
นครจันทรา ในยามค่ำคืนแตกต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง ความเงียบสงัดที่อบอวลทั่วทั้งเมืองนี้ถูกขับไล่ด้วย แสงจันทร์ ที่ส่องกระทบอาคารสูงทรงโค้งของเมืองและสะท้อนลงบนพื้นหินสีดำของถนน นี่คือนครที่สร้างขึ้นบน พื้นดินแห่งมิติ และมันจะเริ่มต้นอีกครั้งในวันนี้—การประลองที่ไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อเลือก ผู้พิทักษ์ คนใหม่ที่มีพลังในการควบคุม อาวุธแห่งการผนึก
แสงจันทร์สีฟ้า เปล่งประกายลงมาบนลานประลองขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางนคร ลานประลองนี้ไม่เหมือนสนามรบทั่วไป มันมีลักษณะเหมือนกับการเปิดประตูไปสู่โลกที่ ต่างมิติ ทุกอย่างรอบตัวผู้เข้าร่วมดูเหมือนจะ ลอยตัว ในอากาศ การเคลื่อนไหวของเวลาไม่คงที่ ภาพของดวงดาวในท้องฟ้าเหนือสนามประลองเริ่มหมุนวนอย่างช้าๆ ราวกับว่าทั้งหมดกำลังตั้งอยู่บน เส้นด้ายแห่งชะตากรรม ที่บางเบาและพร้อมจะขาดลงได้ทุกเมื่อ
สนามประลองถูกล้อมรอบด้วย คูหาหิน ที่มีลวดลายสลักโบราณแกะสลักไว้ตลอดทั้งผนัง จากช่องว่างเล็กๆ ระหว่างหินเ่าั้ เสียงกระซิบจากโลกต่างมิติก็ดังก้องเข้ามา บางทีมันอาจเป็แค่ ความหวาดกลัวในใจ บางครั้งมันอาจเป็เสียงที่ ปลุกสิ่งลึกลับ ให้ตื่นขึ้นมา
เรย์นันยืนอยู่บนชายขอบของสนามประลอง ดาบ เดซิโอ ในมือของเขาสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกาย เหมือนรอยไหม้จากการเผาไหม้ที่ไม่อาจดับลงได้ เขารู้สึกได้ถึง ความร้อน ที่คุกคามจากดาบนี้—ไฟในตัวเขากำลังตื่นขึ้นพร้อมกับ เสียงที่ดังในจิตใจ ของเขา ความคิดที่เหมือนจะเผาผลาญทุกสิ่งที่เขารัก
เขาจ้องมองไปที่ ไฮโอ คู่แข่งคนสำคัญ ซึ่งยืนอยู่ในอีกมุมหนึ่งของสนามประลอง ไฮโอเองก็ถือดาบเงาที่ส่องแสงหม่นๆ ราวกับมันถูกสร้างจาก ความมืดในจิตใจ ของเขา มันสะท้อนการกระทำของผู้ถือ ซึ่งเรย์นันััได้ถึง ความมืด ที่เขากำลังจะต้องเผชิญ
เมื่อเวลาผ่านไป ความร้อนจาก เดซิโอ เริ่ม ค่อยๆ ซึมซับเข้าสู่ร่างกาย ของเรย์นัน มันเหมือนการทดสอบพลังภายใน เขาไม่สามารถปล่อยให้ไฟที่ร้อนระอุควบคุมจิตใจของเขาได้ แม้ว่าไฟในดาบจะ้าที่จะ เผาทุกสิ่ง แต่เขารู้ดีว่าเขาต้องควบคุมมันอย่างระมัดระวัง มิฉะนั้นมันอาจ เผาผลาญ ตัวเขาเอง
เสียงกระทบของดาบของเรย์นันกับพื้นหินทำให้เกิด ประกายไฟ เล็กๆ ซึ่งจุดไฟไหม้ที่พื้นผิวสนามประลอง ท่ามกลาง ความเงียบที่เ็ป ของการประลอง เขาสูดลมหายใจเข้า แล้วบีบมือไปที่ด้ามดาบอย่างแ่า สัญญาณจากภายในดั่งเสียงกระซิบว่า "ควบคุมมัน...อย่าให้มันควบคุมเ้า"
