ตอนที่หก
“อะไร” ผมเอ่ยถามออกไปอย่างแปลกใจ เมื่อเหนือมากดกริ่งหน้าบ้านั้แ่เช้า แล้วยังยิ้มแฉ่งให้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
ผมอุตส่าห์จะนอนตื่นสายๆ สักหน่อย ทำไมเหนือต้องมาขัดเวลานอนผมด้วย นี่ถ้าไม่คิดว่าพ่อกับน้องคงจะลืมของแล้วกลับมาเอาคงไม่ลงมาเปิดประตูหรอก
“มาชวนไปกินข้าว” ผมฉีกยิ้มเจื่อนๆ ให้เหนือก่อนจะหุบยิ้มลง ชวนอะไรไม่ดูสภาพกันเลย
“ไม่ไป” ผมตอบกลับเสียงแข็งพร้อมปิดประตูลง แต่เหนือกลับใช้มือมากันไว้เพื่อไม่ให้ปิดได้ จนผมต้องละความพยายามที่จะปิดแล้วเงยหน้ามองมันแทน
“มึงต้องไป เพราะพ่อมึงฝากให้กูดูแลมึงแทน” เหนือปล่อยมือจากประตูแล้วมาจับข้อมือผมไว้แทน
“เหนือ ไม่ต้องทำตามที่พ่อกับน้องกูพูดก็ได้” ผมตอบกลับไปเสียงอ่อน เมื่อวานเห็นเหนือพูดคุยกับพ่ออย่างถูกคอ คงจะพูดเื่นี้กันสินะ
“กูเป็คนรักษาคำพูด และแม่กูเป็คนให้มาตามมึงด้วย หวังว่ามึงคงจะไม่ปฏิเสธ” ผมยิ้มกว้างให้จนตาปิดเพื่อประชด เหนือเอาคุณป้ามาอ้างแบบนี้จะให้ผมปฏิเสธยังไง
“ก็ได้” ผมตอบรับแล้วหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน แต่เหนือกลับรั้งตัวไว้
“ไปดิ มึงจะไปไหน” ผมไม่ได้ตอบ แต่ส่งสายตามองตัวเองจาก่ตัวไปถึงเท้าให้เหนือรับรู้ จะให้ผมไปทั้งชุดนอนแบบนี้เหรอ ครั้งก่อนที่ไปบ้านมันก็แบบนี้ทีหนึ่งแล้ว
“ไม่เห็นเป็ไรเลย น่ารักดี” ผมมองมันกลับตาขวาง ไม่ชอบเลยที่เหนือมักใช้คำพูดเหล่านี้ด้วย เพราะสิ่งที่เหนือพูดกับความรู้สึกมันไม่ได้เหมือนกันเลยสักนิด
“ขอร้องละ ครั้งก่อนก็ครั้งหนึ่งแล้ว มึงให้กูแต่งดีๆ บ้างเถอะ” เหนือยักไหล่ให้พร้อมปล่อยมือ
“มึงจะไปไหน” ผมถามกลับเมื่อเหนือเดินนำเข้าไปในตัวบ้าน
“มึงจะใจร้ายให้กูรอข้างนอกเหรอไงแทน” เหนือหันกลับมาถามพลางชี้ออกไปด้านนอกบ้านด้วยสีหน้าซื่อๆ
“งั้นก็ไปนั่งรอตรงนั่นก่อน” ผมชี้ไปที่โซฟา เมื่อเหนือทำท่าจะเดินตามมาที่บันได มันมองผมแล้วทำตาปริบๆ ก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟาตามที่ผมบอก
ผมรีบล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้าแค่พอดูดี แล้วก็รีบลงไปหาเหนือเพราะกลัวคุณป้าจะรอนาน แต่พอเปิดประตูห้องทำเอาใแทบหงายหลัง เมื่อเหนือยืนกอดอกยิ้มแฉ่งให้อยู่หน้าห้องแทนที่จะเป็ข้างล่าง
