หลี่เฟิ่งยืนอยู่หน้าประตูเมืองเล็กๆมองย้อนกลับไปยังเส้นทางที่เขาจากมาเขาไม่ได้รู้สึกเสียดายที่ต้องทิ้งการผจญภัยในอดีต แต่กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เรียนรู้วิชาต่างๆที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเข้าใกล้เป้าหมายในการทำลาย พันธมิตรไร้เงา ให้มากยิ่งขึ้น
หลิงเทียนและมู่หรงเยว่ยืนรออยู่แล้วม้าสีขาวบริสุทธิ์สองตัวยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกายพวกเขา ขนของมันขาวสะอาดราวหิมะดวงตาฉลาดเฉลียว
"พร้อมหรือยังท่านหลี่เฟิ่ง?"หลิงเทียนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
"พร้อมแล้วขอรับ"หลี่เฟิ่งตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเขาเดินขึ้นไปบนหลังม้าอีกตัวที่หลิงเทียนจัดเตรียมไว้ให้
เมื่อทุกคนพร้อมพวกเขาก็ออกเดินทางไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศทางที่มุ่งสู่เทือกเขาอันยิ่งใหญ่อันเป็ที่ตั้งของ สำนักกระบี่เมฆา
เส้นทางสู่สำนักกระบี่เมฆาไม่ได้เป็เพียงแค่ถนนธรรมดาแต่มันคือ เส้นทางสู่เมฆา ที่งดงามราวกับภาพวาดจากพู่กันเทพ
ใน่แรกของการเดินทางพวกเขาต้องผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ลมพัดเอื่อยๆพัดพาเอาดอกไม้ป่าสีสันสดใสให้พลิ้วไหวไปมา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้โชยมาตามลมทำให้จิตใจรู้สึกผ่อนคลาย
หลี่เฟิ่งมองดูทัศนียภาพรอบตัวด้วยความตื่นตาตื่นใจเขาไม่เคยเห็นทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่และสวยงามถึงเพียงนี้มาก่อน
"ที่นี่สงบงามจริงๆขอรับ" หลี่เฟิ่งเอ่ยขึ้น
"นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น"มู่หรงเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม "ยิ่งเราเข้าใกล้สำนักมากเท่าไหร่ทิวทัศน์ก็จะยิ่งงดงามและน่าอัศจรรย์ใจยิ่งขึ้น"
เมื่อผ่านพ้นทุ่งหญ้าไปแล้วเส้นทางก็เริ่มวกวนขึ้นสูู่เาที่สูงชันมากขึ้นเรื่อยๆต้นไม้ใหญ่ขึ้นอย่างหนาแน่น ปกคลุมด้วยป่าไม้เขียวชอุ่มตลอดสองข้างทางอากาศเริ่มเย็นลง และบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและเสียงลำธารไหลรินดังมาแต่ไกล ทำให้จิตใจรู้สึกสงบ
พวกเขาต้องผ่านสะพานไม้เก่าแก่ที่ทอดข้ามหุบเหวลึกเบื้องล่างของหุบเหวมีหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งราวกับทะเลเมฆา สายลมพัดโชยมาอย่างแรงทำให้สะพานไม้สั่นไหวเล็กน้อย หลี่เฟิ่งรู้สึกถึงความตื่นเต้นระคนความหวาดเสียวแต่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
มู่หรงเยว่สังเกตเห็นแววตาของหลี่เฟิ่งที่เต็มไปด้วยความชื่นชม"สำนักกระบี่เมฆาของเราตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขานี้เชื่อกันว่ายิ่งผู้ฝึกวิชาอยู่ใกล้ฟ้ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าถึงวิถีแห่งเต๋าได้ง่ายขึ้นเท่านั้น"
หลี่เฟิ่งพยักหน้าเล็กน้อยเขาััได้ถึงพลังปราณที่บริสุทธิ์และเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากูเา ราวกับว่าูเาทั้งลูกกำลังหายใจ
เมื่อพวกเขาขึ้นมาสูงขึ้นเรื่อยๆทัศนียภาพเบื้องล่างก็เริ่มเผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติยอดเขาหลายลูกเสียดฟ้า เมฆหมอกปกคลุมอยู่ตามไหล่เขาราวกับผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมูเาไว้
หลี่เฟิ่งมองลงไปเบื้องล่างเขาเห็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะอยู่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตาราวกับเม็ดทรายที่กระจัดกระจายอยู่บนผืนผ้าใบขนาดใหญ่
"นี่มัน...สวยงามเกินบรรยายจริงๆ" หลี่เฟิ่งอุทานด้วยความตื่นตาตื่นใจ
