“ยอดไปเลยไม่ใช่เหรอคะ” หญิงสาวบอก
เธอเริ่มเล่นเพลงของ Ai
เสียงที่ดังขึ้นคล้ายบทประพันธ์จากอนาคต มันเร็ว ซับซ้อน และเปล่งประกายเกินกว่ามืุ์จะตามทัน
“...ตรงท่อนนี้ มือของมนุษย์คนเดียวไม่สามารถเล่นได้สินะคะ”
เธอปรับโน้ตลงให้เรียบง่ายขึ้น เสียงเปลี่ยนจากฟ้าคำรามเป็สายลมอ่อน พอที่มนุษย์จะเล่นได้
“อาจารย์ แบบนี้ต่อไปเราไม่มีทางชนะ Ai แน่ๆ พวกมันแต่งเพลงเก่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะพยายามสักเท่าไหร่เราก็คงจะแพ้อยู่แบบนี้”
หญิงสาวเล่นเพลงของ Ai
“แพ้เหรอคะ? แต่ฉันชอบเพลงของคิรินนะคะ”
“ไม่มีประโยชน์หรอกครับ เพลงแบบนั้นน่ะ ไม่มีใครที่จำได้ ไม่มีใครรู้จักผมด้วยซ้ำ ไม่ว่าผมจะใช้เวลาเท่าไหร่ ต่อให้ต้องใช้เวลาทั้งชีวิต ก็สู้เพลงที่ Ai ใช้เวลาแต่งไม่ถึง 10 นาทีไม่ได้ แบบนั้นเวลาทั้งหมดที่ผมใช้ไป มันเปล่าประโยชน์ไม่ใช่เหรอ…”
“หืม? คิรินคุณทำได้ตั้งหลายอย่างเลยนะ ทั้งวาดรูปก็ได้ เต้นก็ได้ ต่อสู้ก็ได้ จะเขียนนิยายก็ได้ ฉันไม่คิดว่ามันเปล่าประโยชน์หรอกนะคะ”
“แต่ทุกสิ่งนั้น Ai ก็ทำได้นะครับ และมันทำได้ดีกว่าผมทุกอย่างด้วย ทุกสิ่งที่ผมทำมันเปล่าประโยชน์”
“คิรินคุณคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ เวลาทั้งหมดที่คุณใช้ไปมันไม่มีประโยชน์เลยเหรอ”
เธอถาม ในขณะที่ยังเล่นเพลงนั้นต่อไป
“คุณไม่กลัวเหรอ ว่าวันหนึ่ง Ai จะมาแทนที่คุณ? แล้วคุณจะไม่จำเป็อีกต่อไป?”
“แทนที่? ไม่เห็นว่าฉันต้องจำเป็เลยนี่คะ ไม่จำเป็ก็ดี จะไม่ได้ต้องทำงาน มีเวลานั่งเล่นดนตรีไปเรื่อยๆ”
“แล้ว… อาจารย์จะเล่นดนตรีไปทำไม ถ้าไม่ชนะ”
หญิงสาวหยุดมือ แล้วหันมามองผม
“คิริน ไม่ชอบเล่นดนตรีเหรอคะ?”
