บทที่ 4 การปลุกสายเืา
ฉินเทียนวาดมือร่ายมนตร์อย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา พร้อมกับส่งพลังิญญาเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเขายังใช้พลังิญญาควบคุมอักขระบนเตาหลอมยาด้วย
หนึ่งชั่วยามต่อมา เตาหลอมยาก็หยุดสั่นะเื
ฉินเทียนสะบัดมือครั้งหนึ่ง ฝาเตาก็ปลิวเปิดออก ทันใดนั้นกลิ่นหอมของยาก็ขจรขจายไปทั่ว ยาเม็ดสามสีลอยเด่นขึ้นมา
ตัวยาเกิดมีสติปัญญา มันขยับไปมากลางอากาศและพยายามจะหนีออกไป ทว่ากลับถูกฉินเทียนคว้าเอาไว้ได้จากระยะไกล
อันเมี่ยวหลิงที่อยู่ด้านข้างจำได้ทันทีว่านี่คือยาจักรพรรดิอสูร ระดับ์ขั้นสุดยอด สรรพคุณที่โดดเด่นที่สุดของมันคือการชำระไขกระดูกชะล้างเส้นเอ็น ซึ่งสามารถยกระดับพร์และระดับพลังของผู้ใช้ได้
แม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับกึ่งปราชญ์หากได้กินเข้าไป ก็จะมีประโยชน์อย่างมากในการทะลวงเข้าสู่ระดับปราชญ์
ฉินเทียนยื่นยาเม็ดนั้นให้ “เดี๋ยวข้าจะช่วยเ้ากลั่นกรองฤทธิ์ยา"
อันเมี่ยวหลิงรับยามาด้วยสีหน้าซับซ้อน ในตอนนี้นางจำเป็ต้องใช้สิ่งนี้จริง ๆ นับั้แ่ที่รับยามา บางทีแม้แต่นางเองก็ไม่รู้ตัวว่า นางได้ยอมรับในตัวฉินเทียนแล้ว
"ท่านได้แก่นโลหิตบริสุทธิ์ของจักรพรรดิอสูรมาจากที่ใดกัน?" อันเมี่ยวหลิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม หากเป็สมุนไพริญญายังพออ้างได้ว่าสำนักเป็ผู้มอบให้
แต่แก่นโลหิตบริสุทธิ์ของจักรพรรดิอสูรจำนวนมากเช่นนี้ นางไม่เชื่อว่าสำนักจะมีกำลังพอที่จะหามาได้
"ข้ามีความสัมพันธ์อันดีกับจักรพรรดิอสูรบางตน เลยขอพวกเขามาน่ะ" ฉินเทียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
หลอกเด็กชัด ๆ! อันเมี่ยวหลิงพูดไม่ออก นิสัยของจักรพรรดิอสูรเป็อย่างไรนางจะไม่รู้ได้อย่างไร นางมองไปยังฉินเทียนอย่างจนใจ พร้อมคิดในใจว่า 'ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะต้องกระชากหน้ากากท่านให้ได้'
ทั้งสองเดินมายังตำหนักใหญ่ และนั่งลงบนเบาะรองนั่งเผชิญหน้ากัน อันเมี่ยวหลิงกลืนยาจักรพรรดิอสูรลงไป จากนั้นจึงเริ่มโคจรพลังิญญาในร่างกายเพื่อกลั่นกรองตัวยา และปลุกสายเืให้ตื่นขึ้น
เนื่องจากนางมีสายเืเฟิ่งหวงน้ำแข็งา ดังนั้นเมื่อการปลุกสายเืเริ่มต้นขึ้น ร่างกายของนางจึงเริ่มเย็นจัด ส่งผลให้อุณหภูมิรอบข้างลดต่ำลงตามไปด้วย
ตามร่างกายของนางมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะทีละน้อย ผิวพรรณยิ่งขาวผ่องขึ้นเรื่อย ๆ
ฉินเทียนรู้ดีว่านี่คือกระบวนการที่สายเืของนางกำลังแข็งแกร่งขึ้น เขายกมือขึ้นส่งพลังิญญาของตนเข้าไปในร่างกายของอันเมี่ยวหลิงเพื่อช่วยเร่งฤทธิ์ยา
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งถ้วยชา ทันใดนั้นสีหน้าของอันเมี่ยวหลิงก็เริ่มเปลี่ยนเป็แปลกประหลาด เกล็ดน้ำแข็งบนขนตาเริ่มละลาย ผิวที่ขาวราวหิมะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีระเรื่อ และแววตาก็เริ่มพร่าเลือน
"หืม? ทำไมถึงเป็เช่นนี้?"
