Sea xx La-ongfong 22
ผ่านมาหนึ่งเดือนการฝึกงานที่นี่ผ่านไปได้ด้วยพี่ เพิ่มเติมคือเริ่มเข้าใจงานและสนิทกับพี่ ๆ มากขึ้นเช่นเดียววัน วันนี้เป็อีกวันที่พี่ซีมีประชุมเช้าและฉันก็ออกจากห้องพร้อมกับเขาดังเช่นทุกวัน ติดที่ว่าวันนี้ฝนตก พอส่งเสร็จพี่ซีก็ออกไปเลย ฉันรีบวิ่งเข้าไปในอาคารเช่นเดียวกันไม่ได้พกร่มด้วยเพราะลืม เมื่อไปถึงแผนกก็พบว่าพี่ ๆ มีกันอยู่ร่อยหรอเพราะติดฝนยังมากันไม่ได้
“ฟองพี่ทำขนมมาลองชิมให้หน่อย” พี่แยมเอ่ยเรียก ฉันวางประเป๋าก่อนจะเดินเข้าไปใกล้พี่แยมไม่ลืมยกมือไหว้ทักทายดังเช่นทุกวัน
“อร่อยจังพี่แยม”
“จริงไหม? พี่ลองทำครั้งแรกเลยอะ มันอร่อยอยู่ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ อร่อย ไม่หวานมาก”
“ดีจัง พี่ ๆ มาชิมขนมช่วยหนูหน่อยว่าอร่อยไหม” ท้ายประโยคพี่แยมเอ่ยเรียกกลุ่มพี่ ๆ ที่เดินเข้ามาในแผนก ทุกคนวางของเสร็จก็เดินเข้ามาใกล้ฉันขยับออกห่างให้พี่ ๆ ได้ชิมขนมที่พี่แยมทำ เป็คุกกี้นมสดที่หอมและหวานกำลังพอดีจังหวะที่กำลังล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสียงอื้ออึงก็ดังมาให้ได้ยิน ยังไม่ทันจะได้เงยหน้าขึ้นมองต้นกำเนิดของเสียงเ่าั้ โทรศัพท์ที่กำลังหาก็ถูกยื่นมาตรงหน้า
“โอ๊ะ ขอบคุณค่ะ ขึ้นมาได้ยังไงคะ” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ มือก็ยื่นไปรับโทรศัพท์มาถือไว้
“อ่า จะตอบยังไงดีนะ...” อีกฝ่ายเริ่มทำหน้าอึกอักเหมือนเพิ่งนึกได้
“อ้าว คุณซีสวัสดีค่ะ” เสียงพี่หนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง พี่หนึ่งรู้จักพี่ซีอย่างนั้นเหรอเนี่ย
“สวัสดีครับ” พี่ตอบรับ พี่หนึ่งโค้งให้พี่ซีหนึ่งครั้งก่อนจะเดินผ่านไป
“หนูทานอะไรอยู่”
“คุกกี้ค่ะ พี่แยมทำอร่อยดี พี่ชิมไหม” เหมือนจะถามแต่ฉันก็ยกขนมในมือที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งให้พี่ซีชิม เขาอ้าปากรับไปอย่างง่ายดาย
“อร่อยครับครับ เที่ยงนี้พี่จะมารับไปทานข้าวนะ” พี่ซีเอ่ยบอก