“มันไม่ใช่ว่าเื่ชอบหรือไม่ชอบครับ แต่เราคุยกันเื่ว่าถ้าเล่นไปก็สู้ Ai ไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะเล่นไปทำไม”
“ฉันชอบดนตรีค่ะ นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันเล่นมัน”
“ไม่เห็นมีเหตุผลเลย…”
หญิง
“คิริน สิ่งหนึ่งที่มนุษย์เราทำได้ดีกว่า Ai นะคะ”
“เรา “ไร้เหตุผล” ได้เก่งกว่า - ทำเื่ที่ไม่มีประโยชน์ได้มากกว่า”
นั่นแหละค่ะคือสิ่งที่มนุษย์เก่งกว่า Ai
“เพราะอย่างนั้นแล้ว ถึงจะเป็สิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ฉันก็อยากจะทำเพราะอยากทำเท่านั้นแหละ”
++++++++++
“โอ๊ยยยยยยยย เจ็บ ๆ”
ผมสะดุ้งพร้อมกับความรู้สึกเจ็บที่ต้นคอ
มือผมแตะที่คอเหมือนโดนมดตัวใหญ่ ๆ กัด
เมื่อหันกลับไปจึงเห็นว่าสาเหตุของความเจ็บนั้นคืออุปกรณ์ฉีดยาที่มีลักษณะๆ คล้ายๆ ปืนพกในมือของโน
นึกย้อนไปสมัยก่อนตอนที่มีคนมาฉีดวีคซีนที่โรงเรียน พยาบาลจะบอกว่า เจ็บแค่มดกัดเอง พอจิ้มไปถึงรู้ว่า มดต้องตัวใหญ่ระดับหมาบูลด๊อกอ่ะ
อย่างรอบนี้ก็เหมือนกัน
ยังเจ็บจี้ดที่คออยู่เลย
“อะไรเนี่ย” ผมบอกเธอ
โนที่ฉีดยาใส่ผมมองดูผมนิ่งๆ เหมือนรอพิจารณาอะไรบางอย่าง
ทำอะไรของแม่นั้นกันเนี่ย
ไหนว่าจะกระตุ้นโซลอะไรนั่น แล้วจู่ๆ มาฉีดยากันทำไม
หืม?
ผมยกแขนขึ้นมาแล้วพบว่า มันมีอะไรผิดปกติ
จู่ ๆ ตรงแขนของผมมีแสงสีเขียวเรือง ๆ ลอยขึ้นมา
ไม่ใช่แค่นั้นยังมีเสียง ติ้ง! เหมือนของระฆัง ดังขึ้นมาจากในหัว
ทั้งที่ไม่ต่อหูฟัง หรือ เฮดโฟนดันได้ยินเสียงขึ้นมาว่า
"SOUL Protocol Activated"
มองไปยังหญิงสาว โนไม่ได้ขยับปากพูดอะไรเลย
ลำโพงในห้องพยาบาลก็ไม่มี เสียงนี้มาจากไหนกัน
ในตอนที่กำลังสงสัยนั่นเอง จู่ๆ เบื้องหน้าของผมก็ปรากฏหน้าจออินเตอร์เฟสลอยขึ้นมาคล้ายกับหน้าจอ UI ของพวกเกม AR
พอผมไม่รู้จะทำยังไง ตรงหน้ามันก็ขยับเปลี่ยนสภาพหน้าจอไปเป็เหมือนระบบ HUD แบบเกม VR แทน
ราวกับมันรู้ว่า ผมคุ้นเคยอะไรแบบนี้มากกว่า
โลกเปลี่ยนไปในพริบตา ไม่ใช่แค่ในหัว แต่ต่อหน้าต่อตา เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเกมไซไฟแบบ Full Dive ที่ไม่มีใครเคยทำได้จริง
“อะไรกันวะเนี่ย?”
‘Auto Run System’
มีแถบบางอย่างเป็วงกลม และมีเส้นทึบวิ่งไปตามขอบวงกลมเหมือนว่ามันกำลังโหลดอะไรบางอย่าง
“สแกนพื้นที่… ตรวจพบชีพจร… เชื่อมต่อระบบ UNIT-E… โหลดแผนที่”
ตัวหนังสือมากมายวิ่งอย่างรวดเร็ว เหมือนเวลาอัปเดตเกมที่ไม่ได้เข้ามานาน
‘อัปเดตเสร็จสิ้น SOUL พร้อมใช้งาน แสดงสถานะ และตำแหน่ง’
พลันนั้นหน้าจอก็ขึ้นภาพโหลดด้วยความเร็วมหาศาล
หน้าจอกลายเป็สิ่งที่เรียกว่าแผนที่เหมือนพวกเกม
ที่ไม่ใช่แค่แผนที่เท่านั้น
มันยังมีทั้งสภาพพื้นที่ทั้งหมด ส่วนที่บอกว่าตรงนี้ล็อก ตรงนี้ไปไม่ได้ จนกระทั่งบอกว่า ถ้าจะผ่านตรงนี้ต้องใช้อะไร
ตัวแผนที่ขยับไปตามที่ผมคิด แล้วปรากฏชื่อห้องว่า Medical Node 2 - Sector C ขึ้นมาโดยมีสัญลักษณ์สีน้ำเงินเป็รูปวงกลมเล็ก ๆ ดูน่าจะเป็ตัวผมน่ะเอง
บทสรุปเกมเหรอ!!
