ตอนที่ 28
ปลอมแปลงโฉมช่วยคน
จ่านจือมิอาจอดทนรออยู่ต่อไปได้รีบสะกิดพี่สาวทั้งสองพร้อมกับกล่าววาจา บอกว่าให้ทำตามแผนการที่เขากำหนดไว้ สำหรับตนเองขอปลีกตัวไปสักครู่เพื่อไปดูท่านาุโลำดับเก้าทิกว่อที่อยู่ลำพัง เพราะเขานั้นพลันรู้สึกสังหรณ์ใจในทิศทางอัปมงคลเมื่อทราบความเช่นนั้นซื่อเหมี่ยนกับอี้เซิน ซึ่งอยู่ในคราบของขอทานชรา จึงบอกให้จ่านจือรีบไปไม่ต้องเป็ห่วงด้านนี้นางทั้งสองสามารถรับมือได้สักระยะหนึ่ง และคิดว่าจ่านจือคงกลับมาทันพร้อมบอกกล่าวให้จ่านจือระมัดระวังตัวเป็พิเศษ
มิกล้ารอช้าจ่านจืออาศัย่ที่คนร้ายกำลังส่งเสียงอยู่บนเวทีมุดลอดเหล่าขอทานออกมาพร้อมกับพุ่งร่างไปยังด้านที่ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อนัดหมายเอาไว้เมื่อเขามาถึงยังปากถ้ำที่ท่านผู้เฒ่าใช้หลบซ่อนตัวอยู่ภายในเขารีบพุ่งร่างผ่านปากถ้ำเข้าไปอย่างรวดเร็ว ปากส่งเสียงเรียกท่านาุโทิกว่อ
"ท่านาุโ ข้าพเ้าขอทานน้อยหานชงเองท่านผู้เฒ่าอยู่ที่ใด?"
ภายในถ้ำเงียบสงบไม่มีเสียงโต้ตอบกลับมาจ่านจือรีบล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบชุดไฟขึ้นมาจุดภายในถ้ำว่างเปล่าไร้ร่างของผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อเขารู้สึกเสียใจและนึกตำหนิตัวเองที่ปล่อยให้ท่านผู้เฒ่าอยู่ตามลำพังที่สำคัญท่านได้รับาเ็หากเผชิญหน้ากับยอดฝีมือคงยากที่จะเอาตัวรอดได้
เมื่อไม่เห็นร่างของท่านผู้เฒ่าลำดับเก้าจ่านจือคิดจะออกไปติดตามหาบริเวณรอบ ๆ ขณะที่จะก้าวพ้นปากถ้ำออกไปนั่นเองพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นคล้ายกับเสียงผลักวัตถุเป็ก้อนหินขนาดใหญ่จ่านจือมิรอช้ารีบวิ่งไปยังที่มาของต้นเสียงทันทีมองเห็นก้อนหินก้อนหนึ่งขยับเขยื้อนอยู่ไปมาแต่ไม่สามารถหลุดออกมาได้จึงรีบตรงเข้าไปพร้อมกับเกร็งกำลังภายในเพียงครึ่งส่วนรั้งดึงก้อนหินก้อนนั้นออกมา
เมื่อก้อนหินก้อนนั้นหลุดออกมาจากช่องแตกของผนังถ้ำภายในปรากฏร่างหนึ่งนอนอยู่ที่แท้เป็ท่านผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อดูเหมือนขาของท่านจะถูกก้อนหินก้อนนั้นทับจนไม่สามารถเคลื่อนกายออกมาได้จ่านจือรีบประคองร่างท่านออกมาพร้อมกับซักถามว่าเพราะเหตุใดจึงเข้าไปติดอยู่ในซอกถ้ำแห่งนั้นได้
ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อเล่าให้ฟังว่าขณะที่ท่านกำลังจะเดินออกจากถ้ำเพื่อจะเข้าไปในงานชุมนุมตามที่ได้นัดหมายไว้กับจ่านจือพอดีเห็นร่างหนึ่งแต่งชุดดำคลุมหน้าสะพายกระบี่มุ่งตรงมายังถ้ำที่ท่านใช้หลบซ่อนตัวพอดีดูแล้วลักษณะมิใช่คนดีท่านจึงได้รีบหลบเข้าไปในถ้ำถือว่ายังโชคดีที่ท่านเคยเข้ามาในถ้ำแห่งนี้หลายหนจึงรู้ว่ามีรอยแตกของผนังถ้ำและมีก้อนหินใหญ่ปกปิดอยู่ปากทางรอยแตก
