“ไม่เป็นไรหรอกครับ เราว่ากันตามความถูกต้องหลักฐานก็มีแน่นหนา อีกอย่างถ้าคนที่ถูกมุกทำร้ายคือผม ไม่เป็นไร แต่ผมยอมไม่ได้ที่เขาทำร้ายคุณกับลูก” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
กณิกนันท์ไม่เคยเห็นแววตาของแววกร้าวของสามีเช่นครั้งนี้ นัยน์ตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธระคนผิดหวังเขารู้เสมอมาว่าคนอย่างมุกระรินเป็นเช่นไร เธอไม่มีทางยอมรับหากตัวเองต้องพ่ายแพ้แก่อะไรสักอย่างที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะทำแต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะเลือดเย็นขนาดนี้ หากไม่ได้เด็กหนุ่มนักศึกษาชายคนนั้นเข้ามาช่วยมันอาจหมายถึงชีวิตของคน 2 คน ที่มีความหมายเท่ากับลมหายใจของเขา กณิกนันท์และลูกในท้อง
ต่อให้การดำเนินคดีกับอดีตภรรยาสร้างปัญหาร้าวฉานให้ครอบครัวของเขากับครอบครัวของมุกระรินเขาก็พร้อมต่อสู้เต็มที่เพื่อความถูกต้อง กฎหมายย่อมอยู่ข้างเขา และสิ่งที่เขาทำนั้นจะมอบบทเรียนชีวิตครั้งสำคัญให้กับผู้หญิงใจร้ายคนนั้นด้วยเช่นกัน
เขาเชื่อว่าด้วยเส้นสายกับเงินทองทางฝั่งครอบครัวเธอจะได้รับการลดหย่อนโทษ แต่มันย่อมสาสมกับสิ่งที่เธอได้รับอันเป็นผลพวงจากการกระทำอย่างขาดการยั้งคิดของตัวเอง
ประตูถูกเปิดออกจากคนภายนอก
มารดาของภัทรกรปรากฏตัวด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี แววตาที่เคยมองกณิกนันท์อย่างชิงชังแปรเปลี่ยนดูอ่อนโยนลงกว่าเดิม แม้ยังไม่สามารถพูดอย่างเต็มปากว่าคล้ายนางจะยอมรับภรรยาของลูกอย่างเต็มอกเต็มใจแต่อย่างน้อยปราการที่เคยกั้นไว้แต่แรงก็เหมือนจะถูกทลายลงไปกว่าครึ่งหนึ่ง
เจ้าของเรือนร่างสันทัดเมื่อเทียบกับรูปร่างสูงโปร่งของผู้เป็นลูกชายก้าวมาหยุดข้างเตียงลูกสะใภ้
สองมือเหี่ยวย่นตามวัยสวนทางกับผิวหนังตึงกระชับจากครีมคุณภาพดีและการพึ่งพาวิทยาการทางการแพทย์อันก้าวหน้า ประสานกันตรงหูกระเป๋าหนังจระเข้รุ่นลิมิเดตสมฐานะภรรยาเจ้าของกิจการมูลค่าหลายร้อยล้านทุกประการ
คล้ายว่าคุณศิรินาถมีหลายคำพูดใจใน คงไม่พ้นเรื่องมุกระรินอดีตลูกสะใภ้ที่นางเคยออกตัวหนุนหลังหญิงสาวหวังช่วยทำลายความสัมพันธ์ของคู่แต่งงานใหม่
“รู้สึกยังไงบ้าง” นางรู้แล้วว่าหลานยังคงปลอดภัยแต่รอยฟกช้ำตรงแขนที่ไม่ได้ถูกผ้าห่มคลุมทับไว้นั้นชัดเจนทีเดียวว่าแม้นอาการไม่สาหัสแต่ก็เจ็บมากพอสมควร
“ยังจุกนิดหน่อยค่ะ”
“แพทย์สั่งครับว่าให้นอนนิ่งๆ อย่างนี้ประมาณสัปดาห์หนึ่งรอดูอาการเพราะตัวอ่อนยังอายุน้อยมาก ได้รับแรงกระทบกระเทือนพอสมควร” ชายหนุ่มช่วยภรรยาขยายความ
คุณศิรินาถรู้สึกผิดในใจ หากนางช่วยพูดให้มุกระรินถอดใจตั้งแต่แรกเรื่องราวมันคงไม่เลยเถิดถึงขั้นหมายจะเอาชีวิตกันขนาดนี้
นางรู้แล้วว่าลูกชายตั้งใจจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับอดีตภรรยา และคงไม่ขัดขวางแม้รู้ว่าข้อหาคงรุนแรงทีเดียวหากตีความตามพฤติกรรมในคดี อารมณ์ชั่ววูบแท้ๆ เชียวที่ทำให้คนมีอนาคตไกลชีวิตพลิกผันขนาดนี้
หุ้นในตลาดซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวมุกระรินระส่ำระสายทันทีที่ข่าวคราวแพร่กระจายออกไปว่าเธอหมายจะขับรถพุ่งชนภรรยาที่กำลังตั้งท้องอ่อนๆ ของอดีตสามี ข้อหา ‘พยายามฆ่า’ ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นเทขายหุ้นกันถล่มทลาย สื่อประโคมข่าว ฃพ่อแม่ต้องช่วยตอบคำถามแทนจ้าละหวั่น
มันเป็นเพียงบทเรียนแรกที่มุกระรินได้รับ แรงกดดันจากสังคม ต่อไปก็ทางกฎหมาย
“เธอน่ะ…” คุณศิรินาถมองหน้าซีดเซียวของสะใภ้ ตรงแก้มขวามีรอยช้ำจางๆ ปรากฏ “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ต่อไปก็รักษาเนื้อรักษาตัวออกจากโรงพยาบาลเดินเหินได้ตามปกติแล้วฉันจะพาไปพบเจ้าคุณพระที่นับถือจะขอให้ท่านช่วยเรียกขวัญให้ คงตกใจมากล่ะสิ” น้ำเสียงของนางแฝงความอาทรอย่างมาก
หญิงสาวประนมมือไหว้ ตื้นตันใจกระทั่งน้ำตาซึมตรงขอบตา ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับความเมตตาจากคนที่ออกตัวรังเกียจตัวเองมากมายคล้ายกับเป็นศูนย์รวมสิ่งอัปมงคลในครอบครัวก็มิปาน
“ขอบคุณนะครับแม่” ภัทรกรซึ้งใจ แล้วหันไปยิ้มให้ภรรยาอย่างรักใคร่ ในที่สุดทองเนื้อแท้อย่างกณิกนันท์ก็เอาชนะใจคนเย็นชามีทิฐิสูงลิ่วอย่างแม่เขาสำเร็จ