บทที่ 1 กลับชาติมาเกิดอีกครั้งในยุค 90
“ไม่ใช่แค่เืไหลนิดหน่อยหรอกเหรอ มีอะไรต้องตื่นเต้นกันขนาดนั้น ใครใช้ให้เธอวิ่งมาแย่งสัญญาฉันล่ะ เธอหกล้มเองก็สมควรแล้ว” ฟ่านอวี้จือกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน
เธอไม่มีทางยอมรับว่าตัวเองผลักฟ่านซีซีลงไป
“แค่เงินค่ารื้อถอนนิดหน่อย เธอจำเป็ต้องใช้กำลังกับหลานสาวของตัวเองถึงขนาดนี้เลยเหรอ?” ฟ่านจื้อซิงพูดขึ้น ขณะที่ใช้ขนสุนัขป่าหยุดเืที่หน้าผากของลูกสาวคนกลาง แล้วหันไปมองน้องสาวของตนอย่างโกรธเกรี้ยว
ฟ่านอวี้จือหัวเราะในลำคออย่างเ็า “อย่ามาอ้างว่าเป็หลานฉัน หลานบ้านไหนจะด่าอาขอให้ตายไว ๆ กันล่ะ อีกอย่าง พวกเราไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ นายเป็แค่ลูกบุญธรรม ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวนี้ เงินค่ารื้อถอนแบ่งให้พวกนายได้ห้าหมื่นก็นับว่าปรานีที่สุดแล้ว จะเอาหรือไม่เอาก็เื่ของนาย ไม่ว่ายังไงก็ตาม ภายในวันที่ห้าพวกนายต้องย้ายออกจากที่นี่”
“อย่ามากไปหน่อยเลย ห้าหมื่นซื้อห้องได้แค่ห้องเดียวในหมี่ตง เรามีตั้งห้าคนในครอบครัว จะอยู่กันยังไง” เฉินเยว่อิงโกรธจนพูดไม่ออก แต่ก็ไม่มีทางเลือก ต้องโทษตัวเองที่เชื่อถือญาติพี่น้องฉ้อโกงเหล่านี้มากไป ไม่ได้ดูสัญญาให้รอบคอบ และเซ็นสัญญาไปแล้วั้แ่เนิ่น ๆ
เสียงโต้เถียงของคนอื่น ๆ ทําให้ฟ่านซีซีที่ตกอยู่ในสภาพเหม่อลอยกลับคืนสติ
ตอนนี้เธอไม่รู้จะใช้คำใดมาบรรยายความรู้สึกในใจได้เลย เพราะเธอกลับมาเกิดใหม่แล้ว
จริง ๆ แล้วเธอประสบอุบัติเหตุรถชนในวันเกิดปีที่ยี่สิบห้าของตัวเอง หลังจากรับคำขอแต่งงานจากพี่จิ่นเฉิง แล้วเธอก็ถูกส่งมายังโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนที่ชื่อว่า ‘เซวียนหลิง’ …ที่นั่น เธอได้เริ่มเส้นทางสู่การบำเพ็ญเซียน และเมื่อคืนนี้ เธอได้กลายเป็เซียนผู้บำเพ็ญิญญาระดับสูงสุด รวมถึงการเป็นักปลูกพืชิญญาที่เก่งกาจ
ตามกฎของตำหนักหลิงซี เซียนที่บำเพ็ญิญญาระดับสูงสุดจะขึ้นเป็ผู้ปกครองตำหนักคนต่อไป แต่ไม่นึกเลยว่าในเวลาแบบนี้ เธอกลับมาเกิดใหม่ โดยย้อนเวลากลับไปยังอายุสิบห้าปีของตนเองอีกครั้ง
แม้ว่าเธอจะอยู่ในทวีปเซวียนหลิงมานานถึงสามสิบปี แต่เธอก็ยังจดจำเื่ราวในชีวิตนี้ได้ดี เื่ที่บ้านของเธอถูกเวนคืน เพราะพ่อแม่ของเธอได้ลงนามในสัญญาที่ไม่เป็ธรรมกับเหล่าลุงป้าน้าอา ในท้ายที่สุด พวกเขาก็ได้รับส่วนแบ่งเพียงเงินห้าหมื่นหยวน ในขณะที่ครอบครัวอื่น ๆ ได้รับอย่างน้อยที่สุดก็สามแสนหยวน
ต่อมา พ่อแม่ของเธอไม่ได้เลือกที่จะซื้อบ้าน แต่พวกเขากลับพิจารณาถึงปัญหาเื่การศึกษาของลูก ๆ ทั้งสามคน พวกเขาจึงตัดสินใจเช่าบ้านอยู่ในเขตหมี่ตง จนกระทั่งผ่านไปห้าปี ครอบครัวของเธอจึงได้ซื้อบ้านเป็ของตัวเอง และทยอยใช้หนี้บ้าน
หลังจากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัวเ่าั้จากไป เธอก็เอ่ยปากกับพ่อแม่ที่นั่งถอนหายใจอยู่ในบ้านว่า “พ่อ แม่ พวกเราไปซื้อบ้านที่เขตหมี่ซีกันเถอะค่ะ หนูได้ยินมาว่า ราคาต่อตารางเมตรแค่ร้อยกว่าหยวน ห้าหมื่นหยวนสามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ได้เลย”
เฉินเยว่อิงมองลูกสาวด้วยสีหน้าไม่เห็นด้วย “เด็กอย่างลูกจะรู้เื่อะไร เขาว่ากันว่า ยอมซื้อเตียงในหมี่ตงดีกว่าซื้อบ้านทั้งหลังในหมี่ซี เขตหมี่ตงคึกคัก รุ่งเรือง มีทั้งย่านการค้าและเขตโรงเรียนที่ดี แต่เขตหมี่ซีนั้นแห้งแล้ง ซื้ออะไรก็ไม่สะดวก แถมยังได้ยินมาว่า จะมีการสร้างสุสานขนาดใหญ่ที่นั่น แม่ไม่อยากอยู่ใกล้คนตาย”
ฟ่านซีซีกระแอมเบา ๆ ในฐานะผู้ที่รับรู้เื่ราวในอนาคต เธอสามารถยืนยันได้อย่างมั่นใจว่า เขตหมี่ซีจะไม่ได้สร้างสุสานขนาดใหญ่ แต่จะสร้างสนามบินเมืองหมี่เฉิงต่างหาก แต่ไม่รู้ว่าทำไมข่าวลือถึงบอกต่อ ๆ กันไปจนกลายเป็การสร้างสุสานไปได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคต เขตหมี่ซีจะได้รับการพัฒนาให้เป็เขตพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง จะต้องคึกคักมากขึ้นอย่างแน่นอน ราคาบ้านก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและพุ่งสูงขึ้นทุกวัน
เมื่อคิดถึงเื่นี้ ฟ่านซีซีจึงชักชวนอีกครั้ง “พ่อ แม่ เชื่อหนูเถอะค่ะ ไปซื้อบ้านที่เขตหมี่ซีกันเถอะ ที่โรงเรียนของหนูมีลูกสาวของข้าราชการในกรมศึกษาธิการ เธอเล่าความลับให้หนูฟังว่า ตอนนี้ผู้คนต่างพากันไปอยู่ที่เขตหมี่ตง ทำให้ทรัพยากรทางการศึกษาไม่เพียงพอ ในไม่ช้าโรงเรียนมัธยมสามแห่งในเขตหมี่ตงจะย้ายไปที่เขตหมี่ซี ครอบครัวของเธอแอบไปซื้อบ้านแถวโรงเรียนในเขตหมี่ซีแล้วด้วย แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ แต่ราคาในอนาคตก็ต้องสูงขึ้นอย่างแน่นอน”
“และยังมีอีกเื่หนึ่งก็คือ เป็ไปไม่ได้ที่จะสร้างสุสานที่เขตชานเมือง เพราะที่ดินตรงนั้นจะใช้สร้างสะพานยกระดับรูปวงแหวน… ในเมื่อสร้างสะพานยกระดับแล้ว บริเวณนั้นก็น่าจะเป็ทางเข้าเมือง เป็เสมือนหน้าตาของเมือง คงไม่สร้างสุสานที่สะดุดตาแบบนั้นหรอกค่ะ”
ดวงตาของฟ่านจื้อซิงเป็ประกาย “ซีซี ที่ลูกพูดเป็ความจริงเหรอ?”
เฉินเยว่อิงก็มองลูกสาวของตนด้วยแววตาคาดหวังเช่นกัน หากเขตหมี่ซีไม่ได้สร้างสุสานขนาดใหญ่ แล้วยังมีโรงเรียนดี ๆ ย้ายไปที่นั่นอีก เธอก็จะไม่ลังเลที่จะไปอยู่ที่เขตหมี่ซีแม้แต่น้อย
ฟ่านซีซีพยักหน้าอย่างมั่นใจ “จริงสิคะ ถ้าไม่รู้เื่นี้ หนูคงไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับญาติ ๆ พวกนั้นหรอกค่ะ พวกเขาแอบวางแผนกันว่า หากพวกเรายอมง่าย ๆ กับเงินห้าหมื่นหยวน พวกเขาจะหักไปอีกสองหมื่นหยวนเลยนะคะ!”
เมื่อเฉินเยว่อิงได้ยินดังนั้น ความโกรธที่เพิ่งสงบลงของเธอก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง “ซีซี ลูกได้ยินเื่นี้มาจากไหนกัน พวกเขาคิดร้ายแบบนี้จริงเหรอ?”
ฟ่านซีซีพยักหน้ารับ “หนูได้ยินลูกชายของอาเล็ก เสี่ยวเจี้ยน คุยกับเพื่อนของเขาพอดี เขาบอกว่าจะเอาเงินที่ได้เพิ่มไปซื้อของเล่น ซื้อขนมกินค่ะ”
“พวกเขารังแกกันเกินไปแล้ว จื้อซิง ฉันว่าคุณอย่าคิดจะไปอยู่ที่หมี่ตงกับพวกเขาเพราะหวังว่าจะคอยช่วยเหลือกันได้สะดวกเลย พวกนี้เป็ญาติแบบไหนกัน เห็นแก่ได้ทั้งนั้น คุณเป็ลูกที่แม่รับมาเลี้ยงก็จริง แต่คุณก็เป็พี่ใหญ่ และดูแลพวกเขามาั้แ่เด็ก ของดีอะไรก็ให้พวกเขาก่อนเสมอ ตอนที่พ่อกับแม่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเราก็เป็คนดูแลมาตลอด แต่พวกเขาเคยคิดถึงคุณบ้างหรือเปล่า”
“ต่อไปนี้เราอยู่ห่าง ๆ พวกเขากันเถอะ พวกเราไปซื้อบ้านที่หมี่ซี บ้านหลังใหญ่หน่อย อารมณ์จะได้ดีขึ้น”
“ใช่ ๆๆ แม่พูดถูก ญาติแบบนี้ ไม่เห็นหน้าจะดีกว่า พวกเรารีบไปดูบ้านที่หมี่ซีกันเถอะ” ฟ่านซีซีรีบเสริม
ฟ่านจื้อซิงถึงกับอึ้งไป “จะไปตอนนี้เลยเหรอ?”
“ใช่ ตอนนี้เลย โครงการบ้านจัดสรรที่หมี่ซีมีเยอะแยะ เราไปแต่เนิ่น ๆ จะได้เลือกบ้านหลังดี ๆ ได้ แถมซื้อเร็ว ราคาก็จะยิ่งถูกด้วย”
ฟ่านซีซีวางแผนไว้แล้วว่าจะซื้อบ้านที่โครงการ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ที่หมี่ซี บ้านที่นั่นรูปแบบสวย พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ที่สำคัญที่สุดคือ อนาคตบริเวณโดยรอบจะเป็ย่านการค้า และใกล้กับโรงเรียนมัธยมทั้งสามแห่งของเมืองหมี่เฉิงด้วย
“ถ้าเช่นนั้น...เอ่อ...ไปดูหน่อยก็ได้” ฟ่านจื้อซิงมองดูท้องฟ้า บ่ายโมงแล้ว ไปหมี่ซีสักรอบก็ไม่เสียหาย
“ไปก็ไป! ซีซี ลูกรีบเขียนข้อความทิ้งไว้ให้พี่สาว เมื่อเธอเรียนพิเศษกลับมา ค่อยให้เธอไปรับน้องสาวที่หอเยาวชน”
“ค่ะ แม่” ฟ่านซีซีรับคำอย่างว่าง่าย เธอฉีกกระดาษโน้ตออกมาขีดเขียนข้อความสั้น ๆ ติดไว้ที่ประตู จากนั้นจึงสะพายกระเป๋าของตนเอง แล้วรอพ่อกับแม่อยู่ที่ลานบ้าน
ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากหน้าประตู
“ซีซี เธออยู่บ้านไหม”
ฟ่านซีซีชะงักไปครู่หนึ่ง “พี่จิ่นเฉิง?”
ด้วยความดีใจ เธอรีบวิ่งออกไปทันที
เพราะความเร่งรีบ เธอจึงเกือบจะชนเข้ากับฟ่านจิ่นเฉิงที่กำลังจะก้าวเข้าประตูมา
“สะพายกระเป๋าแบบนี้ จะไปไหนเหรอ?” ฟ่านจิ่นเฉิงใช้มือข้างหนึ่งประคองร่างเล็กบอบบางที่พุ่งเข้ามาหาอย่างกับลูกะุ ส่วนมืออีกข้างก็แตะเบา ๆ ที่าแบนหน้าผากของเธอ
“เจ็บไหม?”
หลังจากความใผ่านไป ฟ่านซีซีก็ยิ้มร่า มองเด็กหนุ่มรูปงามราวเทพเซียนตรงหน้า เธอตั้งใจไว้ว่าหลังกลับมาจากหมี่ซีแล้วจะไปหาเขา แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะมาหาเธอถึงที่บ้าน
แม้จะได้หวนคืนชีพกลับมา แต่คนที่เธออยากจะพบเจอมากที่สุดกลับเป็พี่จิ่นเฉิง ตอนนี้เมื่อได้พบหน้ากันแล้ว ในใจของเธออยากจะเอ่ยคำว่า ‘ไม่เจอกันนานเลยนะ’ ทว่าคิดไปคิดมาก็รู้สึกไม่เหมาะสม จึงตัดสินใจเก็บงำไว้
ฝ่ายฟ่านจิ่นเฉิงเห็นเด็กหญิงจ้องมองเขาโดยไม่พูดจา จึงเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “ได้ยินว่าเธอได้รับาเ็ ฉันมียาอยู่บ้าง ให้ฉันทำแผลให้เธอใหม่ดีกว่า”