ชู หยางกำลังนั่งสมาธิอยู่คนใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งก่อนที่จะเข้าสู่ส่วนลึกเอาูเาทมิฬ
เขาได้ยินเสียงว่ามีฝูงคนกำลังเดินทางผ่านเส้นทางนี้มันเป็เส้นทางที่เขาต้องใช้ผ่านเช่นเดียวกัน
ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่งในกลุ่มพวกเขาเดินออกมาพร้อมกับพูดว่า เมื่อเ้าเห็นนายน้อยตระกูลกง เหตุใดจึงไม่หลีกทาง ไม่เห็นหรือไงพวกข้าเป็ใครเห็นสัญลักษณ์ตระกูลกงแล้วทำไมถึงนั่งขว้างทาง(ขว้างตรงไหนของมันทั้งๆที่ชู หยาง หลบอยู่ใต้ต้น คนพวกนี้มันชั่งตลกดี)เสื้อของชายหนุ่มหนึ่งเป็เสื้อของศิษย์ภายในสำนักกระบี่์ธารา
ชู หยาง ไม่ได้ใส่ใจกับการกระทำของกลุ่มคนพวกนี้แต่ที่ครูอย่างเ็าแล้วเฉยเมยไม่ได้ฟังที่สิ่งนั้นพูดเพราะว่าเขาคิดว่าอะไรกันช่างผิดหวังเหลือเกินพลังของชายหนุ่มนั้นอยู่ที่จิติญญาขั้น 3 ก็ยังเป็ศิษย์ภายในหรือว่าคนที่เกิดในยุคนี้จะมีพลังยุทธต่ำมาก
ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น หนึ่งในลูกสมุนของ เดินออกมาด้านหน้าพร้อมกับโจมตีทันทีซึ่งซึ่งชายหนุ่มที่โจมตีนั้นมีพลังถึงขั้นผู้ฝึกตนขั้นที่ 8 ถือว่าเป็ชายหนุ่มคนนี้ค่อนข้างที่มีพลังไม่เลวเลยทีเดียว อายุน่าจะไม่เกิน 16 ปี ถือว่าไม่ธรรมดา
ชู หยางทำหน้าไม่ใส่ใจยังคงใจเย็น พร้อมกับปลดปล่อยพลังเข้าปะทะกับการโจมตีอันรวดเร็วของชายหนุ่มคนหนึ่งทันที ซึ่งการโจมตีนี้ไม่ได้ทำให้ชู หยางขยับแต่อย่างใด มินำซ้ำได้ยังคงไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ แต่สายตาของเขาจ้องมองไปที่ชายหนุ่มในกลุ่มที่มีจิติญญาขั้นที่ 3 พร้อมกับจิตสังหารขึ้นมาทันที
’’หยุดเดี๋ยวนี้’’ เสียงหนึ่งดังมาจากคนในกลุ่ม พร้อมปลดปล่อยกำลังออกมา
ถอยไปน้องชาย ข้าขออภัยด้วยกับการเสียมารยาทของลูกน้องข้าที่มีต่อเ้าเป็คำพูดของชายหนุ่มซึ่งเป็ลูกศิษย์ภายในของสำนักกระบี่์ธารา
เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว ผู้คนเริ่มคิดว่าชายหนุ่มคนนี้ที่มีร่างกายผอมบางค่อนข้างเป็คนลึกลับ ขนาดรับพลังการโจมตีระดับ 8 ยังไม่อาจสามารถทำอะไรเขาได้น่าจะเป็ผู้ฝึกตนลึกลับที่เข้ามาหาเสี่ยงโชคในูเาทมิฬแห่งนี้อย่างแน่นอน
ขออภัยด้วยข้ามีนามว่า จงกุย เป็ศิษย์ลำดับที่ 284 ของสำนักกระบี่์ธาราข้ามิได้มีเจตนาที่จะล่วงเกินท่านแต่อย่างใดเพราะ เพราะลูกน้องเหล่านี้ล้วนเป็รวมเป็บุรุษใจร้อนหวังว่าท่านจะไม่ถือสาไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไร ข้า จงกุย ขอทราบนามท่านได้หรือไม่
ชู หยาง ’’ ข้ามีนามว่า ชู หยาง ข้าไม่ได้ถือสากับการกระทำของคนของเ้าแต่อย่าให้มีครั้งที่ 2 เพราะข้ามิอาจปราณี
จง กุย ’’ เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วข้าต้องขอตัวลาเพื่อผ่านเส้นทางถ้ามีโอกาสข้าอยากจะประลองฝีมือกับท่านดูสักครา (ในใจชายหนุ่มผู้นี้น่าจะอายุน้อยกว่ามัน ทั้งๆที่คนของข้าก็เยอะมากมาย แต่ไม่ได้เกรงกลัวหรือใส่ใจเลยจิตที่สังหารนั้นยังรุนแรงเป็บุคคลที่ข้าไม่ควรตอแย และกระบี่ที่หลังของเขายังไม่ทันได้ชักออกมาเลยน่ากลัวมากจริงๆ ข้าต้องยอมเสียหน้าและหาทางลงให้พรรคพวกข้าดีกว่าไม่เช่นนั้นสมบัติที่กำลังจะเกิดขึ้น ข้าไม่อาจจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ )
หลังจากจง กุยเดินผ่านไปได้สักระยะทาง 500 ลี้ หนึ่งในคนของเขาได้พูดว่านายน้อยทำไมท่านไม่จัดการมันด้วยความที่หยิ่งยโสมองแล้วขัดหูละตาไม่สมกับเป็น้อยเลย ข้าว่ามันคงโชคดีที่ กง หมู่ ไม่ได้เอาจริงมากกว่าไม่เช่นนั้นมันคงไม่ทำตัวหยิ่งผยองได้ถึงเพียงนี้ให้ข้าเป็คนจัดการได้หรือไม่ขอรับ
จง กุย’’ เ้าคิดผิดแล้วที่ ข้ายอมถอยออกมานั้นส่วนหนึ่งก็เพื่อสมบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่องเขาูเาทมิฬ ส่วนอีกอย่างหนึ่งถ้ารู้สึกได้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นมิได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำแล้วยังไม่ได้ชักกระบี่จากข้างหลังด้วย ข้าว่าจิตสังหารที่ออกมามันทำให้ข้ารู้สึกว่าไม่ควรไปยุ่งวุ่นวายกับคนแบบนี้ไม่เช่นนั้นจะทำให้เ้าต้องสูญเสียมากกว่าที่เ้าคิด ข้ารู้สึกคาดหวังว่าวันหนึ่ง ข้าใช้ได้ปะมือกับเขา เชื่อข้าเถอะ เราต้องรีบแล้วเวลาไม่คอยท่าเดี๋ยวจะไม่ทันการก่อนเที่ยงนี้ ต้องรีบแล้ว
ขณะที่กลุ่มคนของ จง กุย ผ่านไปได้สักพัก ชู หยางสังเกตว่าพวกเขามีความรู้สึกเร่งรีบเหมือนกำลังไปหาอะไรบางอย่าง ข้าต้องติดตามไปเผื่อว่าจะมีอะไรที่ทำให้ข้าเก็บเกี่ยวสิ่งของเพื่อไปเป็ยกระดับพลังจิติญญาขั้นที่ 1 สักที พลังลมปราณเบาบางมากกับโลกใบนี้ หวังว่าข้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง