บทที่ 7 วัวตัวเมียหกสูง สุดยอดจนทะลุฟ้า!
หลังจากส่งเหล่าสหายที่แทบจะอยากจะคลุมถุงชน จองตัวเ้าสาวเ้าบ่าวให้ลูกหลานพากันกลับไปแล้ว เจียงิก็จูงมือเล็ก ๆ ของเจียงหลิงเทียนกลับมายังห้องฝึกตน
เขามองเจียงหลิงเทียนที่ทำหน้าตาซื่อบริสุทธิ์ราวกับไร้พิษภัยด้วยสายตาซับซ้อน ใจหนึ่งก็อยากจะสั่งสอนวิชาให้อยู่หรอก...
แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดที่เจียงหลิงเทียนเจอ คือของพวกนี้มันกินไม่อร่อยน่ะสิ
แล้วเขาจะทำอย่างไรได้ล่ะ?
“หลิงเทียนเอ๋ย”
หลังจากเค้นสมองอยู่นาน เจียงิก็ได้แต่กล่าวว่า “เ้าอยากกินอะไรในภายภาคหน้าก็บอกบรรพชนอย่างข้าได้เลย ขอเพียงเป็ของที่มีอยู่บนโลกนี้ บรรพชนจะหาทางเอามาให้เ้าเอง เ้าก็กินให้เยอะ ๆ หน่อยนะ”
“กร้วบ!”
เจียงหลิงเทียนยิ้มพลางพยักหน้า มือก็กัดผลไม้เซียนอายุล้านปีที่ไม่รู้จักชื่อคำโต
เขากินอยู่อย่างนี้ไปครึ่งปี ในที่สุดเจียงหลิงเทียนก็ฝึกฝนจนถึง ขอบเขตโลหิตปราณขั้นไร้ขีดจำกัดได้สำเร็จ!
“เก้าสิบเก้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันจิน ในที่สุดก็จบสิ้นเสียที”
เจียงหลิงเทียนรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะชาชินไปแล้ว ตลอดเก้าเดือนเต็มที่ผ่านมา เขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกิน กินแต่ของล้ำค่าจากฟ้าดินทั้งสิ้น
ยังดีที่รากฐานของตระกูละนั้นน่าเกรงขามอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีทรัพยากรมหาศาลที่ได้มาจากสกุลหลี่และสกุลชิวที่เอามาประเคนให้
ไม่เช่นนั้นคงเลี้ยงเขาไม่ไหวแน่ ๆ หากเป็ครอบครัวธรรมดาคงล่มจมไปนานแล้ว
“ดูเหมือนว่าเพราะรากฐานของข้าจะแข็งแกร่งเกินไป พลังิญญาที่จำเป็ต้องใช้ในการบำเพ็ญจึงมากกว่าคนทั่วไปเป็ร้อยเป็พันเท่าแต่ขอเพียงเราทะลวงผ่านได้ ก็จะเหนือกว่าคนทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด ตอนนี้ถึงขั้นโลหิตปราณไร้ขีดจำกัด มีพละกำลังเก้าสิบเก้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นเก้าพันจิน ในขอบเขตเดียวกันนี้ ข้าคงไร้เทียมทานแล้วมั้ง”
เจียงหลิงเทียนกะพริบตา การฝึกฝนครั้งนี้ทำให้เขาเข้าใจสภาวะของร่างกายตนเองอย่างถ่องแท้
รากฐานเช่นนี้ ช่างเป็เื่ที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนจริง ๆ!
“หลิงเทียน ได้เวลาไปทำพิธีเสี่ยงทายแล้ว”
ในตอนนั้นเอง บรรพชนเจียงิก็ผลักประตูเดินเข้ามา
หืม? เสี่ยงทายจับของงั้นหรือ?
……
“ข้าอยากเห็นเจียงหลิงเทียน! ข่าวลือว่าเด็กคนนี้พละกำลังมหาศาล เติบโตขึ้นต้องเป็ชายชาตรีที่ค้ำจุนฟ้าดินได้แน่นอน!”
“ก็แน่ล่ะสิ! อายุแค่หนึ่งขวบก็มีพลังเทพนับสิบล้านจินแล้ว นี่มันคือ วัวตัวเมียหกสูง พลังนี้มันสุดยอดจนทะลุฟ้าของจริง!”
เมืองเซียนว่านเซิ่ง เมืองเซียนที่ใหญ่ที่สุดในแดนหลิงซวี ยามนี้ยิ่งทวีความรุ่งเรือง
วันนี้ ผู้คนจากภายนอกแห่แหนกันมามากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
เพราะวันนี้คือวันที่บุตรจักรพรรดิแห่งสกุลเจียง เจียงหลิงเทียน จะเข้าพิธีเลือกของเสี่ยงทายครบขวบปี!
