ตอนที่ 20
พิษบ้าบออันใดอีก?
“อาจจะเป็พิษจากอสรพิษสีเงิน...ข้าพอมีวิชาที่รู้ความติดตัวอยู่บ้างแต่ว่ายาแก้ถอนพิษนี้ค่อนข้างที่จะต้องใช้สมุนไพรที่อยู่อุณหภูมิที่อุ่นและคงที่อีกทั้งผลข้างเคียงของพิษชนิดนี้นั้น...”
ยามเมื่ออวี้เยี่ยนหันมาก็พบเข้ากับเฉินชิงเหลียนที่ทำท่าทางไม่ค่อยจะเป็ตัวของตัวเองสักเท่าใด รวมไปถึงใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อยามพูดประโยคนั้นออกมา
น่ากลัวว่านี้คือฉากพลอดรักในกาลก่อนของทั้งสองคน
แต่เดิมอวี้เยี่ยนไม่คิดสนใจอันใดกับสองคนนั้นนางหันมามองมือสังหารทั้งสามร่างที่ถูกต้อนจนมุม พวกมันไม่คิดที่จะยอมสารภาพเื่ราวใดๆออกมา ก่อนจะนำยาพิษที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ในใต้ลิ้นนำกลืนลงไป และสิ้นใจตายในท้ายที่สุด
เฉินโจวฉีถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย“สุนัขรับใช้ก็คือสุนัขรับใช้ ยอมตายดีกว่าจะพ่นอะไรออกมา”
“ลองค้นตามตัวพวกมันแล้วก็ไม่มีของอะไรที่สามารถเชื่อมโยงไปยังผู้จ้างวานได้”ชวี่ซื่อจื่อกล่าวอย่างเหน็ดเหนื่อย าแตรงต้นขาที่ถูกมือสังหารแทงใส่ เริ่มรับรู้ถึงความเ็ปจนเขาต้องนั่งพิงต้นไม้เพื่อผักผ่อน
เฉินโจวฉีใช้นกหวีดเป่าเรียกนกพิราบอีกคราก่อนนกสีขาวตัวหนึ่งจะบินโผล่มาจากป่า ร่อนมาหาร่างกำยำอย่างช้าๆ ตรงขาของมัน พบเป็กระดาษส่งสารมวนเล็กที่ถูกผูกติดไว้เขาเอามันออกมาอ่าน ก่อนจะฉีกมันเป็ชิ้นเล็กๆ และปล่อยนกตัวน้อยไป
“กำลังเสริมและหมอบางส่วนกำลังเดินทางมาขอชวี่ซื่อจื่อและชินอ๋องอดทนอีกสักหน่อย”
ชวี่ฮุ่ยิส่งเสียงรับรู้ยามเมื่อกวาดตามองไปยังร่างงามของเฉินอวี้เยี่ยน ก็พบว่านางกำลังเร่งเดินไปที่ร่างที่กำลังนอนอยู่อ่อนแรงของชินอ๋อง
คล้ายกับว่านับั้แ่เจอหน้ากันก็ยังไม่มีบทสนทนาใดระหว่างตัวเขาและนาง
ที่โดดเด่น ย่อมเป็วิชากระบี่ที่นางใช้กำจัดมือสังหารมันทั้งงดงาม พลิ้วไหว เด็ดเดี่ยวและทรงพลังเกินคาดหมาย
แท้จริงแล้วสกุลเฉินนั้นเรียกได้ว่าน่ากลัวกว่าที่คิด
“เขาเป็อะไร”อวี้เยี่ยนถามเสียงเครียด เมื่อเห็นชินอ๋องเริ่มเกิดอาการละเมอเพ้อพก พอแตะตัวเขาแล้วก็รับรู้ได้ถึงอุณหภูมิความร้อนสูง
“เป็พิษจากอรพิษสีเงินเ้าค่ะ”เฉินชิงเหลียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล “ข้าสามารถทำตัวยาแก้พิษได้แต่ตอนนี้ไม่มีส่วนผสมใดที่สามารถนำมาใช้ได้เลย”
ก่อนที่นางจะทำสีหน้าลังเล“...มีวิธีบรรเทาวีธีเดียว คืออาจจะต้องรอให้เขาปลดปล่อยตามอาการที่เป็ผลข้างเคียงของตัวยาเ้าค่ะ”
