ภารกิจสามสิบวัน หวังว่าคุณจะหลงรักผม

    ตอนที่56 ถุงแกงของป้า (1)

    วันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2559 เวลา 07.59 น.

             

            เพื่อนรักทั้งสองลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมกัน ประสานด้วยเสียงหายใจอันหอบเหนื่อยเหมือนผ่านช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นมาหมาด ๆ ต่างฝ่ายต่างลุกขึ้นมานั่งบนเตียงมองหน้าฝ่ายตรงข้ามด้วยความตกใจ ทั้งยังพูดออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

             

            “นายก็เห็นเหมือนกันใช่ไหม” เพื่อนรักทั้งสองต่างพยักหน้าให้กัน

             

            “ฉันเห็นนายยืนอยู่ข้างฉันด้วย” ทีปกรและเกียกกายต่างพูดขึ้นมาพร้อมกันอีกครั้ง ยิ่งทำให้ทั้งสองมั่นใจว่าฝันเรื่องเดียวกัน

             

            “มิน่าล่ะ ทำไมฉันถึงเห็นผี ที่แท้ฉันก็คือคนสนิทของเขมทัตนี่เอง แล้วที่สำคัญ…” คำพูดของเกียกกายหยุดชะงัก ทั้งยังนึกถึงหญิงสาวที่ตนตามขึ้นมาเพื่อครองคู่ด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกหัวใจพองโตมากขึ้นกว่าเดิม เผยรอยยิ้มแววหวานบนใบหน้า พร้อมทั้งพูดเสียงเบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน “รัตมณีจะใช่พี่ธารึเปล่านะ…”

             

            “ฉันรู้แค่ว่านายตามฉันมา แต่ก็ไม่รู้ว่าฉันเป็นใครนี่สิ” ทีปกรพูดในส่วนของตัวเองทั้งยังพยายามนึกถึงเรื่องในความฝัน โดยไม่ได้สนใจสีหน้าและแววตาของเพื่อนรักแม้แต่น้อย จึงทำให้เกียกกายสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ของตัวเอง

             

            "ที่เราได้เป็นเพื่อนกันก็เพราะว่าฉันต้องปกป้องนายนี่เอง" เกียกกายใช้มือข้างซ้ายที่เหลืออยู่ของตน ขยี้ไปยังศีรษะของทีปกรหยอกล้อตามประสาอย่างเคย

             

            "ทำอะไรให้เกียรติฉันด้วย ชาติก่อนฉันต้องยศใหญ่กว่านายแน่ ๆ" ทีปกรปัดมือเกียกกายออกพร้อมทั้งยืดตัวขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อแสดงว่าตนมีตำแหน่งสูงกว่า 

             

            "ได้ครับท่าน" เกียกกายพูดด้วยน้ำเสียงยียวน ทั้งยังรู้สึกหมั่นไส้ในท่าทางของเพื่อนรัก จึงขยี้ผมคนยศใหญ่ให้แรงขึ้นกว่าเดิมจนผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง

             

            ‘ออด ๆ’ เสียงกดกริ่งดังขึ้นถี่ ๆ นานนับนาที เป็นเหตุให้การหยอกล้อของเพื่อนรักทั้งสองต้องหยุดชะงักลง

             

            "ใครมากดออดหน้าบ้านแต่เช้าวะ" เกียกกายถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดปนสงสัยพร้อมเขยิบตัวลงจากเตียง ทีปกรพยายามเงี่ยหูฟังเสียงนั้นชัด ๆ เพื่อความมั่นใจ

             

            "ไม่ใช่เสียงของบ้านเราเว้ย น่าจะเป็นของบ้านป้าดีมากกว่า" เกียกกายหันขวับกลับมามองหน้าทีปกรด้วยสายตาอันเกรี้ยวกราด เมื่อต้นเหตุของเสียงนั้นมาจากบ้านป้าดีที่เคยปะทะคารมกันหลายต่อหลายครั้ง

             