“มึงนี่ ขวัญอ่อนจริงๆ นะแทน มา ม่ะกูปลอบ” เหนือกางแขนออกแล้วขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับผมที่รีบปิดประตูลงแล้วก้มลอดใต้แขนเหนือมาอีกฝั่ง
“เร็วๆ สิ เดี๋ยวคุณป้ารอ” ผมรีบเดินลงบันได เพื่อจะพาเหนือออกห่างจากห้องผมให้มากที่สุด ไม่งั้นเหนือต้องหาวิธีเข้าไปในห้องผมแน่
“ไม่เห็นต้องรีบเลย มึงไปช้าแม่กูก็ไม่ว่าหรอก เขาออกจะเอ็นดูมึง” เหนือค่อยๆ เดินลงบันไดตามมาอย่างช้าๆ จนผมอดไม่ไหวต้องเดินกลับขึ้นไปดึงมือมันตามลงมา
เดินมาถึงหน้าบ้านเหนือก็ต้องแปลกใจ เมื่อคุณลุงคุณป้ากำลังจะออกไปข้างนอกกัน นี่มันคงไม่ได้หลอกผมมาบ้านใช่มั้ย
“แทน ตามสบายเลยนะลูก ไม่ต้องเกรงใจ” คุณป้าเดินมาเปิดประตูบ้าน แล้วเดินตรงมาที่ผมกับเหนือ ยกมือขึ้นจับไหล่ผมไว้พลางเอ่ยขึ้น
ผมหันหน้าไปมองเหนืออย่างแปลกใจในสิ่งที่คุณป้าเอ่ย เหนือคงจะเตรี๊ยมกับคุณป้ามาแล้วใช่หรือเปล่า
“ไม่ต้องแปลกใจหรอก ป้าเป็คนให้เหนือไปชวนมาเอง แทนจะได้มีเพื่อน” ผมฉีกยิ้มเจื่อนๆ ให้ไปอย่างไม่รู้ว่าจะต้องทำหรือตอบยังไงกลับไปดี
“แม่ไปเถอะ รีบไม่ใช่เหรอไง พ่อรอแล้วนู้น” เหนือคว้ามือคุณป้าออกจากไหล่ผม แล้วชี้ไปที่รถคุณลุงจอดรออยู่
“กับข้าวอยู่ในครัว พ่อแม่อาจกลับดึกอยู่บ้านกันดีๆ ป้าฝากดูแลเหนือมันด้วยนะแทน” ผมยิ้มกว้างให้คุณป้าไปอีกครั้ง
นี่พ่อแม่เหนือคงไม่ได้เปิดทางให้พวกเขาได้อยู่กันสองต่อสองหรอกใช่มั้ย แต่มันก็คงจะแค่บังเอิญแหละ มีที่ไหนชวนมากินข้าวแล้วยังจะออกไปข้างนอก นอกจากว่าเหนือใช้แม่มันเป็ข้ออ้างจริงๆ
“ครับแม่ เดินทางปลอดภัย” เหนือยกมือขึ้นโบกบายๆ แล้วลดมือลงมาจับข้อมือผมไว้
“ปล่อย มึงจะจับทำไม” เหนือปิดประตูรั้ว แล้วดึงผมเดินเข้าไปในบ้าน
“กูรู้ทันมึงแทน ถ้ากูไม่จับมึงไว้ พอแม่กูไปปุ๊บ มึงก็จะหนีกลับบ้านมึงปั๊บ” ผมยกยิ้มเจื่อนๆ ให้ เหนือคิดไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ ผมยังไม่ได้คิดอะไรเลย ดีสะอีกจะได้ไม่เหนื่อยทำกับข้าวกินเอง
“มึงจะล็อคทำไม” ผมถามขึ้นอีกครั้ง เมื่อเดินเข้ามาในตัวบ้านแล้วเหนือล็อคกลอนประตูไว้
“กันแมวหนี” เหนือไม่พูดเปล่าเดินเข้ามาใกล้ก้มหน้ามองผมในระดับเดียวกัน แล้วค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าหา