“ผลข้างเคียงอันใด?”อวี้เยี่ยนมองใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อของน้องสาวต่างมารดาอย่างสงสัย
“...อาการเกิดกำหนัดเ้าค่ะ”
หัวสมองของอวี้เยี่ยนพลันเกิดความว่างเปล่าขึ้นมาทันใด
ในกาลก่อนพวกเขาทำอันใดกันนั้นแม้อวี้เยี่ยนจะมีความสงสัย หากแต่ก็พยักหน้ารับงุนงง “งั้นเ้าอยู่ตรงนี้รักษาท่านอ๋องไปก่อนเ้าอาจพอรู้วีธีบรรเทาผลข้างเคียงของพิษนี้มากกว่าข้า ส่วนข้าจะไปดูอาการของชวี่ซื่อจื่อเขาาเ็ไม่น้อย ข้าขอสมุนไพรที่สามารถบรรเทาอาการาเ็จากเ้าสักเล็กน้อยก็น่าจะเพียงพอแล้ว”
“ดะ...ได้เ้าค่ะ”เฉินชิงเหลียนมีความประหม่าไม่น้อย เมื่อพี่สาวต่างมารดาหาได้มีการต่อต้านอันใดต่อคำกล่าวของนาง
เช่นนั้นผู้ที่จะรักษาอาการกำหนัดหรือพยายามบรรเทาอาการนี้ของซ่งหลิวหยาง ย่อมเป็นางใช่หรือไม่?
เฉินชิงเหลียนคล้ายไม่รู้ตัวว่าตนเองนั้นราวกับมีความรู้สึกรอคอยขึ้นมา
กระทั่งอวี้เยี่ยนเห็นว่าชินอ๋องหาได้มีอันใดน่าห่วงนางก็คิดจะกลับไปดูอาการของชวี่ฮุ่ยิ อาการของคนผู้นั้นไม่ดีไม่แย่ ทว่าที่แน่ๆคือย่อมไม่สบายดั่งเช่นที่เ้าตัวแสดงออกมาแน่นอน
ด้วยอารามคนเร่งรีบนางจึงไม่คิดสนใจอันใด เพียงคิดที่จะลุกขึ้นเพื่อไปดูอาการของคนอีกฝั่ง ทว่าทันใดนั้นแขนแข็งแกร่งของชินอ๋องกลับปัดป่ายไปทั่วจวบจนเขาคล้ายเจอที่ให้ยึดเหนี่ยวจึงฉุดรั้งตัวคนเอาไว้
และนั่นทำให้แต่เดิมตัวอวี้เยี่ยนที่คิดจะลุกขึ้นไม่ทันตั้งตัว ถูกชินอ๋องฉุดรั้ง เซล้มไปคร่อมอยู่บนตัวสูงใหญ่
“...”
ทั้งเฉินชิงเหลียนและอวี้เยี่ยนล้วนแสดงสีหน้าที่แตกต่างมากอารมณณ์จนน่าขัน
อวี้เยี่ยนกลับเป็ผู้รู้ตัวก่อนทราบดีว่ายามนี้ชินอ๋องหาได้มีสติรับรู้ นางจึงไม่คิดอันใดให้มากความ คิดจะนำแขนตนออกมาจากมือใหญ่ของชินอ๋อง
แท้จริงแล้วการนำเอามือของตนของจากมือใหญ่ของชายหนุ่มที่โตเต็มไวก็คล้ายไม่ง่ายอีกไม่รู้ว่าชินอ๋องกำลังฝัน หรือเพราะผลจากพิษของอสรพิษสีเงิน นอกจากเขาจะพูดพึมพำไม่ได้ใจความ
มือแกร่งที่ยึดแขนบอบบางของอวี้เยี่ยนไว้กลับกระชับแน่นมากยิ่งขึ้น
เขานึกว่าตัวนางคือเฉินชิงเหลียนหรืออย่างไร?เหตุใดให้ตายอย่างไรก็หาคิดได้ปล่อยแขนของนาง
เฉินชิงเหลียนมองทั้งสองร่างที่คล้ายพัวพันกันอยู่ด้วยความรู้สึกพูดไม่ออกตอนนางรักษาให้เขา เขาหาไม่มีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้
อีกเหตุผลที่เด็กสาวไม่ได้กล่าวออกไปพิษชนิดนี้ จะทำให้ผู้าเ็ไวต่อกลิ่นบางชนิด
และเมื่อผู้าเ็พบกลิ่นที่ตนชื่นชอบหรือคะนึงหาอาการเกิดกำหนัดก็จะเริ่มค่อยๆ ถูกกระตุ้นขึ้น
นี่มันไม่ใช่หมายความว่า...
