บทที่ 17
เมื่อไหร่จะมีน้องให้เสี่ยวลู่คะ
เมื่อกลับมาถึงบ้านฟู่เจียจิ่นถามลูกสาวถึงอาการของลูกเขยเป็ยังไงบ้างที่ถามเพราะว่าห่วง เธอไม่ได้้าที่จะกดดันหรือมีปัญหาอะไรหายก็ดีไม่หายก็ไม่เป็ไร
"เหมยจูหมอว่ายังไงบ้าง"
"หมอให้ยามากินดูอาการก่อน อีกหนึ่งเดือนหมอจึงจะนัดอีกครั้งไม่แน่ว่าครั้งหน้าหนูอาจจะขอให้หมอผ่าตัดขาของพี่ซีเฉินเลยแม่"
"ดีแล้ว เงินนะหาเมื่อไหร่ก็ได้ถึงแม้ว่าลูกเขยผ่าตัดแล้วอาจจะเดินได้ไม่เหมือนเดิมแต่ก็ดีกว่าที่เราไม่ทำอะไรนะ" ฟู่เจียจิ่นเห็นด้วยกับลูกสาวถึงแม้ว่าค่าผ่าตัดจะแพงแต่แล้วยังไง เอาสินเดิมเธอไปใช้ก่อนก็เธอยินดีจะให้เพราะยังไงคนที่ดูแลลูกสาวเธอต่อไปจากนี้ก็คือสามีอย่างตงซีเฉิน
"อย่าเลยครับแม่ยาย ผมไม่อยากให้เสียเงินเยอะ ผมอยู่แบบนี้ก็ได้ครับเพียงแค่ผมใช้รถเข็นให้ถนัด ผมก็ใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นได้แล้ว"ตงซีเฉินไม่อยากให้ทุกคนต้องมาเสียเงินผ่าตัดขาให้เขา มันสิ้นเปลืองและที่สำคัญไม่รู้ว่าเขาจะสามารถเดินได้เหมือนเดิมอีกหรือเปล่าไม่ใช่เขาไม่สังเกตสีหน้าท่าทางของหมอเขารู้ว่าถ้ามีความหวังหมอคงนัดเื่ผ่าตัดขาของเขาแล้ว
"พี่ซีเฉินอย่าคิดมาก จริงอย่างที่แม่พูด เงินนะเราหาเมื่อไหร่ก็ได้แต่ขาของพี่ ฉันต้องทำให้พี่กลับมาแข็งแรงและกลับมาเดินเหมือนเดิมให้ได้ ฉันสัญญาพี่อย่าลืมว่าภรรยาของพี่คนนี้เก่งแค่ไหน หาเงินก็เก่งส่วนพี่เองถ้าเดินได้เมื่อไหร่ฉันจะพาพี่ไปขายของกับฉันด้วยแต่ถ้าพี่ไม่ยอมรักษาพี่ก็อด อยู่แต่ที่บ้านก็แล้วกัน เชอะ"หนิงเหมยจูสะบัดหน้างอน เธออยากรักษาให้เขาหายแทบตายแต่สามีเธอกลับเสียดายเงินซะนี่
"ใช่ค่ะพ่อ หนูอยากมีน้องถ้าพ่อหายพ่อกับแม่มีน้องให้หนูได้ใช่ไหม"เสี่ยวลู่ที่นั่งสนใจขนมที่น้าฮุ่ยของเธอซื้อมาฝากอยู่ๆ ก็เงยหน้าตาแป๋วพูดขึ้นเล่นเอาหนิงเหมยจูตอบไม่ถูก แต่ตงซีเฉินนั้นมองหน้าภรรยาตาเป็ประกาย เมื่อเจอสายตาของทั้งลูกและสามีกดดันยังมีของแม่และน้องชายด้วยอีกคนทำให้หนิงเหมยจูต้องพยักหน้าตอบลูกสาว
"ใช่ค่ะ ถ้าพ่อกลับมาเดินได้เหมือนเดิม แม่จะมีน้องให้เสี่ยวลู่ดีไหมลูกแต่อยู่ที่ว่าพ่อจะยอมรักษาหรือเปล่า ถ้าพ่อยอมแม่ก็ยอม"
"พี่ยอมผ่าตัดครับ" ตงซีเฉินพูดอย่างเสียงดังฟังชัดในเมื่อมีข้อเสนออยู่ตรงหน้าและข้อเสนอนั้นช่างยั่วยวนจิตใจเขาเหลือเกินเขาจะไม่ยอมได้ยังไง