ท่านเล่าว่าเมื่อเข้ามาท่านรีบเขาไปหลบในรอยแตกนั่นพร้อมกับออกแรงดึงก้อนหินมาปิดทับรอยแยกของผนังถ้ำแต่ว่าโชคร้ายก้อนหินหนักมากหล่นมาทับขาท่านพอดีจังหวะนั้นคนชุดดำคลุมหน้าเข้ามาภายในถ้ำพร้อมกับค้นหาทุกซอกมุมแต่ทว่าคนผู้นั้นมิได้จุดชุดไฟให้แสงสว่างจึงมองเห็นไม่ชัดเจนนักอีกทั้งท่านผู้เฒ่าใช้พลังลมปราณปิดกั้นลมหายใจเอาไว้คนชุดดำจึงได้ค้นหาไม่พบและจากไปไม่นานนักก่อนที่เขาจะเข้ามา หากทว่าจ่านจือมาไม่ทันเวลาคิดว่าท่านคงไม่มีอากาศหายใจเป็แน่อีกทั้งขายังถูกหินทับใส่ไม่สามรถผลักออกมาได้ด้วยตัวเอง
ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อกล่าวขอบคุณจ่านจืออีกครั้งที่เขาได้ช่วยเหลือชีวิตท่านเป็ครั้งที่สองจ่านจือดูอาการาเ็บริเวณขาของท่านผู้เฒ่าลำดับเก้าแล้วกล่าวว่ากระดูกไม่แตกร้าวมีเพียงร่องรอยาแกดทับเท่านั้นเอง จึงได้ส่งต้นหญ้าัดำให้าุโท่านนั้นอีกสองใบเพื่อใช้ช่วยรักษาาแและรอยช้ำภายใน
จากนั้นท่านาุโซักถามถึงงานชุมนุมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง คนร้ายทั้งสามได้ปลอมเป็ผู้เฒ่าลำดับแปดกับผู้เฒ่าลำดับเจ็ดดั่งที่ท่านคาดการณ์ไว้หรือไม่จ่านจือบ่งบอกออกไปว่าถูกต้องท่านผู้เฒ่าคาดเดาได้แม่นยำนักพร้อมกับบอกเล่าเกี่ยวกับผู้เฒ่าโอ่วกับผู้เฒ่าลู่ว่าถูกทำร้ายไม่ทราบว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตอนนี้เหตุการณ์กำลังคับขันหวาดเสียว ไม่ทราบว่าพี่ทั้งสองของตนจะเป็เช่นไรบ้าง ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อจึงกล่าวกับจ่านจือขึ้นว่า
"หากเป็เช่นนั้นท่านกับข้าพเ้ารีบเข้าไปในงานเร็วเข้าไปดูว่าคนร้ายมีแผนการชั่วอะไรอีก อย่างน้อยหากขอทานทั้งหลายได้พบหน้าข้าพเ้า พวกเขาจะได้ไม่หลงเชื่อวาจาของสามคนร้ายนั่นถึงแม้ข้าพเ้าจะต้องตายอย่างน้อยจะมีขอทานหลายคนหนีรอดไปได้พอที่จะไปเรียนต่อท่านขอทานพเนจรให้ท่านได้รับทราบความจริง"
"เช่นนั้นอย่าชักช้าข้าพเ้าจะประคองท่านไปเอง"
จ่านจือกล่าวจบตรงเข้าประคองร่างของผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อกลับเข้าไปในงานชุมนุมอีกครั้งพอเข้าใกล้ได้ยินบนเวทีผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีตัวปลอมกำลังส่งเสียงอันดังว่า