มือของเด็กสาวค่อยๆบีบแน่นเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว
“ชวี่ซื่อจื่อเืไหลหนักขึ้นอีกแล้วพวกเ้าสองคน เอายาเท่าที่มีมารักษาชวี่ซื่อจื่อหน่อยเร็วเข้า!”
“เ้าค่ะ!” อวี้เยี่ยนขานรับ พลางทำสีหน้ายุ่งยากเมื่อแต่เดิมตัวนางเป็ผู้ที่จะมาอาตัวยากับเฉินชิงเหลียน ทว่าใน่วลานี้ นอกจากจะยังไม่ได้ยาแล้วจะถูกคนฉุดไว้ไม่ได้ออกห่างไปไหน
คิดแล้วก็เริ่มมีโทสะขึ้นมา
“ท่านอ๋องปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!” นอกจากคนจะไม่ปล่อยแล้วกลับกระชับแน่นยิ่งขึ้นอีกครา
อวี้เยี่ยนเหนื่อยหน่ายถึงขีดสุดหันไปกล่าวกับเฉินชิงเหลียนด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “เ้าไปดูอาการของชวี่ซื่อจื่อก่อนเดี๋ยวข้าดูอาการท่านอ๋องเอง”
เฉินชิงเหลียนนิ่งเงียบไปสักครู่ก่อนจะกล่าวเสียงแ่ “...เ้าค่ะ”
เมื่อเห็นน้องสาวต่างมารดาค่อยๆเดินออกไปด้วยสีหน้าแปลกประหลาดแล้ว นางก็หันกลับมา คิดวิธีเอาตนเองออกมาจากร่างของชินอ๋อง
ทันใดนั้นชินอ๋องก็คล้ายทำตัวไม่ปกติใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกพิษแดงก่ำราวกับคนกำลังอดกลั้น แต่กลับพบเจอกลิ่นรัญจวนบางอย่างจนเขาทำสีหน้าผ่อนคลายออกมาและยื่นหน้าเข้ามาสูดดมไปมาบนตัวของอวี้เยี่ยน
หากเป็ในกาลก่อนอวี้เยี่ยนคงดีใจถึงขีดสุด ยิ่งเป็ใน่ยามที่ชินอ๋องไม่รู้สึกตัว นางคงหาคิดสารพัดวิธีในการเผด็จศึกไปเรียบร้อยแล้ว
ทว่าในยามนี้นางกลับรู้สึกกลัวจนตัวเกร็งขึ้นมา
หากเกิดอะไรกับเขาในยามนี้น่ากลัวว่านางต้องถูกกล่าวหาว่าคิดจับเขาด้วยเล่ห์กลอีกเป็แน่
“ท่านเป็อย่างไรบ้าง...”ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย ว่าในยามนี้ เสียงที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของนางนั้นช่างกระจ่างใสราวกับสายลมพัดผ่านกระทบธารน้ำยามเหมันตฤดูเป็อย่างยิ่งในโสตประสาทของผู้ที่ได้ยิน
ร่างกายชินอ๋องคล้ายชะงักไปเมื่อยื่นหน้ามาหาอวี้เยี่ยนนางกระพริบตาปริบ สถานการณ์ดูไม่ค่อยจะดีสักเท่าใดทว่าแขนแข็งแกร่งนี้ก็ไม่คิดจะปล่อยนางไปเช่นกัน ให้นางเอาของมาทุบหัวให้คนสงบก็กลัวจะกระทบกับอาการถูกพิษของเขาไม่น้อย
ทว่าก่อนที่จะได้ทำอันใดชินอ๋องก็ฉุดรั้งร่างของอวี้เยี่ยน กระชากเข้าหากายให้เข้ามาอยู่ภายใต้อ้อมอก
ก่อนที่จุมพิตอันร้อนแรงจะตามมา!
