน็บหนาวเย็นสะท้านโชยปะทะใบหน้าของเซียวอวี้อย่างรุนแรง
หลังจากกระบี่ั์ร่อนลงบนพื้นเซียวอวี้กวาดตามองรอบด้าน ตรงหน้าเป็ทะเลสาบเยียบเย็นรัศมีหลายสิบลี้
น้ำในทะเลสาบจับตัวเป็น้ำแข็งนานแล้วผืนทะเลสาบถูกแช่แข็งทั้งหมด ใบหน้าของอวี๋หนิงเผยความละโมบอย่างเห็นได้ชัดหัวเราะเบาๆ เอ่ยขึ้น “ข้าจะเลื่อนขั้นเป็ิญญาต้นกำเนิดก็ขึ้นอยู่กับวันนี้แล้วละ”
นอกจากเซียวอวี้ลูกศิษย์เ่าั้ของอวี๋หนิงก็ไม่อาจขยับตัวเคลื่อนไหวได้อยู่ก่อนแล้ว ทำได้เพียงรอเต่าัเขมือบกินเป็เครื่องสังเวย
“สวบ!”
ทันทีที่อวี๋หนิงยื่นฝ่ามือใหญ่หนาออกไปปราณแท้อันน่าครั่นคร้ามเข้าควบคุมเซียวอวี้จากที่ไกลๆ เขาถูกปราณแท้ที่ไร้รูปร่างลากให้เดินตามอวี๋หนิงไปบนทะเลสาบอันเยียบเย็น
อวี๋หนิงวางมือข้างหนึ่งลงบนชั้นน้ำแข็งอย่างเงียบเชียบชั้นน้ำแข็งหลอมละลายอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วขณะ ภายในบริเวณสิบจั้งก็กลับกลายเป็น้ำที่เย็นเยียบไปถึงกระดูก
“เ้าอย่าคิดหนีด้วยตบะของเ้าทนอยู่ในทะเลสาบเย็นๆ ได้ไม่พ้นครึ่งชั่วยามหรอกเ้ามีเวลาแค่ครึ่งชั่วยาม ขอแค่เ้าล่อเต่าัเข้ามาได้ ข้าจะปล่อยเ้าทันที”อวี๋หนิงหรี่ตาหัวเราะเยียบเย็น
“ท่านผู้าุโหวังว่าคำพูดของท่านจะเชื่อถือได้” เซียวอวี้เอ่ยพร้อมทำหน้าวิงวอนอย่างจริงใจ
“วางใจเถอะ”อวี๋หนิงหัวเราะประหลาด “เต่าัอยู่ตรงมุมทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของใต้ทะเลสาบห่างจากตรงนี้ไปสามสิบลี้ ด้วยตบะของเ้าสามารถกลับมาได้ในครึ่งชั่วยาม”
“ฮ่าๆๆศิษย์พี่อวี๋หนิง กินคนเดียวไม่ใช่นิสัยที่ดีนักของล้ำค่าเฉกเช่นเต่าัฟันเลื่อยแบบนี้ ข้าเองก็้าด้วยเหมือนกัน”
สวบ!
แสงกระบี่เหาะมาจากที่ห่างไกลกลายเป็ภาพมายากระบี่ั์เล่มหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยพลังมหาศาลจากระยะห่างหลายร้อยลี้
อากาศเหมือนถูกดูดจนหมดเกลี้ยงแสงกระบี่ที่น่ากลัวปลดปล่อยคลื่นพลังอันน่าสยดสยองออกมารวมทั้งตัวเซียวอวี้เองก็ถูกแสงกระบี่ปกคลุมไปด้วย
“เยี่ยซวีเ้ากล้าสะกดรอยตามข้า!” อวี๋หนิงแววตาโเี้อำมหิตเหนือกว่าสิ่งใดสองมือร่ายวิชาทันที กลายเป็เกราะปราณแท้สกัดกั้นลำแสงกระบี่นี้ไว้
“ตึ้ง!”
