บทที่ 44 หมายเลขนี้ช่างยั่วเย้าเสียจริง
“ซีซี สุขสันต์วันเกิดนะ! ฟ่านจิ่นเฉิงมาหาฉัน แล้วเขาก็ให้เงินฉันมาสองหมื่นหยวน ฉันเลยซื้อกำไลหยกอันนี้ให้เธอ ถือว่าเขาซื้อให้แล้วกันนะ! เรื่องการค้าของฉันกับฟ่านจิ่นซิน ไม่เกี่ยวกับเขาหรอก หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ!”
ฟ่านซีซีถอนหายใจ เธอชอบกำไลหยกอันนี้มาก ชาติที่แล้วตอนใกล้ตายเธอก็ยังใส่มันอยู่เลย
แต่เธอไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นของซ่างตง
สามทุ่มแล้ว ฟ่านซีซียังไม่ได้รับโทรศัพท์จากพี่จิ่นเฉิง แถมเขายังไม่กลับบ้าน เธอเลยไปอาบน้ำนอน
แต่จริง ๆ แล้วเธอยังไม่ได้หลับ
สี่ทุ่ม ฟ่านเจวียนเจวียนแอบเปิดประตูห้องฟ่านซีซีเข้ามา เห็นน้องสาวเอาหัวมุดอยู่ใต้ผ้าห่ม เธอเลยพูดเบา ๆ ว่า “ซีซี อย่าบอกนะว่าเธอแอบร้องไห้ใต้ผ้าห่มเพราะฟ่านจิ่นเฉิงไม่กลับมาอยู่กับเธอในวันเกิด”
ฟ่านซีซีเปิดผ้าห่มออกแล้วพูดเสียงดัง “ใครร้องไห้ ฉันไม่ได้ร้อง”
แค่รู้สึกผิดหวัง เสียใจ และเป็นห่วงเขานิดหน่อยเท่านั้นเอง
“ไม่ร้องก็ดี งั้นนอนเถอะ พรุ่งนี้ฉันพาเธอไปดูหนังนะ”
ฟ่านซีซีไม่ได้ส่งเสียง เธอหดตัวกลับเข้าไปในผ้าห่มและนอนหลับต่อ
คืนนั้นเงียบสงบลงเรื่อย ๆ
ฟ่านซีซีที่พลิกตัวไปมาบนเตียงนานกว่าหนึ่งชั่วโมงในที่สุดก็หลับไป
เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เวลา 23.55 น. รถบรรทุกที่บรรทุกคอมพิวเตอร์เต็มคันหยุดอยู่หน้าประตูใหญ่ของ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’
เงาร่างหนึ่งกระโดดลงจากรถ วิ่งเข้าไปในหมู่บ้านราวกับคนบ้า
หลิ่วเฉิงซงเพิ่งปิดประตูรถลงมา ก็พบว่าหลานชายของเขาหายไปแล้ว เขาเกาศีรษะ กลืนคำเตือนที่กำลังจะพูดกลับลงไป
เวลา 23:57 น. ฟ่านจิ่นเฉิงใช้กุญแจเปิดประตูบ้านของฟ่านซีซี และผลักประตูห้องที่ปิดสนิทเข้าไป
เขาเดินไปที่ข้างเตียง มองดูเด็กสาวที่หลับไปแล้ว ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ ยกมือลูบใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ
“ซีซี...”