อวี้เยี่ยนเบิกตากว้างอย่างใใจเต้นระรัวอย่างตื่นกลัว หากเขาได้สติขึ้นมาย่อมแน่นอนว่านางก็ต้องถูกเพ่งเล็งอีกเป็แน่
นางกระชากตัวออกพยายามต่อต้านสุดกำลัง ทว่าแรงชินอ๋องไม่ต่างอันใดกับม้าพยศ อกอวบอิ่มภายใต้อาภรณ์ผืนหนาของร่างบางบดบี้เข้ากับอกแกร่งอกชินอ๋องพร้อมทั้งเมื่ออวี้เยี่ยนอ้าปากคิดจะเอ่ยห้าม ก็ราวกับเปิดปราการสุดท้ายออก ให้ลิ้นร้อนผ่าวสอดแทรกเข้ามาอย่างง่ายดาย
เรือนร่างนุ่มนิ่มหอมรัญจวนอยู่ภายใต้อ้อมอกชินอ๋องไร้ซึ่งความ้าในการปล่อยคน
“ปะ...ปล่อยข้า...อื้อ...” เป็จุมพิตที่ดุดันร้อนแรง และเอาแต่ใจ คล้าย้าประทับลงอย่างตรึงตรา ริมฝีปากบางไว้อย่างหวงแหนดูดดึงไว้อย่างตะกละตะกลาม รุกรานเกินต้านทาน
อวี้เยี่ยนที่แต่เดิม้าต่อต้านนางรับรู้ได้ถึงร่างกายที่ร้อนวูบวาบ คล้ายราวกับกำลังคล้อยตาม
ไม่ได้!
นางดึงสติตนเองให้กลับคืนมาพยายามไม่สนใจริมฝีปากที่กำลังประกบมาอย่างร้อนแรง มองข้ามลิ้นร้อนที่กำลังดูดดึงอยู่จนเกิดเสียงดังน่าอายไม่สนใจไฟปรารถนาที่เริ่มก่อตัวขึ้น
มืออีกข้างที่กำลังว่างอยู่ควานหากระบี่คู่กาย เมื่อเจอมันแล้ว นางก็ใช้สันกระบี่ทุบเข้าที่ต้นคอของชินอ๋องอย่างเต็มแรง!
ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังริมฝีปากของนางอยู่ชะงักกึกลิ้นร้อนที่กำลังดูดดึงอยู่ก็หยุดชะงัก ก่อนชินอ๋องจะค่อยๆ หงายหลังกลับไปนอนแน่นิ่งดังเดิม
เมื่อผละใบหน้าออกจากกันเส้นสายสีใสจากริมฝีปากของทั้งสองก็เกาะเกี่ยวกันไว้ก่อนจะถูกตัดขาดหลังจากใบหน้าออกห่างกันเรียบร้อยบ่งบอกว่าเมื่อครู่ พวกเขาใช้ริมฝีปากเร่าร้อนกันเพียงใด
อวี้เยี่ยนใช้ชายเสื้อเช็ดความเปรอะเปื้อนบนริมฝีปากที่บวมเจ่อพยามบังคับใบหน้าของตนเองให้กลับมาเป็ปกติ
“อวี้เอ๋อร์!” ทันใดนั้นเฉินโจวฉีก็พรวดพราดเข้ามา เมื่อเจอหน้าน้องสาวของตนสิ่งที่้ากล่าวก็ถูกกลืนลงไป กลับเอ่ยสิ่งที่เห็นขึ้นมาก่อน “ปากของเ้าโดนอันใดมากัน?แมลงกัดต่อยเ้างั้นหรือ เจ็บหรือไม่ ข้าจะไปเอายามาจากชิงเหลียนเพิ่มให้”
“ไม่เป็อันใดเ้าค่ะเก็บยาไว้ให้ผู้ที่าเ็เถอะ” อวี้เยี่ยนสูดหายใจพยายามสงบสติ ก่อนเอ่ยตอบพี่ชาย
“กองกำลังเสริมมาแล้วข้าจะนำร่างของชินอ๋องไปสมทบ เ้าไม่ต้องออกแรงอันใดแล้ว ให้ข้าจัดการเอง”เฉินโจวฉีพูดก่อนจะเข้าไปแบกร่างของชินอ๋อง แต่เขากลับต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง
เหตุใดริมฝีปากของชินอ๋องก็บวมเจ่อเหมือนกันริมฝีปากของอวี้เอ๋อร์เล่าที่นี่มีแมลงที่เพ่งเล็งไปที่ปากของคนอยู่ด้วย?
