บทที่ 20 เปลี่ยนจากนักฆ่า มาเป็บอดีการ์ด
เมื่อเห็นว่าเนินอกข้างหนึ่งของตัวเองโผล่พ้นเสื้อผ้าออกมา หญิงสาวจึงรีบใช้มือดึงชายเสื้อมาปิดบังส่วนที่โผล่พ้นออกมาอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา เธอก็รัดคอของเฉินเซิงแน่นขึ้นกว่าเดิม
‘ยัยตัวแสบ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ’ เฉินเซิงสบถในใจ ก่อนจะลงมือฉีกเสื้อเชิ้ตสีดำของหญิงสาวจนขาดวิ่น
“น่ารังเกียจ!” หญิงสาวชุดดำสบถ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายเมื่อเห็นว่าผิวขาวเนียนของตัวเองถูกเผยออกมา
กล้าทำแบบนี้กับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เฉินเซิงแกมันน่ารังเกียจที่สุด! แต่ต้องยอมรับว่าวิธีนี้ได้ผลดีจริง ๆ ตอนแรกเขาเป็ฝ่ายเสียเปรียบ แต่ตอนนี้ เขากลับสามารถต่อสู้กับเธอได้อย่างสมน้ำสมเนื้อแล้ว
ขณะที่ทั้งคู่กำลังต่อสู้กันบนพื้นหญ้า หน้าอกของเฉินเซิงก็เบียดเสียดกับเนินเนื้อเนียนขาวที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อผ้าของหญิงสาว
ััที่นุ่มนิ่มนั้น ทำให้ร่างกายส่วนล่างของเฉินเซิงตอบสนองและเริ่มตื่นตัว ทั้งยังบังเอิญไปัักับหว่างขาของหญิงสาวอยู่เนือง ๆ จนทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
“สาวน้อย เธอฆ่าฉันไม่ได้หรอก ฉันเองก็เอาชนะเธอไม่ได้ ทำไมเราไม่เลิกแล้วต่อกันดีกว่าล่ะ?”
“เลิกแล้วต่อกัน? ฝันไปเถอะ! อีกไม่นาน ฉันก็ฆ่าแกได้แล้ว” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
เฉินเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอคงจะทำอะไรไม่ถูกเพราะเพิ่งเคยเจอเื่แบบนี้ ถ้าเธอปรับตัวได้การจะเอาชนะเขาก็คงไม่ใช่เื่ยาก
“คนที่จ้างเธอมา ให้เงินเธอเท่าไหร่? ถ้าเธอเลิกยุ่งกับฉันซะตอนนี้ ฉันจะให้เธอเป็สองเท่า” เฉินเซิงพูดต่อ
“ต่อให้แกให้เงินฉันมากกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์ แกควรรู้ไว้ว่าวงการเรามีกฎของมัน”
“ยัยหนู อย่าดื้อเลย ถ้าฉันเปิดเผยตัวตนของเธอออกไป เธอคงหนีการตามล่าจากองค์กรเดิมไม่พ้นแน่”
“น่าเสียดายจัง แกไม่มีโอกาสพูดอะไรออกไปหรอก” หญิงสาวยังคงยืนกราน
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังตึงเครียดก็มีเสียงรถยนต์ดังกระหึ่มมาแต่ไกล แสงไฟจากรถส่องมา ทำให้ร่างของเฉินเซิงและหญิงสาวชุดดำที่กำลังยื้อยุดกันอยู่ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
“พวกคุณทำอะไรกันน่ะ?!” ชายคนหนึ่งถือไฟฉายส่องมาแล้วะโถามขึ้น
ผู้ชายคนนั้นคร่อมตัวผู้หญิงอยู่ ทั้งยังฉีกเสื้อผ้าของเธออีกหรือว่าเขากำลังจะทำอนาจารเธอ!
