บทนำ
ขวดแก้วที่ลอยมากับปริศนาในตรอก
.
.
.
นายเป็ใครกันแน่?
ในยามเช้าตรู่ท้องฟ้ายังคงไม่ฟ้าดีนักยังคงเป็สีหม่นๆปนเทาจางๆมีหมอกบางเคลื่อนคล้อยอยู่ทั่วไปแสงสีทองเรืองรองสาดส่องอยู่ขอบฟ้า บรรยากาศกำลังดีมีควันจากท่อไอเสียของเครื่องยนต์ พ่นออกมาต้อนรับ เด็กหนุ่มผู้หนึ่งผู้ที่มีผมยาวปกหูเล็กน้อยที่ชี้โด่ชี้เด่ออกมาราวกับไม่ได้จัดทรง ผมแว่นตาหนาเตอะรูปร่างสมส่วนพอดีและสูงได้ที่กำลังยืนปั้นหน้าไปมาอยู่ที่ทางเข้าของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งอยู่
“เฮ้ยไอ้หนุ่ม!! มายืนทำอะไรตรงนี้”ชายแก่ในเครื่องแบบกากีสีดำ เข้ามาแตะไหล่และทักชายหนุ่มคนนั้นเบาๆ ชายหนุ่มเมื่อได้โดนทันจากข้างหลังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวก็สะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่หันไปทีต้นเสียง
“คะ...ครับลุงยาม”ชายหนุ่มขานรับแต่ที่เค้าเรียกว่าลุงยามไม่ใช่เพราะว่าเด็กหนุ่มผู้นี้รู้จักมักจี่กับชายที่มาเรียกเค้าเป็อย่างดีนะเพียงแต่ว่าชายผู้ที่มาเรียกเค้าใส่ชุดเครื่องแบบของยามมหาวิทยาลัยต่างหากล่ะชายหนุ่มถึงได้เรียกชื่อหรือก็คือตำแหน่งหน้าที่ของชายแก่ผู้นั้นนั่นเอง
“ลุงอ่ะจะมาถามเอ็งว่ามายืนทำอะไรตรงนี้หลงทางหรอเอ็งอ่ะ”ลุงยามกล่าวซ้ำอีกครั้ง
“ใช่ครับ ผมไม่รู้ว่าตึกสามร้อยห้าสิบที่เค้าใช้ไว้รับน้องปีหนึ่งเค้าอยู่ตรงไหนหรอครับ”ชายหนุ่มตอบ
“อ๋อ ตึกสามร้อยห้าสิบอ่ะหรอก็คือตึกที่ตั้งอยู่ตรงกลางสระน้ำใหญ่หน้ามหาลัยนี้ไง”ลุงยามตอบพร้อมกับชี้ไปที่ตึกที่จั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่ม
“ขอบคุณครับคุณบุงยาม”เด็กหนุ่มยิ้มแล้วไหว้ขอบคุณลุงยามด้วยท่าทีกระฉันกระเฉงก่อนที่จะวิ่งหลีกไปทิ้งให้ลุงยามยืนเหลียวหลังพร้อมกับยิ้มให้กับเด็กหนุ่มตามหลังไปด้วยความเอ็นดู
ในไม่กี่อึดใจต่อมาหนุ่มน้อยผมยุ่งก็วิ่งมาถึงตึกสามร้อยห้าสิบดังใจหมายที่ตึกนั้นมีสองชั้น ซึ่งชั้นล่างเป็เพียงลานโล่งมีกลุ่มนักศึกษาอยู่กลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าขาวอยู่
“นั่นน้องปีหนึ่งหรือป่าวคะ”หนึ่งในนั้นเดินเข้ามาหาชายหนุ่มผมยุ่งอย่างรวดเร็วจนทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะเหมือนกับเขารู้สึกจู่โจม เธอเป็หญิงสาวผมยาวสีดำขลับผมยาวของเธอนั้นปลิวไสวยามกับใช้ยาสระผมชั้นดี มีผิวสีน้ำผึ้ง ดวงตากลมโต
