บทที่ 10 ห่านขาวของเ้าตัวเล็กมีพลังวิเศษ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาอ้อนวอนที่ใสซื่อบริสุทธิ์ของลูกสาวตัวน้อย หัวใจที่เคยแกร่งดุจหินผาของ ฉินฮ่าวเฉิน ก็พลันอ่อนยวบยาบจนปฏิเสธไม่ลง ต่อให้ตอนนี้อันอันจะขอพระจันทร์บนฟ้า เขาก็คงสั่งให้คนสร้างบันไดขึ้นไปหยิบมาให้เธออย่างแน่นอน
ฉินฮ่าวเฉินย่อตัวลงอย่างว่าง่ายจนเข่าแทบติดพื้นหญ้า ภายใต้สายตาเปี่ยมความคาดหวังของลูกสาว เขาค่อย ๆ ยื่นมือใหญ่ไปแตะลงบนขนสีขาวสะอาดของเ้าห่านขาวตัวเบ้อเริ่มอย่างแ่เบา
ฉินซุ่ยอัน จ้องมองการกระทำของคุณพ่อด้วยดวงตาใสแจ๋วที่เป็ประกายระยิบระยับ เธอถามเสียงหวานออดอ้อน
“คุณพ่อขา~ ขนของห่านขาวนุ่มมากใช่ไหมคะ? นุ่มเหมือนสำลีเลยใช่ไหมคะ?”
ฉินฮ่าวเฉินอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นแสนน่ารักของยัยหนู เขาพยักหน้ายืนยัน
“ใช่ครับลูก นุ่มมากจริง ๆ เหมือนที่อันอันบอกเลย”
เมื่อเห็นคุณพ่อเห็นชอบด้วย อันอันก็ยิ่งมีความสุขล้นปรี่ เธอฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริ ดวงตาโค้งงอเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวน่าเอ็นดูที่สุดในสายตาคนมอง แต่ในฐานะพ่อที่รอบคอบ ฉินฮ่าวเฉินรู้ดีว่าจะปล่อยให้เด็กน้อยเล่นกับสัตว์ปีกที่หลุดมาจากไหนก็ไม่รู้แบบนี้ตลอดไปไม่ได้ เพราะเขาไม่มั่นใจว่ามันมีเชื้อโรคหรือพยาธิติดตัวมาหรือไม่ เขาจึงลอบส่งสายตาเป็สัญญาณลับให้บอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่ด้านข้างหนึ่งที
บอดี้การ์ดคนสนิทรับสัญญาณจากท่านประธานได้ทันท่วงที เขารีบก้าวเข้าไปหาอันอันด้วยท่าทางนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้
“คุณหนูอันอันครับ... คือว่าเ้าห่านขาวตัวนี้ จำเป็ต้องรีบไปที่ ‘ห้องครัว’ ก่อนครับ เพื่อไปจัดการธุระสำคัญนะครับ”
อันอันชะงักไปเล็กน้อย เธอมองห่านขาวสลับกับมองใบหน้าของบอดี้การ์ด เมื่อเห็นว่าบอดี้การ์ดมีสีหน้าเคร่งเครียดราวกับเป็เื่ด่วน เด็กน้อยผู้มีเหตุผลจึงค่อย ๆ ดึงมือน้อย ๆ กลับมาและพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“ได้ค่ะ... ห่านขาวคงมีธุระสำคัญต้องไปที่ห้องครัว”
‘เมื่อกี้พี่ชายคนเล็กบอกว่าห่านขาวหิวแล้ว มันต้องไปหาอะไรกินที่ห้องครัวสินะ’ อันอันคิดในใจ
ฉินฮ่าวเฉินฉวยโอกาสนั้นรวบตัวเด็กน้อยนุ่มนิ่มเข้ามาในอ้อมกอดทันที เขาอุ้มเธอขึ้นแนบอกแล้วพาเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเ้าห่าน
“อันอันครับ เมื่อกี้ทำอะไรซน ๆ อยู่ในสวนดอกไม้คนเดียว บอกคุณพ่อให้ชื่นใจหน่อยได้ไหมครับ?”
ความสนใจของอันอันเปลี่ยนไปทันที เธอหัวเราะคิกคัก
“เล่นซ่อนแอบกับพี่หกค่ะ~”
ฉินฮ่าวเฉินแกล้งทำเป็ไม่รู้เื่ทั้งที่บอดี้การ์ดรายงานเขาหมดแล้ว
“ซ่อนแอบเหรอครับ? มันคือเกมอะไรเหรอ?”
“คุณพ่อไม่เคยเล่นซ่อนแอบเหรอคะ?”