"เย้ๆๆๆ น้าฮุ่ยหนูจะมีน้องแล้ว หนูจะเป็พี่ใหญ่แล้ว เย้ๆๆๆ"เสี่ยวลู่พอได้รับความยืนยันจากแม่ว่าถ้าพ่อกลับมาเดินได้เธอจะมีน้องชายหรือน้องสาวตัวอวบอ้วนเหมือนบ้านน้าเอินที่อยู่ถัดไปอีกสามหลังเธออยากมีน้องแบบนั้นทำเอาคนทั้งบ้านหัวเราะชอบใจกับท่าทางของเสี่ยวลู่ที่ะโโลดเต้นไปมาทั่วบ้านเพียงเพราะอยากได้น้องแต่กลายเป็ว่าตงซีเฉินนั้นฮึดสู้และมองหน้าภรรยาตาเป็ประกายจนหนิงฮุ่ยหมินที่นั่งข้างๆ กับรถเข็นของพี่เขยต้องยืดตัวไปกระซิบข้างหูเขาเบาๆ
"พี่เขยต้องยกความดีนี้ให้ผมกับเสี่ยวลู่นะ พี่ก็รีบๆ เดินให้ได้ผมอยากได้หลานชายตัวน้อยอีกคน"
"แล้วถ้ายังคงเป็หลานสาวล่ะนายจะทำยังไง" ตงซีเฉินกระซิบกลับ
"ถ้าได้หลานสาวมาอีก ก็ทำจนกว่าจะได้หลานชายสิครับพี่เขยหรือว่าพี่ไม่มีความสามารถ แต่พี่อย่าลืมนะว่าพี่ใหญ่ของผมทั้งสวยทั้งน่ารักหากพี่ไม่มีลูกหัวปีท้ายปี มีหวังหนุ่มๆ คงคอยเมียงมองแน่ๆ"
"นี่นายดูถูกฉันเหรอ ใครบอกว่าฉันไม่มีความสามารถ นายคอยดูก็แล้วกันรอฉันหายก่อนเถอะ ฉันจะทำหลานให้นายเลี้ยงจนไม่มีเวลาหาภรรยาเลยละ"ตงซีเฉินฉุนน้องภรรยา มีอย่างที่ไหนมาว่าเขาไม่มีความสามารถ รอเขาหายก่อนเถอะจะมีหลานออกมาให้เลี้ยงทุกปีเลยคอยดู
"คุยอะไรกันสองหนุ่ม บอกได้ไหม"หนิงเหมยจูมองเห็นทั้งน้องชายและสามีคุยกันท่าทางสนิทสนมเธอก็เบาใจ จึงถามออกไปด้วยรอยยิ้มแต่ใครจะคิดว่าทั้งสองคนจะตอบกลับอย่างหน้าตาตื่นว่าไม่มีอะไร
"ไม่ได้/ไม่มีอะไรพี่ใหญ่"
"มีสิ เสี่ยวลู่ได้ยินพ่อกับน้าฮุ่ยคุยกันเื่น้องถ้าไม่ได้น้องชายครั้งหน้าค่อยเอาใหม่ พูดอย่างเนี่ย จริงๆ นะ" เสี่ยวลู่ตอบกลับตาใสแจ๋วเล่นเอาทั้งน้าชายทั้งพ่อไปไม่เป็ อยากจะรีบอุ้มเสี่ยวลู่ไปเก็บเหลือเกิน
"เสี่ยวลู่ได้ยินได้ยังไง น้ากับพ่ออุตส่าห์กระซิบกันเสียงเบา"หนิงฮุ่ยหมินทำท่าทางหมดแรง เห้อแอบคุยกันเสียงเบาขนาดนี้ไม่คิดว่าเ้าตัวแสบกลับได้ยิน
"ก็หนูยืนอยู่ตรงนั้นข้างๆ รถเข็นพ่อแต่พ่อกับน้าเหมือนคุยกันอย่างกับเป็ความลับ หนูเลยเอียงหูเข้าไปด้วยไงคิกคิก"
"ไม่คุยกับทุกคนแล้ว เสี่ยวลู่และคนอื่นๆ ด้วยแกล้งแม่กันอยู่คนเดียวแม่ไปทำอาหารดีกว่า แม่คะหนูฝากดูเสี่ยวลู่ด้วยนะ"หนิงเหมยจูไม่คิดว่าทั้งน้องทั้งสามีมัวแต่วางแผนกันเื่นี้ยังมีลูกสาวตัวแสบกล้าประจานแม่ของตัวเองกลางบ้านอีกทำให้เธออายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วจึงได้แกล้งเดินเข้าครัวเพราะนี่ใกล้จะถึงเวลามื้อเย็นแล้ว
หนิงเหมยจูเดินเข้าครัววันนี้เธอตั้งใจหุงข้าวร้อนๆ เธออยากตุ๋นขาหมูน้ำแดงใส่เครื่องยาจีนลงไปบำรุงสามีและบำรุงร่างกายของทุกคน กับทอดไก่กรอบๆ ให้ลูกและน้องชายด้วยส่วนอาหารอีกอย่างคือผัดหมูกับพริกล่าเจียว แค่นี้ก็น่าจะพอสำหรับมือเย็นของวันนี้เมื่อจุดเตาเสร็จเธอจึงเดินเอาหม้อที่ตวงข้าวสารใส่ถือไว้จะไปตักน้ำในโอ่งหลังบ้านที่ใช้สำหรับทำอาหารแต่กลายเป็น้ำหมด
"อ้าวน้ำหมดเหรอ บ่อน้ำในบ้านไม่มีด้วยสิ ต้องไปเอาจากลำธาร เห้อ..."หนิงเหมยจูบ่นอยู่คนเดียวจึงเดินเอาหม้อไปวางไว้ก่อนและตั้งใจจะไปชวนน้องชายตักน้ำที่ลำธารแต่พอนึกได้ว่าในมิติเธอมีบ่อน้ำ
"ใช่แล้ว ในมิติมีบ่อน้ำนี่ ดูแล้วสะอาดใสน่าจะใช้ได้ลองเรียกออกมาดูดีกว่า" ด้วยความี้เีเดินของเธอ ทำให้หนิงเหมยจูเอาน้ำออกมาจากบ่อในมิติ เธอใส่น้ำไว้เต็มทุกโอ่งแม้แต่ในห้องน้ำเธอก็ไม่เว้น เมื่อมีน้ำแล้วหนิงเหมยจูจึงทำอาหารต่ออย่างอารมณ์ดีเพราะคิดว่าต่อไปนี้ไม่ต้องเดินไปตักน้ำที่ลำธารอีกแล้วเวลาไม่มีใครเธอจะได้เอาน้ำในบ่อจากมิติมาใช้แทนและจะให้ช่างขุดบ่อน้ำตรงหลังบ้านให้ด้วยหนึ่งบ่อพร้อมกับสร้างบ้านใหม่
"เสร็จแล้ว อาหารเสร็จแล้ว ฮุ่ยหมินไปช่วยพี่ยกออกมาหน่อยเสี่ยวลู่ลูกอิ่มขนมกับซาลาเปาแล้วหรือยัง แม่เห็นหนูยังไม่หยุดเคี้ยวเลย"หนิงเหมยจูอยากจะดุลูกสาวตัวน้อยแต่เพราะเธอรู้ดีว่าเสี่ยวลู่นั้นมีความสุขแค่ไหนเลยเลือกที่จะปล่อยผ่านแต่ต้องคุยกันหน่อยแล้วว่าขนมนั้นกินได้ แต่ต้องกินเป็เวลาเธอไม่ได้หวงของหรือขนม แต่ห่วงสุขภาพของเด็กน้อยมากกว่า
"ยังกินไหวค่ะแม่" เสี่ยวลู่กลัวว่าแม่จะดุที่เธอกินขนมเยอะจึงได้รีบบอก
"เสี่ยวลู่คนเก่ง แม่ไม่ได้หวงขนมกับลูกนะแต่แม่อยากให้หนูรู้ว่าหนูนั้นไม่สามารถกินขนมตลอดเวลาเมื่อไหร่ที่ท้องอิ่มก็ต้องหยุด ไม่อย่างนั้นหนูจะกินมื้อเย็นไม่ไหวถ้าอาหารที่แม่ทำมาแล้วหนูกินไม่หมด แม่จะเสียใจรู้หรือเปล่าคนเก่ง"หนิงเหมยจูลูบหัวลูกสาวด้วยความอ่อนโยน
"เข้าใจค่ะแม่ หนูจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว จะกินแค่พออิ่มเท่านั้น"เสี่ยวลู่พยักหน้าหงึกหงักอย่างน่าเอ็นดูทำให้น้าชายผู้หลงหลานตัวน้อยต้องออกปากปกป้องและรับความผิดนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว
"พี่ใหญ่อย่าดูเสี่ยวลู่เลย ผมผิดเองที่ให้หลานกินขนม วันหน้าผมจะไม่ให้กินเยอะอีกแล้ว"หนิงฮุ่ยหมินเมื่อยกอาหารออกมาหมดแล้วจึงรีบเข้าช่วยหลานตัวน้อย
"นายนี่นะตามใจหลานเสียจริง" หมิยเหมยจูส่ายหัวให้กับน้าชายผู้หลงหลานนี่ขนาดแค่สองวัน ถ้าอยู่นานเข้าไม่ต้องออกรับแทนทุกเื่เลยเหรอ
"พี่ใหญ่ก็มีหลานให้ผมอีกหลายคนสิ ผมจะได้ตามใจให้ครบทุกคนจะได้ไม่ต้องบ่นว่าผมตามใจเสี่ยวลู่คนเดียวจริงไหมเสี่ยวลู่น้าพูดถูกหรือเปล่า" หนิงฮุ่ยหมินย้อนพี่สาวตาใสก่อนจะหันไปขอเสียงสนับสนุนกับหลานสาวตัวน้อยและเสี่ยวลู่เองก็เข้ากับน้าชายเสียเหลือเกิน เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักหัวแทบหลุดทำให้หนิงเหมยจูทั้งฉุนทั้งขำน้องชายและลูกสาว
หลังจากที่ทุกคนกินอาหารเรียบร้อยหนิงเหมยจูเธอจึงเข้าไปอาบน้ำก่อนจะจัดการล้างตัวให้สามีเหมือนทุกครั้งที่ทำตงซีเฉินมองการกระทำของภรรยาด้วยสายตาที่มีรอยยิ้มเขาไม่คิดว่าหนิงเหมยจูจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหนิงเหมยจูจึงปูที่นอนนอนข้างเตียงของสามีส่วนเสี่ยวลู่ขอไปนอนห้องของยายและน้าชายทำให้ทั้งห้องเหลือเพียงสองสามีภรรยา
กลางดึกคืนนั้นตงซีเฉินรู้สึกว่าร่างกายของเขามีบางอย่างเกิดขึ้นทำให้เขาทรมานเหงื่อท่วมไปทั้งตัว แต่เขาเลือกที่จะกัดฟันทนเพราะไม่อยากรบกวนภรรยาเขาคิดเพียงว่าอาจจะเป็เพราะยาที่กินของโรงพยาบาลเลยทำให้เขารู้สึกเ็ปร่างกาย
ความทรมานที่ตงซีเฉินได้รับนานเกือบสองชั่วโมงเขาแทบจะสลบไปหลายครั้งแต่เพราะคิดว่าหากเขายอมแพ้แล้วเกิดตายไปขึ้นมาลูกและภรรยาจะอยู่ยังไงแต่พอรู้สึกว่าอาการเ็ปนั้นหายไปเขาจึงเบาใจและรู้สึกว่าร่างกายนั้นดูจะมีกำลังมากกว่าก่อนหน้านี้โดยที่ชายหนุ่มไม่ทันสังเกตตัวเองเลยว่าตอนนี้นิ้วเท้าของเขานั้นเริ่มจะขยับได้แล้ว
เช้าวันต่อมาหนิงเหมยจูยังคงทำอาหารปกติ วันนี้เธอเลือกที่จะทำโจ๊กหมูไข่ยางมะตูมและทำปาท่องโก๋ทอดไว้ให้ก่อนจะบอกแม่และน้องชายว่าเธอต้องไปรับเก้าอี้รถเข็นนี้แล้วเอาไปขายต่อ
"ให้ผมไปช่วยไหมพี่ใหญ่" หนิงฮุ่ยหมินเป็ห่วงพี่สาว
"ไม่ต้อง นายเตรียมตัวกลับไปเรียนได้แล้ว พี่จะลองดูจักรยานมาให้สักคันนายจะได้ปั่นไปโรงเรียนไปกลับได้ พี่ไม่อยากให้นายพักอยู่ในอำเภอไม่ใช่เสียดายเงิน แต่พี่เป็ห่วง ใจจริงพี่อยากสั่งรถมอเตอร์ไซค์มาให้นะแต่ไม่รู้ว่านายจะขับเป็หรือเปล่า"
เธอคิดว่ามอเตอร์ไซค์สะดวกกว่าทั้งรถทั้งน้ำมันเธอมีในมิติอยู่แล้วไม่ได้เสียเงินซื้อเสียหน่อยแล้วตอนนี้รถมอเตอร์ไซค์ในอำเภอเริ่มมีคนใช้เยอะแล้วเหมือนกัน
******************