ลุงปันกับคนอื่น ๆ มาถึงในเวลาต่อมา พวกเขาเห็นเสี่ยวเฉากำลังขุดกลางลำธารแห้งขอดอยู่ก็พากันสงสัย
“คุณหนู เหตุใดมาที่นี่เล่าขอรับ” ลุงปันรีบถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้ามาหาแหล่งน้ำให้พวกเราตักกลับบ้านเ้าค่ะ พวกท่านไปช่วยพี่เฉาขุดได้หรือไม่”
“หืม? เหตุใดต้องขุดลำธารแห้งนี่เล่าขอรับ” เสี่ยวเหอถามอย่างสงสัย
“พี่เหอเห็นหรือไม่ว่ามีน้ำผุดออกมาจากหลุมที่พี่เฉากำลังขุดอยู่น่ะเ้าค่ะ นั่นเป็ตาน้ำในลำธารนี้ ถ้าเราขุดลึกลงไป อาจจะมีน้ำให้พวกเราเอาไว้กินใช้ได้สักพัก”
“ทุกคนวางตะกร้าลงก่อนแล้วไปช่วยเสี่ยวเฉาขุด จะได้เร็วขึ้น เสี่ยวโจ เสี่ยวฉู่ ไปหาไม้มาทำกระบอกใส่น้ำให้ทุกคนเร็ว ประเดี๋ยวหากกลับช้า ทุกคนจะเป็ห่วง”
สิ้นเสียงลุงปัน ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ทันที ส่วนลุงปันก็ไปหาไม้มาทำถังน้ำขนาดย่อมเช่นกัน ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าน้ำจะมีมากพอให้ใส่หรือไม่ อย่างน้อยก็ยังมีถังใส่สักหน่อยก็ไม่เลวนัก
ไช่เหมยฮวาที่ตัวเล็กที่สุดถูกสั่งให้นั่งพักรออยู่ที่เดิม เพราะลุงปันกลัวว่านางจะหายไปอีกจึงกำชับเอาไว้ ไช่เหมยฮวาจึงได้แต่ลองเดินสำรวจใกล้ ๆ ตาน้ำก่อนหน้านี้เผื่อว่าจะพบกับตาน้ำอีกอัน พวกนางจะได้ขุดตาน้ำเมื่อขึ้นเขาครั้งหน้า
สองชั่วยามต่อมา ลุงปันกับคนอื่น ๆ มีถังและกระบอกไม้ไผ่สำหรับใส่น้ำที่ขุดได้จำนวนไม่น้อย พวกเขาเร่งมือกรอกน้ำที่ขุดตาน้ำได้ลึกเกือบสองจั้งเพื่อจะได้ไม่ลงจากเขาช้าเกินไป อย่างไรตอนนี้ก็ใกล้พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ถึงแม้น้ำที่ขุดมาได้จะไม่ได้มากมายนัก อย่างน้อยพวกเขาก็พอจะมีน้ำกินกันอีกหลายวัน
“คุณหนู พวกเรารีบลงเขากันเถิดขอรับ ไม่เช่นนั้นทุกคนจะเป็ห่วง น้ำของคุณหนูพวกข้าจะนำไปส่งให้ที่บ้านเองขอรับ” ลุงปันเรียกไช่เหมยฮวาที่ลุกขึ้นพอดี
“เ้าค่ะลุงปัน ขอบคุณพวกท่านมาก แล้วเื่ตาน้ำนี่ เราจะบอกชาวบ้านดีหรือไม่เ้าคะลุงปัน”
“ไม่จำเป็ขอรับ คุณหนูอย่าได้คิดว่าชาวบ้านพวกนั้นเป็คนดี เมื่อคืนพวกข้าเห็นพวกเขามาทำลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนจะมาขโมยเสบียง เื่นี้เราปิดไว้ดีกว่าขอรับ”
“จริงหรือเ้าคะลุงปัน เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไรดีถ้าพวกเขามาปล้นจริง ๆ”
“คุณหนูไม่ต้องกังวล ลุงซู่จัดเวรยามปากทางมาบ้านพวกเราไว้แล้วขอรับ”
“อย่างนั้นคงต้องขอบคุณพวกท่านลุงที่ลำบากแล้วเ้าค่ะ เรารีบลงเขากันดีกว่า ข้าจะบอกเื่นี้ให้ท่านแม่กับน้องชายระวังตัวเอาไว้ด้วยเ้าค่ะ”
ลุงปันพยักหน้ารับคำไช่เหมยฮวา จากนั้นพวกเขาต่างช่วยกันแบกสิ่งของลงจากเขาไปอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ไช่เหมยฮวาจะตัวเล็กกว่าเพื่อน แต่ตอนลงเขานับว่าไม่กินแรงนางนัก ไช่เหมยฮวาวิ่งเหยาะ ๆ เพื่อไม่ให้เป็ตัวถ่วงของทุกคน บรรดาบ่าวที่มาต่างอมยิ้มกับความน่ารักของคุณหนูพวกเขา ไม่ว่าตอนนี้ชีวิตจะลำบากมากเพียงใด อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีความหวังอยู่เมื่อเห็นความสามารถของคุณหนู
ผู้ใหญ่บ้านเปียนจิ่วกับครอบครัวกลับมายังหมู่บ้านพร้อมทหารจำนวนหนึ่ง พอท่านเ้าเมืองทราบว่าชาวบ้านในหมู่บ้านล้วนแต่เป็คนเห็นแก่ตัว ท่านเ้าเมืองจึงกลัวว่าครอบครัวอดีตไท่ฟู่จะถูกรังแก เขาจึงสั่งการให้ทหารมาประจำการที่หมู่บ้านเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดเื่ไม่คาดคิด
ชาวบ้านพอรู้ว่าผู้ใหญ่บ้านพาทหารมาจริง พวกเขาต่างไม่พอใจอย่างมาก เพียงแต่ทุกคนก็กลัวว่าตนเองจะถูกส่งเข้าคุก ชาวบ้านจึงไม่กล้าก่อเื่อีก
หกเดือนต่อมา
ไช่เหมยฮวาที่ขยันขึ้นเขาหาเสบียงมาตลอดพร้อมกับทุกคนที่มาจากจวนเก่าของนางจนไม่ต้องอดอยากมากอย่างที่คิดในวันที่มาถึงครั้งแรก ขณะที่นางกำลังจะไปชวนพวกเขาขึ้นเขาอีก ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มและมีเสียงฟ้าร้องดังครืนครั่นไปทั่วหมู่บ้าน ไช่เหมยฮวาเงยหน้ามองฟ้าแล้วก็พบว่าฝนน่าจะตกเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี นางแย้มรอยยิ้มกว้างออกมาและนำตะกร้าสะพายหลังใบเก่าไปเก็บทันที
“ท่านแม่!! ฝนกำลังจะตกแล้วเ้าค่ะ พวกเราไม่ต้องขึ้นเขาไปหาน้ำแล้ว” ไช่เหมยฮวาะโบอกมารดาเสียงดัง
“โอ้ ขอบคุณ์ จากนี้พวกเราคงไม่อดอยากกันอีกแล้วสินะ” หม่าซูเงยหน้ายกมือไหว้ท้องฟ้าอย่างซาบซึ้ง ในที่สุดพวกนางก็ไม่ต้องลำบากหาน้ำอีกแล้ว
“ว้าว ฝนตก ๆ พี่ใหญ่จะได้พักผ่อนบ้างแล้วนะขอรับ” ไช่ซิวร้องบอกออกมา
“ฮ่า ฮ่า พี่สาวเ้าไม่เหนื่อยเลยสักนิดนะซิวเอ๋อ การขึ้นเขาก็ถือเป็เื่ดีที่เราจะได้หาเสบียงอาหารมาเพิ่มให้เ้าอย่างไรเล่า” ไช่เหมยฮวาลูบหัวน้องชายพร้อมรอยยิ้ม
“น้องชายเ้าเป็ห่วงเ้ามาตลอดนะฮวาเอ๋อ เ้าขึ้นเขาแต่ละครั้งไม่ใช่เื่ง่าย”
“พวกท่านไม่ต้องห่วงข้า มีพวกท่านลุง ท่านพี่ทั้งหลายไปด้วย พวกเขาต่างหากที่น่าจะเหนื่อยมากกว่าข้าเ้าค่ะ”
“อืม แม่เข้าใจ วันหน้าหากพวกเราลืมตาอ้าปากได้ เ้าอย่าได้ลืมบุญคุณของพวกเขานะฮวาเอ๋อ ซิวเอ๋อก็ด้วย หากทำสิ่งใดตอบแทนได้ก็ช่วยพวกเขาให้เต็มที่”