เนื่องจากถูกสภาวะนี้รบกวน การโคจรพลังเพื่อปลุกสายเืของอันเมี่ยวหลิงจึงถูกขัดจังหวะทันที
ฉินเทียนรีบควบคุมพลังิญญาของตนเข้าไปกระตุ้นแทน มิฉะนั้นการปลุกสายเืของอันเมี่ยวหลิงในครั้งนี้จะต้องล้มเหลวอย่างแน่นอน
อันเมี่ยวหลิงเองก็รู้สึกว่าสภาวะของตนไม่ปกติ ร่างกายร้อนรุ่มจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ ในตอนนั้นเองที่นางนึกถึงแก่นโลหิตบริสุทธิ์ของจักพรรดิอสูรเจียวในยาจักรพรรดิอสูรขึ้นมาได้
โดยธรรมชาติแล้ว เจียวมักมีความมักมากในกามารมณ์ เมื่อมาเจอกับสายเืเฟิ่งหวงน้ำแข็ง จึงมีโอกาสที่จะกระตุ้นคุณลักษณะดั้งเดิมเช่นนี้ออกมา
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงมองฉินเทียนด้วยสายตาตัดพ้อ นางกำลังสงสัยว่าเขาตั้งใจทำเช่นนี้หรือไม่
แต่ยังไม่ทันที่นางจะคิดให้กระจ่าง สติสุดท้ายก็ถูกกลืนกินไป นางโผเข้ากอดฉินเทียนและจุมพิตเขาทันที
ฉินเทียนชะงักค้าง เขาอยากจะหยุดอันเมี่ยวหลิงแต่ทำไม่ได้ เพราะเขากำลังกระตุ้นสายเืในร่างกายของอันเมี่ยวหลิงอยู่
ฉินเทียนเบิกตากว้าง มองดูใบหน้าเล็ก ๆ ที่ยั่วยวนของอันเมี่ยวหลิง รวมถึงส่วนที่ขาวเนียนเ่าั้ ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาเริ่มปั่นป่วนอย่างเลี่ยงไม่ได้
"เ้า... เ้าบังอาจล่วงเกินอาจารย์!"
"หยุดลูบได้แล้ว อาจารย์..."
"อา..."
"ช่างเถอะ อาจารย์จะยอมเสียเปรียบสักครั้งแล้วกัน!" สุดท้ายฉินเทียนก็ได้แต่ปล่อยให้นางทำตามใจ เพราะเขาไม่สามารถหยุดได้
หากหยุดจะทำให้การปลุกสายเืล้มเหลว!
ครึ่งชั่วยามต่อมา เสียงร้องของเฟิ่งหวงก็ดังกังวานขึ้น พร้อมกับปรากฏเงาร่างเสมือนของเฟิ่งหวงน้ำแข็งาเหนือร่างกายของนาง
เมื่อดูจากแรงกดดันของเงาร่างนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าสายเืนี้ไม่ธรรมดา
ติ๊ง!
[ศิษย์ของโฮสต์ปลุกสายเืเฟิ่งหวงน้ำแข็งาระดับจักรพรรดิสำเร็จ พร์เลิศล้ำ รางวัล ยกระดับพร์เป็ขั้นหก และเพิ่มรางวัลการลงชื่อเข้าใช้ห้าส่วน]
"มีเื่ดีเช่นนี้ด้วยหรือ? ข้าควรจะรับศิษย์เพิ่มอีกสักหน่อยดีไหมนะ?"
