*ซู่...*
เสียงน้ำสะอาดไหลจากก๊อกน้ำล้างแผ่นจานกระเบื้องสีครีมอย่างประณีต
นนท์คว่ำจานใบสุดท้ายลงบนตะแกรงผึ่งคว่ำแก้วอย่างระมัดระวัง พลางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรับเอาไออุ่นแสนสบายที่โชยวนอยู่รอบห้องครัว
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกใสของตึกแถว เผยให้เห็นละอองฝุ่นจิ๋วๆ ที่ลอยล่องเหมือนร่ายรำอยู่กลางแสง
เมื่อวานนี้เป็วันเปิดร้านอาหารที่ตึงเครียดที่สุดของนนท์นับั้แ่เริ่มเปิดประตูลูกผสมมา
แต่เมื่อมองย้อนกลับไป ร่องรอยความตึงเครียดเ่าั้กลับเลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับเป็เพียงหมอกควันยามเช้าที่สลายไปในอากาศ
"พี่นนท์คะ! ผักกาดหอมและมะเขือเทศล้างเสร็จเรียบร้อยพร้อมจัดใส่กล่องแล้วค่ะ!"
เสียงเรียกที่สดใสและดังชัดเจนของเอลวิน่าดังมาจากส่วนซักล้างด้านหลัง
นนท์ชะโงกหน้าออกไปมองแล้วก็ต้องยิ้มออกมาด้วยความประหลาดใจปนยินดี
จอมเวทเอลฟ์สาวในวันนี้ดูมีชีวิตชีวาและแววตาส่องประกายมั่นใจขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด
หูเรียวยาวของเธอขยับขึ้นลงอย่างอารมณ์ดี แก้มนวลสีชมพูระเรื่อ และไม่มีร่องรอยของความกลัวหรือวิตกกังวลหลงเหลืออยู่อีกเลยหลังจากที่ได้เผชิญหน้ากับศัตรูในอดีต
"ขอบคุณมากครับเอลวิน่า วันนี้ดูอารมณ์ดีและกระฉับกระเฉงเป็พิเศษเลยนะครับ"
นนท์แซวพลางยื่นผ้าขนหนูสะอาดผืนเล็กส่งให้เธอเช็ดมือ
"แน่นอนค่ะพี่นนท์! ในเมื่อพวกฏวอยด์ ซินดิเคทสัญญากับเราแล้วว่าจะไม่มาวุ่นวายที่นี่อีก และจะรายงานว่ารอยแยกพลังงานสลายไปแล้ว..."
เอลวิน่ายิ้มกว้างพลางรับผ้าไปเช็ดมืออย่างเบิกบาน
"หนูรู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอกเลยค่ะ จากนี้ไปหนูจะสามารถช่วยงานพี่นนท์เสิร์ฟอาหารได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมัวแต่พะวักพะวงกลัวเงาหัวของตัวเองอีกแล้ว!"
"ผมดีใจด้วยจริง ๆ ครับเอลวิน่า แต่ยังไงพวกเราก็ยังประมาทไม่ได้นะ"
นนท์เตือนด้วยความห่วงใยพลางชี้ไปที่บานประตูด้านหลัง
"ถึงแม้กลุ่มนักล่าจะถอยไป แต่ประตูมิติหลังร้านก็ยังคงเปิดอยู่ทางกายภาพ รอยแยกพลังงานก็ยังคงสั่นไหวอยู่ หากมีผู้บุกรุกรายอื่นที่จับคลื่นพลังงานได้และคิดไม่ซื่อก้าวผ่านเข้ามาอีก พวกเราต้องระวังตัวให้ดีครับ"
"เข้าใจแล้วค่ะพี่นนท์! แต่ถ้ามีใครมาอีก หนูกับเตามนตราของพี่นนท์จะช่วยกันจัดการสะกดพลังของพวกมันเองค่ะ!"
เอลฟ์สาวชูกำปั้นทำท่าเบ่งกล้ามอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ทำให้นนท์หัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลาย
นนท์เดินกลับมาที่โต๊ะเตรียมวัตถุดิบและกดยกแผงหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าของระบบขึ้นมาตรวจเช็กแต้มและไอเทมในคลัง
เขานึกถึงไอเทมพิเศษที่เธรอนแพทย์แผนโบราณเอลฟ์มอบให้ในตอนที่ 10
นั่นคือ "รากปฐีขาว" สมุนไพรระดับหายากปานกลางที่ยังมีดินชื้นเกาะอยู่เล็กน้อย ซึ่งนนท์เก็บรักษาไว้ในช่องคลังมิติของระบบเพื่อไม่ให้มันเสื่อมสภาพ
"ระบบครับ... สมุนไพรรากปฐีขาวนี้สามารถนำไปเพาะปลูกในร้านได้ไหมครับ?"