จะอย่างไรการช่วยคนจำต้องมาก่อนเขาไม่ได้คิดหาเหตุผลอันใดอีก แบกร่างของชินอ๋องไปสมทบกับกองกำลังที่ได้เรียกมา
อวี้เยี่ยนเพียงเดิมก้มหน้าตามหลังเฉินโจวฉีไป
“อาฉี! เ้าเป็เป็อย่างไรบ้าง?! าเ็อันใดหรือไม่” เมื่ออวี้เยี่ยนเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงที่คุ้นเคย ก็พบเข้ากับกองกำลังเสริมที่ถูกเรียกมาเสริม รวมไปถึงมารดาและบิดา ที่ได้เดินทางมาด้วยเช่นกัน
และอย่างที่คิดยามเมื่อมารดาพบเจอคน นางย่อมต้องพุ่งเข้าไปที่เฉินโจวฉีก่อนผู้ใด บ่งบอกว่านางห่วงใยผู้ใดมากที่สุด
“ชิงเอ๋อร์! ์คุ้มครอง! เหตุใดเ้าจึงโลหิตเต็มตัวเช่นนี้เ้าาเ็หรือ?” แม่ทัพบูรพาก็เร่งเข้าไปประคองร่างของบุตรสายตรงคนรองอย่างไม่มองผู้ใดเช่นกัน
อวี้เยี่ยนไม่มองภาพบุตรและมิดามารดาที่ได้พบเจอกันนางหันไปมองร่างของชวี่ซื่อจื่อที่นั่งนิ่งอยู่ตรงต้นไม่ใหญ่อาการดูดีขึ้นมากว่าก่อนหน้านี้ เฉินชิงเหลียนคงรักษาเบื้องต้นให้เขาบ้างแล้ว
ในตอนนี้เฉินชิงเหลียนคงได้เปิดเผยตัวตนให้บุรุษทั้งสองได้เห็นอย่างเต็มที่พวกเขาจะรู้สึกว่า เฉินชิงเหลียนนั้นไม่คล้ายกับสตรีที่พวกเขาได้เคยพานพบเจอมาก่อนนางไม่เสแสร้งแกล้งทำ และช่วยพวกเขาด้วยใจอันบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งคาดหวังถึงสิ่งตอบแทน
และก่อนที่พวกเขาจะตกหลุมรักเฉินชิงเหลียนอย่างสุดหัวใจในเวลาต่อมา
นางเดินเข้าไปหาชวี่ฮุ่ยิใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งเงย ดวงตาสีดำคมกล้าจ้องจดจ่อมาที่นาง
“ท่านไม่เป็อันใดกระมั้ง?”นางถามเสียงเบา
เขาไม่กล่าวตอบอันใดยังคงใช้สายตาลึกล้ำจดจ้องนาง ทำให้อวี้เยี่ยนเข้าใจว่าเขาอ่อนแรงอาจต้องพูดคุยในระยะใกล้จึงจะสามารถสนทนากันได้อย่างราบรื่น
ดังนั้นร่างบอบบางที่อาภรณ์สีม่วงชมพูชุ่มไปด้วยโลหิตเช่นเดียวกันทว่ากลับไม่มีผู้ใดเข้ามาถามไถ่อาการ จึงค่อยๆ ยอบกายลงตรงหน้าชายหนุ่มที่อยู่ในอาการาเ็“ท่านดูมีคำจะเอ่ยหรือไม่? เหตุใดจ้องมองข้าเช่นนั้นกัน”
ทั้นใดนั้นฝ่ามือหนาก็ยื่นเข้ามาลูบตรงปากบวมเจ่อของนางมาตรด้วยไม่คุ้นชิน อวี้เยี่ยนจึงขยับใบหน้าออกห่าง ทว่าไม่ทันความเร็วของชวี่ฮุ่ยิเขายึดจับคางของนางไว้ ก่อนจะใช้นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากของนางต่อ
“ไม่คล้ายโดนแมลงกัดต่อย”เขาเอ่ยเสียงแหบพร่า ยึดใบหน้าของนางเข้ามาใกล้ “คุณหนูเฉินโดนอะไรมาหรือ?”