คนทั่วโลกต่างรู้ดีถึงการถือกำเนิดที่ะเืเลื่อนลั่นของเจียงหลิงเทียน แล้วใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากมาชมบารมีของผู้ที่มีพร์ระดับมหาจักรพรรดิในตำนานผู้นี้?
เหนือดินแดนบรรพชนของตระกูลเจียง มีเกาะลอยฟ้าขนาดมหึมาลอยอยู่กลางเวหา ตรงกลางมีลานกว้างที่บรรจุคนได้ถึงห้าล้านคน ซึ่งยามนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน
บนอัฒจรรย์สูงสุดของลานกว้าง เหล่ายอดฝีมือจากสามสิบหกเขตแดนต่างพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน นับเป็การชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของพันธมิตรอวิ๋นฮวง ในรอบหมื่นปีเลยทีเดียว!
“น้องเจียง ข้ากักตัวมานานไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก ไม่คิดเลยว่าเพียงไม่กี่ร้อยปีที่ไม่ได้พบกัน ตระกูลเจียงจะพัฒนามาถึงระดับนี้แล้ว”
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีน้ำตาลยิ้มพลางกล่าว แม้คำพูดจะดูเกรงใจ แต่ใบหน้านั้นกลับยิ้มไม่ถึงดวงตา
“พี่จ้าวเกรงใจไปแล้ว”
เจียงเสวียนมีสีหน้าเรียบเฉย เพียงแค่ปรายตามองชายวัยกลางคนผู้นั้นเล็กน้อย เขาคนนี้คือ ‘จ้าวจี๋’ จากตระกูลจ้าว
“เป๊งง!”
ในตอนนั้นเอง เสียงระฆังก็ดังขึ้น พิธีการเริ่มขึ้นแล้ว!
“นำของเสี่ยงทายขึ้นมา!”
เสียงของาาศักดิ์สิทธิ์เจียงเสวียนดังกังวาน ผู้คนห้าล้านคนต่างจ้องมองไปที่เวทีพร้อมกัน
บนแท่นสูงสีแดง มีโต๊ะหินสามตัวปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า บนนั้นมีสิ่งของวางอยู่สามอย่าง ตราประทับสำริดขนาดใหญ่หนึ่งชิ้น ขวานหินที่ดูโบราณเรียบง่ายหนึ่งเล่ม และกระบี่ที่ดูพลิ้วไหวอีกหนึ่งเล่ม
“นี่มันศาสตราเทพะสองชิ้น กับ...อาวุธว่าที่จักรพรรดิชิ้นหนึ่งงั้นหรือ?!”
‘หานเฟิง’ ผู้นำตระกูลหานร้องอุทานออกมาด้วยความใ เื่นี้เหนือความคาดหมายของพวกเขาไปไกล โดยปกติแล้ว ศาสตราเทพคู่ตระกูลของตระกูละทั่วไปก็เป็เพียงศาสตราเทพะ
การมีอาวุธว่าที่จักรพรรดิเพียงชิ้นเดียวก็เพียงพอจะตั้งตนเป็ใหญ่ในเขตแดนหนึ่งได้แล้ว แต่ตระกูลเจียงกลับคิดจะมอบอาวุธว่าที่จักรพรรดิให้เจียงหลิงเทียนั้แ่ตอนนี้ ช่างทุ่มทุนจริง ๆ!
“นี่หรือคือรากฐานของสกุลเจียง? ดูแล้วก็ธรรมดา ๆ นี่นา” จ้าวจี๋หรี่ตาลง ใบหน้าฉายแววผิดหวัง
“ข่าวลือว่าตระกูลเจียงคิดจะแย่งชิงตำแหน่งประมุขแห่งพันธมิตรเต๋า หรือว่าจะหวังพึ่งพิงแค่ของพวกนี้?”
“ยังไงเสีย สกุลหลี่กับสกุลชิวก็ไม่ได้ถูกสกุลเจียงปราบมา แต่เป็ของที่เก็บได้เปล่า ๆ”
เมื่อจ้าวจี๋พูดขึ้น ประมุขตระกูลจากเขตแดนเล็ก ๆ บางคนก็พากันเออออตามกันทันที
“พวกท่านพูดอะไรกัน อัจฉริยะน้อยของเขาอาจจะเป็เ้าพันธมิตรคนต่อไปของเราก็ได้นะ พูดเช่นนี้ไม่กลัวเขาโกรธเคืองหรือ?”