นนท์เอ่ยถามในใจ
*วิ้ง...*
หน้าจอแจ้งเตือนข้อความพร้อมเสียงระฆังใส
[แจ้งเตือนระบบ: รากปฐีขาว (White Earth Root) เป็พืชมนตรากึ่งเวทมนตร์ สามารถเพาะปลูกในดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุมานาได้]
[คำแนะนำ: ปลดล็อกช่องเพาะปลูกพืชมนตราเสริมหลังครัว (Herb Slot) หรือปลูกในกระถางดินเผาผสมดินใบกะเพราป่าที่ผสานมานาจากเตาอั้งโล่มนตรา]
นนท์ตาเป็ประกายทันที
เขาหยิบกระถางดินเผาใบย่อมหลังร้านขึ้นมา ตักดินร่วนปนทรายฝั่งโลกมนุษย์ใส่ลงไปครึ่งหนึ่ง จากนั้นหันไปตักเถ้าถ่านหินมนตราสีเทาละเอียดจากใต้เตาอั้งโล่มนตราผสมลงไปคลุกเคล้า
เถ้าถ่านมนตราที่หลอมรวมเมล็ดพันธุ์ดารามนตรายังคงแผ่ไออุ่นจางๆ และละอองแสงสีม่วงอ่อนระยิบระยับส่งพลังงานธรรมชาตินุ่มนวล
นนท์บรรจงฝังรากปฐีขาวลงไปในใจกลางกระถาง ก่อนจะพรมน้ำสะอาดอุ่นๆ ลงไปเบาๆ
*วิ้ง...*
ละอองแสงเวทมนตร์สีเขียวพฤกษาพลันวูบวาบขึ้นมาล้อมรอบกระถางดินเผา ยอดอ่อนสีขาวนวลสะอาดสะอ้านค่อยๆ งอกพ้นดินขึ้นมาประมาณหนึ่งนิ้วอย่างน่าอัศจรรย์
[ระบบเพาะปลูกเริ่มต้นสำเร็จ: รากปฐีขาว (อัตราการเติบโต 10% ต่อวัน) จะพร้อมใช้งานในอีก 10 วัน]
"สุดยอดไปเลยครับเอลวิน่า ยอดอ่อนงอกขึ้นมาแล้ว!"
นนท์ชี้ให้เอลฟ์สาวดูอย่างตื่นเต้น
"อุ๊ย! น่ารักจังเลยค่ะพี่นนท์ ดินที่ผสมเถ้าถ่านเตามนตรามีพลังเวทเข้มข้นมาก หนูจะคอยช่วยรดน้ำและร่ายมนต์ลมเบาๆ ให้มันทุกวันเลยนะคะ"
เอลวิน่าก้มมองยอดอ่อนด้วยความสนใจใคร่รู้
หลังจากเพาะปลูกสมุนไพรเสร็จ นนท์และเอลวิน่าก็เปิดร้านต้อนรับลูกค้าตามปกติ
ใน่บ่ายและเย็น คลื่นลมหนาวและพายุหิมะสีดำจากมิติไซไฟขยะเริ่มสงบลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ลูกค้าไซบอร์กและเอลฟ์หมุนเวียนเข้ามาใช้บริการแบบไม่หนาแน่นจนเกินไป
นนท์ปรุงข้าวผัดไข่รสละมุนและกะเพราหมูสับร้อนๆ เสิร์ฟให้ลูกค้าข้ามมิติอย่างเป็ระเบียบ
พร้อมได้รับเงินสดสกุลบาทไทยแปลงเข้าระบบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขายอาหารทั่วไปตลอดทั้งวัน
นนท์นับยอดเงินสะสมล่าสุดเมื่อปิดร้าน่ค่ำ พบว่ามียอดเงินบาทไทยงอกเงยขึ้นมาอีกสองพันห้าร้อยบาท
"วันนี้ขายได้สองพันห้าร้อยบาท ยอดสะสมเงินสดเราตอนนี้ขยับขึ้นมาเป็สองหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยบาทแล้วครับเอลวิน่า"
นนท์หยอดธนบัตรลงในลิ้นชักและยิ้มด้วยความสบายใจ
"เยี่ยมไปเลยค่ะพี่นนท์! พรุ่งนี้เราสู้กันต่อเพื่อสะสมเงินไปใช้หนี้ธนาคารงวดสุดท้ายกันนะคะ!"
เอลวิน่าชูแก้วชาไทยเย็นขึ้นมาชนกับนนท์เพื่อเฉลิมฉลองวันทำงานแสนอบอุ่นและราบรื่นอีกหนึ่งวัน
---