ตำรวจหลายนายลงจากรถ ก่อนที่จะเดินตรงมาทางเฉินเซิงกับหญิงสาวชุดดำ
“ถ้าฉันบอกว่า อยู่ ๆ แกก็เกิดอารมณ์คิดจะปล้ำฉันแล้วก็ลากฉันมาที่นี่ แกคิดว่าพวกตำรวจจะทำยังไง?” หญิงสาวชุดดำพูดที่ข้างหูเฉินเซิง ริมฝีปากสีแดงสดของเธออยู่ใกล้เขาจนแทบจะััได้
“ยัยตัวแสบ! คิดจะใส่ร้ายฉันงั้นเหรอ”
“ใช่! ฉันจะใส่ร้ายแก แล้วแกจะทำไม? แกคิดว่าตำรวจพวกนั้นจะเชื่อใคร?” หญิงสาวยิ้มเยาะดวงตาเป็ประกายเ้าเล่ห์
เฉินเซิงยิ้มมุมปาก “เชิญเลย พอไปถึงโรงพักแล้วฉันก็จะบอกทุกอย่างที่ฉันรู้ ถึงตอนนั้นไม่ใช่แค่ตำรวจที่จะจับเธอหรอกนะ แต่องค์กรเดิมของเธอก็จะรู้ที่อยู่ของเธอด้วย…”
“แกมันสารเลว!” หญิงสาวชุดดำพูดอย่างเกลียดชัง
“มันก็แค่กลยุทธ์ เธอ้าฆ่าฉัน ส่วนฉันก็แค่อยากมีชีวิตอยู่ ฉันจึงจำเป็ต้องทำแบบนี้” เฉินเซิงหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า
“ถ้าเธอตกลงยอมทำตามเงื่อนไขของฉัน แล้วฉันจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น”
“เงื่อนไขอะไร?”
“เลิกตามล่าฉันซะ”
หญิงสาวชุดดำพยักหน้า “งานนี้ฉันได้เงินไม่เยอะ แค่คืนเงินมัดจำก็พอ เงื่อนไขนี้ฉันตกลง”
“และเธอต้องมาเป็บอดีการ์ดให้ฉันสามปี”
“ไม่ได้” หญิงสาวปฏิเสธทันที “ฉันฆ่าคนเป็อย่างเดียว ไม่เคยปกป้องใคร แล้วฉันก็ไม่ชอบเดินตามหลังใครด้วย”
“ฉันแนะนำให้เธอคิดให้ดี ไม่งั้นฉันจะแฉทุกอย่าง…” เฉินเซิงพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่
ขณะที่หญิงสาวชุดดำกำลังครุ่นคิด จู่ ๆ เฉินเซิงก็ก้มลงจูบเธออย่างรวดเร็ว
ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าจูบเธอแบบนี้!ด้วยความโกรธที่ถูกเอาเปรียบ หญิงสาวจึงกัดริมฝีปากของเขาอย่างแรง รสชาติคาวเืแผ่ซ่านในปากของเธอทันที
เฉินเซิงชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่ายัยตัวแสบคนนี้จะใจเด็ดขนาดนี้ ถูกจูบแล้วยังกล้ากัดเขาอีก เขาชอบผู้หญิงที่มีไฟแบบนี้เสียด้วยสิ
แม้ว่าเธอจะกัดเขาเต็มแรง แต่เฉินเซิงก็ไม่ได้ใส่ใจเขายังคงจูบเธอต่อโดยไม่คิดจะหยุด
เมื่อเห็นว่าเฉินเซิงอดทนได้มากขนาดนี้ แววตาของหญิงสาวก็ฉายแววชื่นชม เธอคิดว่าตัวเองเป็คนใจเหี้ยม ส่วนเขาก็คงไม่ต่างกัน เธอััได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์ร้ายจากตัวเขา ทำให้ใบหน้าสวยคมของเธอแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
หลังจากที่เฉินเซิงผละริมฝีปากออกไป หญิงสาวก็พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ฉันใช้เงินเก่ง เลี้ยงยากนะ ในเมื่อนายอยากจะเลี้ยงฉัน ฉันก็จะยอมเป็บอดีการ์ดให้นายสามปีก็ได้ แต่อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกัน พวกตำรวจก็เดินมาถึงตัวพวกเขาแล้ว
เมื่อเห็นใบหน้าที่งดงามของหญิงสาว ตำรวจหนุ่มหลายนายก็ถึงกับตะลึงในความสวยของเธอ
“พวกคุณสองคนทำอะไรกัน?” ตำรวจวัยกลางคนตั้งสติได้ก่อน จึงเอ่ยถามขึ้น
เฉินเซิงจัดคอเสื้อของตัวเอง ก่อนจะตอบว่า “ผมกับแฟน มานอนดูดาวกัน ไม่ทราบว่าทำผิดกฎหมายข้อไหนเหรอครับ?”