“กูหิวแล้วอะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ” ผมเบี่ยงตัวหลบเพื่อจะเดินตรงไปที่ครัว แต่เหนือกลับยกมือดักไว้ ไม่ให้ผมได้ทำตาม้า
“อะไรอีก” ผมเลิกหน้าถามขึ้น แต่เหนือกลับเอาแต่จ้องหน้า
“ทำไมมึงถึงชอบทำเป็ไม่สนใจกูจังแทน” ผมหลบตาเหนือแล้วกัดปากตัวเองไว้แน่น นี่เหนือจะมาไม้ไหนของมันอีกเนี่ย
“หิวแล้วอะ ไหนมึงว่าจะชวนมากินข้าวไง” เหนือถอนหายใจออกมา เหมือนจะรู้ทันว่าผมกำลังเปลี่ยนประเด็นที่มันกำลังจะคุยต่อจากนี้
“มึงยังชอบกูอยู่ใช่หรือเปล่า กูเริ่มไม่อยากรอให้มึงจีบกูแล้วนะแทน” เหนือพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง
“ถามอะไรของมึงเนี่ย” ผมเริ่มก้าวถอยหลัง เมื่อรู้สึกว่าเหนือไม่ได้แค่พูดเล่นๆ เหมือนที่ผ่านมาและเหนือก็ยังก้าวตามผมมาติดๆ
“เป็แฟนกันมั้ย” ผมถอยจนหลังชนเข้ากับโซฟา ทำให้เหนือได้จังหวะใช้มือทั้งสองยันโซฟาไว้แล้วพูดขึ้น คำพูดที่ได้ยินทำเอาผมหูอื้อไปชั่วขณะ อึ้งจนทำอะไรไม่ถูก เหนือขอผมเป็แฟนผมได้ยินไม่ผิดใช่หรือเปล่า
แต่เหนือไม่ได้มีท่าทีว่าจะสนใจหรือชอบผมสักนิด แล้วทำไมเหนือถึงได้เอ่ยคำนั้นออกมา แค่จะแกล้งหรือหยอกผมเล่นงั้นเหรอ เล่นแรงไปหน่อย มั้ง ทั้งที่เหนือก็รู้ดีว่าผมคิดยังไง
ฟอดดด
ผมเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อเหนือใช้จังหวะที่ผมกำลังอึ้งก้มลงมาหอมแก้มไปฟอดใหญ่
“ไอ้เหนือ มึงหอมแก้มกูอีกแล้วนะ” ผมยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองแล้วได้แต่ต่อว่ามันออกไป เหนือรู้สึกจริงๆ หรือแค่แกล้งผมอย่างเคยๆ แต่ไม่ว่าจะทางไหน มันก็ไม่ดีกับใจผมทั้งนั้น
“สรุปว่าไง คำตอบกู” เหนือเลื่อนหน้ามาใกล้ๆ พลางยกยิ้มกว้างให้เพื่อรอฟังคำตอบ
“อืม” ผมตอบกลับไปอย่างทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าผมตัดสินใจเร็วไปมั้ย ถ้าได้เป็แฟนเหนือจริงๆ มันก็ดีไม่ใช่เหรอ ผมจะได้หยุดคิดเข้าข้างตัวเองสักที เพราะเหนือเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน
แต่การกระทำของเหนือหลังจากนั้น ทำเอาผมยิ้มแทบไม่ออก
“5555 มึงตกลงเหรอแทน มึงสิ ต้องเป็คนขอกู เมื่อกี้กูแค่ล้อเล่นเอง ทำไมถึงคิดจริงจังขนาดนั้นละ” คำพูดเล่นๆ ของเหนือทำผมไปต่อแทบไม่ถูก
ไม่รู้ต้องรู้สึกยังไง ผิดหวัง อาย เสียใจ หรือต้องทำยังไงดี เหมือนกำลังลอยขึ้นไปบนฟ้า อยู่ๆ ก็โดนกระชากกลับลงมาที่พื้นอย่างไม่ใยดี
