เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว)

    ตอนที่ 102 โตเกียวดิสนีย์แลนด์

    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นน้องหนิงมาเคาะเรียกแต่เช้า บอกแม่เครียด ไปเทียนไปหาหน่อย

    “ แม่เครียดเรื่องอะไร” เทียนถามขณะเดินไปที่ห้องแม่

    “ พี่เทียนไปถึงก็รู้เอง”  หนิงน้อยสีหน้าเป็นกังวล

    พอเข้าประตูไปถึงเทียนก็ตกใจ ของฝากเต็มห้องไปหมด จนไม่มีกระเป๋าจะใส่ได้อีกแล้ว  

    “ ลูกเทียนมาก็ดีเลยช่วยแม่คิดหน่อย ว่าจะขนใส่อะไรดี ของเต็มไปหมดใส่กระเป๋าไม่ได้อีกแล้ว” แม่นั่งมองอย่างเครียด เทียนไม่พูดอะไรหยิบถุงมิติใส่ของ ทีแรกว่าจะให้แม่กับน้องหนิง คนละใบ แต่กลัวว่าจะซื้อกันไม่ยั้ง จะทำให้คนอื่นสงสัย แต่คราวนี้คงต้องเอามาใช้ซะแล้ว

    แต่ว่าแม่กับน้องหนิงไม่มีพลังจะเอาเข้าหรือออกในถุงมิติได้ เทียนคงต้องเก็บไว้เอง  เทียนเริ่มหยิบของทั้งหมดใส่ไว้ในถุงมิติ พรึบ ของที่อยู่เต็มไปหมดหายไปในพริบตา  แม่กับน้องหนิงทำตาโต ตกใจเอามือปิดปาก

    “ นี่เรียกว่าถุงมิติ มีแต่ผมคนเดียวที่ใช้ได้ แม่กับน้องหนิง อยากซื้ออะไรก็ ซื้อไปได้เลย เรื่องขนของ ผมจะจัดการให้เอง  สบายใจได้ไม่ต้องเครียดอีก”  เทียนกล่าวจบ ก็เดินออกไป ทิ้งให้แม่กับน้องนั่งมองตากัน เหมือนจะบอกว่า คราวนี้สบายแล้วเรา...

    ในที่สุดก็มาถึง โตเกียวดิสนีย์แลนด์ ไกด์ซายูริ ถือธงสีส้มเดินนำหน้า แล้วก็เรียกทุกคนมาบอกว่าจะปล่อยให้พวกเราอยู่ในดิศนีย์แลนด์เต็มวัน บ่าย 3 โมงครึ่งให้มารอตรงจุดนี้ เพื่อพาไปรับทานอาหารเย็นต่อไป  

    เทียนเข้ามาในดิสนีย์แลนด์แล้วเดินมาที่หน้าปราสาทดิสนีย์แลนด์ แล้วปล่อยให้ผีเด็กออนเซ็นออกมา พร้อมกับ ผีสาวกิโมโน ผีเด็กรีบบินไปที่ปราสาทดิสนีย์แลนด์รอบๆ บินวนไปวนมาอย่างมีความสุข แล้วสุดท้ายก็ค่อยๆ บินมาหาเทียน แล้วเอ่ยคำว่า

    ” ขอบคุณนะพี่หมอเทียน”  แล้ววิญญานที่ได้สมหวังแล้ว ก็ค่อยๆ สลายหายไปในอากาศ ส่วนผีสาวกิโมโนเห็นเช่นนั้นก็น้ำตาไหลออกมา เอ่ยปาก

    ” ขอบคุณหมอเทียน” วิญญานของเธอก็ค่อยๆสลายหายไปตามลูกชายด้วยเช่นกัน

    “ พี่หมอเทียน” เสียงริเอะมาแต่ไกล ขณะเดินทางมาพร้อมกับ ริษาและเพื่อนๆทั้งหมด  

    “ เดี่ยววันนี้ ริเอะจะพาพี่เทียนและเพื่อนๆ เล่นเครื่องเล่น ที่ดิสนีย์แลนด์ทั้งหมดเลย”  ริเอะเจ้าถิ่นบอกกับทุกคน ในขณะที่เพื่อนของเทียนยังไม่รู้เลยว่าจะเล่นหมดยังไง