สำหรับฉินเทียนแล้ว รางวัลนี้เรียกได้ว่ามหาศาลอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น การเพิ่มรางวัลการลงชื่อเข้าใช้ขึ้นห้าส่วน
รางวัลการลงชื่อเข้าใช้สามารถสะสมได้ ก่อนหน้านี้เขามักจะรับรางวัลทุก ๆ ไม่กี่เดือนหรือแม้แต่ปีละครั้ง
การทำเช่นนั้นจะทำให้สิ่งของที่ได้รับมีคุณภาพดีขึ้น การเพิ่มรางวัลขึ้นห้าส่วนในครั้งนี้ จึงเท่ากับว่าความเร็วในการเลื่อนระดับของเขาจะรวดเร็วขึ้นมาก นอกจากรางวัลในการเลื่อนระดับแล้ว รางวัลอื่น ๆ ก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
ส่วนการยกระดับพร์เป็ขั้นหกก็นับว่าไม่เลว ต้องรู้ว่าในตอนแรกเขามีพร์เพียงขั้นสอง โดยทั่วไปแล้วต้องมีพร์ขั้นสามจึงจะสามารถเข้าสำนักคุนหลุนได้
ดังนั้นเขาจึงถือว่าใช้ทางลัดเข้ามา
พร์ในการบำเพ็ญแบ่งเป็ขั้นหนึ่งถึงขั้นเก้า เหนือกว่าขั้นเก้าคือระดับศักดิ์สิทธิ์ และระดับจักรพรรดิ...
ขั้นหกเทียบเท่ากับศิษย์ระดับหัวกะทิของสำนักแล้ว แต่หากเทียบกับศิษย์สายตรงของประมุขยอดเขา หรือศิษย์ของเ้าสำนัก ก็ยังมีความแตกต่างอยู่บ้าง
นี่คือเหตุผลว่าทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงอยากใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย ด้วยพร์ขั้นสอง การบำเพ็ญด้วยตนเองแทบไม่มีผลเลย สู้ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยแล้วลงชื่อเข้าใช้รอรับรางวัลจะดีกว่า
ในขณะนั้น อันเมี่ยวหลิงที่ปลุกสายเืสำเร็จได้เข้าสู่สภาวะลึกลับ ระดับพลังของนางเริ่มทะลวงสู่ระดับต่อไป
ระดับกายทองคำขั้นสอง
ระดับกายทองคำขั้นสาม
ระดับนิพพานขั้นหนึ่ง
ติ๊ง!
[ขอแสดงความยินดีกับศิษย์ของโฮสต์ที่ทะลวงระดับใหญ่ รางวัล ยกระดับพร์เป็ขั้นเจ็ด และเพิ่มรางวัลการลงชื่อเข้าใช้ขึ้นอีกหนึ่งส่วน]
ฉินเทียนดีใจอย่างยิ่ง ขอเพียงบ่มเพาะลูกศิษย์ต่อไป ตัวเขาก็สามารถกลายเป็อัจฉริยะที่ไร้ผู้ต้านได้
อันเมี่ยวหลิงเองก็ได้รับประโยชน์มหาศาล นางทะลวงระดับติดต่อกันถึงสามครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็การทะลวงระดับใหญ่
หากเื่นี้แพร่ออกไป จะต้องสร้างความตกตะลึงให้แก่โลกอย่างแน่นอน
แต่การที่ทำได้เช่นนี้ ส่วนใหญ่เป็เพราะผลของฤทธิ์ยาอันมหาศาลจากยาจักรพรรดิอสูร เนื่องจากมันถูกปรุงขึ้นจากแก่นโลหิตบริสุทธิ์ของจักรพรรดิอสูรหลายตน รวมกับสมุนไพริญญาล้ำค่า
หลังจากทะลวงระดับเสร็จ อันเมี่ยวหลิงก็พบว่าตนเองยังคงกอดอยู่บนตัวของฉินเทียน
"กรี๊ด!" นางกรีดร้องออกมาเสียงหลงและรีบถอยหลังกรูด เมื่อนึกถึงเื่น่าอายเมื่อครู่ ใบหน้าเล็ก ๆ ก็เปลี่ยนเป็สีแดงเรื่อทันที
ชาติที่แล้วในฐานะจักรพรรดินีผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง มีอำนาจสะท้านฟ้าดิน ไม่เคยมีพฤติกรรมใกล้ชิดกับบุรุษใด แต่ตอนนี้… เพียงแค่นึกถึงนางก็รู้สึกเขินอาย
“อะแฮ่ม!” ฉินเทียนกระแอมไอขัดจังหวะ ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยและท่าทางจริงจังว่า “เป็เ้าที่เริ่มก่อนนะ อาจารย์ผู้นี้ใจนิ่งสงบไม่หวั่นไหวเลยสักนิด วันหน้าเ้าต้องระวังให้มากกว่านี้ ศิษย์กับอาจารย์ต้องมีระยะห่าง"
“หึ!” อันเมี่ยวหลิงแค่นเสียงเ็าแล้วเดินจากไป โดยไม่มีความยินดีในการปลุกสายเืาหรือการทะลวงระดับเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่เดินออกจากประตู อันเมี่ยวหลิงก็พบกับม่อเวิ่นเทียน
ม่อเวิ่นเทียนเองก็ััได้ถึงสิ่งผิดปกติ และได้ยินเสียงร้องของเฟิ่งหวงจึงรีบตามมา เขากล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า "นี่เ้าปลุกสายเืเฟิ่งหวงน้ำแข็งาแล้วหรือ?"
