หนิงเอ๋อ
นางเพิ่งมีความรัก กลับต้องผิดหวัง นั่งซึมเดียวดาย
ล่เอินเดินเข้ามาทรุดนั่งลงข้างกายโอบกอดนาง ดึงหัวนางซบที่อกเขา
“ข้าต้องหาทางแก้ไขให้จงได้”
“ราชโองการนะคะ ตัดหัวทั้งตระกูลเลยนะ”
“ปกติเจ้ามีความคิดดีๆ ทำไมไม่ลองหาทางกันดู ข้าไม่ยอมอยู่กินร่วมหอกับสตรีนางอื่นโดยมีเจ้าอยู่นอกห้องหับของข้าหรอก”
“แล้วคุณชายจะทำยังไงคะ?”
“อย่างดีข้าก็ทำให้เจ้าท้อง แอบลักกลอบออกไปหาพวกเจ้าแม่ลูก ถ้าข้าไม่มีบุตรกับองค์หญิง นานวันเข้าลูกข้ากับเจ้าก็จะสืบเชื้อสายบ้านสกุลเซียว”
“ข้า... ข้าคิดอะไรไม่ออก คุณชาย ข้าไม่อยากให้ท่านแต่งกับองค์หญิง”
หนิงเอ๋อที่เข้มแข็งร่าเริง ถึงกับหลั่งน้ำตาแล้ว
ลู่เอินแทบใจสลาย เอามือปาดน้ำตาโอบกอดนางแนบแน่น
...................................................................
อาหยงคนสนิทของเกาเฉิงและเป็นรองแม่ทัพ เป็นญาติของเกาเฉิงอีกที
กำลังขยับบั้นเอว เสยใส่หนิงเซียนอย่างลุ่มหลงกระหายสุดขีด ไม่ทราบว่าต้องทำอีกเท่าใดจึงจะบรรเทาฃหนิงเซียนนอนบนโต๊ะดื่มชาของเกาเฉิง ชันเก่าแยกขาให้เสยเสียบอย่างถนัดถนี่
ภายในห้องหับโรงเตี้ยมแห่งนี้ตั้งอยู่ในนครหลวง หาใช่จอนเจ้าเมืองยังจิ๋ว
บนพื้นมีเกาเฉิงที่ตาลอย แทบไร้สติไม่ขยับตัว นิ้วมือสั่นระริก
อาหยงทรุดกายลงหอบหายใจรายกับจะตายหได้
หนิงเซียนยิ้มกล่าวทั้งที่เหงื่อโทรมกาย
“อาหยง เจ้าตัวโง่งมของข้า นี่เพียงพอแล้วหรือ?”
“ข้าไม่มีน้ำจะหลั่งแล้วเซี่ยวเซียนของข้า เจ้ารีดเค้นข้าจนหมดสิ้นแล้ว”
นางยิ้มแย้ม เอาขวดยาด เขย่าเทเม็ดยาบางตัวลงในมือแล้วกืน
“เจ้าคุมกำเนิดต่อหรือ?”
“หรือจะให้ข้าท้องบุตรธดาให้เจ้า แผนยกเจ้าเป็นใหญ่ก็จะหมดสิ้น แล้วยังทำลายแผนการข้าอีก เจ้ากล้าทำข้าผิดหวัง?”