    “ ริเอะ สามารถพาทุกคนเข้าไปเล่นได้เลย ไม่ต้องรอคิว  ไม่ต้องจองคิว เพราะที่บ้านริเอะ มีหุ้นส่วนในที่นี่ด้วย” ริเอะเอามือป้องปากแล้วบอกเบาๆ  

    ทุกคนได้ยินดังนั้น ก็ส่งเสียงร้องดีใจ กันถ้วนหน้า  ริเอะพาไปนั่งเรือโจรสลัดเป็นอย่างแรก พอเรือมาพวกริเอะก็เข้าไปนั่งก่อนเป็นกลุ่มแรก  พวกที่ยืนรอคิวก็ไม่มีใครสนใจ คงคิดว่ากลุ่มริเอะจองคิวไว้ก่อน หลังจากนั้นไปต่อ คฤหาสน์ผีสิง

    สเปซเมาว์เทน บัซไลท์เยียร์  ใช้เวลาเล่นไม่นาน ไม่ต้องรอคิว ทุกคนมีความสุข  เทียนมานั่งพักกับแม่ที่ร้านอาหาร แม่กับซายูริอยู่ด้วยกันตลอด กลายเป็นคู่ซี้ต่างวัยไปแล้ว  ขณะที่น้องหนิงก็กระโดดขึ้นเครื่องเล่นกับริเอะ กันอย่างสนุกสนาน  เพราะริเอะมาที่นี่บ่อย รู้อะไรสนุกไม่สนุก นี่ถ้าไม่มีริเอะ คงเสียเวลารอคิว จองคิววุ่นวายไปหมดแน่ แล้วเครื่องเล่นเยอะขนาดนี้ วันเดียวเล่นไม่หมดจริงๆ  

    แม้แต่ไกด์ซายูริ ยังอึ้งที่ริเอะรู้มากขนาดนี้ และยังสามารถพาเข้าไปเล่นได้ทุกเครื่องเล่นโดยไม่ต้องรอ ไม่ต้องจองคิวไว้ก่อนอีกด้วย แม้กระทั่งเวลาพาเหรดมาริเอะยังพาไปชมที่จุดที่เด่นชัดที่สุด โดยไม่มีใครมาบังอีกด้วย  

    แม่กับซายูริ เดินไปซื้อของฝากกันต่อแล้ว บอกกับเทียนว่า กลัวมีเวลาซื้อไม่ทัน

    เทียนได้แต่ยิ้มอย่างเดียว เทียนเดินไปรอบๆ อยู่คนเดียว เพื่อซึมซับบรรยากาศ

    เพราะว่ารู้สึกแปลกๆ หลายอย่าง เลยพยายามเดินไปดูของจริง เพื่อดูให้รู้ ว่าที่จิตรู้สึกนั้นจะเป็นจริงหรือไม่    เทียนรู้สึกได้ถึงวิญญานจำนวนมากมาย ต่างวนเวียนอยู่ในดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ เทียนมานั่งข้างปราสาทด้านข้างเพื่อนั่งลงและหลับตา ลองใช้จิตให้กว้างทั่วดิสนีย์แลนด์ ก็พบว่าว่ามีผงกระดูกที่ผู้คนที่มาท่องเที่ยวเอามาโปรยทั้งที่ต้นไม้ พื้นดิน ตามจุดที่ชอบตามโซนต่างๆ มีทั้งลอยอยู่ในแม่น้ำโซนล่องเรือ เอามาโปรยตอนนั่งรถไฟไปรอบๆ

    โอ้  นี่มันมากกว่าสุสานของคนจีนในเมืองซันชายหลายเท่า  ที่นี่เปิดมา 36 ปีแล้วแสดงว่ามีคนเอาเถ้ากระดูกแบบละเอียดมาก มาโปรยกันแทบจะทุกวัน เห็นร่อยรอยวิญญานแล้วน่าจะนับล้านดวง โอ้...นี่มันสวนสนุกจริงๆหรือนี่

    เทียนเรียกวิญญานที่ยังมีสติ เข้ามาคุยกัน ก็รู้ว่าพวกเขาก่อนตายได้บอกกับญาติว่าเขาอยากอยู่ในดินแดนแห่งความสุขเหล่านี้ และคนที่คิดแบบนี้ไม่ใช่มีแค่เขาคนเดียว เทียนฟังแล้วพูดไม่ออก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ริเอะชวนไปรวมพลที่ร้านน่องไก่รมควัน เทียนเดินไปถึงแต่ละคนถือน่องไก่คนละชิ้นกำลังนั่งกินกันอยู่