“พวกเราเข้าใจแล้วเ้าค่ะ/ขอรับ” สองพี่น้องรับคำมารดาเสียงดัง
ในหมู่บ้านพอเห็นว่าฝนจะตกจริง ๆ ทุกคนต่างโห่ร้องเสียงดังอย่างดีใจ ในที่สุดพวกเขาก็ไม่ต้องอดน้ำกันอีกแล้ว ไม่ว่าฝนครั้งนี้จะตกมากหรือน้อย อย่างไรก็ช่วยพวกเขามีน้ำกินประทังชีวิตไปได้อีกหลายวัน เพราะชาวบ้านไม่มีใครอยากขึ้นเขาถึงแม้จะเห็นคนนอกที่ย้ายมาขึ้นเขากันมาตลอดก็ตามที ด้วยความเกียจคร้านและเห็นแก่ตัว ทุกคนเพียงคิดอยากแย่งชิงอาหารจากพวกเขาเท่านั้น จนใจที่มีทหารคอยเฝ้าดูแลอยู่ ชาวบ้านเ่าั้จึงทำได้เพียงตักน้ำแห้งขอดจากบ่อของตัวเองผสมดินขึ้นมากินพอให้ประทังชีวิตไปได้เท่านั้น
เ้าเมืองและทุกคนในเมืองต่างดีใจไม่แพ้เหล่าชาวบ้านรอบนอก พวกเขาได้แต่ขอบคุณ์ที่ประทานน้ำฝนมาให้พวกเขาได้เก็บไว้กินใช้ ไม่ว่าฝนจะมีปริมาณมากน้อยเพียงใดก็ช่าง อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่จำเป็จะต้องหาเงินไปซื้อน้ำจากเมืองอื่นมากินใช้อีกต่อไปแล้ว
ฝนในครานี้ตกต่อเนื่องนานถึงเจ็ดวันกว่าที่จะซาลง ทำให้น้ำในลำธารที่เคยแห้งขอดและบ่อน้ำที่แห้งไปนานแล้วมีน้ำเต็มขึ้นมาในคราเดียว ูเาหลังหมู่บ้านที่เคยแห้งแล้งก็ดูดีขึ้นมากเช่นกัน ทุกคนได้แต่ภาวนาว่าจะมีพืชผลให้พวกเขาขึ้นเขาไปหากินได้บ้างในอนาคต
สามเดือนต่อมา
ไช่เหมยฮวากับน้องชายที่เก่งด้านการประดิษฐ์ได้สร้างสิ่งของแปลก ๆ เพื่อนำไปขายในเมือง โดยพวกเขาใช้ไม้จากูเามาช่วยกันทำออกมาหลายสิบชิ้นในเวลาแค่ไม่กี่เดือน เพราะไช่ซิวนั้นถึงแม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่ความสามารถด้านการประดิษฐ์ของเขานับเป็พร์ที่มีมาั้แ่เกิด เื่นี้มีเพียงบิดา มารดาและพี่สาวของเขาเท่านั้นที่รู้ ด้วยเกรงว่าน้องชายจะถูกคนใช้ประโยชน์ พวกเขาจึงปิดบังเื่นี้มาั้แ่รู้ว่าไช่ซิวมีพร์เช่นนี้
หลังจากที่ฝนเริ่มตกลงมาเมื่อหลายเดือนก่อน ซู่หยงก็นำเงินที่เก็บซ่อนเอาไว้ก่อนเดินทางออกจากเมืองหลวงไปหาซื้อเมล็ดผักมาแจกจ่ายทุกคนเพื่อปลูกไว้กินเป็อาหารและนำไปขายเมื่อมันโตเต็มที่ ทำให้พวกเขาพอจะมีรายได้เข้ามาบ้าง บ่าวคนอื่นที่มีความสามารถก็ช่วยกันรับจ้างปักผ้าและออกไปรับจ้างในเมืองเช่นกัน พวกเขาหากมีอาหารดี ๆ ก็ไม่ลืมที่จะนำไปให้ฮูหยินกับลูก ๆ ทั้งที่นางไม่กล้ารับแต่ก็ถูกพวกเขาบังคับให้รับไปอยู่ดี
อดีตบ่าวไพร่ทำเช่นนี้เพราะสำนึกในบุญคุณของไช่เหมยฮวาที่พาคนในครอบครัวพวกเขาขึ้นเขาไปหาอาหารใน่ที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนไม่ต้องอดอยากอย่างที่คิดตอนมาถึงหมู่บ้านเปียนจิ่วคราแรก