บทที่ 7 เด็กคนนี้เป็ของผม
จากตัวอำเภอไปถึงหมู่บ้านของพวกเขา ถ้าเดินเท้าต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าขับรถยนต์ก็ราว ๆ สี่สิบนาที นั่นก็เป็เพราะถนนเป็หลุมเป็บ่อ ขับได้ไม่สะดวกนัก
ถ้าเป็ถนนใหญ่ คาดว่าไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว
รถแล่นมาจอดที่ทางเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านหลายคนก็มามุงดูกัน ไม่ค่อยจะมีรถยนต์ได้แล่นเข้ามาในหมู่บ้านมากนัก พวกเขาจึงอยากดูของแปลกกัน
โดยเฉพาะเด็ก ๆ ต่างก็วิ่งกรูกันเข้ามาล้อมรถยนต์ด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"ว้าว! รถยนต์ ๆ ๆ ในที่สุดฉันก็ได้ััมันแล้ว"
"ฉันก็ได้จับแล้ว ร้อนจัง ร้อนจริง ๆ ด้วย"
"ฉันเห็นรถยนต์แล้ว ฉันได้จับรถยนต์แล้ว มีความสุขที่สุดเลย"
"โอ้โห! มีลูกอมด้วย คุณลุงตัวสูง ๆ กำลังโปรยลูกอม พวกเรารีบไปเก็บกันเร็ว"
เสิ่นเฉินิเห็นเด็ก ๆ มาเยอะแยะ ก็เลยหยิบลูกอมออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แล้วโปรยไปให้ พวกเด็ก ๆ ต่างก็ดีใจกันใหญ่ รีบวิ่งกรูเข้าไปแย่งกันเก็บลูกอมกันอย่างสนุกสนาน
เมื่อฉินซวงซวงลงจากรถ เห็นผู้คนมามุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้สึกเอือมระอาเล็กน้อย ผู้ชายคนนี้ทำอะไรใหญ่โตเกินไป เธอทนไม่ไหวจริง ๆ
"โอ้โห! ซวงซวง! กลับมาแล้วเหรอ! ผู้ชายคนนี้เป็ใคร? ดูท่าทางไม่เหมือนหยางเทียนเหอเลยนะ!"
"ใช่ ๆ เขาเป็ใคร? ทำไมถึงได้กลับมาพร้อมเธอ? แล้วหยางเทียนเหอไปไหนล่ะ?"
"พวกเธอไม่ได้กำลังจะแต่งงานกันเหรอ? ทำไมคู่หมั้นถึงไม่กลับมาด้วยกันล่ะ?"
เห็นกลุ่มป้า ๆ ถามถึงแต่หยางเทียนเหอ สีหน้าของเสิ่นเฉินิเลยดูบึ้งตึง ไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เขาส่งสายตามาทางฉินซวงซวง เป็นัยว่าให้รีบอธิบาย
หญิงสาวรับรู้ความหมายจากแววตาเขา ก็เลยหยุดไปครู่หนึ่ง มองไปยังเหล่าป้า ๆ ที่กำลังถามไถ่ด้วยความกระตือรือร้น ก่อนจะถอนหายใจออกมา "หยางเทียนเหอไม่อยากแต่งงานกับฉันแล้วค่ะ เขาไปหาผู้หญิงคนใหม่ที่เป็ลูกสาวรองผู้บัญชาการในค่ายทหาร ส่วนนี่ชื่อเสิ่นเฉินิ เป็แฟนฉันค่ะ พวกเรารักกัน"
"อะไรนะ! หยางเทียนเหอทิ้งเธอแล้วเหรอ? แถมยังไปหาลูกสาวรองผู้บัญชาการอีก? ไอ้คนใจร้าย เห็นแก่ตัวชัด ๆ"
"เธอบอกว่าคนนี้เป็ใครนะ? แฟนเธอเหรอ? ซวงซวง! เธอเพิ่งเจอเขากี่ครั้งเอง? จะเป็แฟนกันแล้วเนี่ยนะ? มันจะเร็วไปหน่อยหรือเปล่า?"