อันอันกะพริบตาด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะรีบเสนอตัว
“งั้นอันอันเล่นกับคุณพ่อได้นะ! อันอันเล่นเป็ เดี๋ยวจะสอนคุณพ่อเองค่ะ~”
เขายิ้มรับ
“ได้เลยครับ เล่นด้วยกันนะ”
ฉินเชียนอี้ เดินตามหลังพ่อกับน้องสาวห่างไปครึ่งก้าว เขามองภาพความอบอุ่นละมุนตาของพ่อลูกคู่นี้ด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ‘เฮ้อ... ไม่ชินเลยแฮะ พ่อโหมดไมโครเวฟนุ่มนวลแบบนี้มันดูแปลกประหลาดจนน่าขนลุกชะมัด!’
ทันใดนั้น ฉินเชียนอี้ก็รู้สึกถึงกระแสความเย็นวาบที่ส่งตรงมาจากด้านหน้า ฉินฮ่าวเฉินชายตามองลูกชายคนเล็ก น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนปานน้ำผึ้งเปลี่ยนเป็น้ำเสียงเ็าออกคำสั่งตามสไตล์ท่านประธานทันที
“เชียนอี้... มาเล่นซ่อนแอบกัน”
ฉินเชียนอี้พยักหน้าเงียบ ๆ ในใจตอบรับทันควัน ‘ใช่เลย! น้ำเสียงเย็นเฉียบ แววตาไร้อารมณ์แบบนี้แหละ... พ่อที่ผมคุ้นเคยและเคารพรัก!’
ในจังหวะนั้นเอง ในขณะที่ทุกคนกำลังจะเดินกลับเข้าตัวปราสาท อันอันพลันได้ยินเสียงร้องประหลาดดังแว่วมา
“ก้าบ! ก้าบ! ก้าาาาบ!”
เสียงนั้นดังมาจากทิศที่บอดี้การ์ดกำลังอุ้มห่านขาวเดินหายเข้าไปทางห้องเครื่องหลังปราสาท อันอันกะพริบตาด้วยความสงสัย ‘ห่านขาวกำลังพูดอะไรนะ? ทำไมเสียงมันดูโกรธ ๆ พี่บอดี้การ์ดอุ้มไม่สบายตัวเหรอ?’
ทันใดนั้นเอง กำไลเงิน ที่ข้อมือเล็ก ๆ ของเธอก็พลันร้อนวูบขึ้นมาอีกครั้ง! ความร้อนนั้นแล่นผ่านชีพจรเข้าสู่การรับรู้ของเธอเพียงวินาทีเดียวก่อนจะสงบลง ทว่าหลังจากนั้น... สิ่งที่อันอันได้ยินกลับไม่ใช่เสียงร้องของสัตว์ แต่มันคือเสียงร้องไห้โหยหวนของใครคนหนึ่ง!
“ข้าไม่อยากไปห้องครัว! ข้าไม่อยากถูกสับเป็ชิ้น ๆ แล้วโดนลงหม้อ! ฮือ ๆ ๆ... ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!”
เด็กน้อยตกตะลึงจนนิ่งค้าง อ้าปากค้างมองคุณพ่อ สลับกับมองพี่ชาย และบอดี้การ์ดที่เดินอยู่ไกล ๆ เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของมนุษย์คนไหนในที่นี้เลย แต่มันดังมาจากทางเ้าห่านขาว! อันอันเริ่มปะติดปะต่อเื่ราวได้ในทันที... ห่านไม่ได้หิว แต่มนุษย์ต่างหากที่กำลังหิวและจะกินมัน!
อันอันรีบกำเสื้อเชิ้ตของคุณพ่อแน่นจนยับยู่ยี่ เธอถามด้วยเสียงสั่นเครือแ่เบา
“คุณพ่อคะ... ห่านขาวกำลังจะถูกกินใช่ไหมคะ?”
ฉินฮ่าวเฉินชะงักฝีเท้า ก้มลงสบตากับดวงตาที่เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าและสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวของลูกสาว หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบเค้นจนอึดอัด
“มีอะไรครับอันอัน?
“ไม่ร้องนะครับ ไม่ต้องกลัวนะคนเก่ง หนูกลัวว่าห่านขาวจะถูกกินเหรอครับ?”
อันอันทั้งพยักหน้าและส่ายหน้าสลับกัน
“คุณพ่อคะ ห่านขาวกำลังร้องไห้ มันไม่อยากไปห้องครัว ไม่อยากถูกกินค่ะ”
ฉินฮ่าวเฉินอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาไม่คิดว่าลูกสาวจะจินตนาการไปไกลขนาดนั้น หรือบางทีนี่อาจจะเป็ ‘ลางสังหรณ์’ บางอย่าง ฉินเชียนอี้ที่เดินตามมานึกถึงเื่ประหลาดที่กำไลเงินรักษาแผลเขาได้ เขาจึงรีบะโบอกบอดี้การ์ดที่กำลังจะเดินเข้าประตูห้องครัว
“เดี๋ยว! หยุดก่อนครับ!”
บอดี้การ์ดหยุดกะทันหัน ในขณะที่ห่านขาวในอ้อมแขนยังคงดิ้นพล่านอย่างเอาเป็เอาตาย
“มีอะไรครับคุณชายเชียนอี้?”
ฉินเชียนอี้ไม่รอช้า เขาวิ่งเข้าไปจ้องหน้าเ้าห่านขาวใกล้ ๆ ห่านยังคงร้อง
“ก้าบ ก้าบ”
อย่างต่อเนื่อง และที่น่าใที่สุดคือ... ที่ใต้ดวงตาเล็ก ๆ ของห่านตัวนั้น มีหยดน้ำใส ๆ ไหลออกมาอาบขนสีขาวจริง ๆ!
“พ่อครับ! อันอันพูดจริงครับ ห่านมันร้องไห้จริง ๆ ด้วย!”
ฉินเชียนอี้ะโบอกพ่อด้วยความใ
ฉินฮ่าวเฉินประหลาดใจมาก เขาถามลูกสาวเสียงเบา
“อันอันรู้ได้ยังไงครับว่าห่านขาวกำลังร้องไห้?”
“อันอันได้ยินค่ะ”
ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความสงสาร
“ห่านขาวน่าสงสารจัง คุณพ่อคะ เราไม่กินห่านขาวได้ไหมคะ?”
ฉินฮ่าวเฉินไม่มีทางปฏิเสธคำขอของลูกสาว เขาพยักหน้าทันที
“ได้แน่นอนครับ เราจะไม่กินมันแล้ว... ปล่อยมันไปซะ”
เขาหันไปสั่งบอดี้การ์ด
เมื่อได้รับอิสรภาพ ห่านขาวก็สะบัดปีกบินหนีเข้าไปในพุ่มไม้ทันที มันส่งเสียงร้อง
“ก้าบ ก้าบ”
เป็ระยะ ในหูของคนอื่นนั่นคือเสียงร้องปกติ แต่ในหูของอันอันกลับเป็
“ฮือ ๆ รอดตายแล้ว! ข้าต้องซ่อนตัว อย่าให้พวกมนุษย์จับได้อีก!”
อันอันมองพุ่มไม้ที่สั่นไหวด้วยความสงสัย ‘มนุษย์คืออะไร? หมายถึงพวกเราเหรอ?’
ฉินเชียนอี้เดินกลับมาหาและถามอย่างระมัดระวัง
“อันอัน ห่านขาวพูดอะไรอีกไหมครับ?”
อันอันตอบอย่างใสซื่อ
“ห่านขาวบอกว่ามันต้องซ่อนตัว ไม่ให้มนุษย์จับได้อีกค่ะ”
ฉินเชียนอี้ใ
“อันอัน... หนูฟังสิ่งที่ห่านพูดรู้เื่เหรอครับ?”
“อืม...”
อันอันเริ่มเพิ่งจะรู้ตัวว่าสิ่งที่เธอได้ยิน คนอื่นอาจไม่ได้ยิน เธอเริ่มกังวลว่าคุณพ่อกับพี่ชายจะมองว่าเธอเป็ตัวประหลาดหรือรังเกียจเธอไหม แต่พอเห็นว่าทั้งคู่แค่ดูประหลาดใจและเป็ห่วง เธอจึงพยักหน้าเบา ๆ
“เมื่อก่อนฟังไม่รู้เื่ค่ะ แต่อยู่ ๆ ตอนนี้อันอันก็เข้าใจขึ้นมาค่ะ”
ห่านขาวที่ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ยังคงส่งเสียง
“ก้าบ”
ไม่หยุด และครั้งนี้มันเปลี่ยนเป็เสียงเคร่งเครียด
“ห้องครัวอันตรายมาก! เดี๋ยวไฟจะไหม้ปราสาทแล้ว! แย่แล้ว ลูกมนุษย์ตัวจิ๋วจะโดนเผาตาย! น่ากลัวจัง ทำยังไงดี!”
ฉินเชียนอี้สังเกตเห็นเสียงร้องที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ
“อันอัน มันพูดอะไรอีกครับ? ทำไมมันร้องเสียงหลงแบบนั้น?”
อันอันกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะทวนคำพูดห่านด้วยน้ำเสียงนุ่มฟู
“ห่านขาวบอกว่าห้องครัวอันตรายมาก ปราสาทจะไฟไหม้แล้ว ลูกมนุษย์ตัวจิ๋วจะถูกเผาตายน่าสงสารมากเลยค่ะ”