มันเหมือนกับเป็บทสรุปที่บอกทางทั้งหมดเอาไว้
แถมยังสแกนภาพทั้งหมดเป็โมเดลสามมิติให้เห็นว่า มันคือ อาคารแบบไหนอีกต่างหาก
แสนรู้เกินไปแล้ว
Chatgpt ยังทำอะไรแบบนี้ไม่ได้เลยนะ
‘้าให้ Sync ระบบควบคุมทั้งหมดหรือไม่’
สภาพนี้คงต้องตกลงแหละครับ
พอคิดแบบนี้ ระบบก็จัดการควบคุมทุกอย่างในอาคารนี้ ทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ระบบล็อคเปิดประตู แสงสว่างเองก็ถูกเปิดพร้อมกัน
ใช่แล้ว ไฟมืด ๆ ถูกเปิดทันทีจนสว่างจ้า
ทุกอย่างอยู่ในมือของผมทั้งหมด
สุดยอดไปเลยแฮะ
ผมเห็นในแผนที่ สัญลักษณ์ที่บอกว่าประตูเปิดแล้วจะเป็สีเขียว ส่วนปิดเป็สีแดง ส่วนสัญลักษณ์แทนผมเป็วงกลมสีน้ำเงิน
ส่วนสัญลักษณ์สีเหลืองที่อยู่ข้างๆ ผม คือโนนั่นเอง
เมื่อหันไปมองโน ผมก็พบว่ามีตัวหนังสือปรากฏขึ้นข้างๆ หน้าของเธอด้วย
มันเขียนด้วยตัวหนังสือสีเหลืองสองบรรทัด
บรรทัดแรกเขียนว่า M.A.I.D.
และบรรทัดที่สองคือ No.0
ข้อมูลเหมือนกับที่เขียนบนเสื้อของเธอไม่ผิดเพี้ยน
เมื่อผมกะพริบตาชื่อนั้นก็หายไป
เหมือนกับว่าระบบได้ซ่อนชื่อไปเอง เพราะคิดว่าผมอ่านไปแล้ว ไม่จำเป็ต้องแสดงอีกให้รก
ผมมองไปรอบๆ พวกแผนที่ขยับไปตามผม เหมือนมุมมองที่เห็นเวลาเล่นเกม อินเตอร์เฟสถูกออกแบบให้อยู่ตรงขอบสายตา ไม่รบกวน และจางเองได้ด้วยตามสถานการณ์
“นี่มันอะไร?” ผมถามโน
แต่โนกลับตอบคำถามผมด้วยการถามคำถามแปลกๆ กลับมา
“ดูเหมือนว่า คุณจะมีชีวิตอยู่จริงๆ สินะ”
ไม่รู้ว่ายูซเซอร์อินเตอเฟสพวกนี้ออกแบบยังไงแต่ต้องยอมรับว่าเป็มิตรกับผู้ใช้งาน ใช้งานง่ายสุดๆ จนแทบจะเรียกว่าเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายไปเลย
เป็ไปได้ยังไง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใส่แว่นอะไรแท้ๆ
ผมพยายามขยี้ตา มีคอนแท็คเลนส์ในตาเหรอ
“นาโนแมชชีนที่ฉีดเข้าไปเริ่มทำงานแล้ว” โนบอก “มันจะเชื่อมต่อกับสมองของคุณ และส่งข้อมูลไปยังสมองโดยตรง”
เธอจะบอกว่าไอ้ยาที่ฉีดเข้าไปคือนาโนแมชชีนที่ทำให้ผมมีมุมมองเหมือนอยู่ในเกมออนไลน์แบบนี้เหรอ?
ของแบบนั้นมันมีจริงๆ เหรอ? จะไฮเทคเกินไปแล้ว
“เธอนี่นะทำอะไรปุบปับจริงๆ อย่างน้อยถ้าจะฉีดยาก็บอกกันก่อนสิ”
“...”
หมายความว่าตอนนี้ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับอาคารนี้ถูกแสดงผลโดยระบบ SOUL อะไรนี่แล้วสินะ
“หมายความว่าแผนที่นี่เชื่อใจได้ใช่มั้ย” ผมถาม
โนเอียงคอ เหมือนเธอจะไม่เข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร
“เธอมองไม่เห็นจริง ๆ เหรอ ไอ้หน้าจอเนี่ย”
“ไม่เห็นค่ะ”
“เหรอ?”