ฉินซวงซวงรู้ดีว่าทุกคนเป็ห่วง เลยได้แต่ฝืนยิ้ม "ไม่มีทางเลือกหรอกค่ะ พวกเรารักกัน ฉันกับหยางเทียนเหอก็คบกันมานานแล้ว หมั้นกันมาเกือบสามปี สุดท้ายก็โดนคนอื่นคว้าไป”
“ฉันก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว เจอคนที่ใช่ก็ต้องรีบคว้าไว้ก่อน กลัวโดนคนอื่นเขานินทาเอาได้"
เสิ่นเฉินิ หันกลับไปยิ้มแห้ง ๆ ให้เหล่าคุณป้า "พรุ่งนี้เราจะหมั้นกัน ผมกับซวงซวงเป็เนื้อคู่กัน หนีไม่พ้นหรอก"
"จริงเหรอ? หนุ่มน้อยคนนี้ดูดีทีเดียว ซวงซวงก็ไม่เลว ถ้าหมั้นกันได้ก็คงดีนะ"
"หยางเทียนเหอเปลี่ยนใจไปแล้ว ซวงซวงหาคนนี้ได้เอง ฉันดูแล้วก็แข็งแกร่งกว่าหยางเทียนเหอ ปู่ฉินต้องเห็นด้วยแน่ พรุ่งนี้จะหมั้นเลยหรือเปล่า? เร็วไปหน่อยไหม?"
เสิ่นเฉินิส่ายหัว "ไม่เร็วไปหรอกครับ มะรืนก็แต่งงาน อีกวันก็ไปกองทัพ ผมมีเวลาแค่ห้าวัน ถ้าไม่รีบก็คงทำเื่ไม่ทัน"
พูดจบ เขาก็ไม่สนใจเหล่าคุณป้าที่กำลังแตกตื่น เขาจูงมือฉินซวงซวงแล้วเดินจากไป
"พาฉันไปบ้านเธอสิ คุณป้าพวกนั้นงงไปแล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ"
ฉินซวงซวงเหลือบมองผู้ชายคนนี้ รู้สึกว่าเขากำลังอวดความสามารถในการรบ ปล่อยะเิลูกแล้วลูกเล่าใส่พวกเธอ แล้วฉวยโอกาสตอนที่พวกเธอไม่ทันระวังตัว หนีไปอย่างลอยนวล
เสิ่นเฉินิแบกกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบ เดินจูงมือฉินซวงซวงไปอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ใช่เพราะไม่รู้ว่าบ้านของฉินซวงซวงอยู่ที่ไหน เขาคงอุ้มเธอวิ่งไปแล้ว
หญิงสาวตัวผอมบาง น้ำหนักไม่น่าจะเกินสี่สิบห้ากิโลกรัม อุ้มเธอวิ่งห้าสิบกิโลเมตรคงไม่มีปัญหา
บ้านของฉินซวงซวงเป็พราน อยู่ท้ายหมู่บ้านใกลู้เาของหมู่บ้านฉิน
ทางเข้าหมู่บ้านอยู่ตรงหัวถนนของหมู่บ้านฉินเจียจวง ถ้าฉินซวงซวงจะพาเสิ่นเฉินิกลับบ้าน ก็ต้องเดินจากหัวถนนไปท้ายถนน อวดชาวบ้านเขาไปทั่ว
ตอนที่ฉินซวงซวงพาเสิ่นเฉินิกลับบ้าน บังเอิญมีผู้หญิงหลายคนกำลังจับกลุ่มคุยกันอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน
ในปี 1984 แปลงที่ดินก็ถูกแบ่งให้กับประชาชนไปแล้ว ทุกคนไม่ต้องไปทำงานที่กองกลางอีกต่อไป จะทำหรือไม่ทำอะไรก็ไม่มีใครวิจารณ์ พอชาวบ้านเห็นพวกเขา ต่างก็พากันมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เธอกลับมาค่อนข้างเช้า ตรงกับเวลาที่ทุกคนกำลังกินข้าวเช้าพอดี
่เวลานี้ ไม่ว่าหญิงหรือชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างก็อยู่ที่บ้านกันทั้งนั้น ถือเป็่เวลาว่างที่พวกเขาจะได้นินทาชาวบ้านได้อย่างเต็มที่
ฉินซวงซวงยังไม่ทันถึงบ้าน ข่าวที่เธอถูกหยางเทียนเหอทิ้งก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านฉินเจียจวงแล้ว
จางชูฟาง พี่สะใภ้ที่กำลังซักผ้าอยู่ข้างนอกได้ยินเื่นี้เข้า ก็รีบกลับบ้านแทบไม่ทัน น้องสามีคนนี้เป็เหมือนแก้วตาดวงใจของปู่ ย่า และพ่อแม่สามี หยางเทียนเหอกล้าดียังไงถึงทำกับเธอแบบนี้ แล้วยังไปยุ่งกับคนอื่นข้างนอกอีก?
ถึงเขาจะทำตัวเหลวแหลกยังไง อย่างน้อยก็น่าจะเขียนจดหมายกลับมาขอถอนหมั้นก่อนสิ ทางบ้านเราก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผล ทำไมต้องรอให้น้องสามีไปหาถึงกองทัพก่อนถึงค่อยพูดเื่นี้?
แบบนี้มันรังแกกันชัด ๆ!