“ค่ะ พี่กลับไปทำงานได้แล้วเดี๋ยวสายนะ” แม้จะยังข้องใจเื่ที่เขาขึ้นมาที่นี่ได้ แต่ก็ไม่ลืมว่าเขามีงานที่ต้องทำเช่นเดียวกัน ตอนนี้ในหัวฉันมันสับสนไปหมดแล้ว อยากถามแต่ก็ไม่กล้า เลยต้องรีบเอ่ยบอกให้เขากลับไปทำงาน พี่ซีลูบผมฉันเบา ๆ แล้วเดินออกจากแผนกฉันไป ฉันหันกลับมาก็เห็นพี่ ๆ ยืนมองทางฉันนิ่ง ๆ พี่หนึ่งยืนมองกลุ่มพี่ ๆ พร้อมกับหัวเราะอย่างขำขัน
“ฟะ ฟอง รู้จักกับ กับคุณซีเหรอ” พี่กุ้งถามเสียงสั่น ใบหน้ายังแสดงออกถึงความใ ไม่ต่างจากพี่ ๆ คนที่เหลือที่ทำหน้าใกันมากขนาดนี้ มีเพียงพี่หนึ่งที่ไม่มีทีท่าใเหมือนคนอื่น
“ค่ะ รู้จัก”
“สนิทกันมากเหรอ?” พี่ ๆ ยังถามต่อ
“ก็สนิทค่ะ นั่นแฟนหนูไง หนูลืมโทรศัพท์เขาเลยเอามาให้ อ้าว! พี่คะ เป็อะไรกัน” ฉันวิ่งเข้าไปดูพี่ ๆ ที่พร้อมใจกันขาอ่อน โดยมีเสียงหัวเราะของพี่หนึ่งดังลั่นแผนก หรรษากันแต่เช้าเลยแผนกฉัน
สรุป มีคนหลอกฉัน!!
ที่เข้าใจว่าพี่ซีทำงานบริษัทใกล้ฉัน ที่จริงไม่ใช่แค่ใกล้หรอกแต่มันเป็ที่เดียวกันต่างหาก ทำทีเป็มารับมาส่งทั้งที่เขาเองก็ทำงานที่นี่มาั้แ่ต้น พี่ ๆ ใไม่น้อยที่เจอเ้านายตัวเองที่แผนกแล้วยังมีท่าทีสนิทสนมกับฉัน ที่ฉันพูดไปว่าแฟนเลยทำให้ทุกคนใขาอ่อนกันทั่วหน้าทั้งที่ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด พอปรับความเข้าใจคุยันกับพี่ ๆ ว่าฉันเองก็ไม่รู้ว่าพี่ซีทำงานที่นี่พี่ ๆ ก็ลดความเกร็งลงมากและกลับมาเป็พี่ที่น่ารักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือแซวฉันไม่หยุด พี่หนึ่งบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าฉันเป็ใครเป็อะไรกับพี่ซี แม้จะเข้าใจกับพี่ ๆ แล้วแต่มีอีกหนึ่งคนที่ฉันยังไม่ได้จัดการ นั่นคือเ้านายของทุกคนยังไงล่ะปิดมาได้ตั้งหนึ่งเดือน มันน่าน้อยใจนักนะ
“อุ้ย ๆ ใกล้เที่ยงแล้วเ้าของแหวนจะมารับไหมนะ” เสียงแซวดังขึ้นเมื่อใกล้เที่ยง ที่แซวเื่แหวนเป็เพราะว่าตอนนี้ฉันสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายอยู่ ซึ่งถูกแซวั้แ่เข้ามาฝึกงานที่นี่ั้แ่ฝึกยังไม่ครบสัปดาห์ ซึ่งพี่ซีเองก็สวมแหวนที่นิ้วข้างเดียวกันด้วย ไม่ต่างจากแหวนหมั้นเลยแบบนี้น่ะ คิดแล้วก็เขิน ไม่ได้สิ! อย่าเพิ่งเขิน ฉันต้องจัดการกับพี่ซีก่อน