หลังจากเดินทางมาเกือบทั้งวันพวกเขาก็มาถึงเชิงเขาที่สูงชันที่สุดหน้าผาหินที่สูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าราวกับกำแพงธรรมชาติที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หลิงเทียนชี้ขึ้นไปบนยอดเขา"นั่นคือที่ตั้งของสำนักกระบี่เมฆาของเรา"
หลี่เฟิ่งเงยหน้าขึ้นมองตามนิ้วของหลิงเทียนภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
บนยอดเขานั้นมีอาคารขนาดใหญ่ที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวนวล ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆหลังคาอาคารเป็สีเขียวเข้ม ประดับด้วยลวดลายแกะสลักรูปเมฆาและกระบี่ประตูทางเข้าขนาดใหญ่สูงตระหง่าน มีอักษรทองคำสลักไว้ว่า "สำนักกระบี่เมฆา"
ตัวอาคารทั้งหมดดูราวกับสร้างมาจากหินอ่อนสีขาวที่ส่องประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าหมอกและเมฆบางเบาลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบๆ อาคารทำให้ดูราวกับสรวง์ที่ลอยอยู่บนฟ้า
"นี่มัน...ยิ่งใหญ่กว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก" หลี่เฟิ่งพึมพำด้วยความทึ่ง
"สำนักของเรามีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี"มู่หรงเยว่กล่าว "เป็สถานที่ที่รวบรวมยอดฝีมือจากทั่วแผ่นดิน"
พวกเขาเดินขึ้นไปตามบันไดหินที่สลักขึ้นจากหน้าผาบันไดนั้นทอดยาวขึ้นไปสู่เบื้องบนอย่างไม่รู้จบ หลี่เฟิ่งรู้สึกถึงพลังปราณที่บริสุทธิ์และเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากทุกอณูของูเาราวกับว่าูเาทั้งลูกกำลังหล่อเลี้ยงพลังให้กับสำนักแห่งนี้
เมื่อขึ้นมาถึงประตูทางเข้าสำนักหลี่เฟิ่งก็ยิ่งรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของมัน ประตูไม้แกะสลักขนาดใหญ่สูงเสียดฟ้ามีสัญลักษณ์รูปกระบี่ที่กำลังทะลวงก้อนเมฆสลักไว้อย่างงดงามทหารยามในชุดสีขาวสะอาดสะพายกระบี่เล่มงามยืนเฝ้าประตูอยู่อย่างเคร่งครัด
หลิงเทียนเดินนำเข้าไปในสำนักภายในสำนักกว้างขวางราวกับเมืองเล็กๆ มีอาคารต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็ลานฝึกซ้อมขนาดใหญ่ ห้องสมุด ห้องยา และที่พักของศิษย์
ศิษย์ของสำนักกระบี่เมฆาจำนวนมากกำลังฝึกวิชาอยู่ในลานฝึกซ้อมเสียงกระบี่กระทบกันดัง "เคร้ง! เคร้ง!" ดังสนั่นไปทั่วบริเวณพลังปราณที่แผ่ออกมาจากตัวศิษย์แต่ละคนนั้นแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง
หลี่เฟิ่งััได้ถึงพลังปราณที่หลากหลายและแข็งแกร่งจากศิษย์ทุกคนเขารู้สึกเหมือนเป็เด็กตัวเล็กๆ ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโลกที่ยิ่งใหญ่
"ยินดีต้อนรับสู่สำนักกระบี่เมฆาหลี่เฟิ่ง" หลิงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม "นับจากนี้เป็ต้นไปที่นี่คือบ้านหลังที่สองของท่าน"
มู่หรงเยว่ยิ้มเล็กน้อย"หวังว่าท่านจะชอบที่นี่นะ"
หลี่เฟิ่งมองไปรอบๆตัวด้วยความตื่นตาตื่นใจ ดวงตาของเขาสะท้อนภาพของอาคารที่สง่างามลานฝึกซ้อมที่กว้างใหญ่ และศิษย์ฝีมือดีมากมาย
เขากำ มีดสั้นปริศนา ที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อแน่นเขารู้ดีว่าการเดินทางของเขาเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เส้นทางสู่เมฆา ที่แท้จริงกำลังรอคอยเขาอยู่เบื้องหน้า
หลี่เฟิ่ง พร้อมแล้วที่จะเรียนรู้วิชาต่างๆที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งใหญ่กับ พันธมิตรไร้เงา และ ผู้นำเงา ที่ยังคงเป็ปริศนา
การก้าวเข้าสู่ สำนักกระบี่เมฆา คือจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขาและเขาเชื่อว่าที่นี่จะช่วยให้เขาแข็งแกร่งพอที่จะนำพาความยุติธรรมกลับคืนสู่ยุทธภพที่มืดมิดนี้ให้ได้...