“ผู้คนต่างกล่าวขานว่า เจียงหลิงเทียนมีพลังหนึ่งล้านจินั้แ่กำเนิด พวกท่านคงไม่คิดว่ามันเป็เื่โกหกหรอกนะ?”
จ้าวจี๋ดูจะไม่พอใจปฏิกิริยาของคนรอบข้าง จึงเอ่ยประชดประชัน “น้องเจียง ใช่หรือไม่ล่ะ? พวกเ้าจะมาโกหกคนอื่นได้อย่างไรกัน”
“จ้าวจี๋ ข้ารู้ว่าเื้ัท่านมีคนที่ไม่พอใจการรุ่งเรืองของตระกูลข้า และส่งท่านมาเพื่อกดดันพวกเรา แต่วันนี้เป็วันสำคัญในชีวิตของหลิงเทียน หากท่านยังคงจองหองระรานไม่หยุด ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะปลิดชีพท่านในตอนนี้เลย” เจียงเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
เขาอดทนได้ทุกเื่ แต่ยกเว้นเื่ที่มีคนมาหยามเจียงหลิงเทียน! นี่คือความรับผิดชอบของคนเป็พ่อ!
“เป๊งง!”
ในขณะนั้นเอง เสียงระฆังที่กังวานยิ่งกว่าครั้งใดก็ะเิขึ้นจากเก้าชั้นฟ้า ทุกคนต่างตื่นใและแหงนหน้ามองขึ้นไป
แสงสีทองเจิดจ้าโปรยปรายลงมาจากนภา ย้อมเกาะลอยฟ้าทั้งเกาะให้กลายเป็สีทอง จากนั้นม้วนคัมภีร์ขนาดใหญ่ยาวกว่าพันจั้งก็ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้น!
“นี่หรือว่าคือ... ทำเนียบขอบเขตปราณโลหิตแห่งพันธมิตรอวิ๋นฮวง?!”
“ทำไมมันถึงปรากฏขึ้นในเวลานี้ล่ะ?!”
ทุกคนต่างพากันทำหน้าสงสัย
ม้วนคัมภีร์ที่บดบังท้องฟ้าค่อย ๆ คลี่ออก ปราณิญญาแห่งฟ้าดินทำหน้าที่ราวกับพู่กัน จารึกตัวอักษรลงบนนั้น!
เจียงหลิงเทียน พลังกายขอบเขตปราณโลหิต 99,990,000 จิน ทะลวงอันดับหนึ่งในทำเนียบขีดจำกัดปราณโลหิตอวิ๋นฮวง ตราประทับอิสระวัฏจักรเล็กแห่งอวิ๋นฮวง!
บนม้วนคัมภีร์ อักษรสีทองอร่ามค่อย ๆ ปรากฏเด่นชัดออกมา!
“์! 99,990,000 จิน นี่มันแม่วัวทะลวงคอก... พลังมันสุดยอดจนะเิไปเลย!!!”
“จริงหรือ?! พลังนี้ของจริงหรือเปล่า??”
“ตราประทับอิสระวัฏจักรเล็กแห่งอวิ๋นฮวง? สมบัติในตำนานที่สามารถเคลื่อนย้ายไปทั่วสามสิบหกเขตแดนอวิ๋นฮวงได้โดยอิสระน่ะหรือ? ของสิ่งนี้ไม่ได้หายสาบสูญไปนานกว่าแสนปีแล้วหรอกหรือ?”
“ว้าว!”
ในตอนนั้นเอง ผู้ชมต่างก็อุทานออกมาด้วยความใ
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อใด เด็กน้อยหน้าตาหมดจดงดงามในชุดคลุมขนจิ้งจอกเก้าหางก็เดินออกมาจากแท่นสูงสีแดง แม้เขาจะเป็แค่เด็ก แต่กลับมีใบหน้าที่สง่างามและกลิ่นอายที่ไร้ผู้ใดเปรียบ เขาคือเจียงหลิงเทียนที่เพิ่งจะครบหนึ่งขวบปี!
ในยามนี้ เขาอาบไล้ด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ตราประทับอิสระวัฏจักรเล็กค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า แล้วลงมาวางในมือของเจียงหลิงเทียนอย่างนุ่มนวล
“ขึ้นอันดับหนึ่งก็เป็เื่ปกติ... แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้ของเล่นชิ้นนี้มาด้วย”
เจียงหลิงเทียนมองตราประทับในมือแล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ
เมื่อได้สมบัติชิ้นนี้ ตราบใดที่เป็สถานที่ที่เขาเคยเห็นในความทรงจำ ไม่ว่าจะในเขตแดนอวิ๋นฮวงที่ไหน เขาก็สามารถไปที่นั่นได้ทันที สะดวกสบายยิ่งนัก
จากนั้น เจียงหลิงเทียนก็แขวนตราประทับขนาดเล็กไว้ที่เอว ก่อนจะเงยหน้ามองไปยังอัฒจันทร์
เจียงหลิงเทียนได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตไร้ขีดจำกัดปราณโลหิตแล้ว สายตาและโสตประสาทของเขาเฉียบคมอย่างยิ่ง บทสนทนาบนอัฒจันทร์เมื่อครู่เขาได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
“มีคนจองหองระราน คิดจะสร้างความปั่นป่วนในสกุลเจียงของข้าหรือ?”
สายตาของเจียงหลิงเทียนหยุดอยู่ที่จ้าวจี๋บนอัฒจันทร์ที่ห่างออกไปไกลพอสมควร
“นี่น่ะหรือ... บุตรจักรพรรดิแห่งสกุลเจียง?!”
จ้าวจี๋เองก็เห็นเจียงหลิงเทียนเช่นกัน เหงื่อเย็นเยียบไหลออกมาจากหน้าผาก พลังกายเกือบร้อยล้านจิน พร์ระดับที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน!
หากรู้อย่างนี้แต่แรก เขาคงไม่ทำตามคำสั่งมาลองเชิงตระกูลเจียงหรอก!
แต่เจียงหลิงเทียนเพียงแค่ปรายตามองจ้าวจี๋อย่างเ็า ดูท่าคงจะเป็ผู้แข็งแกร่งขอบเขตาาศักดิ์สิทธิ์ เก่งกาจไม่เบา
แต่ก็นะ...
จากนั้นใจของเจียงหลิงเทียนก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาได้ เขาหยิบกระบี่บนโต๊ะหินขึ้นมา นี่คือศาสตราวุธชิ้นที่มีระดับต่ำที่สุดในของพิธีเลือกของในของสามชิ้น แต่ก็ถือว่าแตะระดับศาสตราเทพะแล้ว
“ระบบ เ้ากระบี่เทพเล่มนี้ทำไมดูเก่าคร่ำคร่าจัง ช่วยปรับปรุงให้หน่อยสิ”
[ระบบ: … (ปรับปรุงให้หน่อย? จะให้ปรับปรุงแบบไหนกันล่ะนั่น!)]
o(≧口≦)o
เพียงชั่วครู่!
[ติ๊ง! ใช้แต้มแก้ไข 1 แต้ม, กระบี่ชิงอวิ๋นทะลวง์ (ระดับจักรพรรดิ) โอกาสสำเร็จ 0.00002%!]
[ปรับโอกาสสำเร็จเป็ 100%!]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับกระบี่ชิงอวิ๋นทะลวง์!]
ไม่ต้องเรียนรู้วิชาหลอมอาวุธ ภายในพริบตาเดียว ศาสตราเทพที่แย่ที่สุดในมือเจียงหลิงเทียนก็ยกระดับขึ้นเป็ระดับมหาจักรพรรดิ!
ทันใดนั้น เหนือผืนฟ้า กลุ่มเมฆมงคลจำนวนมหาศาลก็ปรากฏขึ้น แสงิญญาหลากสีนับหมื่นนับพันสายก็ร่วงหล่นลงมาจากเก้าชั้นฟ้า โอบล้อมรอบตัวเจียงหลิงเทียน ก่อนจะหลอมรวมเข้าไปในกระบี่สีครามสามฉื่อในมือของเขา
แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวจนยากจะอธิบายได้แผ่ซ่านออกมาจากตัวเจียงหลิงเทียน กระจายออกไปรอบทิศทางในชั่วพริบตา!
ผู้คนห้าล้านชีวิต ณ ที่นั้นต่างยืนตะลึง
“์?! นี่มันอะไรกัน??”
“แค่พิธีเลือกของ... ถึงกับทำให้ฟ้าดินวิปริตแปรปรวนเชียวหรือ?!”
ในหัวของทุกคนต่างผุดคำเปรียบเปรยที่สืบทอดกันมาประโยคหนึ่งขึ้นมาทันที
"หนูมุดก้นวัว*[1] นี่มันโคตร 'วัว' ชัด ๆ!"
[1] หนูมุดก้นวัว (老鼠钻牛屁股) มีความหมายแฝงว่า 属实牛逼 (หนิวปี้) ซึ่งคำว่า 牛 (หนิว) แปลว่า วัว แต่ในสแลงจีนแปลว่า เจ๋ง/สุดยอด