ขณะนี้เองเซียวอวี้ก็ะโลงไปในทะเลสาบเยียบเย็นอย่างเหนือความคาดหมาย ปลดปล่อยปราณแท้ออกมาจากภายในร่างแหวกว่ายไปยังก้นทะเลสาบในชั่วพริบตา การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้แม้แต่อวี๋หนิงก็คาดไม่ถึง
“ศิษย์พี่พวกเรามาจัดการเต่าัด้วยกันดีกว่า แล้วแบ่งมุกอสูรเท่าๆ กันเป็อย่างไร”เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งเหาะเข้ามา เรียวคิ้วดุจกระบี่ดวงตาสุกใสมุมปากกระตุกยิ้มเบาบาง
อวี๋หนิงหัวเราะด้วยความขุ่นเคืองลำแสงกระบี่แต่ละลำแสงลอยผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ด้านหลังของเขาเปลี่ยนเป็เสากระบี่ขนาดใหญ่ั์สามเล่ม ฟันลงในแนวดิ่งราวกับสายฟ้าฟาดกระหน่ำ “งั้นเ้าต้องตายสถานเดียวแล้วละ ศิษย์น้องเยี่ย”
“ทะเลสาบเย็นช่างหนาวนัก” ทันทีที่เซียวอวี้แหวกว่ายไปถึงใต้ทะเลสาบความเหน็บหนาวเสียดกระดูกโถมปะทะเข้าใส่ ราวกับจะทะลวงจิติญญาเพียงแต่เขาไม่รีบร้อนเลยสักนิด ใต้ทะเลสาบที่เหน็บหนาวเช่นนี้เป็โอกาสที่ดีที่สุดในการฝึกฝนกายเนื้อ
นอกจากนี้เซียวอวี้คิดหาหนทางหลบหนีได้แล้วขนาดว่าสามารถลอบวางแผนใส่เ้าคนปัญญาอ่อนทั้งสองคนที่กำลังต่อกรกันอย่างดุเดือดอยู่เหนือทะเลสาบได้
เซียวอวี้ทำจิตใจให้สงบไม่ได้สนใจอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ แม้น้ำในทะเลสาบจะเย็นแต่ไม่นานเขาก็สามารถดำดิ่งสู่สภาวะสมาธิขั้นลึกได้
ปึ้ง!
ไอเย็นแทรกซึมเข้าไปในร่างกายเส้นลมปราณแต่ละเส้นได้รับไอเย็นจนฉีกขาดความเ็ปเหนือคำบรรยายพลันปกคลุมไปตามส่วนต่างๆ ของร่างทันที
เซียวอวี้รวมจิตให้เป็หนึ่งเดียวราวกับความเ็ปของกายเนื้อไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตนเองปราณแท้แต่ละกลุ่มก้อนเคลื่อนไปทั่วสรรพางค์กายต้านทานความเหน็บหนาวของใต้ทะเลสาบเอาไว้
เส้นลมปราณที่เสียหายก็ค่อยๆฟื้นตัวความสามารถในการเยียวยาตนเองอันน่าสะพรึงกลัวของกายผู้พิชิตดึกดำบรรพ์ค่อยๆปรากฏออกมา ระดับความเร็วในการซ่อมแซมเทียบเคียงกับระดับความเร็วในการแตกสลายได้
ในขณะเดียวกันเขาสะบัดฝ่ามือข้างหนึ่งออกไปโลหิตที่หลั่งไหลออกมาจากภายในร่างลอยไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ฟึบ...
ห่างออกไปหลายสิบลี้มีสัตว์ิญญาลืมตาขึ้นกะทันหัน มันได้กลิ่นของคาวเืร่างกายที่ยาวร้อยกว่าจั้งพลันยืดตัวออกไปด้านนอกกลายเป็เต่าขนาดใหญ่ั์ตัวหนึ่งแหวกว่ายไปยังทิศทางที่เซียวอวี้อยู่
“โฮก!”
เสียงคำรามด้วยความเดือดดาลของเต่าัลอยแว่วเข้ามา
ใบหน้าเซียวอวี้ผุดรอยยิ้มประหลาดเล็กน้อยหยุดขั้นตอนในการฝึกบำเพ็ญเพียร ด้วยกลัวว่าเต่าัจะไม่ตามมานิ้วข้างหนึ่งกรีดลงไปตรงใจกลางฝ่ามือละอองเืพุ่งออกเป็วงกว้างทำให้เต่าัแผดเสียงคำรามลั่นอ้าปากพ่นหมอกเย็นสีดำน้ำหมึกม้วนตลบเข้าใส่
หมอกเยียบเย็นทำให้น้ำในทะเลสาบที่ไหลรินเกาะตัวเป็น้ำแข็งอย่างรวดเร็วถึงแม้จะยังห่างหลายร้อยหมี่ แต่ความเย็นเยียบนั้นบาดลึกลงไปถึงไขกระดูก
“เต่าัน้อยแสนเก่งอยู่ในทวีปอวี้ซวีก็นับว่าเป็สัตว์ิญญาหายากแต่น่าเสียดายกลับต้องถึงแก่ความตายเสียแล้ว”
เซียวอวี้พลันดีดตัวออกมาจากตรงกลางทะเลสาบเหน็บหนาวะโเรียก ‘ด้วยความหวาดหวั่น’“ผู้าุโ เต่าัออกมาแล้ว อ้าก...!” คล้ายเขาได้รับาเ็สาหัสพ่นละอองเืออกมาในกลางอากาศเป็วงกว้าง ร่วงหล่นลงห่างออกไปอีกร้อยจั้งไร้โอกาสรอดชีวิตโดยสิ้นเชิง
อวี๋หยิงและเยี่ยซวีที่สะกดรอยตามมาดวงตาเปล่งประกาย ทั้งคู่พุ่งเข้าสังหารเต่าัตัวใหญ่โตมโหฬารทันที
“โฮก!”
เต่าับินออกมาจากใต้ทะเลสาบนี่เป็สัตว์ิญญาที่มีขนาดร้อยจั้ง บนกระดองสีดำสนิทเต็มไปด้วยหนามส่องแสงแวววาวเย็นเฉียบ ทำให้คนตั่วสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัว
ชุดนักพรตเต๋าของอวี๋หนิงโบกสะบัดมนุษย์พิษหลายคนที่เขาขังเลี้ยงลอยไปหาเต่าั ถูกมันเขมือบลงไปในท้องพิษแพร่กระจายไปทั่วทันที ร่างขนาดใหญ่โตมโหฬารแน่นิ่งอยู่ในกลางอากาศเล็กน้อย
“ฮ่าๆมุกอสูรของเต่าัตกเป็ของข้าแล้ว” ทันทีที่อวี๋หนิงตบทั้งสองมือไอกระบี่แ่าะเิเข้าใส่ราวกับสายฝนเทกระหน่ำลงบนใบกล้วย
เยี่ยซวีก็คลี่ยิ้มเล็กน้อยอ้าปากคายภาพกระบี่ออกมา ภาพกระบี่พลันขยายขนาดใหญ่ร้อยจั้งปิดล้อมเต่าัเอาไว้ทันทีที่มันสะบัดเบาๆ ทั่วทั้งร่างของเต่าัพลันะเิ โลหิตหลั่งไหล
“ศิษย์พี่อวี๋ขออภัยด้วย” เยี่ยซวีหัวเราะลั่น มือใหญ่หนาข้างหนึ่งกำลังจะจับเต่าั
“โฮก!”
ทันใดนั้นเต่าัที่เดิมทีหายใจรวยรินแผดเสียงคำรามลั่นรุนแรงความดุร้ายอันน่าสยดสยองแผ่ปกคลุมไปทั่วผืนนภาและปฐีหนามบนตัวของมันยื่นออกมาด้านนอก แต่ละอันยาวหลายสิบหมี่ จากนั้นลอยหมุนคว้างออกมาจากภายในร่างพุ่งใส่เยี่ยซวีและอวี๋หนิงอย่างแ่า
“อะไรกัน!”
“แย่แล้ว!”
อวี๋หนิงและเยี่ยซวีหน้าถอดสีเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเท่าไรนัก เวทมนตร์อภินิหารล้วนสำแดงออกมาไม่ขาดสาย พื้นฟ้าปฐีด้านนึงแทบจะทลายลง