กระบะแล่นไปตามเส้นทางเลียบชายหาด อารมณ์แปลก ๆ ค้างเติ่งั้แ่ขากลับเข้าลิฟต์ เธอข่มมันไว้ความรู้สึกเหมือนจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก เหมือนจะโกรธแต่ไม่รู้ว่าโกรธอะไรใบหน้าหญิงสาวผู้เปิดประตูลอยเด่น... ดวงหน้าหวานใสอันติดตา
หลายปีก่อนเพิ่งตื่นนอนตอนเช้าเ้าเด่นคาบหนังสือพิมพ์มาให้ เธอสำรวจหน้าสังคมและหยุดที่ข่าว
ถึงฤดูนักเรียนอังกฤษตบเท้ามาเยี่ยมบ้านงานนี้จับตากันว่า ภารินธร ลูกชายหล่อสุด ๆ ของ ม.ล. ภาวดี สิรินเภตราจะเปิดตัวเป็คู่เต้นรำในงานเดบูตองส์ของน้องแพม บุตรีท่านทูตพงษ์พิบูลย์กับมาดามดารากรพิริยณรงค์หรือไม่ แต่คงไม่ต้องลุ้นเพราะตามเทคแคร์ั้แ่สาวเ้าผูกเปียเรียนไฮสคูล !
หลังรู้ข่าวพี่อ้วนจะมากรุงเทพฯเธอผุดลุกผุดนั่งทั้งวัน ทนไม่ไหวก็พุ่งไปร้านอินเทอร์เน็ต เข้ากูเกิลและคีย์คำ‘เดบูตองส์’ มันคืองานบอลล์ แนะนำดรุณีแรกแย้มผู้เป็ทายาทบุคคลในวงสังคมชั้นสูงเพียบพร้อมด้วยรูปโฉม ฐานะชาติตระกูลและการศึกษา ออกสู่วงสังคมอย่างเป็ทางการ
คืนนั้นเธอนอนกระสับกระส่ายงานบอลล์เลิศหรูปีนี้จัด ณ วังเดิมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ค่ำวันพรุ่งนี้
วันรุ่งขึ้นเธอสะพายเป้ออกจากห้อง่นั้นแม่กำลังเห่อลูกสาวนักศึกษามหาวิทยาลัยปีหนึ่งเธอเพิ่งเปิดเทอมได้ประมาณสองสัปดาห์ ก่อนเดินทางจึงเขียนข้อความวางบนโต๊ะในห้องกลาง
จ้าไปงานรับน้องมหา’ลัยกลับพรุ่งนี้
แม่ไม่ต้องห่วงจ้าจะโทร.หา
ถึงสถานีรถโดยสารเธอดูตารางเดินรถที่ช่องขายตั๋วยี่สิบนาทีต่อมารถทัวร์สายภูเก็ต-กรุงเทพฯ แล่นออกจากท่ามีวัยรุ่นหญิงสวมหมวกแก๊ปนั่งด้านติดกระจกเพียงลำพัง เหม่อมองเมฆลอยฟ่องขณะรถแล่นไปตามทางเธอนึกขอโทษแม่ที่โกหกอีกแล้ว แต่ยังไงต้องขอไปดูกับตา...เขายังมีตัวตนอยู่จริงไม่ใช่ละอองอากาศสลายไปได้เช่นดังก้อนเมฆบนฟ้า
ทว่าในวันเดียวกันคนที่เด็กสาวเดินทางไปตามหาที่กรุงเทพฯ กำลังสะพายเป้ออกจากสนามบินภูเก็ต ต้นซัมเมอร์ปีนั้นภารินธรยกเลิกตารางไปเดนมาร์กหลังรู้ผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยของน้องเขาตั้งใจจะนำของขวัญมาร่วมยินดีในก้าวสำคัญที่น้องทำสำเร็จ มารดาคัดค้านอย่างหนักมิสเตอร์เบิร์กแมนผู้เชี่ยวชาญการเดินเรือบรรทุกสินค้าระดับโลกตกลงรับปากคุณตาจะสอนงานให้เขาโอกาสทองเช่นนี้ไม่ควรปล่อยหลุดมือง่าย ๆ แต่เขาขอแค่ครั้งนี้อยู่ต่างประเทศจนใกล้เรียนจบไม่เคยได้กลับบ้านสักหน และเขาตระเวนศึกษางานตามท่าเรือแถบยุโรปตามที่แม่จัดโปรแกรมให้ทุกปิดเทอมอยู่แล้ว
ชายหนุ่มต่อรถไปยังบ้านรังษิภักดีพบเพียงบ้านที่ปิดเงียบ เขาไม่แปลกใจนักเพราะน้องบอกแล้วว่าดูแลบ้านไม่ไหว่ปิดเทอมจะไปอยู่บ้านไร่ เพื่อความสะดวกเขากับน้องจึงติดต่อกันผ่านอีเมลมาตลอด
บนทางเท้าฝั่งตรงข้ามชายกลางคนใส่หมวกหิ้วกระเป๋าเดินผ่านมาอดีตทนายผู้นี้แวะดูลาดเลาเคหาสน์โบราณแห่งนี้ทุกครั้งที่มาภูเก็ตเขายังคงวนเวียนมาหาข่าวเพราะการทำให้เ้าหนุ่มขุมทรัพย์เชื่อว่าตัวเองติดต่ออยู่กับยายคุณหนูตกยากจริงนั้นจะสำเร็จยาวนานแค่ไหนขึ้นอยู่กับเขาสร้างเื่ปลอมได้แเีเพียงใดมันเป็งานที่ต้องทุ่มเทเพราะความลับแตกก็ไม่ต่างจากทุบหม้อข้าวตัวเองเขาจึงพกกล้องติดตัวไว้เสมอ ล่าสุดในวันเปิดเทอมมหาวิทยาลัยเขามุ่งไปซุ่มรอที่บ้านไร่แต่เช้าตรู่เผื่อจะได้รูปเด็ด และจับภาพลูกสาวในชุดนักศึกษาปีหนึ่งถ่ายรูปคู่กับแม่ไว้ได้ขณะยืนวางท่าให้เ้าคนชื่อโมนเป็ตากล้อง เข้าทางเขาเผง เพราะไม่นานจากนั้นภาพถ่ายใบนี้ได้กลายเป็วัตถุพยานชิ้นเอกในการสร้างเื่ให้ดูสมจริงเช่นที่ทำมาหลายครั้งเพื่อหารูปส่งให้ลูกชายคุณไมตรี
อดีตทนายหยุดเท้ากึกชายหนุ่มคนหนึ่งเมียง ๆ มอง ๆ อยู่หน้ารั้วบ้านรังษิภักดี พอหันหน้ามาหัวใจจะวายชิบหาย ! มายังไงวะ ! เขาหลบวูบข้างเสาลนลานควักแว่นดำมาสวมลูกชายคุณไมตรีเรียกรถรับจ้าง คงจะไปบ้านนอกเมืองของยายสองแม่ลูกนั่นแต่ไม่มีคันไหนยอมไปจึงออกเดิน เขาเหงื่อตกลอบตามจนเ้าหนุ่มหายเข้าร้านอินเทอร์เน็ต
เท่านั้นเองชายเ้าเล่ห์เผ่นกลับบ้านลากเมียมาหน้าจอคอมพิวเตอร์ มีอีเมลฉบับใหม่ส่งมาอย่างที่คิด
หนูจ้า...ตอนนี้พี่อยู่ภูเก็ตกะจะให้ใเล่นสักหน่อย
แต่ไปถึงหน้าบ้านไม่มีใครอยู่เลยกร่อย
อ่านเมลแล้วโทร.หาเลยนะเบอร์...
พี่จะไปรอที่ไอโซรามาฉลองหนูจ้าเอ็นท์ติดกัน
“ใแทบช็อกจริงๆ ไอ้หนุ่มเอ๋ย ยังดีบุญคุ้มหัวเจอะมันก่อน” นายประยุทธ์มองหน้าปรึกษาเมีย“เอาไงดีแม่มึง”
“แก้ไขเฉพาะหน้าไปก่อน”เมียทนายพิมพ์ข้อความเสร็จก็มองกลับ “เอาอย่างนี้ไหมพ่อมึง”
พี่อ้วนเราคลาดกันแล้วล่ะ
แม่พาจ้าไปงานบ้านญาติที่นครศรีธรรมราช
ระหว่างท่องอินเทอร์เน็ตไปพลางๆ ภารินธรได้ข้อความตอบเร็วเกินคาด จากนั้นเรียกรถรับจ้างไปลงหน้าไอโซรา เพิร์ล โทรศัพท์มือถือดังเขารีบรับปลายสายไม่ใช่น้องแต่เป็แม่ที่ตามตัวเขากลับโดยด่วนสาเหตุคือน้องแพมไม่ยอมไปงานเดบูตองส์ แต่หายรั้นแน่ ๆหากรู้ว่าพี่อ้วนจะมาเป็คู่เต้นรำเขาเกี่ยงว่ายังไม่เจอน้าแก้วกับหนูจ้าและงานแบบนั้นก็ไม่ถนัด แม่ขอร้องให้มาก่อนเพราะงานนี้เป็ที่ระลึกสำคัญในชีวิตน้องแพมเช่นกัน
ไม่ทันเข้าโรงแรมชายหนุ่มจึงต้องกลับสนามบิน
ตกเย็นวัยรุ่นหญิงลงจากรถทัวร์สายภูเก็ต-กรุงเทพฯ ที่ท่ารถสายใต้ต่อแท็กซี่ถึงหน้าวังเก่าอันเป็สถานที่จัดงานเดบูตองส์เธอควานหมวกแก๊ปจากเป้มาสวมก่อนเข้าสู่บริเวณสวนด้านหน้าทางปูหินตรงกลางทอดแนวสู่ตึกทรงนีโอ-คลาสสิกสวยงามอลังการเธอเดินผสมวิ่งส่ายตาหาคน ก้าวขึ้นสะพานโค้งเล็ก ๆทอดเหนือสระบัวเพื่อไปยังอาคารจัดงานอีกฟากถึงตรงกลางสะพานเธอสวนกับหญิงสาวสวมชุดราตรียาวสีพีช ต่างคนต่างเร่งฝีเท้าไปยังฝั่งตรงข้าม
หญิงสาวชุดสีพีชถึงปลายสะพานอีกฟากตอนได้ข่าวจากมารดาว่าพี่อ้วนกำลังเดินทางมาที่นี่เธอจึงกระตือรือร้นลุกขึ้นแต่งตัว หลังดื้อดึงจนช่างแต่งหน้าช่างผมรอหน้าแห้งทีแรกเธอรับเข้าร่วมงานเพราะมารดาชักจูงว่าคู่เต้นรำจะเป็พี่อ้วน แต่ที่แท้เขามีกำหนดการไปเดนมาร์กถึงอย่างไรยังไม่วางใจ รั้นเสียงแข็งว่าคู่เต้นรำต้องเป็พี่อ้วนเท่านั้นหากเขามาไม่ทันจะไม่เข้างานเด็ดขาด และออกมารอที่สวนด้านหน้าโดยไม่ฟังคำทัดทาน
ฝ่ายคนสวมหมวกแก๊ปลงสะพานแล้วตรงลิ่วสู่หน้าตึกใกล้เวลางานผู้คนขวักไขว่หนาตา พนักงานประตูทางเข้ากำลังถกเถียงกับหญิงซึ่งต่อรองขอเข้างานอ้างว่าเลขาฯ จะนำบัตรเชิญตามมาทีหลังร่างในชุดทะมัดทะแมงอาศัยจังหวะชุลมุนเข้าภายในตึกไม่นานก็ต้องออกมาเพราะไม่เจอคนที่กำลังตามหา ถ้าอย่างนั้นเขาน่าจะยังมาไม่ถึงและสถานที่ซึ่งเหมาะจะไปดักรอคือสวนฝั่งทางเข้า จึงย้อนไปหาที่นั่งคอย
ตรงม้านั่งอัลลอยด์ที่หันหลังพนักชนกันมีหญิงชุดสีพีชนั่งอยู่ก่อน กำลังแกว่งส้นสูงระพื้นหญ้าเบา ๆสมัยเป็นักเรียนไฮสคูลวันหนึ่งเธอไปที่ร้านอาหารไทยในอังกฤษบริกรหนุ่มผู้มารับออเดอร์ดูดีมากจนสาวน้อยเคอะเขินก้มหน้างึมงำ ทำยังไงดีล่ะ...อยากกินขนมจีนแกงเขียวหวานเนื้อแต่ทานของมันมากเผ็ดมากไม่ได้เนื้อย่อยยากหรือของหมักอย่างขนมจีนก็ทานไม่ค่อยได้อีกระหว่างนั้นคุณแม่เธอผลักประตูเข้ามา ชายคนนั้นหายไปหลังร้านสักพักบริกรอีกคนมาเสิร์ฟสปาเกตตีปลากะพงราดแกงเขียวหวาน พร้อมวางกระดาษโน้ตลงข้างจาน
จานนี้ใช้พริกแกงอ่อนๆ กะทิจาง เนื้อปลาย่อยไม่ยาก
ใช้สปาเกตตีแทนเส้นขนมจีนหวังว่ารสชาติคงพอทดแทน
และไม่กระทบสุขภาพ
ตลอดมื้อค่ำสาวน้อยไม่เห็นบริกรคนนั้นอีกเลย...นั่นเป็ครั้งแรกที่เธอพบเขา
คนบนม้านั่งอีกฝั่งกำลังล่องลอยอยู่ในความหลังเช่นกันปลายรองเท้าผ้าใบขีดพื้นสนาม...ภาพฝนริมหน้าต่างในวันวานนั้นที่บ้านรังษิภักดีพี่ชายเขียนชื่อตัวเองเล่นบนกระจกที่ไอชื้นเกาะทึบ
‘ทำไมพี่อ้วนทำทุกอย่างเป็ก่อนจ้า’น้องถาม
‘ก็พี่เกิดก่อนมา จะสอนเขียนคำแรก’
เด็กชายเขียนชื่อหนูจ้า บนฝ้ากระจก แล้วสะกดให้ฟัง
‘หอ- นอ - อู หนู จอ - อา - จา - ไม้โท จ้า หนูจ้า’
เด็กหญิงอ่านตามปลายนิ้วขีดทับรอยเส้นที่พี่ชายเขียน
‘ทีนี้หนูจ้าก็เขียนชื่อตัวเองเป็เหมือนกันแล้วไว้พี่ทำอะไรเป็จะสอนหนูจ้าด้วย’
‘พี่อ้วนหนูจ้ามากินขนม’เสียงแม่แก้วเรียก
เด็กสองคนลุกจากข้างหน้าต่าง
ชื่อ พี่อ้วนหนูจ้า ที่เขียนเคียงกันตรงบานกระจกค่อย ๆ เลือนหาย
เข้าเขตค่ำโคมไฟหัวเสาในสวนสว่างพร้อมกันทุกจุดรองเท้าหนังขัดมันย่างเหยียบผืนหญ้ามาหยุดตรงหน้า หญิงสาวเงยหน้าแล้วร้อง
“พี่อ้วน...”
คนสวมหมวกแก๊ปผู้ตกอยู่ในภวังค์ยังแยกไม่ออกว่าเสียงนั้นใช่ดังอยู่ในความจริงหรือไม่กระทั่งเสียงร้องสดใสยินดีของหญิงสาวชุดสีพีชซึ่งนั่งหันหลังชนกันดังตามมา
“พี่อ้วนกลับเมืองไทยไม่เห็นบอกแพมเลย”
“พี่เปลี่ยนใจกะทันหัน”
ใจกระตุกวูบใช่เขาแน่ ! หนูจ้าตัวแข็งแทบไม่หายใจ เสียงสนทนายังดังจากข้างหลัง
“พี่อ้วนทราบได้ยังไงคะว่าแพมอยู่นี่”
“คุณน้าดาบอกน้องแพมออกมาตามหาพี่ได้ข่าวว่าเรางอแง”
หญิงสาวยึดมือเขาดึงตัวเองขึ้นยืน“แพมไม่ได้งอแงค่ะ แค่แต่งตัวมางานแต่ไม่ได้รับปากว่าจะเข้าไป จนกว่าพี่อ้วนมา”
“เ้าเล่ห์เหมือนกันนะเรา”ครั้นแน่ใจว่าเป็พี่อ้วนจริง ที่ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าจะมาพบเขากลับรวนเรหนูจ้าเอี้ยวตัวช้า ๆ มองตามหลังชายในชุดสูทกลางคืนแลสง่ากับร่างงามในชุดราตรีย่างก้าวไปด้วยกัน
น้ำใสนองอาบตาร่วงรินลงตักเธอจึงรู้สึกตัวเบือนหน้ากลับ