เนื่องจากอันเมี่ยวหลิงเพิ่งเสร็จสิ้นการปลุกสายเื กลิ่นอายยังไม่คงที่ เขาจึงััได้ถึงกลิ่นอายของเฟิ่งหวงน้ำแข็งาได้ทันที
"เ้าค่ะ!" อันเมี่ยวหลิงพยักหน้าตอบ
เมื่อได้รับการยืนยัน ความยินดีบนใบหน้าของม่อเวิ่นเทียนก็ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป "ดีเหลือเกิน นี่คือพร์ระดับปราชญ์ คุนหลุนของเรากำลังจะมีระดับปราชญ์คนที่สองแล้ว"
ในตอนนั้นเอง ผู้าุโจากยอดเขาอื่น ๆ ก็รีบตามมาเช่นกัน
"์คุ้มครองคุนหลุนของข้า อีกไม่นาน คุนหลุนจะกลับขึ้นสู่จุดสูงสุด เป็ขุมกำลังอันดับหนึ่งของตงโจวอีกครั้ง"
ฉินเทียนพึมพำเบา ๆ อยู่ด้านหลัง "แค่ปลุกสายเืได้ จะต้องตื่นเต้นขนาดนี้เลยหรือ?"
ม่อเวิ่นเทียนได้ยินดังนั้นก็ตวัดสายตามองมาด้วยความโกรธ "เ้าเด็กบ้า เ้าจะไปรู้อะไร? ผู้ที่มีสายเืเฟิ่งหวงน้ำแข็งา ขอเพียงไม่ตายไปเสียก่อน การทะลวงสู่ระดับปราชญ์เป็แค่เื่ของเวลาเท่านั้น
ช่างเถอะ ข้าี้เีจะพูดไร้สาระกับเ้าที่อยู่แค่ระดับจิติญญาเคลื่อนไหว"
ในตอนนั้น เหลยป้า ประมุขยอดเขาอวี่เหลยจึงฉวยโอกาสกล่าวว่า "ท่านเ้าสำนัก ข้าเห็นว่าไม่ควรให้อันเมี่ยวหลิงอยู่ที่ยอดเขาฉางเจี้ยนอีกต่อไป อัจฉริยะเช่นนี้ จะปล่อยให้ฉินเทียนทำให้เสียเวลาไม่ได้"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ประมุขยอดเขาคนอื่น ๆ ยกเว้นซูหลานต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อได้ยินคำเหล่านี้ สีหน้าของอันเมี่ยวหลิงก็เ็าลง อาจารย์ของข้าผู้เป็จักรพรรดินีผู้ไร้ใจ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมีสิทธิ์มาวิจารณ์ "อาจารย์ของข้าดีมาก และเป็เพราะท่าน ข้าจึงสามารถปลุกสายเืได้รวดเร็วเช่นนี้"
"เพราะเขาอย่างนั้นหรือ?" เหลยป้ากล่าวด้วยสีหน้าดูแคลน "แค่คนระดับจิติญญาเคลื่อนไหวอย่างเขา จะช่วยเ้าได้อย่างไร?"
อันเมี่ยวหลิงสีหน้าเย็นเยียบ "หากท่านยังพูดเช่นนี้อีก ยอดเขาฉางเจี้ยนก็ไม่ต้อนรับท่าน"