อวี้เยี่ยนนิ่งงันตื่นตะลึงนางมองสบตากับชวี่ฮุ่ยิ ดวงตาคมกล้าคล้ายเริ่มชโลมไปด้วยสีแดง ดูอารมณ์ไม่คงที่เขาคงไม่ถูกพิษอันใดจากมือสังหารอีกคนใช่หรือไม่?
“ชวี่ซื่อจื่อท่านปล่อยข้าก่อน นี่เป็เพียงเื่อาการเล็กน้อย ท่านไม่ต้องใส่ใจอันใดหรอก”นางพยายามยึดใบหน้าออกมา
เหตุใดบุรุษพวกนี้จึงขยันแตะต้องนางกันนัก นางหาใช่เฉินชิงเหลียนของพวกเขาเสียหน่อย!
ชวี่ฮุ่ยิราวกับไม่คล้ายเก็บถ้อยคำใดอีกต่อไปเขาเอ่ยพูดอีกครั้ง “คนในสกุลของคุณหนูดูไม่สนคุณหนูเอาเสียเลย ดูพวกเขาสิเมื่อมาถึง ไม่เข้าไปประคบประคองน้องสาวของท่าน ก็เอ่ยพูดคุยห่วงใยแก่พี่ชายของท่านแล้วท่านเล่า? มีใครผู้ใดมาแสดงความห่วงใยกับท่านบ้าง?”
อวี้เยี่ยนเริ่มมีโทสะ“ชวี่ซื่อจื่อ ท่านโดนพิษบ้าบออันใดมาอีก? หยุดปากของท่านก่อนเถอะ!”
แม้ชวี่ฮุ่ยิจะมีท่าทีซับซ้อนมาโดยตลอดแต่คนอย่างเขา จะอย่างไรก็ไม่มีทางกล่าวอันใดตรงไปตรงมาเช่นนี้อย่างแน่นอน
ฉะนั้นสิ่งเดียวที่ทำให้เขากล่าวสิ่งเหลวไหลออกมาย่อมเป็พิษจากมือสังหาร
“ข้าไม่หยุด”เสียงของชวี่ฮุ่ยิกลับเริ่มมีโทสะแข่งกับอวี้เยี่ยน “อยากให้ข้าลบล้างเ้าแมลงที่มากัดต่อยปากท่านหรือไม่?ข้า...” เขาเริ่มจึดจับใบหน้าของอวี้เยี่ยน สติคล้ายเริ่มไม่อยู่กับตัว
“พี่สาว...”ก่อนเสียงของเฉินชิงเหลียนจะดังขึ้นมา อวี้เยี่ยนทำสีหน้าดีใจเป็ล้นพ้น ใช้กำลังผลักชวี่ฮุ่นิออกอย่างสุดแรง
“ชวี่ซื่อจื่อโดนพิษอันใดอีกแก้ไขได้หรือไม่” อวี้เยี่ยนเอ่ยถามอย่างอ่อนแรง
เ้าพวกบุรุษพวกนี้จะโดนพิษก็แล้วไปหากแต่เมื่อโดนพิษแล้วเกิดอาการพิสดารเช่นนี้ น่ากลัวว่าสตรีทั่วทั้งเมืองหลวงคงเร่งหาพิษมาสาดใส่พวกเขาแล้ว
อันตรายเหลือเกิน
เฉินชิงเหลียนเงียบไปชั่วขณะเอ่ยตอบเสียงเบา “ของท่านชวี่ฮุ่ยิเป็คนละประเภทกับชินอ๋องเ้าค่ะข้าไม่ทราบวิธีรักษา คงต้องเร่งนำกลับไปรักษาที่เมืองหลวงเช่นกันเ้าค่ะ”
