เปลือกตาที่หนักอึ้งของทิวาค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น แสงสว่างจ้าจากหน้าต่างบานใหญ่ที่ไม่ได้ปิดม่านสาดส่องเข้ามาจนเขาต้องหยีตา
สิ่งแรกที่เขารับรู้ได้ ไม่ใช่ภาพ แต่เป็ "ความเ็ป"
มันคือความเ็ปร้าวระบมไปทั่วทั้งร่าง กรีดร้องจากทุกอณูของร่างกาย โดยเฉพาะ—ด้านหลัง—ที่ยังคงปวดหนึบและแสบร้อนราวกับถูกฉีกกระชาก
เขาขยับตัว และนั่นคือความผิดพลาด
"อึก..."
เสียงครางแหบพร่าหลุดออกจากลำคอที่แห้งผาก รอยแสบแปลบปลาบแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง ต้นขา และหน้าท้อง ร่องรอยจาก 'เข็มขัด' เส้นนั้น มันยังคงสดใหม่
ทิวาก้มมองร่างกายของตัวเองที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เขาเปลือยเปล่า และเต็มไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบจางๆ และรอยแดงเป็ทางยาวที่น่าอับอาย
ข้อมือทั้งสองข้างแดงเถือกและแสบ ร่องรอยจาก 'กุญแจมือ'
เขาถูกกระทำ
เขาถูกย่ำยี ถูกลงทัณฑ์ อย่างไร้ความเป็มนุษย์
น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากหางตาโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะความเจ็บกาย แต่เพราะความเจ็บใจ ความอัปยศ และความสับสนที่ตีรวนอยู่ในอก
เขาเกลียด เขาเกลียดผู้ชายคนนั้น เกลียดจนแทบอยากจะฆ่าให้ตาย
แต่... ทำไม...
ทำไมััสุดท้ายที่อีกฝ่ายมอบให้ ไอ้จูบที่แสนอ่อนโยนหลังจากการกระทำที่ป่าเถื่อน และร่างกายของเขาที่ตอบสนองอย่างน่ารังเกียจ มันยังคงชัดเจน
แกร๊ก...
เสียงประตูห้องนอนถูกเปิดออก
ทิวาสะดุ้งสุดตัว! ร่างกายเกร็งขึ้นมาทันทีด้วยความกลัว! เขารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคอ หันหน้าไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่ตื่นตระหนก
ภาคิน
วันนี้ เขากลับมาอยู่ในชุดนักศึกษาธรรมดา เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเรียบร้อย กับกางเกงสแลคสีเข้ม ใบหน้าเรียบนิ่ง เ็า เหมือนกับ 'รุ่นพี่ภาคิน' คนเดิม
ราวกับว่าเื่เลวร้ายเมื่อคืน ไม่เคยเกิดขึ้น
ในมือของเขาถือถาดอาหารเช้า โจ๊กกุ้งร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอม และยา
"ตื่นแล้วเหรอ"
น้ำเสียงนั้นเรียบ ไม่ได้ดุดัน ไม่ได้เกรี้ยวกราด
ทิวาไม่ตอบ เขาทำได้แค่จ้องอีกฝ่าย ตัวสั่นเทาอยู่ใต้ผ้าห่ม
ภาคินเดินมานั่งลงที่ขอบเตียง ทิวาสะดุ้ง ขยับตัวหนีโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชิดกับหัวเตียง
"อย่า... อย่าเข้ามา..."
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย แววตาคมกริบนั้นฉายแววไม่พอใจอยู่ชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาเรียบนิ่ง
"กินซะ" เขาวางถาดลงบนโต๊ะข้างเตียง
"..."
"กูบอกให้กิน" เขาเน้นเสียง
ทิวากลืนน้ำลายฝืดๆ คำขู่เื่เพื่อน คำขู่เื่มิ้น มันยังคงดังก้องอยู่ในหัว เขาไม่มีทางสู้
มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมออกไป แต่แค่ขยับตัว ความเจ็บที่สะโพกก็แล่นปราดจนเขาต้องนิ่วหน้า
"อึก..."
ภาคินมองอาการนั้นนิ่งๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว "โง่"
เขาหยิบชามโจ๊กขึ้นมา ตัก แล้วเป่าเบาๆ
ภาพเดียวกับ—วันที่เขาป่วย
"อ้าปาก"
ทิวาส่ายหน้า น้ำตาเริ่มคลอหน่วย "ผม... ผมกินเองได้..."
"มึงจะกินดีๆ... หรือจะให้กู 'บังคับ' แบบเมื่อคืน"
คำว่า 'เมื่อคืน' มันเหมือนสวิตช์ที่กดลงบนความกลัว
ทิวาสะดุ้งเฮือก เขายอมอ้าปากรับโจ๊กช้อนนั้นแต่โดยดี โดยไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
ภาคินป้อนเขา คำแล้ว คำเล่า
ความอบอุ่นของโจ๊ก มันไหลผ่านลำคอ แต่กลับไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาอุ่นขึ้นเลย
มันน่าสมเพช
ผู้ชายที่เพิ่งข่มขืนเขา เฆี่ยนตีเขา กลับมานั่งป้อนข้าวเขาในเช้าวันต่อมา
นี่มัน บ้าบอที่สุด
แต่ทิวากลับเกลียดตัวเอง ที่ส่วนลึกของหัวใจ มันกลับรู้สึก 'ปลอดภัย'
ปลอดภัย ทั้งๆ ที่นั่งอยู่กับซาตาน
หลังจากกินโจ๊กและยาแก้ปวดไปจนหมด ภาคินก็วางชามลง ก่อนจะหยิบ 'ตลับยา' สีขาวสะอาดตลับหนึ่งขึ้นมา
"หันหลัง"
"...?"
"กูบอก ให้หันหลัง"
"คุณ... คุณจะทำอะไร" ทิวาถามเสียงสั่น
"ทายา หรือมึงอยากให้แผลมันอักเสบจนเน่า"
ทิวากัดริมฝีปากแน่น ความอับอายแล่นริ้วขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ แต่เขาก็ต้องยอม ค่อยๆ พลิกตัวนอนคว่ำ ซุกใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาลงกับหมอน
ผ้าห่มผืนหนาถูกเลิกขึ้น เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียน ที่บัดนี้มีรอยแดงเป็ทางยาวจากเข็มขัด และรอยช้ำจางๆ ที่สะโพก
ภาคินเปิดตลับยา กลิ่นเมนทอลหอมเย็นลอยแตะจมูก
นิ้วที่เย็นเฉียบ แตะลงบนผิวที่ร้อนผ่าว
"อ๊ะ!" ทิวาสะดุ้ง
ปลายนิ้วนั้น แตะยา แล้วลูบไล้ไปตามรอยแผล อย่างแ่เบา
มันเป็ััที่ 'อ่อนโยน'
อ่อนโยน จนน่าขนลุก
มันคือััเดียวกันกับมือที่ฟาดเข็มขัดลงมา คือมือเดียวกับที่ล็อคกุญแจมือเขา
"ทำไม..." ทิวาเค้นเสียงถามออกมา เสียงอู้อี้อยู่กับหมอน "ทำไม ต้องทำแบบนี้"
"..."
"ตบหัว แล้วลูบหลัง... คุณ... สนุกมากรึไง"
มือที่ทายาหยุดชะงัก
ภาคินโน้มตัวลง กระซิบที่ข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอจนทิวาสั่นสะท้าน
"กูไม่ได้ลูบหลัง"
"..."
"กูกำลัง... 'ดูแล' ของของกู"
เขาพูด
"กูทำมันช้ำ กูก็มีหน้าที่รักษามัน เพื่อที่กู จะได้ 'เล่น' มันต่อได้"
ทิวากำผ้าปูที่นอนแน่น นี่แหละ คือตัวตนที่แท้จริงของเขา
"ลุกขึ้น ไปอาบน้ำ" ภาคินตบลงที่สะโพกเบาๆ "วันนี้มึงต้องไปกับกู"
"ไปไหน... ผมไม่ไป ผมจะกลับหอ"
"มึงไม่มีหอให้กลับแล้ว" ภาคินพูดเสียงเรียบ "กูให้คนไปเก็บของของมึงมาหมดแล้ว ที่นี่ คือ 'บ้าน' ของมึง นับั้แ่วินาทีนี้"
ทิวาเบิกตากว้าง "ไม่! คุณไม่มีสิทธิ์!"
"กูมีสิทธิ์" ภาคินลุกขึ้นยืน "กูให้เวลามึงสิบห้านาที... หรือมึงอยากให้กู อาบให้"
สิ้นคำขู่ ทิวาก็รีบตะเกียกตะกาย พาเอาร่างกายที่บอบช้ำ ลุกจากเตียง แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที
สถานที่: "The Imperial Lounge" (ห้อง VVIP)
ชั้นบนสุดของโรงแรมหรูใจกลางเมือง
ทิวานั่งตัวลีบ อยู่ในมุมที่มืดที่สุดของห้องสูทส่วนตัวขนาดใหญ่
เขาถูกบังคับให้อยู่ในชุดใหม่ เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีม กับกางเกงสแลคสีอ่อน มันเป็เสื้อผ้าที่แพงระยับ และไม่ใช่สไตล์ของเขาเลยสักนิด มันทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็ 'ตุ๊กตา' ที่ถูกจับแต่งตัว
ภาคินนั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง เขากลับไปอยู่ในโหมด 'ทายาทมาเฟีย' พูดคุยเื่ตัวเลขที่ทิวาฟังไม่เข้าใจ กับชายวัยกลางคนในชุดสูทอีกสองสามคน
"เื่ 'เส้นทาง' ใหม่ ผมเคลียร์กับทางนายพลให้เรียบร้อยแล้ว" ภาคินพูดเสียงเรียบ "แต่ผม้าส่วนแบ่งเพิ่มอีกห้าเปอร์เซ็นต์ สำหรับค่า 'อำนวยความสะดวก'"
"ห้าเปอร์เซ็นต์! คุณภาคิน! นี่มัน..."
"ถ้าพวกคุณทำเองได้ ก็เชิญ" ภาคินยกชาขึ้นจิบ "แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็จ่ายมา"
การเจรจาที่แสนตึงเครียด ดำเนินไปอย่างเชือดเฉือน
จนกระทั่ง ประตูห้องถูกเลื่อนเปิดออก
ครืด...
"ขอโทษทีที่มาช้า ภาคินคุง พอดีรถมันติด"
เสียงที่ดังขึ้น เป็เสียงทุ้ม แต่ติดสำเนียงญี่ปุ่นนิดๆ
ร่างโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสีไวน์แดง ที่ดูฉูดฉาดแต่กลับเข้ากับเ้าตัวอย่างน่าประหลาด ก้าวเข้ามา
ใบหน้าหล่อเหลาตี๋อินเทรนด์ ดวงตาเรียวเล็กเหมือนสุนัขจิ้งจอก และรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ดูเป็มิตร แต่กลับทำให้ทิวารู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"เคนจิ" ภาคินเรียกชื่อนั้น แววตาแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย
"โอ้ กำลังคุยธุระสำคัญกันอยู่เหรอ" เคนจิพูด แต่สายตาของเขา ไม่ได้มองภาคิน
สายตาคู่นั้น กวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่ง ที่ทิวา
"อาระ... อาระ..." เคนจิยิ้มกว้างขึ้น "นั่นใครน่ะ ไม่ยักรู้ว่านาย 'เลี้ยงเด็ก' ไว้ในห้องทำงานด้วย"
คำว่า 'เลี้ยงเด็ก' มันเหมือนถูกตบหน้าอีกครั้ง
ทิวาก้มหน้างุด พยายามทำตัวให้เล็กที่สุด
"ธุระของมึงมีอะไร" ภาคินถามเสียงเย็น ไม่ตอบคำถามของเคนจิ
"ใจร้อนจังเลย" เคนจิเดินเข้ามา เขาไม่ยอมนั่ง แต่กลับเดินตรง มาหยุดอยู่ตรงหน้าทิวา!
"..." ทิวากลั้นหายใจ
เคนจิย่อตัวลงเล็กน้อย จ้องมองใบหน้าของทิวา อย่าง 'ประเมิน'
เขาจ้อง ั้แ่รอยแดงจางๆ ที่มุมปาก (จากที่ถูกตบเมื่อคืน) ไล่ลงมาที่ซอกคอ ที่เสื้อเชิ้ตผ้าไหมก็ไม่อาจปกปิดรอยจ้ำแดงๆ ที่ภาคินทำไว้ได้มิด
"อืม..." เคนจิพึมพำในลำคอ "ดูท่าทาง 'ดื้อ' ไม่เบานะเราน่ะ"
"..."
"โดน 'ทำโทษ' มาหนักเลยสิ ถึงได้นั่งเงียบเป็ใบ้แบบนี้"
เคนจิพูดกับทิวา แต่ทุกคำ มันคือการ 'ท้าทาย' ภาคิน
"มึงมานี่ มีธุระแค่นี้เหรอ" ภาคินพูดแทรก น้ำเสียงกดต่ำจนน่ากลัว
"ใจเย็นสิเพื่อน" เคนจิหัวเราะ ก่อนจะยื่นมือออกไป
หมายจะ 'เชยคาง' ของทิวาขึ้นมา!
หมับ!
"อ๊ะ!"
ไม่ทันที่นิ้วของเคนจิจะได้ััตัวทิวา
ร่างของทิวาก็ถูกกระชากอย่างแรง!
ภาคิน ลุกจากเก้าอี้ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขากระชากทิวาให้ลุกขึ้น แล้วดึงไปหลบ 'ด้านหลัง' เก้าอี้ของเขา
มันคือการกระทำที่ชัดเจน การ 'แสดงความเป็เ้าของ'
"โอ้ แตะไม่ได้เลยเหรอ" เคนจิยกมือขึ้น ทำท่ายอมแพ้ แต่แววตายังคงยียวน
"อย่า... แตะ... ของของกู" ภาคินคำรามเสียงต่ำ
บรรยากาศในห้อง ตึงเครียดจนแทบะเิ
"หวงขนาดนี้เลย" เคนจิยิ้ม "ไม่ใช่แค่ 'ของเล่น' แล้วมั้ง... ท่าทาง... จะ 'หวังแต่ง' เลยรึเปล่า"
คำว่า 'หวังแต่ง' ทำให้ทิวาที่หลบอยู่หลังเก้าอี้ ถึงกับเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของภาคิน
ภาคินไม่ตอบ เขาแค่จ้องเคนจิ
"กูมาวันนี้ แค่จะมายืนยันเื่ 'ท่าเรือ' พ่อกูตกลงตามที่ดีลของมึง... แต่..." เคนจิปรายตามองมาที่ทิวาอีกครั้ง "กูชักไม่แน่ใจแล้วสิ ว่าการทำธุรกิจกับคนที่ 'อารมณ์ไม่มั่นคง' เพราะห่วง 'เมียเด็ก' มันจะเวิร์คแค่ไหน"
"เคนจิ"
"หืม?"
"ถ้ามึงยังไม่หุบปาก แล้วไสหัวออกไปจากห้องกู" ภาคินพูดช้าๆ ชัดๆ "กูจะถือว่า ดีลนี้เป็โมฆะ และกูจะโทรหาพ่อมึง ว่าลูกชายมึง ทำธุรกิจ 'ส่วนตัว' จนทำให้ธุรกิจ 'ส่วนรวม' พัง"
รอยยิ้มของเคนจิ หายไปในทันที
"มึงขู่กูเหรอ ภาคิน"
"กูไม่เคยขู่ กูแค่ 'แจ้งให้ทราบ'"
ทั้งสองจ้องตากันเขม็ง
ทิวายืนตัวสั่นอยู่ด้านหลัง เขากำลังอยู่ท่ากลางา
เขากลัว เขากลัวผู้ชายทั้งสองคน
แต่...
เมื่อครู่ ภาคิน 'ปกป้อง' เขา
ไอ้ปีศาจที่ทำร้ายเขาเมื่อคืน กำลังยืนขวาง ปกป้องเขา จากปีศาจอีกตัว
มันคือความรู้สึกที่บิดเบี้ยว
เคนจิจ้องภาคินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเป็ฝ่ายยอมละสายตา
"ก็ได้ ก็ได้ กูไปก็ได้" เขายกมือขึ้น "ฝากไว้ก่อนเถอะ ภาคิน"
เขามองมาที่ทิวา เป็ครั้งสุดท้าย
"แล้วเจอกันใหม่นะ... 'หนูน้อย' หวังว่าครั้งหน้า กูจะได้ 'ชิม' ของที่เพื่อนกู 'หวง' บ้าง"
เคนจิหัวเราะ ก่อนจะเดินผิวปากออกจากห้องไป
ปัง!
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ภาคินก็หันขวับมาหาทิวา!
ทิวาสะดุ้ง ถอยหลังกรูด
แต่ภาคินกลับทำในสิ่งที่ทิวาคาดไม่ถึง
เขาไม่ด่า เขาไม่ตบ
เขากลับ ดึงร่างของทิวาเข้าไป 'กอด'
กอดแน่น จนทิวาแทบหายใจไม่ออก
"อึก..."
"มึงได้ยินมั้ย..." ภาคินกระซิบ เสียงสั่นเทาด้วยความโกรธที่ยังค้างอยู่ "มึงได้ยินที่มันพูดมั้ย"
"..."
"โลกข้างนอกนั่น มันจ้องจะ 'ขย้ำ' มึง มันจ้องจะ 'แย่ง' มึงไปจากกู"
เขากอดรัด ราวกับกลัวว่าทิวาจะสลายไป
"อยู่ที่นี่... อยู่กับกู... เข้าใจมั้ย"
"..."
"อยู่ที่นี่... จะไม่มีใคร... แตะต้องมึงได้... นอกจากกู... คนเดียว"
ทิวายืนนิ่ง อยู่ในอ้อมกอดของอสูรร้าย
อ้อมกอด ที่เพิ่งทำร้ายเขา
แต่ตอนนี้ มันกลับเป็อ้อมกอดเดียว ที่ 'ปกป้อง' เขา
ความสับสน ความเกลียดชัง ความกลัว... และ... ความรู้สึก 'เอนเอียง' ที่น่ารังเกียจ มันกำลังตีรวนกันในหัว
หัวใจที่แตกสลายของเขา มันกำลัง เอนเอียง ไปหาคนที่ทำลายมัน
ทีละน้อย