แสดงว่า มีผมคนเดียวที่เห็นสินะ
อืม…
ผมมองกลับไปที่แผนที่อีกครั้ง
แผนที่นี้ละเอียดจริงๆ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเราอยู่ในพื้นที่เหมือนชั้นวิจัยใต้ดิน
ดูเหมือนว่าผมจะสั่งการให้ลิฟต์และประตูทั้งหมดทำงานได้แล้ว ผ่านอินเตอร์เฟสพวกนี้
ผมกวาดสายตาผ่านๆ ก่อนจะใที่เห็นอะไรผิดปรกติ
แล้วพบว่า มีวงกลมสีแดงจำนวนมากกำลังพุ่งมาทางนี้
ผมรู้ว่าตัวเองเป็สีน้ำเงิน
ตามตรรกะของเกมที่เล่นมามากมายนั้น ถ้าเป็พันธมิตรน่าจะเป็สีเขียว
ทำไมถึงโนถึงเป็สีเหลือง? เพราะยังไม่แน่ใจว่าเป็มิตรหรือศัตรูงั้นเหรอ?
ก็จริง เพราะผมยังไม่รู้ว่าเธอเป็ใคร เธอยังไม่ตอบคำถามอะไรผมเลยสักอย่าง... แต่ถ้าไม่มีเธอ ผมคงตายไปั้แ่สิบครั้งแล้ว ทำให้ผมสับสนไม่รู้ว่าเธอเป็มิตรหรือศัตรูกันแน่
ถ้าผมเป็สีฟ้า โนเป็สีเหลือง แล้วสีแดงจำนวนมากจะเป็อะไรไปได้?
เฮ้ย ๆ อย่าบอกนะว่า พวกมันหาทางทะลวงผ่านประตูเหล็กมาได้แล้ว
แต่ว่าอีกฝั่งหนึ่งของห้องพยาบาลนี้มีปืนพลาสม่าไม่ใช่เหรอ?
ผมมองแผนที่ดูพวกจุดแดงๆ ที่ค่อยๆ เคลื่อนมา หยุดลงหน้าทางเดินที่มีปืนพลาสม่า
มีแค่ทางเดินที่มีกับดักเมื่อครู่ที่ขวางระหว่างเรากับจุดสีแดงจำนวนมาก
ผมนึกโล่งใจ ว่าบางทีพวกมันคงหยุดอยู่ตรงนั้น และเราจะปลอดภัย
แต่แล้วบางสิ่งที่น่าใก็เกิดขึ้น
จุดสีแดงหนึ่งค่อยๆ เดินเคลื่อนนำเข้าไปในทางเดินนั้นช้าๆ
ผมคิดว่ามันจะถูกหยุดเอาไว้
ทว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น เ้าจุดแดงนั้นเดินหน้าโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เฮ้ย เป็ไปได้ยังไง”
ทันทีที่ผมถามคำถามนั้น สิ่งที่เป็เหมือนภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องนั้นก็เปิดแสดงขึ้น ตรงมุมขวาบน ราวกับระบบรู้ได้เองว่าผม้าเรียกดูภาพสถานการณ์จากห้องนั้น
ภาพนั้นคือภาพจากมุมบนของทางเดินในห้องที่มีเซนเซอร์และปืนพลาสม่านั้น
แต่ตอนนี้สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ บางสิ่งที่เหมือนกับแมงมุมจักรกลขนาดใหญ่
มันเดินด้วยขาแมงมุมหกขา แต่ขาด้านหน้าที่เป็เหมือนแขนของมันมีอีกสีอัน
สองแขนของมันเป็เหมือนโล่ั์ และอีกสองแขนเป็เคียวขนาดใหญ่
แน่นอนว่ามันถูกตรวจจับโดนเซนเซอร์
พลาสม่าระดมยิง แต่มันป้องกันปืนพลาสม่าไว้ด้วยโล่ั์ทั้งสอง ทำให้พลาสม่าแต่มันไม่แม้แต่จะระคายผิวของมัน
เ้าแมงมุมั์ค่อยๆ ก้าวเข้าหาประตูห้องพยาบาลอย่างมั่นคง
แย่แล้ว ประตูของห้องพยาบาลที่เคยล็อก ถูกทำลายโดยโนไปแล้วนี่นา!!