            "เสียงดังขนาดนี้ทำไมยังไม่ออกมาวะ ไหนไปดูสิ" เกียกกายพูดจบก็รีบเดินออกนอกห้องทันทีด้วยความหงุดหงิด

             

            "เฮ้ย! ค่อย ๆ เดินก็ได้ไอ้กาย" ทีปกรกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังเกียกกายไปติด ๆ เพราะกลัวว่าเพื่อนรักจะควบคุมสติไม่อยู่เมื่อเห็นหน้าป้าดี ถึงแม้ว่าแขนจะเจ็บเพียงใดแต่ฝีปากก็พร้อมฟาดฟันตลอดเวลา

             

            เกียกกายเดินมาถึงหน้าบ้านจึงเปิดประตูรั้วชะโงกหน้าออกไปดูต้นเหตุของเสียง ก็เห็นเด็กหนุ่มยืนอยู่หน้าบ้านป้าดีพร้อมทั้งรัวนิ้วลงบนกริ่งไม่หยุด 

             

            “น้อง ๆ กดทีเดียวก็น่าจะรู้เรื่องแล้วมั้ง” เกียกกายทำเสียงเข้มอย่างไม่สบอารมณ์ จึงทำให้เด็กหนุ่มหันมามองและหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นใบหน้าอันเกรี้ยวกราดของฝ่ายตรงข้าม

             

            “ขอโทษครับพี่ ผมกดไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ป้าแกก็ยังไม่ออกมา ผมก็เลยกดรัว ๆ” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ทั้งยังยกมือไหว้เกียกกายเพื่อเป็นการขอโทษ

             

            “แล้วน้องโทรไปหาแกรึยัง" ทีปกรพยายามแทรกตัวเองออกมาด้านนอก และดันหัวเกียกกายให้เข้าบ้าน 

             

            “โทรไปแล้วครับแต่แกไม่รับ พอดีป้าแกโทรมาสั่งกับข้าวเอาไว้ ผมเห็นว่าไม่มาสักทีก็เลยเอามาส่งให้ครับ แต่ตอนนี้ผมต้องรีบกลับไปช่วยแม่ที่ร้านแล้วครับ” เด็กหนุ่มพูดอย่างร้อนรนทั้งยังชะโงกมองหาคนในบ้านอย่างต่อเนื่อง

             

            “เอางี้เดี๋ยวพี่รับไว้ให้เอง ทั้งหมดเท่าไรอะ”

             

            “50 บาทครับพี่” 

             

            “รอพี่แป๊บหนึ่ง” ทีปกรรีบวิ่งเข้าบ้านไปหยิบเงิน และกลับออกมายื่นเงินให้เด็กหนุ่ม พร้อมทั้งรับถุงกับข้าวของป้าดีเอาไว้ เมื่อจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยเด็กหนุ่มจึงยกมือไหว้อีกครั้งและขับรถออกไปทันที

             

            “แหม ใจดีจังเลยนะครับเพื่อน” เกียกกายพูดประชดประชันทีปกร ทั้งยังเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนรักจึงต้องดีกับป้าข้างบ้านที่คอยจ้องจับผิดอยู่ตลอดเวลา

             

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า” ทีปกรชะโงกหน้ามองผ่านกระจกภายในบ้าน เห็นเหมือนมีคนเดินไปมาจึงกดกริ่งอีกครั้ง

             

            “ป้าดี ออกมาเอากับข้าวด้วยครับ” ทีปกรตะโกนเรียก เมื่อเห็นว่าคนในบ้านหยุดมองออกมาด้านนอก “ผมแขวนไว้ให้ตรงนี้นะครับป้า อย่าลืมออกมาเอาด้วยล่ะ” ทีปกรแขวนถุงกับข้าวทิ้งไว้ตรงประตูรั้วและเดินกลับเข้าบ้าน พร้อมทั้งลากเกียกกายที่ยืนชะเง้อชะแง้มองหาป้าดีให้กลับบ้านมาพร้อมกัน

     

     

    คล้ายกับเรื่องภารกิจสามสิบวัน หวังว่าคุณจะหลงรักผม ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808