"หากไม่มีท่านใดคิดจะขึ้นมาทดสอบฝีมือกับท่านเหยาจิ้งเฟยอีกดังนั้นข้าพเ้าผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีขอให้ทุกท่านในที่นี้นั่งลงให้หมดจากนั้นรอฟังว่าท่านเหยาจิ้งเฟยจะให้พวกท่านกระทำสิ่งใดต่อไปหากว่าผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าขัดคำสั่งของท่านผู้เฒ่าขอทานพเนจรหวงเกาฉือสามารถนำตัวมาลงโทษโดยไม่มีข้อยกเว้น ทุกคนรีบนั่งลงให้หมดเดี๋ยวนี้"
ผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีส่งเสียงอันดังได้ยินทั่วบริเวณสั่งให้บรรดาขอทานน้อยใหญ่นั่งลงกับพื้นซึ่งตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาทุกครั้งท่านขอทานพเนจรมิเคยให้พวกเขาต้องนั่งมาก่อนท่านขอทานพเนจรไม่ยึดติดธรรมเนียมปลีกย่อยเหล่านี้ผู้ใดจะยืนผู้ใดจะนั่งล้วนแล้วแต่จะสะดวกครั้งนี้พอได้ยินผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีออกคำสั่งเช่นนั้นหากไม่ปฏิบัติตามเกรงว่าจะเป็การขัดคำสั่งของท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือ จึงได้รีบคุกเข่านั่งลงโดยพร้อมเพรียงกันแต่มีขอทานใจกล้าผู้หนึ่งะโส่งเสียงร้องขึ้นมาบนเวทีว่า
"เรียนท่านผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีท่านผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมา ท่านเหยาจิ้งเฟยข้าพเ้าขอเข้าไปดูอาการของท่านผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองก่อนจะได้หรือไม่?"
พอขอทานผู้นั้นกล่าวจบผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาบนเวทีส่งเสียงตอบดังมาว่า
"ท่านจะดูไปเพื่อสิ่งใด? ป่านนี้สองผู้เฒ่ารักษากฎคงไปเยี่ยมชมปรโลกแล้วท่านดูไปจะได้ประโยชน์อันใด หรือว่าท่านคิดจะไปเยี่ยมชมปรโลกเป็เพื่อนสองผู้เฒ่านั่นด้วยหากว่าท่านอยากจะไปข้าพเ้าผู้เฒ่าลำดับเจ็ดหว่านฉีจะช่วยส่งเสริมท่านสักคราหากว่ายังไม่อยากไปจงคุกเข่าลงและรอฟังคำสั่งของท่านเหยาจิ้งเฟยต่อไป"
เมื่อผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมากล่าวจบลงคนที่เหลือซึ่งยืนอยู่รีบคุกเข่าลงกับพื้นทันทีบางคนกระซิบกระซาบถึงความไม่ชอบมาพากลของการชุมนุมในค่ำคืนนี้เมื่อทุกคนนั่งลงหมดสิ้นแล้วสองผู้เฒ่าลำดับแปดกับลำดับเจ็ดกวาดสายตาเพ่งมองจนทั่วทั้งบริเวณ เพื่อตรวจสอบว่ายังมีผู้ใดอีกหรือไม่ที่ยังคงไม่คุกเขาลงพอดีสายตาของผู้เฒ่าทั้งสองไปสะดุดเข้ากับขอทานชราสองคนเข้าขอทานสองคนกำลังก้าวเดินตรงเข้ามายังด้านหน้าเวที สองผู้เฒ่าลำดับแปดกับลำดับเจ็ดเห็นเช่นนั้นถึงกับแสดงอาการโกรธเกรี้ยวขึ้นมา ผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีจึงส่งเสียงะโกล่าวถามออกไปว่า