อวี้เยี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ถามมากความเฉินโจวฉีเดินเข้ามาสมทบแล้ว เขากวาดตามองสำรวจาแของน้องสาวอย่างละเอียด เมื่อไม่พบาแรุนแรงอันใดจึงเบาใจ อวี้เยี่ยนเดินไปหาบิดาและมารดา เมื่อพวกเขาไม่เห็นนางาเ็อันใด ก็เพียงพยักหน้ารับรู้และเร่งนำคนกลับสู่เมืองหลวง
ในรถม้าคันใหญ่คุณหนูสกุลเฉินทั้งสองคนนั่งอยู่ในคันเดียวกัน อวี้เยี่ยนอ่อนเพลียจนหลับไปแล้วเหลือเพียงเฉินชิงเหลียนที่ลอบมองอวี้เยี่ยนเป็บางครั้ง และมองทัวทิศน์นอกรถม้าเป็บางครา
ชวี่ซื่อจื่อโดนพิษคนละอย่างกับชินอ๋องแต่เป็พิษอันใดนั้น นางหาได้บอกไป
นั้นคือพิษที่จะทำให้กล่าวคำจากจิตใต้สำนึกออกมาสามารถเอามาเคลือบบนอาวุธ และโจมตีใส่คนจนทำให้กระแสพิษสามารถไหลเข้าสู่เส้นเืได้มันทำหน้าที่ค่อยๆ ออกฤทธิ์คล้ายกับพิษจากอสรพิศสีเงิน
พวกมือสังหารคง้าใช้พิษนี้เพื่อสอบถามบางอย่างกับชินอ๋องหรือไม่ก็กับตัวชวี่ซื่อจื่อ
นึงไม่ถึงว่ายามเมื่อพวกมือสังหารโดนกำจัด กระทั่งจนเจอกับนางที่รักษาาแให้ ชวี่ซื่อจื่อนอกจากจะกล่าวเพียงเื่ราวสัพเพเหระเขาก็ไม่กล่าวอันใดกับนางแม้แต่น้อย จนนางรับรู้ไปเองว่าเขาโดนพิษเข้าเพียงเล็กน้อยทำให้ไม่มีอาการอันใดน่าเป็ห่วง
ทว่าพอเจอเข้ากับพี่สาวต่างมารดา...
นั่นคือความคาดหวังในจิตใต้สำหนึกของชวี่ซื่อจื่อ?
เฉินชิงเหลียนเหม่อมองมือของตัวเองสกุลที่นางกลับมานั้น ล้วนทั้งดีและไม่ดี นางเจอบิดาที่รักใคร่ มีพี่สาวพี่ชายตามที่เคยใฝ่ฝันกลับเข้าสู่ตำแหน่งของบุตรสาวสายตรงอย่างภาคภูมิ
แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในตอนนี้เฉินชิงเหลียนพลันรู้สึกว่างเปล่าขึ้นมา
...นางน่าสนใจไม่เพียงพองั้นหรือ?นางมั่นใจว่าความสามารถของไม่เป็รองผู้ใดในเมืองหลวง
เหตุใดพวกเขาจึงมีพี่สาวต่างมารดาของนางในจิตใจใต้สำนึกกัน?
-------------------------------------------------
ซ่งหลิวหยาง :ก่อนหน้านี้ข้าโดนใส่ร้าย...
เฉินอวี้เยี่ยน: ...โอ๋ๆ
ชวี่ฮุ่ยิ: ... //เหลือบตามองอย่างสมเพช