“มิกล้า มิกล้า เพื่อเจ้าข้าทำได้หมด”
ว่าจบเขาคลานเข่าเข้ามาที่ขอบโต๊ะหอมที่โคนง่ามขาหนีบ แล้วหอมฟอดใหญ่ที่เนินขนปกคลุมจากนั้นลุกไปขบเต้าถันที่คล้ายมีน้ำนมแต่ไม่ใช่นั้นขับออกมาให้ชิมดื่ม
“พอเราเอาเข้าโง่เกาเฉิงที่รอนแรมค่อยๆวางยามันจนมีสภาพนี้ เจ้าก็เข้ากราบทูลฮ่องเต้ว่าพวกกบฎลอบวางยาเขา ทำร้ายเขาที่เป็นพระญาติ หมายเอาคืนฮ่องเต้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่มีปัญญา เราแม้สืบทราบ แต่อยู่ต่อไม่ปลอดภัย เจ้าพาข้าหลบนี้มา ถวายรายงานการเอาชีวิตรอดจากการถูกลอบข่มขืนสังหารของข้า เจ้าหาทางพาข้าเข้าไปพบฝ่าบาทได้ที่เหลือก็จะอยู่ในกำมือเรา”
“อา เจ้าช่างเก่งกาจนัก ดีที่ตัวบัดซบสารเลวเกาเฉิงไม่มีใครใคร่รักมัน แม้โดนวางยาก็หาได้มีคนสงสารสนใจ ทำทีช่วยแบบขอไปที มีเพียงภรรยาเอกและรองของมันที่ออกตัวสงสัยเรา ข้าข่มขืนสังหารพวกนางสิ้นป้ายความผิดให้กลุ่มกบฎ หมดเรื่องกัน”
“ฮึ...เจ้าหมดพลังแล้ว อุ้มข้าไปนอนที่เตียง สั่งน้ำอุ่นมาเช็ดล้างให้ข้า เสร็จแล้วนอนให้ข้ากอดรับไออุ่น ช่วงนี้อากาศเย็นมากแล้ว ส่วนเจ้าโง่เกานี่ก็ให้มันนอนรับพื้นเย็นๆนี่ไป ยิ่งสภาพมันย่ำแย่ ยิ่งดี”
“เหอะ เกาเฉิงเอ้ย เกาเฉิง เจ้าบังคับกดขี่ข้ามาตลอด ดันข้ามาเป็นรองแม่ทัพเพราะแม่เจ้าฝากข้าที่เป็นหลานนางไว้ก่อนตาย ข้าทำงานตรากตรำให้เจ้าเย้ยขำและหยามเหยียดมากมาย นับว่าตอบแทนหมดสิ้น อีกทั้งที่เจ้าดันข้าขึ้นมาก็เพื่อเอาไว้ใช้งานได้สะดวกกับตำแหน่งข้าหาได้หวังดีไม่ เมียทั้งสองของเจ้านับยว่าไม่เลว แต่ถ้าเทียบกับเซี่ยวเซียน นับว่าเปรียบดั่งนางสวรรค์กับสุนัขแก่”
.....................
อาหยงพาหนิงเซียนเข้าวังแบบไม่เป็นทางการ ขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเป็นการด่วนและส่วนตัว หากนี่เป็นการล่วงเกิน ยินดีรับโทษตาย
ฮ่องเต้รับทราบว่ารองแม่ทัพที่โตจากสามัญชนคนหนึ่ง ยอมเอาหัวเข้าแลกเพื่อเข้าเฝ้า เขาเองก็เคยกรำศึก ย่อมล่วงรู้เข้าใจความสำคัญของคนแบบนี้
“ให้เขาเข้ามา”
“รองแม่ทัพอาหยงเข้าเฝ้า”
การเข้าเฝ้าและถวายบังคมจบ ฮ่องเต้กล่าวขึ้น
“เรื่องอันใด เจ้าทำเอาข้าร้อนใจรีบกล่าว”
“ทูลฝ่าบาท พวกเราโดนกลุ่มกบฏแทรกซึมวางยาท่านแม่ทัพเกา พวกมันไม่วางยาคนอื่นเพื่อไม่ให้มีคนสงสัยพวกมันที่แฝงตัว นานวันเข้าท่านแม่ทัพออกอาการไม่สู้ดี กินยาเท่าไหร่ไม่หาย หมอบอกว่ายานี้ไม่มีพิษ แต่หากกินสมุนไพรชิดนี้กับอาหารบางอย่างจึงทำให้เกิดอาการ จึงตรวจไม่พบพิษ กระหม่อมเองก็มี่ทราบภาษาการแพทย์นัก ระหว่างร้อนใจรับมือไม่ถูก มีบ่าวหายไป 4-5 คน คาดว่าพวกมันคงเป็นคนวางยา รีบหนีก่อนเราจะสาวสืบ”
แน่นอนว่าบ่างทั้ง 4-5 คนนั้นคือแพะรับบาป และโดนสังหาร จับเผาศพสิ้นตัวตนแล้ว
“นี่เลวร้ายนัก ทำไมต้อิงเป็นเขา?”