"ท่านทั้งสองแก่เฒ่าชรามากแล้วสินะ คงเบื่อการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้แล้วกระมัง?ไม่ได้ยินที่ข้าพเ้าสั่งให้คุกเข่าลงหรืออย่างไร เมื่อสองคนบังอาจไม่ปฏิบัติตามเห็นทีข้าพเ้าจะต้องลงมือเองเสียแล้ว มิเช่นนั้นจะมีขอทานคนอื่น ๆ คิดกระทำตามเยี่ยงอย่างพวกท่านอีก"
กล่าวจบผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีพุ่งร่างจากพื้นเวทีลงมายังด้านล่าง สองมือกางออกเป็กรงเล็บคล้ายพยัคฆ์ตะปบเหยื่อใส่ตำแหน่งศีรษะของขอทานชราทั้งสองผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีตัวปลอมคำนวณเป็มั่นเหมาะว่า เมื่อพุ่งร่างมาถึงจะลงมือด้วยสองฝ่ามืออย่างรวบรัดเพื่อปลิดชีวิตของขอทานชราทั้งสองคนในคราวเดียว
จากการคำนวณเอาไว้สองเท้าทั้งสองมิต้องััพื้นพอฟาดฝ่ามือทั้งสองใส่ศีรษะของขอทานชราทั้งสองแล้วจะอาศัยหยิบยืมพลังจากศีรษะของขอทานชราทั้งสองพุ่งร่างกลับขึ้นไปยังเวทีอย่างสวยสดงมงามอีกทั้งการลงมือครั้งนี้ยังเป็การข่มขวัญขอทานคนอื่น ๆ อีกด้วย
เมื่อพุ่งร่างทะยานเข้าใกล้กรงเล็บห่างจากศีรษะของขอทานชราไม่ถึงสองคืบ ผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีตัวปลอมส่งเสียงหัวร่อฮึฮึในลำคอโดยย่ามใจ แต่แล้วสถานการณ์กลับไม่เป็ไปดั่งที่วางไว้ขอทานชราสองท่านนั้นรีบหงายหลังตีลังกาเอามือทั้งสองยันพื้นดีดร่างหยุดยืนในท่าเดิมห่างไปเพียงสองก้าวอย่างมิเปลืองแรงผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีตัวปลอมเมื่อลงมือไม่ประสบผลรู้สึกเสียหน้าอับอายยิ่งนักสภาวะท่าร่างที่พุ่งมาพลันสิ้นสุดไม่สามารถเปลี่ยนท่าร่างกลางอากาศได้ดั่งตั้งใจไว้แต่แรกจึงจำต้องทิ้งร่างลงห่างจากขอทานชราอยู่สองก้าว
ผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีตัวปลอมคาดคิดไม่ถึงว่ากระบวนท่าที่ถือว่าร้ายกาจที่สุดยากที่ผู้ใดจะสามารถหลบรอดพ้นกรงเล็บพยัคฆ์ของมันได้แต่ขอทานชราสองคนนี้กลับกระทำได้โดยง่ายดายไร้เื่ราวมันถึงกับหน้าถอดสีอับอายขายหน้าเป็ที่สุดรีบเร่งเร้าพลังลมปราณที่มีทั้งหมดออกมาพร้อมกับสองฝ่ามือตะปบเป็กรงเล็บพยัคฆ์เข้าใส่ตำแหน่งคอหอยของขอทานชราทั้งสองครั้งนี้มันจะผิดพลาดมิได้อีกแล้ว ก่อนกรงเล็บจะบรรลุถึงเสียงตวาดด้วยความเกรี้ยวกราดมาถึงก่อนว่า
"เฒ่าโสโครกทั้งสองไปลงนรกเสียเถิด"
แต่ครั้งนี้ขอทานชราทั้งสองมิเพียงแต่หลบหลีกยังโต้ตอบกลับมาด้วยกระบวนท่ากรงเล็บพยัคฆ์ด้วยเช่นกันทำเอาผู้เฒ่าลำดับแปดถึงกับตระหนกใ รีบชะงักชักสองฝ่ามือกลับก้าวถอยออกมาสามสี่ก้าวพร้อมกับตวาดถามออกไปว่า
"เ้าเฒ่าโสโครกสกปรกสองคนจงรีบบอกกล่าวออกมาเดี๋ยวนี้ว่าท่านทั้งสองเป็ใคร ไฉนถึงได้รู้จักกรงเล็บพยัคฆ์ของข้าพเ้าด้วย?"