“เห้ย ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น กูแค่ล้อเล่นไงแทน” ใช่เหนือแค่ล้อเล่นแล้วความรู้สึกผมล่ะ
เหนือเคยรับรู้ถึงความรู้สึกของผมบ้างมั้ย เคยรับรู้บ้างหรือเปล่าว่าผมรู้สึกแย่แค่ไหนกับการกระทำของมัน แต่มันกลับเห็นเป็แค่เื่ตลก
“แทน มึงอย่าเงียบแบบนี้ดิ กูขอโทษ” เหนือยกมือขึ้นลูบหัวผมเบาๆ แล้วจ้องหน้าผมเหมือนรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
“ไปกินข้าวเถอะ กูหิวแล้ว” ผมผลักเหนือออกให้พ้นทาง แล้วเดินตรงไปที่ครัว
“แทน กูขอโทษ” เหนือรีบเดินตามมาแล้วพูดขอโทษซ้ำๆ ผมจำเป็ต้องสนใจ ต้องรับคำขอโทษจากเหนือด้วยเหรอ ในเมื่อผมเสียความรู้สึกไปแล้ว ขอโทษไปมันก็ไม่มีทางดีขึ้น
“กูขอโทษ ต่อไปกูจะไม่แกล้งมึงแบบนี้อีก โอเคหรือเปล่าแทน”
“เงียบ แล้วกินข้าวเถอะเหนือ กูจะได้รีบกลับบ้าน” เมื่อผมจัดแจงของกินบนโต๊ะเสร็จ ก็สั่งให้เหนือเงียบเพื่อจะได้ลงมือกินข้าวกันสักที
“แทน ก็ได้” เหนือทำท่าจะพูดขึ้นอีกครั้ง ก็ต้องหุบปากลง เมื่อผมมองกลับอย่างไม่พอใจ แล้วต่างคนต่างนั่งกินข้าวไปอย่างเงียบๆ
มื้ออาหารจบลง ผมยืนยันที่จะกลับบ้านทันที แต่เหนือไม่ยอมแถมยังลากผมขึ้นมาบนห้องมันอีกและถ้าเหนือไม่ใช้เนื้อหาในไดอะรี่มาขู่ ผมคงไม่ต้องมานั่งอุดอู้อยู่ในห้องมันแบบนี้หรอก
แล้วไม่ต้องถามว่าทำไมผมถึงยอมกับแค่คำขู่ของเหนือ ทุกวันนี้เื่ที่ผมโดนกระทำที่โรงเรียนยังไม่ได้สะสางเลย ถ้ามีเื่นี้ไปอีก ผมไม่ต้องย้ายโรงเรียนหนีเลยเหรอไง
“ไม่เล่นด้วยกันเหรอแทน” เหนือนั่งเล่นเกมส์อยู่หน้าจอทีวี หันมาถามผมขึ้น
จะให้ไปนั่งเล่นกับเหนือเหรอไม่มีทาง สู้นอนอ่านหนังสือการ์ตูนฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะยอมปล่อยผมกลับดีกว่า
“ไม่ มึงเล่นไปเถอะ” ผมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ
“แทน” เสียงขานเรียกชื่อจากเหนือ ทำให้ผมละหนังสือลงแล้วจ้องไปที่มันเพราะเหมือนเสียงมันอยู่ใกล้เกินไป ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นอย่างใเมื่อเห็นว่าเหนือคร่อมอยู่บนตัว
“มึงจะ ทะ ทำอะไรเหนือ” ผมเอ่ยถามขึ้นเสียงสั่น เมื่อเห็นสายตา สีหน้าของเหนือที่มองผมดูเปลี่ยนไป