เธอถือตะกร้าผ้าใบใหญ่กลับมาถึงบ้าน เจอแม่สามี หลี่หยวน กำลังจะอ้าปากพูด ฉินซวงซวงกับเสิ่นเฉินิก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี
จางซูฟางได้แต่ปิดปากเงียบ ไม่กล้าเล่าเื่ที่รู้ให้แม่สามีฟัง เพราะกลัวน้องสามีจะเสียใจ
ครอบครัวฉินมีสมาชิกเยอะ ในหมู่บ้านถือว่าเป็ครอบครัวใหญ่
คุณปู่ของฉินซวงซวงมีลูกชายคนเดียวคือพ่อของเธอ ฉินเจียง ไม่มีพี่ชายหรือน้องชาย
ส่วนป้าสองคนก็จากไปนานแล้ว
แม่ของเธอ หลี่หยวน คลอดลูกเก่ง มีลูกทั้งหมดห้าคน
สี่คนแรกเป็ผู้ชายทั้งหมด สามคนแต่งงานแล้ว อีกคนหมั้นหมายแล้วแต่ยังไม่ได้จัดงานเลี้ยง คาดว่าจะจัดงานปลายปีนี้
พี่ชายคนโต ฉินเฟิง แต่งงานกับจางซูฟาง มีลูกชายสามคน หลานชายคนโตอายุสิบเอ็ดขวบ คนรองอายุเก้าขวบ และคนเล็กอายุเจ็ดขวบ
พี่ชายคนรอง ฉินหลิง ภรรยาชื่อเฉินเสี่ยวอวี่ มีลูกชายสองคน อายุเก้าขวบและเจ็ดขวบ
พี่ชายคนที่สาม ฉินเหลียง ภรรยาชื่อหวังตงเซียง มีลูกชายสามคน อายุเจ็ดขวบ ห้าขวบ และสามขวบ
พี่ชายคนที่สี่ ฉินมู่ คู่หมั้นชื่อฉีฮุ่ยฮุ่ย เป็ครูโรงเรียนเอกชน ทั้งสองหมั้นหมายกันแล้วยังไม่ได้แต่งงาน
ฉินซวงซวงกลับมาเร็ว ครอบครัวของเธออยู่กันพร้อมหน้า จึงวางของลง แล้วแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับเสิ่นเฉินิ
เสิ่นเฉินินำกระเป๋าเดินทางออกมา หยิบขนมหวานข้างในแจกให้เด็ก ๆ ทุกคนต่างมองหน้ากัน ไม่มีใครรับขนมเลย พวกเขาต่างมองไปที่ย่าและแม่ของตัวเอง
ปู่ฉินเดินเข้ามาจากสวนหลังบ้าน เห็นทั้งสองเข้าก็ประหลาดใจมาก "ซวงซวง! ทำไมจู่ ๆ ถึงพาคนอื่นกลับมาด้วยล่ะ"
จางซูฟางพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว "ปู่คะ! ฉันได้ยินมาว่าหยางเทียนเหอถอนหมั้นกับซวงซวงของเราแล้วไปคบกับลูกสาวของรองผู้บัญชาการกองพลแทน"
"อะไรนะ นี่มันเื่จริงเหรอ?"
"ซวงซวง! สิ่งที่พี่สะใภ้ใหญ่พูดถูกหรือเปล่า"
ฉินซวงซวงมองไปที่ทุกคนในครอบครัว ก้มหน้าลง "ใช่ค่ะ ทุกอย่างเป็เื่จริง"
เสิ่นเฉินิดูไม่ชอบใจที่ได้ยินชื่อของหยางเทียนเหอสักเท่าไหร่ เขาขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นว่า "ผมว่าเื่นี้สหายหยางเทียนเหอทำถูกแล้ว เด็กคนนี้เป็ของผม จะไปหมั้นกับเขาได้ยังไง ถอนหมั้นไปน่ะดีแล้ว ถือว่าต่างคนต่างไป"
ฉินซวงซวง "..."
กล้าพูดนะ ฉันนับถือความเป็ลูกผู้ชายของคุณจริง ๆ
ปู่ฉินและหลี่หยวนมองไปที่เสิ่นเฉินิพร้อมกัน ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่กล้าซักถาม จึงหันไปมองที่ฉินซวงซวงด้วยสายตาที่้าคำอธิบาย
เสิ่นเฉินิไม่รอให้ฉินซวงซวงเอ่ยปาก จึงแนะนำตัวเองว่า “ผมชื่อเสิ่นเฉินิ เมื่อห้าปีก่อนโดนงูกัด เด็กคนนี้เป็คนช่วยชีวิตผมไว้ ไม่อย่างนั้นผมคงตายไปแล้ว บุญคุณที่ช่วยชีวิต ต้องทดแทนด้วยชีวิต”