เด็กน้อยบนเตียงไม่ได้ยินเสียงเรียกของเขา ฟ่านจิ่นเฉิงรู้สึกร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย
เขาเดินมานั่งลงข้างเตียง ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้ ๆ แล้วกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเธอว่า “ฟ่านซีซี สุขสันต์วันเกิดนะ”
พอพูดจบ เขาก็ก้มลงจูบเบา ๆ ที่แก้มของเธอ
จูบนี้เองที่ปลุกฟ่านซีซีที่เพิ่งผล็อยหลับไป เเละเมื่อเห็นฟ่านจิ่นเฉิงนั่งอยู่ข้าง ๆ ตัวเองในระยะประชิดแบบนี้ ทำเอาเธอรู้สึกมึนงงขึ้นมาชั่วครู่
ฟ่านจิ่นเฉิงยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ ก่อนจะพูดคำเดิมซ้ำอีกครั้ง “ฟ่านซีซี สุขสันต์วันเกิดนะ”
คำอวยพรวันเกิดทำให้ฟ่านซีซีรู้สึกตัวขึ้นมาทันที
“ตอนนี้กี่โมงแล้ว”
“ห้าทุ่มห้าสิบเก้านาที ขอโทษนะ ฉันกลับมาช้าไปหน่อย” ฟ่านจิ่นเฉิงพูดพลางช้อนตัวเธอขึ้นจากเตียง
ฟ่านซีซีเอื้อมมือไปกดนาฬิกาปลุกบนโต๊ะข้างเตียง และเห็นเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเที่ยงคืนพอดี
“พี่นี่มาแบบเฉียดฉิวจริง ๆ” เธอพูดเสียงอู้อี้
“ฉันผิดไปแล้ว” ฟ่านจิ่นเฉิงไม่ได้อธิบายอะไร เพียงแค่จับมือเธอขึ้นมาจูบเบา ๆ
โชคดีที่เขารีบกลับมา ไม่อย่างนั้นเด็กสาวคนนี้ต้องโกรธเขาแน่ และเขาก็คงรู้สึกเสียใจมาก
ฟ่านซีซีไม่ใช่คนใจแคบอะไร พอเห็นเขากลับมา ความไม่สบายใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กักเก็บไว้ในใจก็หายวับไปในทันที
“ทุกอย่างราบรื่นดีไหม?”
ฟ่านจิ่นเฉิงรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร เขาพยักหน้า “เจอปัญหาเล็กน้อย แต่แก้ไขได้แล้ว”
“กลับมาดึกขนาดนี้ กินข้าวเย็นหรือยัง?”
“ยังเลย เธออยากลุกขึ้นมากินเป็นเพื่อนฉันหน่อยไหม?”
ไม่ได้เจอเด็กคนนี้มาห้าวันแล้ว เขาอยากจะกอดเธอ มองดูเธอ และอยู่กับเธอให้นาน ๆ
พอได้ยินว่าเขายังไม่ได้กินข้าวเย็น ฟ่านซีซีก็รีบเปิดผ้าห่มเตรียมลุกจากเตียง
“อยากกินบะหมี่ไหม ฉันทำให้กิน”
ฟ่านจิ่นเฉิงรีบคว้ามือเธอไว้ “ไปที่บ้านฉันสิ ฉันทำให้กินเอง”
ขณะที่ฟ่านซีซีกำลังจะตอบตกลง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“ซิ่งฟาง...ซิ่งฟาง...”
ฟ่านจิ่นเฉิงกระแอมไอเบา ๆ “เป็นลุงของฉัน ฉันออกไปก่อนนะ”
“อือ” ฟ่านซีซีหันหลังกลับไปหาเสื้อคลุม
ฟ่านจิ่นเฉิงหันหลังออกจากห้อง แต่บังเอิญเจอกับป้าเฉินที่เพิ่งออกมาจากห้องเช่นกัน เขารู้สึกเขินขึ้นมาเล็กน้อย
“จิ่นเฉิง กลับมาแล้วเหรอ!” เฉินเยว่อิงเอ่ยถามอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวราวกับไม่เห็นว่าเขาออกมาจากห้องของลูกสาว
“ครับ เพิ่งถึงบ้านครับ”
ด้านนอก หลิ่วเฉิงซงซึ่งได้ยินเสียงหันมามองทางนี้ “จิ่นเฉิง เธออยู่ที่นี่เองเหรอ ว่าแต่ของ ๆ เธอฉันเอามาให้แล้วนะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเอาพรุ่งนี้อีก”
เขาวางของในมือลงแล้วเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “รถยังจอดอยู่ข้างล่าง งั้นฉันกลับก่อนนะ”
ทันใดนั้นเอง หลิ่วซิ่งฟางก็เปิดประตูออกมา เมื่อเห็นพี่ชายและลูกชายกลับมา เธอก็รีบเรียกพี่ชายแล้วเชิญเขาเข้ามาในบ้าน
ฟ่านซีซีสวมเสื้อโค้ทตัวหนึ่ง แล้วจูงมือแม่ของเธอเดินข้ามถนนไป
ขณะที่ผู้ใหญ่สามคนกำลังพูดคุยกัน ฟ่านซีซีก็เดินตามพี่จิ่นเฉิงเข้าไปในครัว
จริง ๆ แล้วเธออยากจะช่วย แต่พี่จิ่นเฉิงไม่ยอมให้เธอทำอะไร เธอจึงได้แต่ยืนมองเขาอยู่ข้าง ๆ
ตอนที่น้ำกำลังเดือด ฟ่านจิ่นเฉิงก็พูดขึ้นมาว่า “ซีซี ฉันซื้อของขวัญวันเกิดให้เธอด้วยนะ เป็นกล่องสีชมพู เธอออกไปหาดูข้างนอกสิ”
ฟ่านซีซีถามด้วยความอยากรู้ “มันคืออะไรเหรอ?”