“ใช่ครับ”ชายหนุ่มผมยุ่งกล่าวตอบ
“เซ็นชื่อตรงนี้เลยค่ะน้อง”หญิงสาวผู้นั้นว่าพลางพาเด็ดหนุ่มผมยุ่งไปเซ็นชื่อที่โต๊ะหน้าขาว
“โห…..น้องผมยุ่งจังตื่นสายอ่อ”หญิงสาวกล่าวถามพร้อมกับจ้องมองไปที่หัวของชายหนุ่มผมยุ่ง
“ตื่นเต้นนิดหน่อยอ่ะครับเรียนมหาวิทยาลัยวันแรกเลยนอนไม่หลับน่ะครับ”ชายหนุ่มตอบไปพลางเซ็นชื่อไปพลาง
“มานี่มาเดี๋ยวพี่หวีผมให้”หญิงสาวหยิบหวีที่กระเป๋ากระโปรงพีชขึ้นมาแล้วหวีไปที่หัวของชายหนุ่มผมยุ่งเบาๆจนมันเรียบติดหัวในตอนนั้นชายหนุ่มก็หยุดนี่งราวกับรูปปั้น ในใจมีเสียงดังตุ๊บๆตุ๊บๆดังก้องอยู่ในใจ
“หวิ้วววววว”เสียงโห่ร้องก้องดังแซวทั้งเด็กหนุ่มและหญิงสาวจนทำให้ทั้งสองเขินจนหน้าแดงฝาด
“เฮ้ย….พวกมึงอ่ะอย่าแซวดิวะเดี๋ยวน้องเค้าเขิน”หญิงสาวหันไปบอกกับเพื่อนของเขาด้วยความขวยเขิน
“กูว่าไม่ใช่น้องแล้วล่ะมั้งที่เขินอ่ะ”เสียงโต้กลับอย่างสนุกสนาน
“น้องๆแล้วน้องชื่ออะไรอ่ะ”เสียงแซวแทรกถรมชายหนุ่มขึ้น
“ชะ...ชะ….ชื่อปามครับ”เด็กหนุ่มกล่าวตอบ
“พี่ผู้หญิงคนนั้นเค้าชื่อแพรนะส่วนชื่อเฟสบุ๊คก็ Pary….”
“พวกมึงบ้าป่าวนี่แจกเฟสกูทำไมวะ”แพรรีบวิ่งไปตีหัวของเพื่อนๆของเธอที่ทำให้เธอเขินอายจนทำอะไรไม่ถูกทิ้งให้ปามยืนมองพวกของแพรเล่นหยอกล้อกันไปมา
“เอ่อ….พี่ๆครับผมเซ็นชื่อเสร็จแล้วอ่ะครับผม ต้องไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”ปามพูดแทรกขึ้นมาขัดจังหวะของแพรที่กำลังเล่นกับเพื่อนอยู่
“อ๋อขึ้นไปชั้นสองเลยค่ะน้อง”แพรปล่อยมือที่กำลังจิกหัวเพื่อนออกแล้วผายมืออกไปทางบันไดทางขึ้นปามก็ก้มหน้าขอบคุณเล็กน้อยแล้วเดินจากไป
เมื่อปามเดินขึ้นไปยังชั้นสองผ่านประตูทางเข้าที่สูงประมาณห้าเมตร เข้าไปในห้องโถงที่เย็นฉ่ำ เสีงไมค์ประกาศก้องของพิธีกรหยอกล้อกับเหล่านักศึกษาที่นั่งฟังบรรยายกันอยู่ด้านล่างอย่างสนุกสนาน
ปามเดินไปนั่งในที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
“ค่ะๆ แม่คะตอนนี้หนูกำลังประชุมรับน้องอยู่ค่ะ”หญิงสาวที่นั่งข้างๆเขากำลังก้มตัวคุยโทรศัพท์อยู่อย่างสงบเสงี่ยมซึ่งปามก็ไม่ได้สนใจอะไร ได้แต่นั่งฟังบรรยายไป
“ยังค่ะแม่ วันนี้หยูยังไม่มีเรียนวันรี้แค่มารับน้องเฉยๆแม่…หา อะไรนะคะ อ๋อ….. หนูก็เรียนครูคณิตฯไงคะแม่”คำว่าครูคณิตไงคะแม่นั้นมันสะกิตใจปามอยู่ไม่น้อย เพราะปามก็เรียนครุคณิตฯเหมือนกันจะเป็การดีมากที่เค้าไปเพื่อนที่เรียนอยู่สาขาเดียวกันั้แ่วันแรกปามเลยรอให้หญิงสาวคนนั้นคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วเขาจึงทักเธอไปว่า
