"ไอ้ต้าร์ๆ! ลงมาขนของช่วยพ่อหน่อยเร็ว!" เสียงะโของชายวัยกลางคนดังขึ้นจากชั้นล่างส่งไปยังลูกชายของเขาที่เอาแต่หมกตัวอยู่บนชั้นสอง
"เออออ แป๊บนึงพ่อจะชนะแล้วๆ!" ชายหนุ่มตอบกลับขณะที่กำลังรัวนิ้วใส่แป้นพิมพ์ สายตาของเขาจดจ่ออยู่บนหน้าจออย่างเอาเป็เอาตาย
"ไอ้ลูกคนนี้นี่มันก็เอาแต่เล่นเกมให้ตายสิพับผ่า ไม่ได้เื่เลยจริงๆ " ชายวัยกลางคนส่ายหัวให้กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน สงสัยเขาจะตามใจมันมากเกินไปจริงๆ
"ไม่เป็ไรหรอกพี่ เดี๋ยวเราค่อยๆ ช่วยกันขนไปก่อนถ้าต้าร์ทำธุระเสร็จก็คงลงมาช่วยเองนั่นแหละ" รินทร์ภรรยาใหม่ป้ายแดงในวัยสี่สิบ แต่หน้าเหมือนพึ่งจะสามสิบปรามสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“น้องรินทร์ก็อย่าตามใจมันนักเลย เดี๋ยวมันก็เหลิงหรอก” น้ำเสียงที่เขาพูดกับลูกชายและภรรยาสาวช่างต่างกันลิบลับ
ภรรยาสาวเพียงยิ้มตอบด้วยใบหน้าอ่อนโยน แค่นี้ก็ทำให้อารมณ์หงุดหงิดในใจของบดินทร์หายวับไปกับตา เขารู้จักรินทร์เมื่อหนึ่งปีที่แล้วในฐานะรุ่นน้องที่ทำงาน เขาตกหลุมรักเธอั้แ่ครั้งแรกที่เห็น จากนั้นก็จีบเธอจนติดและลงเอยด้วยขอเธอแต่งงานในที่สุด สำหรับบดินทร์ในวัยสี่สิบหก เขาคิดว่าคงจะไม่มีโอกาสได้มีความรักครั้งใหม่อีกแล้ว ั้แ่สูญเสียภรรยาไปเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว เขาก็เป็พ่อเลี้ยงเดี่ยวมาโดยตลอด เพราะทั้งเลี้ยงลูกและทำงานไปด้วย ทำให้เขาไม่มีเวลาไปสนใจผู้หญิงคนไหนเลย
แต่มาวันนี้ที่ลูกชายของเขาโตเป็ผู้ใหญ่แล้วถึงจะดูเหมือนไม่ได้เื่ แต่ต้าร์ก็สามารถรับผิดชอบตัวเองได้เป็อย่างดีเขาส่งเสียจนตัวเองจบมหาวิทยาลัยได้ด้วยตัวเองและยังให้เงินบดินทร์ใช้บ้างเป็ครั้งคราว ดังนั้นเขาจึงคลายความกังวลเกี่ยวกับต้าร์ไปเยอะแล้ว
…………….
ตึ๊กๆๆๆๆ
(หลังจากที่เล่นเกมชนะแล้ว ผมก็วิ่งลงบันไดมาด้วยความเร็วแสง เพราะเกรงว่าถ้าช้ากว่านี้พ่ออาจจะเฉดหัวผมออกจากบ้านได้ วันนี้เขามีเมียใหม่แล้ว ถ้าทำตัวไม่เป็ประโยชน์ละก็อาจจะโดนเฉ่งเอาได้ง่ายๆ ผมเคยเห็นเธอสองสามครั้ง ถือเป็ผู้หญิงที่สวยมากทีเดียว เห็นว่าเป็รุ่นน้องในบริษัทของพ่อว่างั้น
แต่เดี๋ยวก่อนนะ! ใครมาทำน้ำหกไว้ตรงนี้เนี่ย!!!)
“เฮ้ยยย!!!---อ๊ากกกกกก!!!”
(เื่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก
ผมลื่นน้ำตรงพื้นหลังลงจากบันไดมาแค่สามก้าว
ซึ่งตอนนั้นเองผมรู้สึกเหมือนเตะวัตถุอะไรสักอย่างเข้า
หลังจากนั้นผมก็ล้มหงายหลัง
มาถึงตอนนี้รู้สึกเหมือนว่าไอ้วัตถุที่ผมเตะเข้ามันจะทับอยู่บนตัวผมแล้ว มันนุ่มๆ นิ่มๆ แล้วก็หอมๆ จำได้ว่าบ้านผมไม่มีของแบบนี้อยู่นะ หรือจะเป็ของแม่ใหม่ ผมยังรู้สึกมึนๆ หัวอยู่แต่ก็ชะโงกหัวดูวัตถุนั้น
ตาใสแป๋วกำลังจ้องมองผมอยู่
พวงแก้มน่ารักอมชมพู
จมูกรั้นนิดๆ
ริมฝีปากอมชมพูอวบอิ่ม
ผิวหน้าเรียบเนียนอย่างกับผิวเด็ก
ใบหน้ารูปไข่
ตอนนั้นสมองของผมมันประมวลผลออกมาว่า “ตุ๊กตาอย่างนั้นหรอ” แต่ความคิดนั้นก็ต้องพังทลายลงเมื่อได้ยินเสียงนั้น)
“พี่ชาย…”
(เฮ้ย นี่มันคนไม่ใช่หรอ! แต่เดี๋ยวก่อนนะเรียกผมว่าพี่ชายอย่างนั้นหรอ แต่ผมเป็ลูกคนเดียวนะ แต่ว่าก็โคตรจะน่ารักเลยนะเนี่ย จะรับไว้เป็น้องสาวก็ได้นะ เฮ้ย ไม่ใช่สิ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเื่พวกนั้น ตอนนี้เธอกำลังนอนทับผมอยู่นะ เอ่อ นั่นเธอกำลังยิ้มอยู่หรอ หรือผมเผลอทำหน้าแปลกๆ ออกไปแล้ว ไม่ได้การต้องรีบแก้ไขสถานการณ์นี้ก่อนที่เธอจะเข้าใจผมผิด)
“เอ่อ คือ คือว่า คือว่า—”
“ฮึฮึ”
(อ๊ะ อยู่ๆ ก็หัวเราะออกมา แต่พอหัวเราะแล้วใบหน้านั้นมันโคตรจะน่ารักเลย อ๊าาา ผมทนไม่ไหวแล้ว)
“น้องน่ารักมากเลยครับ! เป็แฟนพี่มั้ย!”
เพี๊ย!!!
(ทันทีที่ผมะโออกไปแบบนั้น ก็เหมือน์จะลงโทษผม ที่กล้าไปขอนางฟ้าเป็แฟน)
“ทำอะไรของแกไอ้ต้าร์ ทำไมถึงได้รีบวิ่งลงมาอย่างนั้น แล้วมาขอเป็ฟงเป็แฟนอะไรนี่น้องสาวแกนะ”
(และเสียง์นั้นก็คือ พ่อผมเอง)
“พ่อ!!!” ต้าร์แหงนมองผู้เป็บิดาที่นั่งยองๆ มองหน้าเขาอยู่ตอนนี้ เมื่อได้สติต้าร์ก็ลุกพรวดขึ้นทันที โชคดีที่เด็กผู้หญิงคนนั้นลุกออกจากตัวเขาก่อนแล้ว “พ่อไปแอบไข่ทิ้งไว้ั้แ่ตอนไหนอ่ะ ทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผมมีน้องสาวที่น่ารักขนาดนี้อยู่ด้วยอ่ะ”
“เฮ้ยๆ พูดดีๆ นะไอ้ต้าร์ คนอย่างฉันไม่มีทางนอกใจแม่ของแกได้หรอกน่า นั่นหนูพายอาร์ ลูกสาวน้องรินทร์รู้จักกันเอาไว้ซะสิ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปน้องเขาจะมาอยู่กับเราที่นี่”
“เดี๋ยวก่อนนะพ่อ น้อง…” ต้าร์หันไปมองเด็กผู้หญิงที่นั่งพับเพียบอยู่ เธอกำลังยิ้มน้อยๆ มองมาทางเขา ถึงต้าร์จะใเื่ที่ได้ยิน แต่พอได้มองใบหน้านั้นแล้วในหัวเขาก็มีแต่คำว่าน่ารักๆๆๆๆ เต็มไปหมด “น้องคนนี้จะมาอยู่กับเราอย่างนั้นหรอ”
“อืม หรือแกรังเกียจน้องเขาล่ะ” ถึงบดินทร์จะถามไปแบบนั้น แต่เขาก็ไม่คิดว่าต้าร์จะรังเกียจน้องเขาหรอกก็ดูท่าทางมันตื่นเต้นดีใจซะขนาดนี้
“ไม่ๆๆๆๆ ไม่รังเกียจเลย” ต้าร์รีบปฏิเสธทันที
หลังจากนั้นครอบครัวใหม่ก็มานั่งจับเข่าคุยกันที่ห้องรับแขกอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา จากผลการสนทนาอันยาวนานก็สรุปออกมาได้ว่า พายอาร์พึ่งมาจากต่างจังหวัด นี่คือเหตุผลที่เขาไม่เคยเห็นเธอมาก่อน เธอมาที่นี่เพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัย และที่สำคัญคือพ่อและแม่ใหม่ของต้าร์ได้ฝากฝังพายอาร์ให้ต้าร์ดูแลเรียบร้อยแล้ว…
“เอ่อ ทำไมถึงต้องเป็ผมล่ะ” ถึงต้าร์จะดีใจที่ได้ดูแลน้องก็เถอะ แต่เขาเป็พวกอินโทรเวิร์ต ไม่ชอบเข้าสังคม ถ้าให้ดูแลคนคนหนึ่งเขาก็กลัวว่าจะทำไม่ได้ เพราะทั้งชีวิตนี้ก็อยู่คนเดียวมาตลอด
“ก็แกเป็พี่ชาย แถมยังมีเวลาว่างถมเถไป มหาวิทยาลัยที่น้องจะเข้าก็เป็มหาวิทยาลัยที่แกเรียนจบมา แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้งเหตุผลน่ะ” บดินทร์อธิบาย เขาและรินทร์มีงานที่ต้องทำเป็ประจำจึงไม่ค่อยมีเวลา อาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง ถ้าให้ต้าร์ที่จะทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ดูแลจะง่ายกว่า แถมระยะห่างของวัยน้อยกว่าพวกเขาน่าจะคุยกันง่ายกว่า
(เมื่อเหตุผลเป็แบบนั้นผมก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ ทำให้ตอนนี้ผมมานั่งแหมะอยู่กับน้องสองคนอยู่ที่ห้องรับแขกส่วนพ่อกับแม่ใหม่ไปซื้อของเข้าบ้าน)
“เอ่อ คือ เอ่อ ชะ ชื่ออะไรนะ พายอาร์ใช่มั้ย”
(ถึงจะฟังดูติดขัดแต่พูดออกมาได้ก็บุญหัวแล้ว ตอนนี้หัวใจของผมเต้นเร็วจนกลัวว่ามันจะทะลักออกมา ตอนนี้พอได้เห็นเต็มตาน้องพายอาร์อยู่ในชุดเอี๊ยมกระโปรงสั้น ขนาดตัวของน้องเขาเล็กมาก น่าจะสูงสักร้อยห้าสิบเซน ตอนแรกผมนึกว่าเด็กอายุสิบสามสิบสี่ซะอีก แค่นั่งมองหน้าน้องเขาก็ทำเอาผมใจสั่นไม่หยุด ผมไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาอธิบายความน่ารักของน้องเขาดี ความโมเอะนี้ ณ ตอนนี้ผมขอยกให้เธอเป็ที่หนึ่งไปเลยแล้วกันขอโทษนะ คานะจังอดีตที่หนึ่งในใจผมตลอดกาล)
พายอาร์พยักหน้าน้อยๆ เป็คำตอบ
(อืม ดูเหมือนจะเป็พวกที่คุยไม่เก่งเหมือนผมเลยแฮะ แบบนี้จะคุยกันรู้เื่มั้ยนะ)
“อืม กินอะไรมายัง หิวมั้ย ถ้าหิวเดี๋ยวพี่ทำอะไรให้กินดีมั้ย” (เฮ้ย พูดอะไรออกไปเนี่ย ผมลืมไปผมทำอาหารไม่เป็นี่หว่า วันก่อนต้มไข่ยังไหม้เลย ภาวนาให้น้องตอบว่าไม่หิวแล้วกัน)
“พี่ต้าร์…จะทำให้น้องกินจริงๆ หรอคะ” พายอาร์ถามอย่างไม่แน่ใจนี่เป็ครั้งแรกเลยมั้ยนะที่มีคนถามเธอแบบนี้ (แล้วถ้าบอกว่าหิวพี่ต้าร์จะทำอาหารให้เรากินจริงๆ น่ะหรอ)
(อ่าาา น่ารักยันเสียงเลยแฮะ)
“อะ อื้ม แน่นอน อยากกินอะไรล่ะ” (เอาเถอะยังไงก็พูดออกไปแล้ว ถ้าปฏิเสธน้องคงเสียใจ ค่อยดูวิธีทำในยูทูปเอาก็ได้)
“อะไรก็ได้ค่ะ ที่พี่ต้าร์ถนัด” พายอาร์ส่งยิ้มหวานให้ต้าร์ด้วยความดีใจ