ได้ยินดังนั้น หญิงสาวชุดดำที่กอดอกอยู่ก็แสร้งทำท่าทีเขินอาย
เฉินเซิงเงยหน้ามองหญิงสาว คิดในใจว่า ‘ยัยตัวแสบนี่ตีบทแตกจริง ๆ’
ตำรวจหลายนายมองหน้ากัน ที่แท้ทั้งคู่ก็เป็แฟนกันเมื่อกี้คงจะพลอดรักกันอยู่บนนี้สินะ
ตำรวจวัยกลางคนมองเฉินเซิง แล้วถามว่า “คุณบอกว่าเป็แฟนกัน ถ้างั้นทำไมคุณถึงฉีกเสื้อผ้าเธอ แล้วทำไมปากของคุณถึงมีรอยกัด?”
ได้ยินดังนั้น หญิงสาวชุดดำก็แสร้งทำท่าทางเขินอาย ก้มหน้าลงต่ำ ซ่อนใบหน้าเอาไว้
เห็นท่าทางแบบนั้นเฉินเซิงก็อดด่าในใจไม่ได้ ‘ยัยตัวแสบ! ทำท่าแบบนี้ ก็เท่ากับโยนให้เขาเป็คนอธิบายกับตำรวจพวกนี้ ไม่คิดเลยว่าเธอจะเ้าเล่ห์ขนาดนี้’
“ก็มัน... คึกคะนองกันนิดหน่อย ตอนนั้นพวกเราจูบกันแบบ... ดูดดื่มไปหน่อย ผมเลยเผลอฉีกเสื้อเธอ ส่วนเธอก็คงจะเจ็บ เลยกัดปากผม…”
ได้ยินดังนั้น ตำรวจหลายนายก็ยิ้มอย่างรู้กัน แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจก็คิดว่า ผักกาดขาวถูกหมูงาบไปอีกต้นแล้ว
หลังจากที่ตำรวจไปแล้ว หญิงสาวชุดดำก็ไม่เกรงใจรีบเดินไปขึ้นรถของเฉินเซิงทันที
“ว่าแต่ เธอชื่ออะไร?” เฉินเซิงถามขึ้นขณะขับรถ
“ฉันชื่อ 'เหลิง' ไง นายก็รู้อยู่แล้วนี่” หญิงสาวสะบัดผม
“ฉันถามชื่อจริงของเธอ ไม่ใช่ชื่อรหัสในองค์กรนักฆ่า” เฉินเซิงอธิบาย
“นักฆ่าไม่มีชื่อหรอก ต่อไปนี้นายเรียกฉันว่า 'เหลิง' ก็พอ”
“แต่ตอนนี้ เธอไม่ใช่นักฆ่าแล้วไม่ใช่เหรอ?”
หญิงสาวครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ก่อนที่ฉันจะเข้าองค์กรนักฆ่า ฉันชื่อ 'ซ่างกวนเหยียน'...”
“ตกลง ต่อไปนี้ฉันจะเรียกเธอว่า 'เสี่ยวเหยียน'แล้วกันนะ”
“ตามใจ” ชางกวนเหยียนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันรถเก๋งเก่า ๆ คันหนึ่งก็ขับส่ายไปมาอยู่ด้านหน้า ทุกครั้งที่เฉินเซิงจะเร่งแซง รถคันนั้นก็จะเบียดเข้ามาขวางทาง
เฉินเซิงบีบแตรหลายครั้ง แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจ
คนขับรถคันข้างหน้าเป็ชายหนุ่มร่างผอมย้อมผมสีทอง มีต่างหูห้อยอยู่เต็มใบหู เขาเอาแต่ชะโงกหน้าออกมาผิวปากใส่ทั้งคู่
“นายรู้จักเขาเหรอ?”
“รู้จักก็บ้าสิ ดูก็รู้ว่าเป็แค่พวกอันธพาล เขาคงเห็นว่าเธอสวย เลยอยากจะหาเื่”
“ขับรถเทียบข้าง ๆ เลย ฉันจะจัดการมันเอง” ซ่างกวนเหยียนพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เสี่ยวเหยียน เธอย่าลืมว่าเธอไม่ใช่นักฆ่าแล้วนะ อย่าใช้กำลังในการแก้ปัญหาสิ”
ซ่างกวนเหยียนไม่ได้โต้แย้ง แต่การที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายมาป้วนเปี้ยนอยู่แบบนี้ก็ไม่ใช่เื่ เธอจึงถามว่า “ถ้างั้นเราจะทำยังไงดี? ดูท่าทางคงไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ แน่”
“ง่ายนิดเดียว”
เฉินเซิงเร่งความเร็วขึ้นกะทันหัน รถลัมโบร์กินีพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับจรวดก่อนจะพุ่งชนท้ายรถเก๋งคันหน้าเข้าอย่างจัง
ซ่างกวนเหยียนถึงกับตะลึง ชายหนุ่มคนนั้นคงรู้ดีว่ารถของเฉินเซิงราคาแพง คงไม่ยอมให้รถเก่า ๆ ของเขามาเฉี่ยวชนแน่ ๆ ถึงได้จงใจขับรถส่ายไปมาแบบนั้น แต่ไม่คิดเลยว่าเฉินเซิงจะใจถึงขนาดนี้
ยอมเอาลัมโบร์กินีราคาหลายล้าน มาชนกับรถราคาไม่ถึงล้าน เธอจึงอดประหลาดใจไม่ได้
โครม!
ท้ายรถคันนั้นยุบเข้าไปเป็รอยใหญ่หลังจากถูกชน
“ไอ้หน้าจืดบ้านี่! แกต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ เอารถราคาหลายล้านมาชนรถฉันเนี่ยนะ! ใช้เงินเปลืองชิบ... อย่าคิดว่ารถแพงแล้วจะกร่างได้นะโว้ย! แถวนี้มันถิ่นฉัน! ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!” ชายหนุ่มผมทองโผล่หัวออกมาจากหน้าต่างรถแล้วะโด่าเฉินเซิงด้วยความโมโห
โครม!
เฉินเซิงขับรถพุ่งชนอีกครั้ง
รถเก๋งคันเก่าถูกชนจนพลิกคว่ำตกลงไปในทะเลสาบข้างทาง ในขณะที่รถกำลังจมน้ำ ก็ได้ยินเสียงะโด้วยความหวาดกลัวของชายหนุ่มผมทองดังออกมาจากในรถ
“รู้สึกยังไงบ้าง?” เฉินเซิงถามพลางยิ้มมุมปาก
“ก็น่าตื่นเต้นดี” ซ่างกวนเหยียนพยักหน้า “ฉันชอบนิสัยโเี้ ไม่สนฟ้าดินแบบนาย ต่อไปนี้ฉันจะอยู่กับนายแล้วกัน”