    ริเอะส่งไก่ให้เทียน เจ้าอ้วนบอกว่า “ ลูกพี่เทียนพวกเราคุยกับไกด์แล้วว่าจะอยู่รอถึงโชว์ชุดสุดท้าย ริเอะบอกว่าสวยมาก มีจุดพลุไฟด้วย” ทุกคนพยักหน้าตาม

    “ ถ้าอย่างนั้นริเอะช่วยบอกท่านชายมาซาโมโต้ด้วยนะ พรุ่งนี้ค่อยไป” เทียนหันบอกริเอะ  ริเอะพยักหน้า แล้วชวนไปเล่นเครื่องเล่นต่อ แต่เทียนหยุด ริเอะไว้ก่อนแล้วถาม

    “ ริเอะรู้ไหมว่ามีคนจำนวนมากเอาเถ้ากระดูกมาโปรดในดิสนีย์แลนด์เป็นจำนวนมาก”  เทียนถาม

    “ รู้คนส่วนใหญ่ก็คิดแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ริเอะตายไปยังอยากให้เอาเถ้ากระดูกมาไว้ที่นี่เช่นกัน แต่ตอนนี้ทางดิสนีย์ก็กวดขันเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ เวลาก่อนเข้าเขาจะตรวจเรื่องนี้ด้วย ทำเอามาซองเล็กๆ ก็ตรวจยาก แต่ถ้าจำนวนมากเขาตรวจเจอก็ไม่ให้เอาเข้า” ริเอะกล่าว  เทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

    พอถึงช่วงใกล้โชว์รอบสุดท้ายริเอะจองสถานที่ด้านหน้าไว้ แล้วเอาเสื่อมาปูให้เรียบร้อย แล้วไปซื้อ น้ำดื่ม ขนม เบเกอร์ ไอครีม ล้วนแต่มีรูปมิคกี้เม้าส์ ติดมา

    โชว์เริ่มขึ้นทั้งแสงสี ส่องออกมา ขบวนพาเหรดส่งไฟระยิบระยับ เป็นรูปตัวละครต่างๆ มากมาย เทียนมองไปบนท้องฟ้ามีเหล่าวิญญานออกมาเต็มท้องฟ้าเพื่อออกมาดูโชว์สุดท้ายเช่นกัน เทียนสังเกตพวกเขากลับมีรอยยิ้ม อย่างมีความสุข

    หรือว่าที่นี่คือแดนสวรรค์ของพวกเขา ที่แรกตั้งใจว่าจะสวดมนต์แผ่เมตตาให้พวกเขาไปสู่ที่สงบสุข แต่มาเห็นเหตุการณ์แบบนี้เทียนเลย ต้องปล่อยให้เป็นแบบนี้น่าจะดีที่สุด เสียงพลุสีต่างๆ ระเบิดออกมาเป็นครั้งสุดท้ายแสงไฟส่องกระทบไปที่ปราสาทดิสนีย์ ยามค่ำคืน สร้างรอยยิ้มความประทับใจครั้งสุดท้ายให้กับผู้คน และ วิญญาน….

    กลับมาที่พักในเมืองโตเกียวเป็นโรงแรมไม่ใหญ่ ห้องพักอาจจะเล็กแต่ก็นอนสบาย ริเอะยังไม่กลับ ถามทุกคนว่าอยากไปเที่ยวต่อไหม มีของให้ช๊อปปิ้งที่ย่านชินจูกุ พวกวัยรุ่นชอบไปกัน ถ้าใครอยากไป ริเอะจะพาไป  ทุกคนไม่ยอมนอน

    ยกมือไปพร้อมกันแม้แต่น้องหนิงก็ไปด้วย แต่แม่ขอตัวพักผ่อนไม่ไปด้วยเทียนตั้งใจจะอยู่เป็นเพื่อนแม่ แต่แม่ให้ไปกันเถอะแม่อยู่ได้  ซายูริ บอกจะอยู่เป็นเพื่อนแม่เอง ทุกกันไปเที่ยวกันเถอะ เทียนเลยต้องไปกับเขาด้วย