“พี่ ๆ คะ ไม่แซวแบบนี้สิ” มันเขินจริง ๆ นะแบบนี้น่ะ
“ฮา ๆ ๆ แกเขินแล้วแก้มน่าหยิกมากอะฟอง” พี่ก้างว่ามาแบบนั้น เป็จังหวะเดียวกับที่พี่ซีเดินเข้ามาในแผนกด้านหลังมีคุณเลขาทั้งสองและพี่หนึ่งเดินตามเข้ามา พอได้เห็นร่างสูง ๆ ของเขาอยู่ในชุดสูททำงานและด้านหลังมีเลขาเดินตามมันทำให้รู้สึกยุบยิบที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก แฟนใครทำไมดูดีจังเลยนะเนี่ย
“อุ้ย ขอโทษค่ะคุณซี” พี่ก้างเอ่ยขอโทษ คาดว่าพี่ซีเข้ามาได้ยินประโยคแกล้งฉันพอดี
“ไม่เป็ไรครับ ขอตัวพาฟองไปทานข้าวก่อนนะครับ”
“ได้เลยค่ะ ๆ ไป ๆ ลุกคุณซีมารับแล้ว” พี่ก้างสะกิดบอก ฉันมองรุ่นพี่ที่ทำงานอย่างงุนงง ไหนบอกรู้เื่แล้วไงทำไมยังดูกลัวพี่ซีแบบนั้นกัน ฉันหยิบเพียงกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ติดมือมา ที่นี่เขาไม่ให้ใส่ชุดนิสิตมาฝึกนะ เขาให้ใส่ชุดทำงานมาเหมือนพี่ ๆ ที่ทำงานที่นี่
“ไปทานข้าวกันครับ” พี่ซีเอ่ยบอก มือก็ยื่นมาจับมือฉันไว้หลวม ๆ พาเดินออกจากแผนกโดยมีพี่เลขาทั้งสองคนเดินตามมาด้วย
“ปล่อยมือก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะว่าเอา”
“แต่พี่...”
“พี่ยังมีความผิดอยู่นะคะ อย่ามาขัดใจหนูนะ” ฉันกระซิบบอกเขาเสียงเข้ม อีกฝ่ายทำหน้างอแงแต่ก็ยอมปล่อยมือในที่สุด เราเดินออกทางประตูด้านหลังทำให้ไม่มีใครเห็น คุณเลขาทั้งสองส่งขึ้นรถแค่นั้นไม่ได้ไปด้วย พี่ซีพาไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ไกลจากบริษัทไม่น้อย ระหว่างนั่งรถมาฉันก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขามากนัก กระทั่งถึงร้านอาหารเขาก็จับมือพาเดินเข้าไปในร้าน พี่ซีจองโต๊ะและสั่งอาหารไว้แล้วทำให้เรานั่งรอไม่นานก็ได้อาหารมาวางตรงหน้า
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะปิดหนูนะ” อีกฝ่ายบอกเสียงอ่อน มือก็ตักอาหารใส่จานให้อย่างเอาใจ
“แต่พี่ก็ไม่ยอมบอก”
“พี่กลัวว่าหนูจะอึดอัด พี่เลยไม่บอก”
“แต่มันรู้สึกเหมือน...”
“พี่ไม่ได้ตั้งใจให้หนูรู้สึกไม่ดีแบบนั้นนะครับ อีกอย่างพี่ก็กลัวเพื่อนร่วมงานหนูอึดอัดด้วย” อีกฝ่ายรีบอธิบายให้ฟังอย่างร้อนใจ ฉันพยักหน้ารับรู้ ก็จริงอย่างที่พี่ซีบอก เพราะขนาดรู้วันนี้พี่ ๆ ยังใกันถ้วนหน้ากว่าจะคุยกันรู้เื่ก็นานเหมือนกัน จะหายโกรธก็ได้เป็เพราะว่าเขาทำเพื่อฉันหรอกนะ
“แล้วไมจู่ ๆ วันนี้ถึงเดินขึ้นมาล่ะคะ”
“ลืมตัวครับ ห่วงหนูเกินไปกลัวพี่ติดต่อหนูไม่ได้เลยเอาขึ้นไปให้ด้วยเลย” คนที่บอกว่าลืมตัวหัวเราะเบา ๆ จากนั้นก็ชวนฉันทานข้าวต่อ ก่อนกลับเข้าบริษัทพี่ซีแวะซื้อเครื่องดื่มให้ฉันด้วย เรากลับเข้าบริษัทด้วยประตูด้านหลังทางเดิม เมื่อขึ้นมาถึงแผนกพี่ ๆ ก็มองด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มกันทันที แซวเก่งไม่มีใครเกินเลยพี่ ๆ น่ะ
“มื้อเที่ยงคงหวานน่าดูนะน้องฟอง”
“พี่คะ หนูเขินนะอย่าเพิ่งแซวสิคะ” ฉันตอบกลับอย่างเขินอายเรียกเสียงหัวเราะจากพี่ ๆ ได้อย่างดี พอตกบ่ายนิด ๆ ก็แทบจะยกมือกุมขมับเพราะพี่ซีเล่นสั่งเครื่องดื่มมาให้พี่ ๆ ทุกคนในแผนกเลยยังไงล่ะ! พี่ ๆ ต่างฝากขอบคุณพี่ซีเสียยกใหญ่ น่าตีจริงเชียวผู้ชายคนนี้
“ฟองพี่ฝากเอาเอกสารไปส่งที่บัญชีหน่อยนะ” พี่หนึ่งเดินออกมาบอกพร้อมกับวางเอกสารลงบนโต๊ะ
“ได้ค่ะพี่หนึ่ง” ฉันละทิ้งความเขินอายหยิบเอกสารเดินไปยังชั้นที่มีแผนกบัญชีอยู่ พี่หนึ่งเลยแนะนำแล้วว่าแต่ละแผนกอยู่ที่ไหน แผนกนี้ฉันเคยเอาเอกสารมาส่งครั้งสองครั้งเลยพอจำได้ แต่ถ้าเป็แผนกที่ไม่เคยไปก็คงต้องเอ่ยถามพี่ ๆ อีกครั้งก่อนออกจากห้องล่ะนะ ระหว่างเดินเอาเอกสารไปส่งห้องบัญชีเสร็จฉันก็เห็นคนที่สั่งเครื่องดื่มมาให้ เขาเดินออกจากลิฟต์พอดี เป็จังหวะเดียวกับที่มีผู้หญิงคนหญิงเดินออกมาพร้อมกับเขา เธอกำลังจัดชุดให้เข้าที่มุมปากเธอเลอะลิปสติกเล็กน้อย ส่วนพี่ซีเขาแทบจะไม่มองมาทางฉันเลยด้วยซ้ำ เขาเดินเลยผ่านไป จังหวะหัวใจฉันเต้นผิดไปเมื่อเห็นรอยอะไรบางอย่างบนเสื้อเชิ้ตของเขา เขาเดินไปยังห้อง ๆ หนึ่ง พอมั่นใจว่าเขาคงไม่สังเกตเห็นฉันจึงได้พาตัวเองเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นที่ตัวเองทำงาน ฉันไม่อยากจะคิดอะไรให้มันปวดหัว แต่ก็หักห้ามใจตัวเองไม่ไหว พอคิดไปคิดมาภายในหัวก็มีแต่เื่ด้านลบเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งพบเจอมา
“ว้า ฝนตกอีกแล้วสิ” เสียงพี่ ๆ พึมพำกัน ฉันละสายตาจากหน้าจอคอมมองนอกกระจกบานใหญ่ก็เจอกับท้องฟ้าที่มืดครึ้มและสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดภายในเร็ว ๆ นี้ ตอนนี้จะห้าโมงเย็นแล้วด้วยถึงเวลาเลิกงานแล้ว พี่หลายคนติดรถกันออกไปขึ้นรถไฟฟ้าส่วนฉันก็เก็บของใส่กระเป๋า ลังเลใจอยู่ไม่น้อย ไม่รู้ว่าควรจะรอที่ไหน กระทั่งตัดสินใจเดินขึ้นไปหาพี่ซีที่ชั้นบนสุดของอาคาร เมื่อไปถึงก็ไม่เจอกับเลขาทั้งสองแล้วมีเพียงกระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะ
“อ้าวคุณฟอง มาหาคุณซีใช่ไหมคะ” พี่เลขาผู้หญิงเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้ม ฉันพยักหน้าเขิน ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงสั่น
“ใช่ค่ะ”
“คุณซีไม่มีแขกค่ะ เชิญได้เลยค่ะ” ก่อนเปิดประตูเข้าห้องฉันไม่ลืมเอ่ยขอบคุณพี่เลขาไปด้วย ฉันเปิดประตูเข้าไปโดยที่ไม่ได้เคาะตั้งใจจะเซอร์ไพรส์เ้าของห้องเสียหน่อย แต่ก็ต้องถูกเซอร์ไพรส์เสียเองเมื่อเปิดประตูเข้ามา ร่างผู้หญิงคนนั้นกำลังนัวเนียกับพี่ซีที่มีท่าทีเหมือนกำลังงัวเงียจากการตื่น ฉันยืนจ้องทั้งสองด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเ้าของห้องทำงานไม่มองฉันด้วยซ้ำพอเขาได้สติก็รีบผลักผู้หญิงคนนั้นออกห่างอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนนั้นเป็คนเดียวกับที่ออกจากลิฟต์พร้อมพี่ซีเมื่อ่บ่าย และพี่ซีตอนนี้เหมือนจะใไม่น้อยที่เห็นฉันเข้ามาในห้อง
“ฟอง...” พี่ซีรีบเดินเข้ามาจับมือฉันไว้แน่น ฉันไม่กล้าแม้แต่จะจับมือตอบเขา
“ใคร?” ฉันถามเสียงห้วน ไม่ยอมจับมืออีกฝ่ายตอบอย่างเช่นที่เคยทำเวลาเขาจับมือ
“แล้วเธอล่ะเป็ใคร เข้าห้องผู้บริหารได้ยังไง ดูจากป้ายคงเป็นิสิตฝึกงานใช่ไหม” ผู้หญิงคนนั้นกอดอกมองเหยียดฉันอย่างเต็มที่ เธอแสร้งทำเป็จัดเสื้อผ้าและเดินเข้ามาใกล้
“ไม่อยากผ่านฝึกงานเหรอถึงได้มายืนเถียงฉันแบบนี้”
“คุณเป็ใครเหรอคะ? ฉันไม่ทราบจริง ๆ ” กว่าจะเค้นเสียงถามกลับไปได้ก็กลั้นน้ำตาแทบจะไม่อยู่
“เป็ว่าที่เ้าสาวเ้านายเธอไง” เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
“งั้นเหรอ?” คราวนี้ฉันหันมามองคนข้างตัว เขาเบิกตากว้างส่ายหน้าปฏิเสธ ยิ่งเห็นรอยสีแดงที่เปื้อนมุมปากเขายิ่งทำให้ฉันโมโหจนต้องกำหมัดแน่น
“ไม่ใช่ เธอเป็แค่ลูกสาวลูกค้าที่เข้ามาฝึกงานที่นี่เหมือนกัน ไม่มีอะไรมากว่านั้น” พี่ซีรีบอธิบายเมื่อเห็นฉันยังนิ่ง
“พูดแบบนั้นได้ยังไงคะ เมื่อเที่ยงเราก็...”
“หยุดพูด!”
====
ตอนนี้ ปล่อยอีบุ๊คแล้วนะคะ ติดตามได้ที่ meb นะคะ ค้นหา Nanaกะหอยทาก ได้เลยค่ะ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามที่พี่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Nanaกะหอยทาก ค่ะ มาพูดคุยกันได้นะคะ ^_^
ปล.ฝากอุดหนุนพี่ซีกับน้องฟองด้วยนน้า