ฟ่านจิ่นเฉิงมองเธอด้วยรอยยิ้ม “เธอออกไปดูก็รู้เองแหละ”
ความอยากรู้อยากเห็นและความคาดหวังของฟ่านซีซีพุ่งสูงขึ้นในทันที เธอรีบวิ่งไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อหาของขวัญของเธอ
พี่จิ่นเฉิงนำของกลับมาเยอะมาก แต่เธอก็ยังเห็นกล่องสีชมพูกล่องนั้นได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเปิดกล่องออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือโทรศัพท์ฝาพับสีชมพูเครื่องหนึ่ง โทรศัพท์เครื่องนี้มีขนาดไม่ใหญ่ กะทัดรัด น้ำหนักเบา บนพื้นผิวของตัวเครื่องยังฝังเพชรเล็ก ๆ ที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับแสงดาว มันสวยมากจริง ๆ
หลังจากกดปุ่มไปสองสามครั้ง เธอก็พบว่าโทรศัพท์เครื่องนี้มีซิมการ์ดอยู่แล้ว เธอจึงรีบถือโทรศัพท์เข้าไปในครัว
“พี่จิ่นเฉิง โทรศัพท์เครื่องนี้แพงไหม?”
ฟ่านจิ่นเฉิงไม่ตอบ แต่ถามกลับว่า “ชอบไหม?”
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ชอบสิ แต่ฉันไม่เคยเห็นรุ่นนี้เลย สวยกว่าที่ขายข้างนอกอีก”
“นี่เป็นรุ่นสั่งทำพิเศษ นำเข้าจากต่างประเทศ ฉันซื้อแบบคู่รักมา หมายเลขโทรศัพท์ของเราก็เป็นแบบคู่รักด้วย หมายเลขของฉันลงท้ายด้วย 5202020 ของเธอคือ 2020520”
เมื่อฟ่านซีซีได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำ พี่จิ่นเฉิงช่างเอาใจใส่จริง ๆ เลือกหมายเลขโทรศัพท์แบบนี้มา หยอดเก่งเกินไปแล้ว
“ไม่ชอบหมายเลขนี้เหรอ?” ฟ่านจิ่นเฉิงหยุดสิ่งที่ทำอยู่ แล้วมองเธอ
ฟ่านซีซีกัดริมฝีปากเบา ๆ แล้วกระซิบว่า “มันตรงไปตรงมาเกินไปหรือเปล่า?”
“ตรงไปตรงมาเหรอ? เธอรู้ไหมว่า 520 แปลว่าอะไร”
“รู้สิ ฉันรักเธอ!”
ทันทีที่พูดจบ ฟ่านซีซีเพิ่งรู้ตัวว่า สิ่งที่เธอพูดออกมานั้น เหมือนเป็นการสารภาพรักกับพี่จิ่นเฉิง เธอรู้สึกหน้าร้อนผ่าว จึงยกมือขึ้นปิดบังใบหน้าของตัวเอง
ฟ่านจิ่นเฉิงแอบยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะยกบะหมี่ออกไปให้ลุงของเขา จากนั้นก็กลับเข้ามาในครัว
เขาเอื้อมมือลูบหัวฟ่านซีซีอย่างอ่อนโยน เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและเปี่ยมไปด้วยความรักว่า “ฉันก็รักเธอนะ!”