ซื่อเหมี่ยนในคราบขอทานชรา ดัดสุ่มเสียงแหบพร่าชราวัยส่งเสียงโต้ตอบกลับไปว่า
"ท่านนั่นแหละสมควรถูกเรียกหาว่าเฒ่าโสโครกแม้แต่ข้าพเ้าผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีท่านยังไม่รู้จักส่วนท่านนี้คือผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาท่านยังไม่รู้จักยังมีหน้ากล่าวหาผู้อื่นว่าโสโครกสกปรกแสดงว่าท่านกับสองคนบนเวทียังมิเคยพบหน้าข้าพเ้าสองผู้เฒ่ามาก่อนใช่หรือไม่?ช่างน่าไม่อายใช้ชื่อผู้อื่นมาแอบอ้างกระทำการชั่วช้าสามานย์เช่นนี้ยังนับว่ามีหน้าตาอยู่ในยุทธจักรนี้ได้เช่นไร กรงเล็บแมวเซาของท่านเมื่อครู่ยังมีหน้ากล้าบอกออกมาได้ว่าเป็กรงเล็บพยัคฆ์ช่างน่าอายขายหน้าเหล่าขอทานหลายพันคนเป็ยิ่งนัก ท่านกับพวกของท่านต่างหากที่ควรบ่งบอกออกมาแก่บิดาว่าที่แท้ท่านกับพวกของท่านเป็ใครกัน"
ผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีตัวปลอมรู้สึกโกรธจนตัวสั่นหน้าแดงอีกทั้งยังอับอายขายหน้าที่ลงมือสองครั้งไม่ประสบผลสำเร็จพาลทำให้หนวดเคราบนใบหน้าสั่นกระตุกลูกตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้ารีบส่งเสียงเรียกผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาตัวปลอมที่ยืนอยู่บนเวทีให้ลงมาช่วยจัดการกับสองขอทานชราโดยไวด้วยความโกรธบวกความอับอายทำให้ลืมตัวว่าตนเองอยู่ในฐานะผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีจึงได้ะโเรียกอีกคนที่อยู่บนเวทีด้วยเสียงอันดังว่า
"มารนภาหม่าจิ้งเถาท่านรีบลงมาช่วยข้าพเ้ามารธุลีต้าเอ่อคาจัดการกับสองขอทานโสโครกบัดเดี๋ยวนี้หากวันนี้ข้าพเ้ามารธุลีต้าเอ่อคากับท่านมารนภาหม่าจิ้งเถาไม่ถลกหนังโคแก่หนังหนาสองตัวนี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วละก็ต่อไปอย่าได้เรียกหาข้าพเ้าว่ามารธุลีต้าเอ่อคาและอย่าได้เรียกท่านว่ามารนภาหม่าจิ้งเถาอีกต่อไปเรียนต่อนายน้อยข้าพเ้าทั้งสองขอชักช้าเสียเวลานอกเื่สักประเดี๋ยวหวังว่านายน้อยคงมิถือโกรธเอาโทษเราทั้งสอง"
มันกล่าววาจาจบลงไปโดยที่ยังไม่รู้ตัวว่าได้เปิดเผยโฉมหน้าอันแท้จริงออกไปแถมยังบ่งบอกสองคนที่ยืนอยู่บนเวทีว่าเป็ผู้ใดอีกด้วยหาทราบไม่ว่าตนเองได้ยื่นหัวโผล่หางออกมาให้ผู้อื่นเห็นไปถึงลำไส้กระเพาะอาหารจนหมดสิ้นด้วยบันดาลโทสะลืมตัวจนบ่งบอกออกไปว่าตนเองคือมารธุลีนามต้าเอ่อคาและยังบ่งบอกอีกว่าผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาบนเวทีคือมารนภาหม่าจิ้งเถาทั้งหมดนี้เป็ไปตามแผนการของจ่านจือที่้าให้คนร้ายแสดงตัวเผยพิรุธออกมานั่นเอง
ทางด้านมารนภาหม่าจิ้งเถาบนเวทีกับนายน้อยแห่งสำนักมาร์เหยาเยี่ยนผิงซึ่งอยู่ในคราบของผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมากับเหยาจิ้งเฟยทั้งสองเกรงว่าความจะแตก เหยาเยี่ยนผิงจึงรีบกล่าววาจากลบเกลื่อนด้วยความแเีว่า
"ท่านผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีท่านกล่าวเพ้อเจ้อกระไรออกมา? หรือว่าโรคเก่าของท่านกำเริบขึ้นมาอีกทุกครั้งที่ท่านโกรธจนลืมตัวมักจะกล่าววาจาเพ้อเจ้อออกมาโดยไม่รู้ตัวเสมอบางคราวทำให้ท่านจิตหลอนจนนึกภาพจินตนาการไปต่าง ๆ นานาครั้งนี้กลับคิดว่าตนเองเป็มารธุลีต้าเอ่อคากล่าวหาผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาเป็มารนภาหม่าจิ้งเถาอีกเร็วเข้าท่านผู้เฒ่าเยิ่นรีบไปนำตัวท่านผู้เฒ่าหว่านกลับขึ้นมาบนเวทีขอข้าพเ้าตรวจชีพจรดูสักหน่อยว่าสับสนหรือไม่?"
เมื่อเหยาจิ้งเฟยตัวปลอมกล่าวจบผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาตัวปลอมรีบพุ่งร่างทะยานจากพื้นเวทีตรงลงไปหาผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีตัวปลอมเมื่อบรรลุถึงใช้มือข้างขวาคว้าจับคอเสื้อพร้อมกับใช้นิ้วกลางกับนิ้วชี้ด้านซ้ายจี้สกัดจุดใบ้ไว้โดยมิมีผู้ใดสังเกตเห็นจากนั้นออกแรงหิ้วร่างพุ่งทะยานกลับขึ้นไปยังบนเวทีในทันที
บรรดาขอทานทั้งหลายเริ่มส่งเสียงคุยกับเบา ๆ ว่าเกิดเื่ราวใดขึ้น ส่วนบนเวทีเมื่อสองผู้เฒ่าบรรลุถึงบนเวทีแล้วผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาตัวปลอมรีบคลายจุดให้ผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีตัวปลอมทันทีผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีแสดงสีหน้าสำนึกเสียใจเป็การขออภัยแก่ทั้งสองพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงอันดังว่า
"ท่านทั้งหลายโปรดฟังทางนี้ ข้าพเ้าผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีต้องขออภัยต่อทุกท่านที่เมื่อสักครู่ข้าพเ้าลืมตัวไปด้วยโรคเก่ากำเริบทำให้พูดจาเลอะเลือนเหมือนเห็นภาพหลอนหากจะผิดข้าพเ้าผู้เฒ่าขอรับไว้ส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งต้องโทษขอทานเฒ่าโสโครกสองคนนั่นทำให้ข้าพเ้าโกรธ มันสองคนบังอาจใช้วาจากล่าวแอบอ้างว่าเป็ข้าพเ้าผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีกับเป็ผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาจะเป็ไปได้เช่นไร? ในเมื่อข้าพเ้าทั้งสองยังยืนอยู่ตรงนี้"
"ถูกต้องแล้วข้าพเ้าเองก็ต้องขออภัยแทนท่านผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีด้วยข้าพเ้าว่าทุกท่านอย่าได้สนใจกับเื่โรคเก่ากำเริบของทานผู้เฒ่าเลยตอนนี้ข้าพเ้าว่าเรามาจัดการกับตาเฒ่าโสโครกที่กล้าแอบอ้างว่าเป็ข้าพเ้าทั้งสองก่อนดีกว่า"
ผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาตัวปลอมรีบกล่าวสนับสนุนพร้อมกับกล่าวแก่ขอทานทั้งหลายว่า ให้ทั้งหมดเร่งจัดการกับขอทานโสโครกทั้งสองที่กล้าแอบอ้างชื่อของตนทั้งสองบรรดาขอทานต่างงุนงงสงสัยต่อเื่ราวที่เพิ่งเกิดขึ้นบ้างชักไม่แน่ใจว่าจะเชื่อฝ่ายไหนดี? ด้านหนึ่งคิดเห็นว่าการกระทำของทั้งสามบนเวทีชอบกลนักเมื่อสักครู่ก่อนที่สองผู้าุโซึ่งแอบอ้างชื่อของผู้เฒ่าทั้งสอง บนเวทีจะปรากฏตัวผู้เฒ่าทั้งสองเองกลับใช้วาจาวางอำนาจใช้ชื่อของท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือมาข่มขู่ออกคำสั่งให้ขอทานทั้งหมดคุกเข่าลงนั่นหมายความว่าเช่นไร
ตัวของผู้เฒ่าทั้งสองบนเวทีต่างเป็ขอทานเหมือนกับขอทานทั้งหลายด้วยเช่นกันแล้วไฉนจึงเรียกขอทานาุโทั้งสองว่าขอทานโสโครกสกปรกขอทานด้านล่างจึงเริ่มไม่แน่ใจว่าใครพูดความจริงผู้ใดกล่าวความเท็จ? ก่อนที่ขอทานทั้งหลายจะได้ตัดสินใจว่าจะกระทำเช่นไรต่อไปเสียงขอทานาุโหนึ่งในสองเมื่อครู่พลันกล่าวขึ้นก่อนว่า
"พี่น้องทั้งหลายโปรดฟังวาจาเราทั้งสองสักเล็กน้อยเราผู้เฒ่าทั้งสองมิได้แอบอ้างแต่อย่างใดข้าพเ้าคือผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีส่วนผู้นี้คือผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาตัวจริงส่วนที่อยู่บนเวทีล้วนเป็ตัวปลอมเนื่องจากข้าพเ้าทั้งสองแวะทำธุระระหว่างทางจึงเกิดความล่าช้าเดินทางมาไม่ทันเริ่มงานชุมนุมพี่น้องทั้งหลายลองตรองดูท่านาุโขอทานพเนจรหวงเกาฉือท่านเคยกล่าวเอาไว้เสมอว่าเราท่านทั้งหลายต่างเป็ขอทานแม้จะมิได้ให้กำเนิดเกิดมาจากบิดรมารดาเดียวกันแต่เราท่านทั้งหลายต่างถืออุดมการณ์เดียวกันชัดเจนมิเปลี่ยนแปลงั้แ่ต้นดังนั้นท่านขอทานพเนจรท่านจึงย้ำเสมอว่าให้บรรดาขอทานทั่วทั้งแผ่นดินไม่ว่าจะมาจากสารทิศใดเราต่างเป็พี่น้องกันต้องรักปรารถนาดีต่อกันดุจพี่น้องคลานตามกันมาแล้วท่านทั้งหลายลองไตร่ตรองดูว่าการกระทำของมันทั้งสามคนบนเวทียังนับว่าท่านทั้งหลายเป็พี่น้องกับมันอยู่หรือไม่?"
เมื่อซื่อเหมี่ยนใช้วาจาแหบพร่าแเียิ่งกล่าวด้วยเสียงอันดังได้ยินไปจนทั่วบริเวณบรรดาขอทานต่างนิ่งเงียบตั้งใจฟังคำพูดของซื่อเหมี่ยนและเริ่มจะคล้อยตามอยู่เจ็ดแปดส่วนดังนั้นอี้เซินในคราบของท่านผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมา รีบกล่าวสนับสนุนขึ้นว่า
"ถูกแล้วพี่น้องทั้งหลายมิเพียงแต่คำพูดของมันทั้งสามที่มิให้เกียรติท่านทั้งหลายมิหนำซ้ำมันยังลงมือทำร้ายสองผู้เฒ่ารักษากฎอีกด้วยจนบัดนี้ยังไม่มีผู้ใดได้เข้าไปตรวจดูอาการของท่านผู้เฒ่าทั้งสองว่าเป็เช่นไรบ้าง?หากท่านยังมีลมหายใจไฉนมิให้พวกท่านนำตัวลงมารักษาอาการ เช่นนี้แล้วยังนับว่ามันทั้งสามคนบนเวทียังเห็นท่านทั้งหลายเป็พี่น้องอยู่จริงหรือไม่?"
"ใช่แล้วเราเห็นด้วยกับคำพูดของท่านาุโทั้งสองแต่ว่าพี่น้องขอทานส่วนใหญ่เดินทางมาจากแดนใต้และจงหยวนยังมิมีผู้ใดเคยพบหน้าเห็นตาของท่านผู้เฒ่าทั้งสองมาก่อน แล้วผู้ใดจะพิสูจน์ได้ว่าใครคือตัวจริงผู้ใดเป็ตัวปลอมหากว่าท่านผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อท่านยังอยู่ด้วยกับพวกเราท่านสามารถชี้ตัวยืนยันได้ว่าใครคือตัวจริงใครคือตัวปลอม โดยปกติท่านจะเดินทางไปสถานที่ใด?จะต้องแจ้งแก่พี่น้องทั้งหลายก่อนเสมอครั้งนี้กลับเดินทางไปโดยมิได้บอกกล่าว พี่น้องทั้งหลายต่างเคลือบแคลงสงสัยเช่นกันมิทราบว่าผู้ใดจะสามารถให้ความกระจ่างแก่พี่น้องทั้งหลายได้บ้าง?"
ขอทานผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าเวทีกล่าวขึ้น ทำให้ขอทานคนอื่น ๆ เริ่มส่งเสียงสนับสนุนว่าให้มีการพิสูจน์ก่อนว่าใครคือตัวจริงใครเป็ตัวปลอมส่วนเื่อื่นค่อยหารือกันอีกทีซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินคาดเดาว่าจ่านจือคงกลับเข้ามาแล้วและปะปนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ไกลนักดังนั้นทั้งสองจึงคิดที่จะขึ้นไปบนเวทีเพื่อจะเปิดโปงความจริงให้พี่น้องขอทานทั้งหลายได้กระจ่าง
ดังนั้นซื่อเหมี่ยนจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดังเป็การส่งสัญญาณให้จ่านจือได้รับรู้ว่านางทั้งสองจะขึ้นไปบนเวทีเผชิญหน้ากับทั้งสามให้เขาเร่งรุดมาช่วยเหลือโดยไว
"พี่น้องทั้งหลายเื่นี้อย่าได้กังวล ข้าพเ้าผู้เฒ่าทั้งสองมีวิธีที่จะพิสูจน์ให้แก่ท่านทั้งหลายให้ได้รับทราบว่าใครกันแน่ที่มีแผนการชั่วแอบอ้างว่าเป็ผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีกับผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาดังนั้นข้าพเ้าทั้งสองขอให้พี่น้องทั้งหลายกรุณาหลีกทางให้ด้วยขอข้าพเ้าทั้งสองได้ขึ้นไปบนเวทีเพื่อพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏด้วยเถิด"
หยกเหินลม/ชลชโลทร