“นี่ๆ เธอเรียนอยู่ครุศาสตร์คณิตศาสตร์หรอ”ถามถามหญิงสาวผู้นั้นซึ่งเธอก็แสดงอาการกล้าๆกลัวๆออกมาเล็กน้อย
“ใช่ๆ ทำไมอ่อ”หญิงสาวกล่าวตอบด้วยความมึนงง
“เราก็เรียนอยู่ครุศาสตร์คณิตศาสตร์เหมือนกัน”ปามกล่าวด้วยสีหน้าที่ดูเป็มิตน
“อ้าวหรอ ดีเลยเรายังไม่มีเพื่อนเลย”หญิงสาวก็คลายสงสัยแล้วพูดความเริงร่า
“เราชื่อปามนะเธออ่ะชื่อไร”ปามกล่าทักก่อน
“ฉันชื่อดาด้า”และแล้วบทสนทนาก็เริ่มขึ้นในห้องประชุมนั้นทั้งปามและดาด้าก็กลายเป็ฝาแฝดตัวติดกัน เดินไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดทั้งวันจนกระทั่งถึงเวลาสนทยา หลังจากที่ทั้งคู่ไปซื้อข้าวจากตลาดข้างมหาวิทยาลัยมาก็เป็เวลาที่ทั้งสองต้องเอ่ยคำลา
“เออ ปาม ขอเฟสบุ๊คหน่อยดิพรุ่งนี้จะได้หากันเจอไม่ต้องเดินหากัน”ดาด้าพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมายื่นให้ปาม
“ได้ๆ”ปามเอาโทรศัพท์มือถือไปแล้วให้เฟสของดาด้าแอดเฟสบุ๊คของเขาไปแล้วปามก็กล่าวคำลาและเดินจากไป
“น่ารักจังเลยนะ”ดาด้ารำพันออหมาเบาๆพร้อมกับมองตามหลังปามที่ค่อยๆเดินลับหายจากระยะสายตาของเธอไปก่อนดาด้าจึงค่อยเดินไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆต่อซึ่งมันเป็นิสัยประจำตัวจองเธอไปแล้วที่จะต้องเดินเข้าร้านสะดวกซื้อทุกวัน
ดาด้าเดินเข้าไปนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือที่ที่นั่งในร้านสะดวกซื้ออยู่นานจนอัสดงตกดินเธอจึงเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อเพื่อที่จะกลับหอพัก
ดาด้าเดินไปตามทางกลับหอพักของเธอซึ่งเป็ตรอกแคบๆไร้แสงไฟ ถึงแม้จะมีละแวกบ้านอยู่มากมาย แต่ในยามพลบค่ำเช่นนี้ก็ไม่มีบ้านไหนเปิดไฟต้อนรับ เรียกได้ว่าทางเปลี่ยวได้ที่เลยทีเดียว
ในตอนนั้นก็กลับมีเสียงฝีเท้าปริศนาดังขึ้นมาจากข้างหลังของดาด้าด้วยความกลัวดาด้าพยายามเดินให้เร็วขึ้นเพื่อหนีออกห่างแต่เสียงฝีเท้านั่นก็รวดเร็วขึ้นตามจังหวะดาด้าเลยออกตัววิ่งใส่เกียร์หมาอย่างไม่ต้องสงสัย
ดาด้าวิ่งหนีไปด้วยความเหนื่อยหอบแต่ไม่กี่อึดใจต่อมาเธอก็ถูกจับอัดกับกำแพงแถวนั้นอย่างแรงจนทำให้เธอจุกจนไม่มีเสียงร้อง
ภาพที่เธอเห็นคือชายสวมชุดสูทสีดำสวมแว่นตาดำกำลังล็อคสองคนตัวเธอจนทำให้เธอแทบดิ้นไปไหนไม่ได้