    ริเอะพาทุกคนขึ้นรถไฟฟ้าของญี่ปุ่นไม่กี่สถานีก็มาถึงย่ายชินจูกุ ริเอะพาสาวๆ พาดูร้านขายเครื่องสำอางลดราคาสุดๆ  ร้านนี้ยาวแน่ เทียนคิด  เลยบอกริเอะว่าพวกเขาจะไปเดินกัน 4 คนฝากริเอะดูแล 3 สาวด้วย ชายหนุ่ม 4 คนเลยไปดูร้านรองเท้าแบรนด์ชื่อดังร้านข้างๆ  มีเสียงมือถือของเทียนดังขึ้น  

    “ คุณหมอเทียนมีเรื่องด่วน ซาโยอิ ถูกจับไปแล้ว พวกพ่อมดนินจามันส่งคนมาจับซาโยอิ ไปเพื่อบูชายัญ เพื่อจะให้ปีศาจแมงมุมฟื้นคืนชีพ  เพราะว่า ซาโยอิ เป็นทายาท ของโชกุนมินาโมโตะ ที่จับปีศาจแมงมุมขังไว้ในตะเกียงแก้วเอาไว้ ตอนนี้พวกเรารวมตัวกันจะไปช่วย ซาโยอิ แล้วหมอเทียนพอจะช่วยพวกเราได้ไหม”  อาจารย์เรียวเคนกล่าวด้วยความเกรงใจ

    “ เวลานี้อาจารย์เรียวเคน อยู่ที่ไหน”  เทียนถามและตั้งจิตหาพิกัดอาจารย์เรียวเคนไม่นานก็พบ

    “ ตอนนี้ผมอยู่ที่....” เทียนตัดบทบอกว่าอีก 5 นาทีเจอกัน

    “ ริเอะฝากดูแลเพื่อนด้วยนะ ผมจะไปหาอาจารย์เรียวเคนไปช่วยซาโยอิ ไม่นานก็จะกลับมา”  เทียนพูดเสร็จก็เดินออกไปที่ลับตาคน แล้วหายตัวไปหาอาจารย์เรียวเคนทันที

    “ สวัสดีอาจารย์เรียวเคน” เทียนทัก อาจารย์เรียวเคนสะดุ้งทันที

    “ หมอเทียนมาได้ยังไง ผมเพิ่งวางหูไม่ถึงนาที” อาจารย์เรียวเคนตกใจมาก

    “ พูดถึงเรื่องช่วยคนก่อนดีกว่าครับ” เทียนเอ่ยตรงประเด็น

    “ ก่อนอื่นผมแนะนำให้รู้จักกับหัวหน้าตระกูลฟูมะ ทาเคชิ นี่หมอเทียนครับ” อาจารย์เรียวเคนแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน

    “ คุณคงเป็นคนที่ช่วย ซาโยอิลูกสาวผม ไว้บนเครื่อง ผมได้ยินเธอเล่าให้ฟังแล้ว ต้องขอบคุณด้วยนะครับ” ทาเคชิ คำนับให้เทียน

    “ ไม่เป็นไรครับ เป็นใครก็ทำเช่นกัน ผมอยากได้รายละเอียด บอกมาเถอะครับจะได้ไปช่วยคนกัน” เทียนห่วงซาโยอิ

    “ พ่อมดนินจา มันจับ ซาโยอิ ไปเพื่อปลุกชีพ ปีศาจแมงมุม ตอนนี้มันอยู่ที่ปราสาทลมดำ ตอนนี้มันมีกองกำลังสาวกแมงมุม เฝ้าอยู่ 500 คน รอบๆ ประสาท ใช้เวลา30นาทีจากที่นี่ ครั้งนี้อาจจะมีนินจา ฝ่ายอิงะ เข้าร่วมด้วยพวกเราต้องระวังตัว” อาจารย์เรียวเคนกล่าว

    “ ทางผมจะพยายามต้านทานฝ่ายนินจา และอาจารย์เรียวเคนจะคอยหยุดสาวกปีศาจแมงมุม ส่วนหมอเทียนรบกวนเข้าไปช่วย ซาโยอิ ต้องระวังพ่อมดนินจา ด้วยนะครับ” ท่านทาเคชิเอ่ยขึ้น

    “ เข้าใจครับ หวังว่าพวกเราคงจะไปทัน”  เทียนเอ่ยด้วยความกังวล

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน