2 เดือนต่อมา
.
.
- เขตซากะ -
.
.
ณ บริษัท สุมิโตะ กรุ๊ป เวลา 11:50 นาฬิกา
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก
ณ ห้องทำงานสี่เหลี่ยมทรงกระบอกที่แห่งนี้ได้ปรากฎร่างของหญิงสาวผมดำเงาคนหนึ่งที่กำลังนั่งกดแป้นพิมพ์ของตัวเองพลางแนบหูกับโทรศัพท์มือถือของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทำให้เหล่าเพื่อนร่วมงานต่างไม่กล้าเข้าใกล้และคอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ
"เข้าใจแล้วค่ะเข้าใจแล้ว....งั้นแค่นี้นะคะ สวัสดี"
ตู๊ด!
"เฮ้อ...ปวดหัวชะมัดเลย"
"เอาน่า...อย่างน้อยลูกค้าแกก็ไม่เื่มากเหมือนของฉันนะ ถือว่าโชคดีแล้วแหละ" หญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยกันเอ่ยปากพูดขณะนั่งจับปลายผมสีน้ำตาลสว่างของตัวเองอย่างขี้เล่น นั้นทำให้บทสนทนาของสาวๆจึงเกิดขึ้น ณ บัดนี้
"ฉันขอตายดีกว่าเจอลูกค้าเฮงซวยแบบนี้!"
"อย่าพูดแบบนั้นสิเมย์ ลูกค้าเขาอุตส่าห์ติดต่อเธอโดยตรงเลยนะ"
"แต่เจอแบบนี้ก็ไม่ไหววะ นาเบะ~แลกลูกค้ากันได้มั้ยอะ...นะ~~"
"ไม่ได้! งานใครงานมันรับผิดชอบเอง (-*-)"
"ไม่คิดจะช่วยเพื่อนแสนสำคัญของเธอหน่อยเหรอ~"
"แต่เธอเป็หัวหน้าแล้วนะ ไม่ใช่พนักงานทั่วไปเหมือนแต่ก่อน หัดรู้จักหน้าที่ตัวเองซะบ้าง"
"ฮือ....โดนนาเบะดุอีกแล้ว ฮาจิมะ~ช่วยหน่อยสิ (ToT)" เมื่อไม่มีที่พึ่งพิงทำให้หญิงสาวผมดำยาวนามว่า เมริกะ หรือ เมย์ หันมาเรียกร้องความสนใจจากผมที่นั่งถัดจากหญิงสาวผมน้ำตาลสว่างนามว่า นาเบะ อีกที ผมจึงหยุดมือจากการทำงานก่อนจะส่งสายตาคาดโทษมาทางเมริกะอย่างดุดัน
"อย่างที่นาเบะบอก งานใครงานมันรับผิดชอบเอง"
"อ้า!!! ขนาดฮาจิมะยังเห็นด้วยเลยเหรอ...แสดงว่าฉันเป็หัวหน้าที่แย่สุดๆเลยสินะ (._.)"
"อย่าคิดโทษตัวเองเลยนะเมย์ เดี๋ยวถ้างานของฉันเสร็จเมื่อไหร่จะมาช่วยดูอีกทีโอเคมั้ย?"
"ขอบคุณนะนาเบะ~ น่ารักที่สุดเลย (>0<)"
"(=_=)" ผมเหลือบมองสองสาวกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างออกนอกหน้าพร้อมถอนหายใจให้กับความใจอ่อนของนาเบะในที่สุด จริงๆแล้วงานเกือบทุกอย่างเป็ผลงานของนาเบะซะส่วนใหญ่ รองลงมาคือผมตามด้วยเมริกะและโยชิดะที่คอยสนับสนุนพวกเราอีกที แต่่นี้โยชิดะลาหยุดบ่อยเนื่องจากมีไข้สูงเป็ระยะๆทำให้ไม่สามารถมาทำงานได้ปกติ พวกเราจึงต้องช่วยกันซัพพอร์ตกันและกันเพื่อให้งานดำเนินได้อย่างราบรื่น อย่างน้อยก็่ที่มีลูกค้าเยอะๆละนะ
"จริงสิ! นี่ก็ใกล้จะพักเที่ยงแล้วไปทานข้าวร้านนั้นกันมั้ย?" จู่ๆเมริกะก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริงพร้อมมองพวกเราตาเป็ประกาย ทั้งผมและนาเบะจึงพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายเพราะถ้าปฏิเสธเมื่อไหร่ได้โดนคุณเธอบ่นหูชาอีกแน่นอน
"ได้สิ แล้วร้านที่ว่าคือที่ไหน?"
"หลังบริษัทเรานี่เอง เป็ร้านอาหารของทางยุโรป คนแน่นทุกวันจนฉันท้อเลยไม่ได้ไปกินสักที เห็นมาเปิดเมื่อเดือนที่แล้วเลยอยากลองสักครั้ง แล้วก็ๆ...เห็นเขาบอกว่าร้านนั้นมีแต่ผู้ชายหน้าตาดีด้วยนะแก! ไปด้วยกันนะๆ (^^)"
"ไปกินข้าวเฉยๆนะ (-_-)"
"ไปกินข้าวแน่นอนจ้าคุณชายไม่ต้องห่วง แต่อาหารตาก็สำคัญนะ เนอะนาเบะ? ( ^_^)"
"อื้มๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง (^^ )"
"อื้ม ไปก็ไป"
"ถ้างั้นก็ let go!!" เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ที่เลขสิบสองเป็สัญญาณว่าได้เวลาพักเที่ยงทำให้พวกเราสามคนเดินออกจากบริษัทเพื่อไปยังร้านที่ว่าอย่างตั้งตาคอย เมริกะมีท่าทีร่าเริงตลอดเวลาขณะเดินนำหน้าพวกเราลัดเลาะไปด้านหลังบริษัทที่มีร้านอาหารมากมายให้เลือกได้ไม่จำกัด แต่สายตาของพวกเรากลับโดนสะกดโดยร้านสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆของเนื้ออบรมควันที่ทางพนักงานนำมาเสิร์ฟให้กับลูกค้านอกร้านซึ่งดูน่ากินเป็พิเศษ พวกเราทั้งสามคนจึงทำตาลุกวาวใส่กันพร้อมก้าวเท้าเดินเข้าไปในร้านเพื่อรับประทานอาหารแสนอร่อยที่กำลังรอพวกเราอยู่
"ตอนนี้ที่นั่งเต็ม กรุณารอสักครู่นะครับ (^^)"
"โถ่...เร็วๆหน่อยสิคะ พวกเราหิวจะแย่แล้วนะ (-*-)"
"เมย์ใจเย็นๆ ขอโทษนะคะ ถ้าได้ที่นั่งเมื่อไหร่ช่วยแจ้งพวกเราด้วยนะคะ"
"ได้ครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะครับ" ระหว่างที่รอพนักงานจัดเตรียมที่นั่งผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเสิร์ชหาข้อมูลของร้านแห่งนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ที่นี่คือร้าน B-TY Restaurant เป็ร้านอาหารสไตล์อเมริกันที่จะเสิร์ฟในรูปแบบกระทะร้อนโดยมีพ่อครัวคอยคัดสรรจานต่อจานทำให้ต้องใช้เวลารอสักพักหนึ่ง เมนูส่วนใหญ่ประกอบด้วยเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมส่งตรงจากทางยุโรปของทุกๆวัน และราคาอาหารแต่ละจานคนทั่วไปสามารถเอื้อมถึงได้ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายภายในไม่กี่วันหลังจากเปิดร้านได้หนึ่งเดือน
และร้านแห่งนี้ไม่มีสาขา หืม? แปลกจัง...ทำไมร้านดังขนาดนี้ถึงไม่เปิดทางยุโรปก่อนแต่กลับบินไกลมาเปิดที่นี่โดยเฉพาะ แต่ถ้าอิงจากบริเวณโดยรอบก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ดูได้จากเหล่าพนักงานที่มีท่าทีร่าเริงแจ่มใสตลอดเวลาคงได้สวัสดิการสมน้ำสมเนื้อกับค่าเหนื่อยอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนหัวหน้าพ่อครัวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะจะคอยออกมาเสิร์ฟเองเป็ระยะๆเพื่อรับฟังความเห็นรสชาติจากปากลูกค้าทำให้ได้ความรู้สึกเป็กันเองและได้ยินมาว่าหัวหน้าพ่อครัวหล่อเข้มมาก! จึงทำให้ใครหลายๆคนอยากลองมาััสักครั้งรวมถึงเพื่อนสาวทั้งสองคนของผมด้วย
"เฮ้อ...แบบนี้จะได้กินกี่โมง (-*-)"
"ใจเย็นๆเดี๋ยวก็ได้โต๊ะแล้ว โอะ! น่าจะได้แล้วนะ (*_*)" เมริกะยังคงรอคอยอย่างใจจดใจจ่อเมื่อเห็นพนักงานเดินมาทำความสะอาดบนโต๊ะถัดจากลูกค้าคนก่อนก็ทำตาลุกวาวทันที พวกเราจึงได้โต๊ะภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีพร้อมเริ่มสั่งอาหารตามที่อยากกินของใครของมัน ระหว่างนั้นผมจึงสำรวจรอบๆร้านอย่างสนอกสนใจขณะดูการทำงานของพ่อครัวจากที่ไกลๆไปพลางๆ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกสบายตา ตกแต่งด้วยโซนสีขาวไข่มุกตัดกับสีดำเล็กน้อยทำให้ดูมินิมอลไปในตัว กลิ่นหอมจากหลังครัวชวนดึงดูดให้ลูกค้าหันไปสนใจซะส่วนใหญ่ทำให้เวลามีพนักงานเดินออกมาต้องลุ้นทุกทีว่าจานนั้นเป็ของเราหรือเปล่า และที่น่าจับตามองก็คือหัวหน้าพ่อครัวที่จะนำมาเสิร์ฟเองทุกๆครึ่งชั่วโมง และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ว่าทำให้ต่างคนต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
ปึก
"อะ! มาแล้วๆ คนนั้นไงหัวหน้าพ่อครัว งุ๊ย~หล่อคมมากเนอะแก (*0*)" เมริกะที่มีความตั้งใจอยากเจอผู้ชายหล่อๆเป็ที่สุดกระซิบเรียกพวกเราให้หันไปมองก็พบว่าเขาคือชายหนุ่มร่างใหญ่ผิวแทน ผมสีทองอร่ามเด่นสะดุดตาพร้อมใบหน้าหล่อคมคายทำให้ใครหลายๆคนจ้องตาเป็มัน...
เดี๋ยวนะ...
หน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...
'ขนาดปืนยังใช้ไม่เป็ แล้วมึงคิดว่าจะทำให้กูเป็แผลได้หรือไง'
"เฮ้ย!!!!!" จู่ๆความทรงจำที่ไม่อยากนึกถึงก็หวนกลับมาอีกครั้งเมื่อได้เจอคนที่คิดว่าไม่ควรเจอกันอีกทำให้ความใบวกกับความกลัวพุ่งทะยานสุดขีดจนเผลอร้องเสียงหลงออกมา จึงทำให้ทุกคนในร้านต่างมองมาที่ผมเป็สายตาเดียวกันรวมถึงหัวหน้าพ่อครัวคนนั้นด้วยเช่นกัน ผมจึงต้องรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อไม่ให้เขาเห็นหน้าอย่างชัดเจนพร้อมเขย่าแขนเพื่อนสาวทั้งสองคนอย่างแรงเพื่อส่งสัญญาณให้เผ่นออกจากที่นี่ทันที
"มีอะไร? / เป็อะไรของนายเนี่ยฮาจิมะ!"
"ปะ ไปกินร้านอื่นกันเถอะ"
"ทำไมละ? พวกเราอุตส่าห์รอตั้งนานนะ / นั่นสิ อาหารก็สั่งไปแล้วเรียบร้อยจะยกเลิกได้ไง"
"ช่างมันเถอะ! รีบออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุดเลย"
"เอ๋? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย! / ฮาจิมะเดี๋ยวก่อนสิ!" แม้พวกเธอพยายามรั้งตัวเอาไว้แต่ผมไม่สามารถปล่อยให้พวกเธอนั่งอยู่ในร้านแห่งนี้อีกต่อไป จึงรีบดึงแขนของพวกเธอให้ลุกขึ้นเพื่อออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุดก่อนที่หมอนั่นจะเข้ามา--
"มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ?"
"!!" ขณะที่พวกเราเตรียมจะเดินออกจากร้านก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ผมที่ไม่กล้าหันกลับไปมองได้แต่ยืนแข็งทื่อขณะฟังที่พวกสาวๆพูดคุยอย่างเป็กังวล
"อา...ขอโทษนะคะ พอดีเพื่อนของฉันไม่อยากรอแล้วค่ะ พวกเราเลยจะไปทานร้านอื่นกันค่ะ"
"ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ปล่อยให้รอนาน เดี๋ยวจะรีบนำมาเสิร์ฟให้เดี๋ยวนี้เลย ดังนั้นโปรดกลับไปนั่งรอที่โต๊ะด้วยนะครับเดี๋ยวกระผมจะจัดการเอง"
"แต่ว่า..."
"ถือว่าแทนคำขอโทษผมขอมอบคูปองส่วนลดให้ทุกท่านนะครับ คูปองนี้สามารถนำมาลดได้ในการซื้อครั้งถัดไป ถ้ามีโอกาสอีกเรียนเชิญได้เลยนะครับ"
"ว้าว...50%เลยเหรอคะ (*_*) / ให้พวกเราแบบนี้มันจะดีเหรอคะ? / !!"
"ดีสิครับ เพื่อหญิงสาวแสนสวยทั้งสองท่านและชายหนุ่มรูปงามตรงนั้นด้วย ดังนั้นช่วยรออีกสักครู่นะครับ"
"แหม่...พูดซะขนาดนี้ / ฮาจิมะ รออีกสักหน่อยเถอะนะ หัวหน้าพ่อครัวอุตส่าห์ทำถึงขนาดนี้เชียวนะ"
"แต่--"
"มีอะไรข้องใจหรือเปล่าครับ?" แม้ภายในใจอยากรีบวิ่งออกจากที่นี่แทบแย่แต่พอได้ยินเสียงของอีกฝ่ายจากด้านหลังทำให้ขาทั้งสองข้างก้าวออกไม่ได้สักนิดเดียว เหมือนมีกาวเหนียวหนึบติดอยู่ที่ปลายเท้าพร้อมความรู้สึกกดดันค่อยๆทับถมเข้ามาภายในจิตใจ ถึงไม่อยากยอมรับแต่หมอนี่น่ากลัวกว่าตอนเจอกันครั้งแรกซะอีก แล้วไอคำพูดสุภาพเมื่อกี้คืออะไร? นี่มันไม่ใช่ตัวตนของเขาเลย แต่ขืนขัดใจเข้าอาจเป็อันตรายทั้งตัวผมและเพื่อนสาวทั้งสองคนด้วย เอาเป็ว่าคอยสังเกตการณ์ไปเรื่อยๆก่อนแล้วกัน
"ไม่มีครับ"
"เยี่ยมไปเลย / ขอบคุณนะฮาจิมะ~ " สองสาวต่างดีใจยกใหญ่พร้อมเดินกลับไปยังที่นั่งที่เดิมอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนผมได้แต่เหลือบมองพวกเธออย่างเป็กังวลพลางหันหลังกลับไปมองแผ่นหลังของหมอนั่นเป็ระยะๆเพื่อดูปฏิกิริยาอย่างพินิจพิจารณา ท่าทีของเขาแตกต่างจากที่เจอกันครั้งแรกโดยสิ้นเชิง มีการใช้คำพูดคำจาหลากหลายมากขึ้นและแสดงสีหน้าออกมาอย่างเปิดเผย ไม่เหมือนชายที่เคยฆ่าแกงใครมาก่อนจนแทบไม่แน่ใจว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า แต่ผมมั่นใจว่าหมอนี่ต้องเป็คนใจทรามคนนั้นอยู่แน่นอน ต้องหาหลักฐานและพิสูจน์ความจริงให้ได้!
.
.
อีกด้านหนึ่ง
.
.
แม้ฉากหน้าจะเป็ร้านอาหารสุดหรูที่มีเชฟมากฝีมือคอยให้บริการทุกระดับประทับใจ แต่พอมองเข้าไปลึกส่วนในสุดที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหารเพียงอย่างเดียวแต่เป็ฐานลับของเหล่าคนอันตรายที่มากไปด้วยฝีมือในการจัดการเื่อันตราย ทั้งเชฟ พนักงานเสิร์ฟ เด็กล้างจาน หรือแม้แต่คนทำความสะอาดล้วนมีฝีมือกันทุกคน และคนที่รวบรวมพวกเขาให้กลายเป็ปึกแผ่นก็คือชายหนุ่มผิวแทนรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวพลางคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว
เขาไม่คาดคิดว่าจะเจอคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดเร็วขนาดนี้จนไม่รู้ว่าจะอธิบายให้พวกพ้องของเขาเข้าใจได้อย่างไรว่าเหตุการณ์ตอนนั้นมันเป็อุบัติเหตุ เพราะอารมณ์ดุเดือดเืพล่านของพวกเขากำลังปะทุได้ที่หลังเห็นเ้าหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง
"เชฟครับ เมื่อกี้มันคนที่ทำฐานเราะเิไม่ใช่เหรอครับ!"
"อืม"
"ใช่จริงๆด้วย แบบนี้ต้องสั่งสอนสักหน่อย--"
"เคยบอกไว้ว่ายังไง?"
"เอ่อ...อย่ายุ่งกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องครับ"
"อืม งั้นก็ปล่อยเขาไปเถอะ"
"แต่เชฟครับ หมอนั่นไม่มีท่าทีสำนึกเลยนะครับ ยังจะกล้ามาเหยียบที่นี่อีก"
"มันก็แค่เื่บังเอิญ กลับไปทำหน้าที่ซะ"
"แต่--"
"ข้องใจอะไรอีก?"
แม้เป็ประโยคคำถามธรรมดาๆแต่พวกเขาก็รับรู้ได้ว่าไม่ควรพูดมากไปกว่านี้ พวกเขาจึงแยกย้ายออกไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งใจโดยมีคนที่ได้ชื่อว่าหัวหน้าของพวกเขาคอยสังเกตอยู่ห่างๆ ขืนปล่อยให้เื่มันคาราคาซังแบบนี้อีกไม่นานคงเกิดเื่ใหญ่แน่ๆ ดังนั้นเขาต้องลงมือจัดการด้วยตัวเองเพื่อเรียกความเชื่อใจจากพวกพ้องเสียก่อน
"อย่าถือโทษกันเลย"
.
.
.