เซอริสยืนอยู่ที่ขอบสนามประลอง ร่างของเธอลอยอยู่เหนือพื้นสนาม คิ้วขมวดเล็กน้อย เธอรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ค่อยปกติ ภายในใจของเธอมี ความลังเล ที่ยากจะขจัดออกไปใน่เวลานี้ การเห็นอนาคตที่เกี่ยวข้องกับการตายของ เรย์นัน ยังคงวนเวียนในสมองของเธอ
เธอดึง ธนูแห่งอนาคต ออกมาและเริ่มเตรียมพร้อม เธอััได้ถึง แรงดึงดูดของเส้นทางอนาคต ที่ลูกธนูจะพุ่งไป กระทั่งการรอคอยนั้นเหมือน การเดินทางผ่านมิติ ความรู้สึกนั้นเหมือนการมองเห็นทุกสิ่งในเวลาเดียวกัน—ทั้งความเป็ไปได้และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“หากฉันยิงไปแล้ว… เขาจะตาย” เซอริสคิด และยังคงจับธนูไว้แน่น แม้รู้ว่า อนาคตนั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การยิงครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การเลือกเป้าหมาย แต่ยังเป็การตัดสินใจที่อาจทำให้เธอต้องยืนอยู่คนเดียวใน โลกแห่งความผิดพลาด
ดวงตาของเซอริสสะท้อนแสงจาก ธนูแห่งอนาคต ที่พร้อมจะถูกปล่อยออกไป แต่ในความเงียบสงัดนี้ ความคิดของเธอก็ยังคงวนเวียน "อนาคตของเรย์นันจะเป็อย่างไร? และฉัน…จะเป็ใครหลังจากการยิงนี้?"
มาริซายืนอยู่ในที่แห่งหนึ่งในสนามประลองที่ไม่เหมือนใคร ภายในเกราะมิติของเธอเริ่มเกิด การแผ่ขยาย เหมือนกับพลังจากอีกมิติที่ค่อยๆ ลอยเข้ามาเป็ภาพลวงตา ลำแสงสีฟ้าเริ่มออกมาจากรอยแยกในอากาศ ท่ามกลางความรู้สึก สูญหาย ที่เคลื่อนไหวอยู่ในจิตใจของเธอ เธอรู้สึกถึงการเชื่อมโยงกับ มิติที่หายไป
ความเงียบรอบตัวมาริซาเหมือนจะขยายไปเรื่อยๆ แม้สนามประลองจะเต็มไปด้วยผู้เข้าร่วม เธอกลับรู้สึกถึงการ สูญหายจากโลกนี้ ราวกับว่าทุกสิ่งในสนามประลองไม่ใช่ ความจริง แต่คือเพียง ภาพลวงตา ที่เธอเห็นผ่านมิติแห่งอดีต
“ถ้าฉันสูญเสียตัวตนนี้ไป… ฉันจะเหลืออะไร?” มาริซาถามตัวเอง รอยยิ้มบางเบาก่อตัวขึ้นที่มุมปากของเธอ แต่ในใจกลับรู้สึกถึง ความสับสน และ การต่อสู้ภายใน ที่ไม่อาจบรรเทาได้
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพิสูจน์พลังทางกายภาพ—แต่เป็การเดินทางไปใน โลกที่ไม่มีทางกลับ ในบางจุด มาริซาเข้าใจดีว่าเธออาจต้อง ทิ้งสิ่งที่สำคัญที่สุด ของตัวเอง เพื่อที่จะปกป้องนครจากมิติที่กำลังจะพังทลาย