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมทราบว่าไม่นานนี้กลุ่มกบฎหมายฉุดคร่าองค์หญิงสามเพื่อชำเราข่มขืนล้างแค้นราชวงศ์จ้าว เลยคิดว่าคนที่เกี่ยวข้อกับฝ่าบาท หากอยู่ในจุดที่พวกมันเอื้อมถึง พวกมันล้วนลงมือ”
“เลวมาก แต่ก็พอจะเข้าใจพวกมันได้”
“ยังมีพระเจ้าข้า พวกมันอาศัยว่าเราตายใจที่พวกมันหนีไป วกกลับมาข่มขืนภรรยาทั้งสองของท่านแม่ทัพแล้วสังหารเสีย เหลือแต่.....”
“เหลือแต่ใคร?”
“สตรีที่งามที่สุดที่ท่านแม่ทัพได้มาเป็นภรรยาสาม ฮูหยินสามของเขาครับ นางก็เกือบจะถูกกระทำ แต่กระหม่อมช่วยไว้ทัน ที่นั่นไม่ปลอดภัย กระหม่อมฝากงานกับรองแม่ทัพท่านอื่น แล้วพานางแบกลากท่าแม่ทัพกลับมายังนครหลวง เผื่อว่าจะช่วยอะไรได้ ถ้าไม่ได้ก็สุดแล้วแต่สวรรค์จะบัญชา.... กระหม่อนไร้ความสามารถ แม้ท่านแม่ทัพจะเป็นญาติของแม่ข้า แต่ก็เป็นพระญาติของฝ่าบาท กระหม่อม....ฮึ่ย....โปรดลงอาญา”
“เฮ้อ....เจ้าทำขนาดนี้ จะโทษเจ้าได้เช่นไร......ว่าแต่เกาเฉิงอยู่ไหน?”
“กระหม่อมซ่อนเขาไว้พระเจ้าข้า หากนำพาเขามาเกรงว่ากระหม่อมจะมาไม่ถึงวังหลวง”
“อืม....แล้ว...เมื่อสักครู่เจ้าบอกว่า สตรีที่งามที่สุด นางงามขนาดนั้นเชียว?”
“เอ่อ...ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเป็นคนบ้านนอก ได้ท่านแม่ทัพอุ้มชูจนมีตำแหน่งทางการทหารเพราะเป็นญาติ ในบ้านนอกของกระหม่อม กระหม่อมมองนางเป็นสตรีที่งามที่สุด กระหม่อมพานางมาเข้าเฝ้าขอพระเมตตาช่วยเหลือนาง ส่วนจะงามเลิศจริงมั้ย ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาเอง หากนางไม่งามจริงดั่งสายตาฝ่าบาท กระหม่อมขอทรงภัยที่กล้าโอ้อวดเกินงาม”
“ฮ่ะ เอาเถอะ อย่างแรกข้าจะส่งคนไปช่วยเกาเฉิง เจ้านำพาทหารหลวงที่ข้าจะมอบให้ไปช่วยเขา ดูแลหาที่พักรักษา ส่วนนาง...เอ่อ..ภรรยาที่เหลือรอดของเขาให้เข้ามาพบข้า เผื่อข้าจะช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวที่เหลือของเกาเฉิงได้”
“รับด้วยเกล้าพระเจ้าข้า”
ฮ่องเต้เขียนดำรัส รับสั่งกองทหารหลวงหนึ่งกองให้ตามอาหยงออกไป
และเบิกตัวหนิงเซียนเข้ามา
“ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”
เสียงของนางหวานจับใจ อ่อนโยนลื่นหูนัก ฮ่องเต้รีบสั่ง
“เงยหน้ามาซิ”