ฉิบหายละ
“ทำยังไงดี?” ผมถามโน
แต่หญิงสาวมองผมกลับมางงๆ
แน่ล่ะ เธอไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนี้มีแต่ผมที่จะตอบคำถามนั้นได้
เรากำลังติดกับ ประตูทางเดิมออกไม่ได้แล้ว อีกฟากของประตูนั้นมีพวกหุ่นเต็มไปหมด
ทำยังไงดี ถ้ามีทางออกอื่นละก็
ตอนนั้นเองที่ระบบ SOUL ส่งเสียงขึ้น
[นำเสนอทางออกอื่น… ลิฟต์ส่งของ]
บริเวณช่องหนึ่งของกำแพงเรืองแสงสีฟ้าขึ้น ผมมองไปยังกำแพงตรงนั้น
ผมมองดูโน เหมือนเธอจะยังงงกับท่าทีของผม
ดูเหมือนว่าจะมีแต่ผมที่มองเห็น เหมือนเวลาเห็นวัตถุที่เป็ไอเท็มของเกมสินะ!
“เร็วเข้า ไม่รู้ว่าทำยังไง แต่เปิดใช้งานที”
[ลิฟต์ส่งของทำงานแล้ว]
ช่องกำแพงนั้นเปิดออก ทำให้เห็นช่องขนาดหนึ่งวา
แต่ตอนนั้นเอง ที่เ้าแมงมุมั์กระชากประตูเปิดออก
ผมคิดว่าฉิบหายแล้ว แต่ดูเหมือนว่าประตูที่เปิดออกจะเล็กเกินกว่าที่แมงมุมั์จะเข้ามาได้
ขาของมันทุบประตูเสียงปึงๆ ด้วยความหงุดหงิด และที่หัวของมัน...ไม่มีตา มีเพียงเซนเซอร์หมุนวนเป็วงแหวนสีแดงเื กำลังจ้องมองมายังพวกเรา
“ไปเร็ว!” ผมบอกโนและออกวิ่ง
โนสไลด์ไปที่ลิฟต์แล้ว ผมรีบวิ่งตามไป
แต่สุนัขหุ่นยนต์ตัวหนึ่งลอดช่องระหว่างประตูเข้ามา
โนจึงต้องออกจากลิฟต์ และเสกอุปกรณ์สีเงินของเธอแทงทะลุสุนัขเหล็ก
“เร็วเข้า” โนออกมาช่วยผม ในขณะที่ผมวิ่งไปที่ลิฟต์ได้สำเร็จ
เมื่อผมหันกลับไปมอง
พบว่าหมาอีกตัวกระชากชายเสื้อคลุมของเธอและดึงเธอเอาไว้
แย่ล่ะ!! ผมอุทาน
เสียงปึงๆ เมื่อเ้าแมงมุมพยายามฉีกกระชากประตู และยัดเอาร่างั์ของตัวเองเข้ามา
สุนัขหุ่นยนต์พยายามดึงถ่วงเวลาโนเอาไว้ ในขณะที่เธอก้าวขยับไม่ได้ หมาอีกตัวก็พุ่งเข้าในโน เธอเปลี่ยนวัตถุสีเงินให้เป็ไม้ยาวๆ และใช้มันป้องกันคมฟันของสุนัขเหล็กที่พยายามกัดเธอ
เ้าหมาเหล็กสองตัวรุมถ่วงโนไว้
ผมอยากออกไปช่วยเธอ แต่ผมทำอะไรไม่ได้เลย
อีกนิดเดียวแมงมุมั์ก็จะเข้ามาได้อยู่แล้ว
“หนีไป! มาสเตอร์!” โนร้องบอกผมที่อยู่ในลิฟต์
“...”
“รีบไป! มีเพียงแค่คุณเท่านั้นที่เป็ความหวังของพวกเรา”
บ้าเอ๊ย ถ้าผมแค่มีอาวุธอะไรสักอย่างละก็…
แล้วเสียงในหัวผมก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง…