เมื่อตัดสินใจแล้วหวังเฟยหลงไม่รอช้า เขารีบเดินลึกเข้าไปในป่าต่อ ผ่านไปไม่นานหวังเฟยหลงก็เห็นิญญาอาฆาตอีกตนหนึ่ง เขาไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าใส่และเริ่มการดูดกลืนิญญา เขายิ้มอย่างพอใจพร้อมกับเลียริมฝีปากราวกับเพิ่งจะกินอาหารอันโอชะไป
ยิ่งเดินเข้าไปลึกมากเท่าไหรหวังเฟยหลงยิ่งเห็นิญญามากขึ้น หากหวังเฟยหลงโจมตีหนึ่งตน ิญญาที่อยู่ใกล้ๆก็จะกรูกันเข้ามาหาหวังเฟยหลงแม้ว่าิญญาตนก่อนหน้าจะถูกหวังเฟยหลงดูดกลืนก็ตาม เขาไม่จำเป็ต้องกลัวว่าิญญาเหล่านี้จะหนีจากเขาเลย
เวลาผ่านไปราวๆ 2 ชั่วยาม หวังเฟยหลงเดินรอบๆ จนไม่เห็นิญญาอาฆาตแล้ว เขาถอนหายใจด้วยความเสียดาย เขาเปิดหน้าต่างสเตตัสดู EXP ที่ใกล้จะครบเต็ม เขาจัดการิญญาอาฆาตไปไม่ต่ำกว่าร้อยตน
“ เฮ้อ!! อีกนิดเดียวเอง ไม่รู้จะมีโอกาสได้ฟาร์ทสบายๆแบบนี้อีกหรือเปล่า ”
มองไปรอบๆ ตอนนี้เขาก็ต้องผงะด้วยความใ เพราะตอนนี้เขาไม่รู้เขาตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน เนื่องจากเขาเดินไปรอบๆ ทั้งเดินลึกเข้าไป เดินวนรอบๆอาณาเขตของิญญาอาฆาต และด้วยความมือทำให้เขาไม่รู้ทิศทางว่าทางไหนทางออกจากป่า ทางไหนคือทางเข้าลึกไปภายในป่า เขาบ่นพึมพัมอย่างงช่วยไม่ได้
“ แล้วทำไมไม่มีระบบแผนที่เล่า ไหนๆก็เป็อาชีพ Gamer แล้ว รู้ไหมว่ามันควรมีแผนที่น่ะ ไม่งั้นมันจะหลงแบบนี้!! ไอเกมหมา!! ”
หวังเฟยหลงก้มลงไปหยิบกิ่งไม้เล็กๆบนพื้นแล้วขีดเส้นสองเส้นเป็เครื่องไหม + เพื่อกำหนดทิศทางที่จะไปจากนั้นก็เริ่มจิ่มตามเข็มนาฬิกาไปเรื่อยๆพร้อมร้องเพลง ( ถึงเสียงร้องจะแย่ถึงขั้นคนที่ได้ยินต้องรีบถอดร้องเท้ามาอุดปากก็เถอะ )
“ จ้ำจี้มะเขือเปราะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น กระแท่นต้นกุ่ม สาวสาวหนุ่มหนุ่ม อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด เอาแป้งไหนผัด เอากระจกไหนส่อง เยี่ยม ๆ มอง ๆ นกขุนทองร้องกรู๊!! ”
สิ้นสุดเพลง หวังเฟยหลงก็กำหนดทิศทางได้แล้ว เขาเดินไปตามทางเรื่อยๆจนผ่านไปราวๆ 30 นาที เขายังไม่เห็นเจอสัตว์อสูรตัวอื่นเลย ทำให้เขารู้สึกกังวลเพราะมันอาจจะหมายความว่าหวังเฟยหลงเดินมาผิดทาง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากจะลองเชื่อเพลงจ้ำจี้ดู
ไม่รู้ว่าเดินไปนานเท่าไหร่ เขาเดินเรื่อยๆจนมาเจอกับถ้ำๆหนึ่ง มันเป็ถ้ำใต้ตินที่มาทางลงจากหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง เขาสังเกตรอบๆก็พบว่าเหนือทางเข้ามีคำว่า สุสาน สลักเอาไว้อยู่ เขาขมวดคิ้ว มันชัดเจนว่ามันคือที่ๆเขาไม่ควรมาและมันหมายความว่าหวังเฟยหลงเดินลึกเข้ามาในป่า
“ สุสาน!? ในนิยายพวกมันมักจะมีสมบัติสินะ ยิ่งในป่าลึกที่อันตรายแบบนี้ด้วยแล้ว ต้องมีสมบัตินะ!! ”
เมื่อความโลภเข้าครอบงำ คนเราจึงหาเหตุผลที่จะเผชิญหน้ากับความกลัว ความเสี่ยงที่อาจได้รับ ขึ้นชื่อว่าสุสาน ไม่ว่าจะโลกไหนๆมันก็น่ากลัวหมดนั่นแหละ ดังนั้นหวังเฟยหลงจึงบอกว่ามันต้องมีสมบัติเพราะเขาจะเข้าไปข้างในสุสานเพื่อตามหาสมบัติ
การเข้าไปในถ้ำที่มืดและไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรบ้างถือว่าอันตรายที่สุด ดังนั้นเขาจึงเรียกคบเพลิงออกมาเพื่อเป็เป็แหล่งร้างแสงสว่างให้เขา ส่วนเหตุผลที่เขาไม่เรียกมันออกมาตอนอยู่ข้างนอกเพราะหากเรียกคบเพลิงออกมามันอาจจะดึงดูดสัตว์อสูรที่อยู่รอบๆ ดังนั้นหวังเฟยหลงจึงต้งอาศัยแสงจากดวงจันทร์อันน้อยนิดค่อยๆเดินไปแทน
คำว่าสุสานก็หมายความว่ามันเป็ถ้ำที่ถูกสร้างขึ้นมา หวังเฟยหลงค่อยๆเดินลงบันไดหินลึกขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่ามันลึกจากพื้นเท่าใด แต่ใช้เวลาเดินราวๆ 15 นาที และเมื่อลงมาถึงข้างล่างหวังเฟยหลงเห็นหินเรืองแสงมากมาย อยู่ตามทางเดิน มันเป็ทางเดินทอดยาวไปข้างหน้าที่มีผนักเป็หินทั้งหมด ทางเดินยาวราวๆ ร้อยเมตร สุดทางเดินมีประตูหินบานใหญ่สีแดงอยู่
สกิลการวิเคาะห์สามารถมองและใช้ได้หลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือมองหาพวกสมุนไพร แร่ที่มีค่า และอื่นๆ รวมถึงกลไกกับดักด้วย หวังเฟยหลงจึงใช้มันมองไปรอบๆทางเดินว่ามีกับดักหรือไม่ ปรากฏว่ามันไม่มีกับดัก อะไรนอกจากหินเรืองแสงมากมายที่อยู่ตามผนังทางเดิน หวังเฟยหลงเก็บคบเพลิงของเขา
[ หินเรืองแสง ]
ตามชื่อของมัน มันมีหน้าที่เดียวคือการเรืองแสง ถึงมันทำได้แค่เรืองแสงแต่ก็ถือเป็สินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาแพง คนที่จะซื้อก็จะมีแต่คนที่รวยมากๆและซื้อไปตกแต่งเพื่อความสวยงสมเท่านั้น และเหตุผลที่มันแพงไม่ใช่เพราะความสวยงามแต่เป็ความหายาก อย่างน้อยในเมืองฮวาก็หาไม่ได้ง่ายๆ แม้แต่สมาคมการค้าทมิฬก็ยังไม่สามารถหามาขายได้ตลอด
“ เพราะแบบนี้สินะถึงได้มีถึงมีคนชอบเข้าไปขุดคุ้ยสุสาน…แค่ทางเดินก็ทำเงินได้ขนาดนี้ หากเข้าไปในห้องจะมีสมบัติอะไรให้ปล้น….ให้เชยชมบ้างนะ!? ”
เซ้นส์นักธุรกิจถูกกระตุ้น หวังเฟยหลงเก็บหินเรืองแสงมากมายที่อยู่ตามผนังกำแพงทางเดินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภและหัวเพราะอย่างชอบใจ เขาเก็บหินเรืองแสงไปเรื่อยๆ โดยเหลือไว้ไม่กี่ก้อนเผื่อเป็แสงสว่างตามทางเดินจนไปถึงประตูหินบานใหญ่
“ แล้วจะเปิดมันยังไง? ”
ประตูหินบานใหญ่นี้ต้องหนักไม่ต่ำกว่าพันกิโลกรัมแน่นอน เพราะหวังเฟยหลงพยายามผลักประตูแล้วแต่ไม่มีท่าทีว่าจะเปิดได้เลย เขาสำรวจประตูโดยละเอียดแต่ก็ไม่พบกลไกใดๆ จากนั้นมองไปรอบๆ ทันใดนั้นหวังเฟยหลงก็สังเกตเห็นจุดแปลกๆที่ดูไม่สมเหตุสมผลที่ด้านข้างประตูเหมือนจะมีกลไกอะไรบางอย่าง
เขาใช้สกิลการวิเคาะห์ในการมองไปที่จุดนั้นก็พบว่ามันมีกลไกในการเปิดประตูจริงๆ ตามข้อมูลที่หวังเฟยหลงได้มันคือกลไกการเข้ารหัสเพื่อเปิดประตู โดยมัมนจะมีปุ่มกดอยู่ 3 ปุ่มต้องกดเรียกตามลำดับให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นกับดักจะทำงาน
“ กับดัก?? ข้างในมีอะไรกันแน่นะชักอยากรู้แล้วสิ ”
ไม่ว่าจะเป็กลไกอย่างไรมันก็ไม่คณาของหวังเฟยหลงเพราะเขามีสกิลการวิเคาะห์ ทำให้สามารถมองเป็ว่าควรจะกดปุ่มไหนก่อน และใช่หลังจากที่หวังเฟยหลงกดตามข้อมูลที่เขาได้จากสกิลประตูหินบานใหญ่ก็ค่อยๆเปิดออกช้าๆ จนเผยให้เห็นภายในห้อง
ภาพที่หวังเฟยหลงเห็นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ เพราะมันเต็มไปด้วยหินิญญามากมายกองใหญ่กองหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีพวกอุปกรณ์ สมุนไพร กล่องโอสถ ตำราต่างๆมากมาย โดยหินิญญาทั้งเป็หินิญญาระดับต่ำ อุปกรณ์โดยส่วนมากจะอยู่ที่ระดับชั้นยอด และยังมีอุปกรณ์ระดับปฐีอยู่หลายชิ้น อย่างอื่นๆก็เช่นกัน มันมีจำนวนน้อยกว่าและยังมีระดับต่ำกว่าของที่อยู่ภายในแหวนมิติจักรพรรดิของเขามากนัก
“ ถึงจะดีไม่เท่าแต่เมื่อได้ของพวกนี้เราจะสามารถใช้พวกมันได้ และยังเอาไปให้ท่านพ่อท่านแม่ได้ด้วย!! ”
ไม่รอช้าหวังเฟยหลงเก็บของทั้งหมดที่อยู่ในห้องเข้าไปภายในแหวนและเก็บแยกไว้ต่างหากกับของเดิม เขาลงทุนสร้างคลังที่สอง เพราะตอนนี้สิ่งของโดยส่วนมากจากแหวนมิติจักรพรรดิ เขาไม่สามารถใช้ได้ แต่สิ่งของจากสุสานนี้เขาสามารถใช้ได้เกือบทุกอย่าง
หลังจากยกเค้าหมดแล้วหวังเฟยหลงมองไปรอบๆก็เห็นโลงศพที่ทำจากหินสีดำสนิทอยู่ที่มุมห้อง จากการสำรวจตามผนังกำแพงพบว่าไม่มีห้องลับหรือกลไกใดๆซ่อนอยู่แล้ว เหมือนว่ามันจะสิ้นสุดลงที่ห้องนี้ หวังเฟยหลงเดินไปหน้าโลงศพก่อนจะพนมมือขึ้นและเริ่มการสวดมนต์ ก่อนจะกล่าวลา
“ ขอให้ท่านผู้าุโไปสู่สุคติ ถึงข้าจะไม่รู้ว่าท่านเป็ใคร แต่ของๆท่านข้าจะใช้มันอย่างดีเลย ”
เมื่อเสร็จสิ้นหวังเฟยหลงเตรียมที่จะเดินออกจากห้องไป เขาก้าวไปได้หนึ่งก้าวแล้วก็หยุด เขาค่อยๆหันกลับไปมองที่โลงศพช้าๆ พร้อมกับนึกถึงความทรงจำที่เคยอ่านนิยายแนวนี้ โดยส่วนมากแล้วของสำคัญจะอยู่ในโลงศพมากกว่าอยู่ข้างนอก!? เขาเดินกลับไปที่โลงศพและพนมมือขึ้นมาอีกครั้ง
“ ท่านผู้าุโ สิ่งที่ข้ากำลังทำต่อไปนี้คือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นโปรดอภัยให้กับความไม่รู้ของข้าด้วย แล้วข้าจะทำบุญ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ท่าน ขอท่านอย่าตามมาอยู่กับข้าเลย!! ”
ค่อยๆเดินเข้าไปประชิดโลงจากนั้นก็ดันฝาโลงไปด้านข้างด้วยแรงทั้งหมด แต่ก็ทำได้แค่ขยับฝาโลงได้นิดเดียวเท่านั้น หวังเฟยหลงหายใจหอบราวกับกำลังจะหมดแรง ทันใดนั้นเองเขาก็หยิบของเขาออกมา
“ ทำไมมันหนักขนาดนี้!?...ท่านผู้าุโ ข้าขอโทษด้วยที่ต้องรุนแรงสักหน่อย ”
เปิดใช้สกิลดาบขุนเขา และโจมตีไปที่ฝาโลงศพ ดาบแรกฟันไปดาบถูกดีดออกมาพร้อมกับมือที่สั่นเล็กน้อย ส่วนฝาโลงศพก็ขยับขึ้นมานิดหน่อย จากนั้นหวังเฟยหลงฟันดาบที่สอง ทำให้ฝาโลงขยับมากขึ้นและแรงที่สะท้อนกลับมาที่มือของเขาก็มากพอจะทำให้มือของเขารู้สึกาเ็ หวังเฟยหลงไม่มีความลังเลหรือกังวลกับมือที่กำลังเ็ป เขาฟันดาบที่สามลงไป ดาบของหวังเฟยหลงกระเด็นหลุดจากมือพร้อมกับเืที่ไหลออกมาจากฝ่ามือของเขา ส่วนฝาโลงศพก็เปิดเพียงเห็นแค่รูที่เล็กกว่านิ้วก้อย
“ ถ้ามันจะเปิดยากขนาดนี้!? ได้สิ เป็ไงเป็กัน ”
ระหว่างรอคูลดาวน์สกิลดาบขุนเขาหวังเฟยหลงทำแผลที่มือของเขา จากนั้นก็หยิบดาบกลับมาแล้วเขาหยุดที่โลงศพอีกครั้ง คราวนี้เขาจะใช้ทุกอย่างที่มี เริ่มแรกเขาใช้สกิลความบ้าคลั่งของทรราช ต่อด้วยดาบขุนเขา ด้วยค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้แต่ละดาบที่หวังเฟยหลงฟันลงไปก็ทำให้ฝาโลงศพขยับมากขึ้น แต่ด้วยแรงที่มากขึ้นมือของหวังเฟยหลงก็รับภาระหนักมากขึ้นเช่นกัน ตอนนี้เพียงแค่ดาบแรกก็ทำให้แผลที่เพิ่งจะทำเสร็จของหวังเฟยหลงปริแตกขยายใหญ่ขึ้น
ราวกับว่าอาการาเ็ที่มือไม่มีผลหวังเฟยหลงยังคงกำดาบในมือแน่นยิ่งขึ้น ลงดาบที่สอง จนเปิดได้ครึ่งหนึ่ง ปราศจากควาามลังเลหวังเฟยหลงฟันดาบที่สามลงไปอย่างต่อเนื่องและครั้งนี้ทำให้ฝาโลงกระเด็นตกลงไปที่พื้น ด้วยความหนักทำให้เกิดเสียงดังสนั่น
ทันทีที่ฝาโลงถูกเปิดจนหมด หวังเฟยหลงที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็เห็นเงาแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งขึ้นมาจากโลกศพ พร้อมด้วยเสียงหัวเราที่น่าสยดสยอง ทำให้ดวงตาของหวังเฟยหลงเบิกโตขึ้นและมองไปที่เงาแสงสีฟ้าที่กำลังรอยอยู่เหนือหัวเขา หวังเฟยหลงหน้าเปลี่ยนเป็จริงจังทันที
[ ิญญาราชันา Lv.?? ]
“ ฮ่าๆ ในที่สุด!! ในที่สุดก็ถึงเวลาสักที…แต่ไม่คิดเลยว่าคนที่สามารถเข้ามาในสุสานข้าได้คือเด็กน้อยระดับขัดเกลา แถมยังสามารถเปิดโลงศพของข้าได้อีก ”
หวังเฟยหลงมองไปที่ิญญาตรงหน้าด้วยสีหน้าประหลาดใจ จากข้อมูลที่เขาได้คือมันสามารถโจมตีได้แค่ทางิญญาเท่านั้น และจากที่ดูก็รู้แล้วว่าแข็งแกร่งกว่าิญญาอาฆาตที่อยู่ข้างนอก และที่สำคัญเหมือนิญญาตนนี้จะเป็เ้าของสุสานจริง
“ อืม!!!...ร่างกายของเ้าคงจะพิเศษมากเลยสินะถึงสามารถเปิดโลงศพของข้าได้ ข้าช่างโชคดีจริงๆที่กำลังจะได้ร่างกายเช่นนี้ ”
“ ร่างกาย? อย่าบอกนะว่าท่านรอที่จะ่ชิงร่างกายของใครก็ตามที่เข้ามาและเปิดโลงศพน่ะ!! ”
“ ใช่แล้ว!! จึงถือว่าเป็เกียรติแล้วกันที่ได้มอบร่างกายให้กับข้าผู้เป็ราชันา!! เอาละบอกความปรารถนาของเ้ามา หลังจากข้ายึดร่างเ้าแล้วข้าจะช่วยทำให้มันเป็จริง ”
“ ข้าเกรงว่าท่านจะทำไม่ได้หรอก ”
“ ทำไม่ได้?? เ้าคิดว่าความปรารถนาของเเ้าจะยิ่งใหญ่ถึงขั้นที่ข้าผู้เคยอยู่ระดับราชันาจะไม่สามารถทำให้มันเป็จริงได้งั้นรึ?? ”
“ เปล่า ข้าหมายความว่าท่านไม่สามารถยึดร่างกายของข้าได้!! ”
“ ผ่านไปนานเท่าไหร่ข้าไม่รู้หรอก แต่เ้าแค่ระดับขัดเกลาบังอาจมาดูถูกข้าผู้นี้ แต่ข้าจะเป็ิญญาแแต่การที่จะจัดการเ้าก็ไม่ใช่เื่ยากเลย จงรับผลจากการยั่วยุและทำให้ข้าโกรธซะ ”
ิญญาราชันานั้นพุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลงและหายเข้าไปภายในร่างกายของเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะ จากนั้นเขาก็พยายามยึดครองร่างกายของหวังเฟยหลง ข้อความก็ได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าหวังเฟยหลง เขายิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย!!พร้อมกับดูดกลืนิญญาราชันา
“ อ๊ากกกก!! อะไรกัน ทำไมเกิดเื่แบบนี้ เ้าเป็ใครกันแน่!! ทำไมถึงมีการป้องกันทางิญญาแล้วยังสามารถดูดกลืนิญญาได้อีก!? ”
“ ข้าเตือนท่านไปแล้วนะ แต่ท่านก็ไม่ใส่ใจคำเตือนของข้าเอง!! ”
“ เจ…เ้า!! ”
“ ไปสู่สุคตินะ ท่านผู้าุโ!! ”