(อะไรก็ได้งั้นหรอ อ่าแบบนี้ก็เข้าทางผมเลยล่ะสิ แต่จะไม่ทำไข่ต้มหรอกนะ หลังจากนั้นผมก็ไปทำอาหารให้กับน้องสาวคนใหม่ของผม)
20 นาทีผ่านไป
(ผมเลือกเมนูที่ง่ายที่สุด ผัดมาม่าใส่ฮอทด็อกและชีท อย่างน้อยมันก็ไม่ต้องปรุงเองล่ะนะ คราวนี้ผมเฝ้าหม้อต้มอย่างดีไม่ยอมให้มันไหม้เด็ดขาด หลังจากทำเสร็จผมก็เอามาให้น้องเขากิน น้องเขาดูดีใจมากเลยล่ะ กินจนหมดเกลี้ยงเลยผมก็นั่งดูน้องเขากินจนเสร็จเหมือนกัน จังหวะที่น้องเลียเศษไข่ที่ริมฝีปากทำให้ผมเห็นลิ้นเล็กๆ นั่น บอกเลยว่าน่ารักยันลิ้นอ่ะ)
นี่เป็อาหารมื้อแรกที่พายอาร์ได้กิน เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ เลย แล้วยังเป็เมนูอาหารที่พี่ชายคนใหม่ของเธอทำให้อีกด้วย เธอมองดูเขาตลอดที่เขาทำอาหารจานนี้เพื่อเธอ ในใจของพายอาร์มีความสุขที่สุด พายอาร์เชื่อว่าครอครัวใหม่นี้คงจะดีกว่าครอบครัวที่แล้วแน่ ไม่สิต้องดีกว่าอยู่แล้ว เพราะครอบครัวนั้นไม่เคยถามเธอว่ากินอะไรมารึยัง หิวมั้ย และไม่มีทางทำอะไรให้เธอกินแบบที่ต้าร์กำลังทำแบบนี้เด็ดขาด
“อร่อยมากเลยล่ะค่ะ” พายอาร์ส่งยิ้มสดใสให้ต้าร์ที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“อ้อ งั้นหรอ ถ้าชอบก็ดีแล้วล่ะ” (นี่มันก็แค่ผัดมาม่าเองนะ ทำไมถึงต้องทำหน้าเหมือนได้กินอาหารห้าดาวเลยล่ะ)
“พี่ต้าร์ใจดีจังเลยค่ะ”
“เอ๋ งั้นหรอ ไม่หรอกๆ” อยู่ๆ ก็โดนชมทำเอาต้าร์เขินม้วนต้วนไปไม่เป็เลย “เอ่อ คือ ในเมื่อกินเสร็จแล้วเราไปซูเปอร์มาเก็ตกันหน่อยมั้ย พายอาร์พึ่งย้ายมาคงมีของที่อยากจะซื้อ” ในที่สุดต้าร์ก็หาทางลงเจอ
หลังจากนั้นต้าร์ก็พาพายอาร์ไปซื้อของที่ซูเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน เพราะบดินทร์เอารถเก๋งไปแล้วต้าร์จึงต้องพาพายอาร์นั่งมอเตอร์ไซต์ไป
(จะว่าไปความฝันอย่างนึงของผมก็คือการพาสาวซ้อนมอเตอร์ไซต์เนี่ยแหละนะ ตอนนี้เป็หน้าหนาวถึงกรุงเทพฯ จะไม่ได้หนาวมากแต่อากาศตอนนี้ก็กำลังดีเลย บวกกับด้านหลังของผมมีสาวน่ารักอยู่ด้วย ผมว่าตอนนี้ผมอาจจะกำลังเป็ผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลกอยู่ก็ได้นะ
ผมไม่รู้ว่าน้องเขากลัวว่าจะตกรถรึเปล่าถึงได้นั่งตัวติดกับผมขนาดนี้ ขาสองข้างของน้องแนบขนาบไปกับขาของผม รวมถึงตรงกลางหว่างขาของน้องก็ติดกับสะโพกของผมเลย หน้าอกและลำตัวก็แนบชิดกับหลังของผม ถ้าขับไปตรงถนนไม่ได้เรียบหรือตอนขับหลบรถคันอื่นเร็วๆ ร่างกายของเราสองคนก็เกิดการเสียดสีกันไปมา หน้าอกนิ่มๆ เหมือนเยลลี่นั่นกระแทกด้านหลังผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมยอมรับว่ามันฟินสุดๆ เลยล่ะ แต่ว่าบางทีมันก็ทำให้ประสิทธิภาพในการขับรถของผมลดลง ถ้าผมพาน้องลงคลองตอนนี้สภาพคงดูไม่จืดแน่ ดังนั้นผมจึงต้องตั้งสมาธิทั้งหมดไปที่ถนนเท่านั้น ซึ่งมันก็อยากพอควรเลยล่ะ)
***************************