ขณะที่กำลังเดินผ่านโรงน้ำชาสองชั้นที่สร้างจากไม้สีเข้ม กลิ่นชาหอมกรุ่นลอยแตะจมูก
ทันใดนั้น หลินเหมยก็ชะงักฝีเท้า พันธะบนข้อมือส่งความรู้สึกบางอย่างกลับมา ความเย็นเยียบคุ้นเคยแผ่ผ่านร่างอย่างรวดเร็ว นางรู้จักความรู้สึกนี้ดี เพราะทุกครั้งที่มันปรากฏขึ้น มักมีจอมมารผมเงินอยู่ไม่ไกลนัก
หัวใจของหลินเหมยกระตุกวูบ นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังชั้นสองของโรงน้ำชาตามสัญชาตญาณ และก็ได้เห็น...เงาร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทยืนพิงระเบียงอยู่ แม้จะเห็นเพียงเงาและแสงสะท้อนจากชุดเกราะขององครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่รัศมีกดดันอันเป็เอกลักษณ์นั้นไม่มีทางผิดเพี้ยนไปได้เลย เขากำลังมองมาที่นาง
ความรู้สึกอิสระที่เพิ่งได้ลิ้มรสเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดระคนขุ่นเคือง ผู้คุมของนางตามมาถึงนี่
ทว่าก่อนที่นางจะได้หันหลังเดินหนี กลุ่มอสูรสามตนในชุดผ้าป่านโทรมๆ ก็ก้าวเข้ามาขวางทางพวกมัน รูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดกว่าอสูรตนใดที่นางเคยเห็น ิัหยาบกร้านเหมือนเปลือกไม้ ดวงตาหลายดวงบนใบหน้ากลอกไปมาอย่างน่าขนลุก
“เ้าคือหลินเหมย ใช่หรือไม่” หนึ่งในนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาทุกคู่ของมันจับจ้องมาที่นางไม่วางตา
อู๋ซือที่เพิ่งเดินกลับมาพร้อมกระสอบใบเล็กถึงกับชะงัก รีบวิ่งเข้ามาบังอยู่ตรงหน้านางอย่างกล้าๆ กลัวๆ “พวกเ้าเป็ใคร ้าอะไรจากศิษย์พี่ของข้า”
อสูรหน้าเปลือกไม้ไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย สายตายังคงจับจ้องที่หลินเหมยหัวเราะในลำคอ
อสูรหน้าเปลือกไม้ไม่สนใจอู๋ซือแม้แต่น้อย ดวงตาหลายคู่ยังคงจับจ้องอยู่ที่หลินเหมย
“ในที่สุดก็หาเจอ”
มันหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ “คิดว่าหลบอยู่ในวังมารแล้วพวกข้าจะหาไม่เจอหรือ”
หลินเหมยขมวดคิ้ว
“พวกเ้าคือใคร”
“จำไม่ได้แล้วหรือ”
อสูรตนนั้นก้าวเข้ามาอีกครึ่งก้าว
“สองหมื่นศิลาปีศาจ”
“เงินก้อนนั้นคงไม่ได้หายไปจากความทรงจำของเ้ากระมัง”
คำว่า ‘สองหมื่นศิลาปีศาจ’ กระแทกเข้ามาในโสตประสาทของหลินเหมยราวกับค้อนเหล็ก
หัวใจของนางกระตุกวูบ ในจังหวะนั้นเอง อสูรอีกตนก็ขยับตัวตามหัวหน้าของมันเข้ามาในวงแสง
หลินเหมยชะงักไปรอยแผลเป็บากยาวพาดผ่านเปลือกตาซ้ายของมัน ภาพบางอย่างพลันแล่นเข้ามาในหัวอย่างรุนแรง ห้องมืดสลัว เสียงร้องไห้ที่พยายามกดเอาไว้ เ้าของร่างเดิมกำลังกอดตัวเองแน่นจนสั่นเทา เบื้องหน้าคือั์ตาเ็าและรอยแผลเป็เส้นนั้น รอยแผลเดียวกันไม่มีผิด หลินเหมยรู้สึกเย็นวาบไปถึงปลายนิ้ว
คนพวกนี้...คือพวกเดียวกับที่เ้าของร่างเดิมหวาดกลัวมาตลอด
และเป็เหตุผลที่ทำให้มีข้อความประโยคหนึ่งถูกเขียนซ่อนเอาไว้ในสมุดบัญชีหนี้สินเพื่อเตือนใจตนเอง ‘ระวังคนของหอกรงเล็บอสูร’ ที่แท้ก็เป็พวกมันนี่เอง
นางสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มความปั่นป่วนในอกเอาไว้ “เงินจำนวนมากขนาดนั้นข้าย่อมไม่มีติดตัวมาด้วย ขอเวลาให้ข้าสักหน่อยเถิด ข้าจะหาทางทยอยคืนให้”
“เวลา?” หัวหน้าแก๊งทวงหนี้แค่นเสียง “เ้าหลบหน้าพวกข้ามาอยู่ในวังมารตั้งหลายเดือนแล้วนะ ยังจะขอเวลาอีกหรือ? วันนี้ต้องได้เงินคืนทั้งหมด!”
“ไม่ได้!” หลินเหมยปฏิเสธทันควัน “ตอนนี้ข้าไม่มีให้พวกเ้าแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว”
แววตาของอสูรตนนั้นแข็งกร้าวขึ้น “ไม่มีเงิน... งั้นก็เอาตัวไปแทนแล้วกัน!”
มันพยักหน้าให้ลูกน้องอีกสองคน พวกมันแยกกันโอบล้อมนางจากสองด้าน อู๋ซือพยายามจะเข้ามาช่วยแต่กลับถูกผลักกระเด็นไปกระแทกกำแพงอย่างง่ายดาย หลินเหมยถอยกรูดจนแผ่นหลังติดกับผนังหินเย็นเฉียบ ในมือของนางกำค้อนตีเหล็กขนาดเล็กที่พกติดตัวมาด้วยแน่น มันอาจจะใช้ป้องกันตัวอะไรไม่ได้มากนัก แต่นางจะไม่ยอมให้ใครมาจับตัวไปโดยไม่ขัดขืน
ชั่วเสี้ยววินาทีนั้น สายตาของนางเผลอเหลือบขึ้นไปยังชั้นสองของโรงน้ำชาที่อยู่ไกลออกไป... ที่ซึ่งเงาร่างสูงสง่าเคยยืนอยู่ตรงนั้น ความหวังริบหรี่ผุดขึ้นมาในใจแล้วก็ดับวูบไปอย่างรวดเร็ว นี่มันปัญหาของนางเอง จะไปคาดหวังให้จอมมารที่คุมขังนางอยู่ยื่นมือเข้ามาช่วยได้อย่างไร
กรงเล็บแหลมคมของอสูรตนหนึ่งยื่นตรงมาที่ไหล่ของนาง...
ฉับพลันนั้น อากาศทั่วทั้งตรอกก็หนาวสะท้านลงอย่างกะทันหัน ความกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู ทำให้ร่างของอสูรทั้งสามแข็งทื่อค้างอยู่กับที่ ลมหายใจของพวกมันติดขัดราวกับมีหินก้อนใหญ่วางทับอยู่บนอก
เงาดำทมิฬหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าตรอก มันค่อยๆ ก่อตัวเป็รูปร่างของบุรุษในอาภรณ์สีนิลสนิทเ้าของเรือนผมสีเงินยาวสลวย ดวงตาสีโลหิตของเขาเ็าราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเหนือจับจ้องมาที่กลุ่มอสูรทวงหนี้ ไม่มีความเกรี้ยวกราดใดๆ ในแววตาคู่นั้น มีเพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แต่กลับก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณ บีบคั้นโสตประสาทของผู้ที่ได้ยินจนแทบแตกสลาย
“คนของข้า... พวกเ้าก็กล้าแตะหรือ”
เพียงประโยคเดียว อสูรทั้งสามถึงกับหน้าซีดเผือด ขาทั้งสองข้างสั่นระริกจนยืนแทบไม่อยู่ พวกมันจำเ้าของกลิ่นอายแห่งความตายนี้ได้ในทันที ร่างสูงใหญ่ที่เคยดูน่าเกรงขามเมื่อครู่กลับทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดท่า