“ตอบมา เธอรู้อะไรมาจากสีสวาทบ้างมันบอกอะไรกับเธอ ยัยหนูน้อย”ชายหนึ่งในสองตะคอกเสียงแข็งใส่ดาด้าแต่ด้วยความกลัวดาด้าเลยไม่ได้ตอบอะไร เลยส่งเสียงร้องออกมาขอความช่วยเหลือ
ชายในชุดสูทสีดำรีบต่อยเข้าไปที่ท้องน้อยของดาด้าอย่างแรงดาด้าเจ็บจนตัวงอ ตาเหลือก ร้ำลายไหลออกมาจากปากด้วยความเ็ป
“ถ้าเธอทำอย่างนั้นอีกเธอจะมีมีเสียงร้องอีกเลย”ชายชุดดำหยิบมีดสั้นออกมาแล้วจ่อไปที่คอหอยของดาด้าพร้อมกับข่มขู่ดาด้าอย่างเืเย็น
“ฉันไม่รู้ว่าพวกแกพูดถึงอะไรสีสวาทอะไรนั่นฉันก็ไม่มีด้วย”ดาด้าว่าพลางพยายามดิ้นไปมาแต่ก็มีอาจสู้แรงชายร่างใหญ่กำยำนั้นได้
“ถ้างั้นก็แสดงว่าความลับเรายังไม่ถูกเปิดเผย”ชายทั้งสองหันมาพูดหากันอย่างโล่งใจ
“ขอโทษด้วยนะสาวน้อยเราเข้าใจเธอผิดไปจริงๆ”ชายในชึดสูทสีดำกล่าว
“ถ้างั้นก็รีบปล่อยฉันไปซะทีสิ”ดาด้าะโใส่ด้วยความโมโห
“ตรงกันข้ามต่างหากล่ะตอนนี้เธออาจจะยังไม่รู้ถึงความลับในองค์กรเราแต่ไม่แน่ว่าในอนาคตภายหน้าเธอก็อาจจะรู้ถึงการมีตัวตนของพวกเราก็ได้”ชายในชุดสูทสีดำพูดกับสาวน้อยด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม
“ลาก่อน…..”ว่าแล้วชายชุดสูทสีดำคยนึ่งก็หยิบปืนพกที่เก็บเสียงขึ้นมาแล้วจ่อไปที่หน้าผากของดาด้า
ใน่เวลานั้นดาด้ารู้ดีว่าเธอต้องตายเธอจึงยืนนิ่งแล้วร้องไห้ออกมา นิ้วหนึ่งนั้นกำลังค่อยๆดันไกปืนให้เคลื่อนไป
แพร๊ง!!!ขวดแก้วปริศนาถูกกว้างลอยมากระทบกับหัวของมือปืนอย่างแรงจนทำให้ทั้งขวดและหัวของมือปืนแตกชายชุดดำหนึ่งในนั่นสลบลงไปโดยที่ยังไม่ได้ลั่นไกปืน
“อะไรวะ!!!”ชายคนที่เหลือใเป็อย่างมากพร้อมกับควักปืนออกมาแล้วเล็งไปรอบๆด้วยความตื่นตระหนก
ก่อนที่ปืนนั่นจะถูกบาทาเตะให้กระเด็นหลุดออกจากมือไปแล้วชายในชุดสูทสีดำก็โดนฟาดด้วยท่อนไม้ที่ท้ายทอยอย่างแรงจนหมดสติแล้วล้มลงไป
ดาด้าที่ได้แต่ยืนนิ่งเป็รูปปั้นจึงมองตามร่างที่ไร้สติของชายทั้งสองขึ้นไปดาด้าก็ได้พบกับ
“ปาม…..”ดาด้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือก่อนที่จะวิ่งเข้าไปกอดปามด้วยความปิติยินดีแต่ก็ถูกปามผลักออกไปกระแทกกับกับแพงอีกครั้ง
“บอกฉันมาเธอรู้อะไรบ้าง”ปามก้มลงไปหยิบปืนพกจากร่างของชายชุดดำที่นอนสลบอยู่ขึ้นมาแล้วเล็งไปที่ดาด้าอย่างไม่ลังเลแล้วพูดกับดาด้าด้วยสีหน้าจริงจัง

“หมายความว่าไงกันแน่ น่ะนี่นายเป็ใครกัน ปาม…..”