“แทน ที่ขอมึงเป็แฟน กูไม่ได้แกล้ง...ช่างมันเถอะ ว่าแต่มึงได้อ่านไดอะรี่มึงต่อจากที่มึงเขียนหรือยัง” เหนือพูดอ้ำอึ้งออกมา เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่ยอมพูด
แล้วที่ว่าอ่านไดอะรี่ต่อจากที่ผมเขียนหรือยัง ทำไมผมต้องอ่านมันด้วยในเมื่อผมรู้อยู่แล้วว่าเขียนอะไรลงไปบ้าง
“มึงหยุดแกล้งกูแบบนี้ได้มั้ยเหนือ มึงยิ่งทำแบบนี้ กูยิ่งตัดใจจากมึงยากขึ้น เดี๋ยวมึงก็จริงจัง เดี๋ยวมึงก็เล่น กูไม่รู้แล้วว่ากูควรเอาตัวเองอยู่ตรงจุดไหน” เหนือมีสีหน้าสลดลงเล็กน้อยเมื่อได้ฟังประโยคที่ผมพูดออกไปอย่างอัดอั้นใจ
“กูขอโทษ” เหนือยกมือขึ้นมาลูบที่แก้มเบาๆ แต่ผมเบือนหน้าหนี
“กูเบื่อคำนี้แล้ว” เหนือถอนหายใจลากยาว ก่อนจะละตัวออกจากผมไปนั่งเล่นเกมส์ตามเดิม
“กูไม่อยากให้มึงตัดใจจากกู / กูจะกลับบ้านแล้ว” ผมกับเหนือเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อมกัน หลังจากที่ต่างคนต่างเงียบกันมาสักพัก
เมื่อกี้เหนือมันว่าไงนะ ผมลดมือจากประตูแล้วหันจ้องเหนืออย่างแปลกใจ ที่ว่าไม่อยากให้ผมตัดใจจากมันหมายความว่ายังไง เหนือจะมาไม้ไหนกับผมอีก แต่ก็ต้องเลิกหน้าขึ้นเมื่อมีเสียงเคาะประตูดังมาจากอีกฝั่งของประตู
ก๊อกๆๆๆๆๆ
เหนือมีสีหน้าใอย่างเห็นได้ชัด หลังจากแง้มประตูออกไปดูแล้วปิดกลับอย่างรวดเร็ว มันจ้องหน้าผมด้วยท่าทางร้อนรน เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนจะดึงมือผมไปหยุดลงหน้าตู้เสื้อผ้า
ก๊อกๆๆๆๆๆ
“ไอ้เหนือเว้ย”
“ไอ้เหนือ มึงทำอะไรอยู่” เหนือเอาแต่มองหน้าผมพร้อมหันไปมองประตูเป็ระยะ
“เล่นอะไรของมึงอีก กูจะกลับ....” เหนือยกมือขึ้นปิดปากผมไว้ แล้วยกนิ้วชี้ขึ้นแตะปากเพื่อส่งสัญญาณให้ผมเงียบ ทำไมผมต้องเงียบตามความ้าเหนือด้วย ก็แค่มีคนมาหาทำไมถึงได้ทำเหมือนจะเกิดเื่ใหญ่
ผมขมวดคิ้วมองการกระทำของเหนืออย่างไม่เข้าใจ เมื่อมันเปิดตู้แล้วแหวกเสื้อผ้าออกให้มีพื้นที่ ดันตัวผมเข้าไปด้านในแล้วปิดประตูลงตู้ลง แต่ก่อนที่เหนือจะปิดตู้ลง มันยกมือขึ้นประกบกันแล้วเอ่ยขอโทษผมซ้ำๆ
ผมนั่งเหม่อมองเสื้อผ้าภายในตู้ด้วยความสับสน รู้สึกแย่ ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ที่เหนือทำแบบนี้หมายความว่ายังไง แล้วทำไมผมต้องยอมเข้ามานั่งอยู่ในตู้ด้วย พอได้สติกลับมาผมจะผลักเปิดประตูออกไปกลับต้องชะงักเมื่อรู้ว่าคนที่มาหาเหนือเป็ใคร