นางเงยหน้าขึ้น หน้านางเหมือนหนิงเอ๋อทุกอย่างแต่ผมยาวมัดเกล้าสวยงาม กิริยามารยาทงามชดช้อย ยามก้มเสื้อผ้าที่โปร่งหลวมทำเอาเห็นเต้าถัน ฮ่องเต้ถึงกับมองอย่างไม่ลดละ เต้าถันนี้ใหญ่กว่าหนิงเอ๋อ นวลผ่อนคล้านยสว่างแม้มองลอดเข้าไปในร่มผ้า
นางงามน่ารักสดใส รอยยิ้มคล้ายรันทดน่าสงสาร ล้วนทำให้บุรุษอยากเข้าทุมเทช่วยเหลือ
ก่อนเข้ามานางบดคลึงเม็ดเสียวของนางจนหลั่งน้ำได้ที่ กรีดเป้ากลางรอยผ้ากางเกงออก ยามเดินมีช่ายผ้ามากมายปกคลุมล้วนยากจะเห็น กลิ่นน้ำหวานของนางโชย
มิทราบเหตุใดฮ่องเต้ถึงหายใจขัดข้อง ใจสั่นมือไม้คล้ายอยากทำสิ่งผิด แต่ต้องขบกลั้นไว้
“เจ้าเดินมาหาข้าใกล้”
“เพคะ”
นางจงใจเหยียบชายผ้า ซึ่งนางคาดคำนวณและซักซ้อมมาอย่างดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ว้าย”
ตึง
นางล้มหงาย กางขาออก กางเกงที่ปริขาดที่ทำไว้แหวกอ้าเห็นกลีบงามสวยไม่มีดำคล้ำ แต่ถึงคล้ำไปบ้างบุรุษก็ไม่นำพาหากแต่สตรีส่วนมากคิดมากกันไปเอง
ขนปกคลุมเรียงรายสลวยเป็นแฉกสามเหลี่ยมรูปธงศึก ที่สำคัญ มีน้ำเมือกเยิ้มใสปริ่มที่ปากรูส่องประกายระยิบระยับ
“โอ~~~”
ฮ้องเต้ร้องออกมา ลุกขึ้นแล้วโผเข้าไปชันเข้าก้มลงไปจับโดยไม่สนสิ่งใด
ความละมุนนุ่มมือ อวบอูมนิ่มเด้ง ขนอ่อนนุ่มสรวยดำขลับเงางาม ครั่นเอามือเอานิ้วรูปาดที่กลางร่องกลีบ น้ำยิ่งปริ่มทะลัก กลีบขมิบให้ดูต่อหน้าต่อตา เขาอ้าปาก แต่ยั้งไว้ฃ
มังกรไหนเลยก้มลงดูดเลียของต่ำ
หนิงเซียนกล่าว
“มังกรเองก็มีหลายระดับชั้น มังกรที่พิชิตมังกรด้วยกันจนอับอายพ่ายแพ้สิ้นเนื้อประดาตัวไปแล้ว มังกรที่ขอดเกล็ดมังกรด้วยกัน มังกรที่หักคมเขี้ยวบั่นเขามังกรตัวก่อนทิ้ง ไหนเลยอยู่ใต้กฎเกณ์ที่มนุษย์เขียนมากำกับให้มังกรระดับนั้นอีกที”
ประโยคนี้ทำให้สามัญสำนักฮ่องเต้ขาดสิ้น เขาฝังหน้าลงไปในกลีบงามอวบสวยฉ่ำเมือกนี้ปากสัมผัส ครอบอมดูกกลืนน้ำหวานนี้ มันคล้ายคาว แต่กลับหอมนัก ยิ่งดื่มยิ่งไม่พอ ยิ่งดื่มคล้ายยิ่งอยาก ตวัดลิ้นชิมเลียกวักดื่มไม่จบสิ้น
ฮ่องเต้จ้าวหานจบสิ้นแล้ว
นางเอามือกดหัวเขาแอ่นเอวดันโคก บดใส่หน้าเขาอย่างพึงพอใจ จากนั้นลุกเดินปลดผ้าออก นั่งบนแท่นทรงงานแล้วแยกขา
จ้าวหานทำทุกสิ่งที่ตนคิดว่าทำแล้วสตรีจะพึงใจเท่าที่เขานึกได้ เขาทำทุกสิ่งที่เป้นการกอบโกยความสุขจากเรือนร่างสตรีเท่าที่เขาเคยทำมา
จากนั้นตะบันแท่งเสยใส่หนิงเซียนทั้งที่ยังไม่ถามชื่อ
นางทราบดีว่ามาถึงจุดนี้ บุรุษผู้เหนือใครทั้งปวงนั้น ควรคู่ให้นางทำการหงส์ร่อบบดมังกร
นางใช้ออกมาแล้ว!
ฮ่องเต้จ้าวหานครางร้องลั่นด้วยความสุขเสียว ขันทีต่างไม่กล้าเข้ามายุ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ทำในห้องทรงานทรงอักษร
สนมบางคนแวะมาทักพร้อมองค์หญิงองค์อื่นฃถึงกับมีเสียงตะโกนจากข้างในออกมา
“กลับไปให้หมด!! ใครรบกวนข้า ประหาร!!!”
ทุกคนรีบหนีกลับเท่าที่ฝีเท้าจะมี
สายจนบ่าย บ่ายจนค่ำ ค่ำจนดึก
จ้าวหานนอนหมดสภาพ ครางด้วยเสียงที่แทบจะหมดแรง
“หนิงเซียน...เจ้าให้ข้าเรียกว่าเซี่ยวเซียน...”
“เพคะ”
“เป็นฮองเฮาข้านะ”
“ถ้าฝ่าบาททำเช่นนั้นหม่อมฉันรับไม่ได้เพคะ”
“งั้นข้าต้องทำเช่นไร ยอดรักของข้า”
“แค่ได้เป็นสนมหม่อนฉันก็ดีใจมากแล้วเพคะ”
“แล้วเกาเฉินล่ะ”
“มีรายงานมาเมื่อสักครู่หม่อมฉันเปิดอ่าน เกาเฉิงโดนสังหารเมื่อพวกเขาไปถึง หาหยงร่ำไห้โทษตนเองเพคะ อย่าให้เขารับโทษเลยเพคะ”
“อืม ตามใจเจ้า”
“รักหม่อมฉันมั้ยเพคะ?”
“ข้าไม่เคยรักสตรีใดเท่าเจ้าเลย แม้แต่ฮองเฮาฟางซินของข้า”
“พระนางเป็นเช่นไรบ้างเพคะ พระนางทรงเคยลำบากมากเท่าที่ข้าทราบมา”
“นางลำบากจริง แต่ตอนนี้นาง...ข้าบอกเพียงเจ้า นางสิ้นไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน”
“ห๊ะ!! สิ้นแล้ว!?”
หนิงเซียนเข้าวังมาเพื่อพบเจอมารดาแท้ๆกลับไม่ทราบว่านางสิ้นแล้ว นางหมายสืบเค้นให้แน่ชัดว่ามารดามีส่วนรู้เห็นการบีบคั้นบิดาตนหรือไม่ แต่เหตุใดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ประชาชนไม่ล่วงรู้
“ข้าไม่อยากให้มีการแก่งแย่งกันของบรรดาสนม แต่ข้าคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับตำแหน่งฮองเฮาที่ว่าง ไม่คาด สวรรค์ส่งเจ้ามาให้ข้า”
“หม่อนฉันมีความรู้แค่โคลงกลอน ดนตรี วาดภาพเล็กน้อย กลัวจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยยากฝ่าบาทไม่ได้”
“โอ แค่มอบสิ่งนี้ให้ข้า ข้าก็เป็นหนี้เจ้าชั่วชีวิตแล้ว”
จ้าวหานลูบไล้ทั่วตัวนางอย่าลุ่มหลง