ตอนที่ 21 เมดที่อยู่ด้านหลังนั่น อันตรายไหม
วันแรกของการเรียนมาถึง เหล่านักเรียนเกรทเทอร์หน้าใหม่แห่งเกอแรนด้าต่างพากันตื่นเต้น
พวกเขาต่างก็มีความฝันเป็ของตัวเอง...นั่นรวมถึงฟอยเองก็เช่นกัน
เด็กหนุ่มผมทองตาสีฟ้า สวมชุดเครื่องแบบของโรงเรียนเกอแรนด้าที่มีโลโก้โรงเรียนอยู่บริเวณหน้าอกซ้าย
และมีเครื่องแบบอินทรธนูสีน้ำเงินติดอยู่ที่บ่าด้านขวาบ่งบอกว่าเขาอยู่ในคลาสบลูคราเคน
ฟอยเดินเข้าโรงเรียนด้วยท่าทางที่สง่าไร้ซึ่งความตื่นเต้นใดๆ
เขาสอบเข้าคลาสได้อย่างง่ายดาย...การสอบเข้าคลาสจึงกลายเป็เื่ที่น่าเบื่อสำหรับเขาไปเลย
เป้าหมายของเขาไม่ใช่การเป็เกรทเทอร์ชั้นซีนเหมือนใครๆ...แต่เป้าของเขาคือการได้เห็นเหล่าเกรทเทอร์สามงามในวัยเดียวกันต่างหากไม่แน่เขาอาจจะหาสาวได้สักสองสามคนจากโรงเรียนแห่งนี้ก็เป็ได้...
ว่าแล้วฟอยก็หันไปมองโดยรอบ
...และมันก็สมดั่งที่ใจเขาหวังโรงเรียนแห่งนี้เต็มไปด้วยเกรทเทอร์สาวงามมากมาย
“โคบี้นายคิดว่าไงถ้าชั้นจะเข้าไปจีบเธอคนนั้น...คนนั้นและก็คนนั้นด้วย~”
ฟอยพูดด้วยสายตาที่เป็ประกายลิ้นละห้อย...พร้อมกับชี้ไปที่สาวงามทั้งหลายภายในโรงเรียน
“เฮ้อ~”
...โคบี้ได้แต่ก้มหน้าถอนหายเขาไม่รู้จะทำยังไงกับนิสัยเ้าชู้ของนายน้อยของเขาแล้ว
----และในขณะที่ฟอยหันหน้าไปมองรอบๆและเดินไปพลางๆนั่นเอง...
“ปัค”
ร่างของฟอยก็เดินไปชนเข้ากับใครบางคน
“เฮ้ย! ตาไปมองไหนวะเดินไม่ดูทางเหรอไง”
ฟอยพูดออกมาด้วยความโกรธ...
ส่วนอีกฝ่ายนั้นดูงงขึ้นมาทันทีเนื่องจากเขาเดินมาดีๆ แต่ฝ่ายที่ไม่ดูทางคือฟอยต่างหาก...
ฟอยมองไปที่อีกฝ่าย เขาเห็นเป็เพียงแค่เด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งมาพร้อมกับผู้ติดตามที่เป็เมดสวมหน้ากากสีขาว...
แต่หลังจากนั้นฟอยก็ยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันทันทีเมื่อเขาเห็นเครื่องแบบอินทรธนูสีน้ำตาลติดอยู่ที่บ่าด้านขวา ของเด็กหนุ่มตรงหน้าบ่งบอกวันมันเป็คลาสขยะ อย่างคลาสบราวน์ทอรัส
“แกนั่นแหละ ตามองไปที่ไหนวะ”
อีกฝ่ายที่เป้นบราวน์ทอรัสพูดออกมาอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว
...ฟอยนับถือใจของหมอนี่จริงๆแม้จะเป็คลาสขยะก็ตาม
“แล้วทำไมแกมีปัญหาหรือไง...เป็แค่บราวน์ทอรัส อยากตายนักเหรอ”
ฟอยพูดด้วยรอยยิ้มที่อวดดี
...
“เห้ย! มึงดูนั่น...มีคนจะสู้กันละ”
“ไหนๆ”
“นั่นมันคลาสบราวน์ทอรัสนิ...ชักจะอวดดีเกินไปแล้ว”
เหล่าผู้คนต่างเข้ามามุงดูอย่างรวดเร็ว...
หนึ่งในนั้นก็มีหญิงสาวผมแดงผู้ใช้โกเล็มไฟหินเช่นกันก่อนที่เธอจะพูดกับตัวเองเบาๆ
“หึ! น่าเบื่อ...ก็แค่พวกชั้นต่ำสู้กัน”
จากนั้นเธอก็หันหน้าไปอีกทางแล้วเดินจากไป
...โรงเรียนเกอแรนด้าอนุญาตให้ต่อสู้กันในลานประลองเท่านั้นการประลองต้องได้รับการยินยอมทั้งสองฝ่าย และมีอาจารย์หรือรุ่นพี่คอยคุมอยู่เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นถือว่าเป็การทะเลาะวิวาทและมีความผิด
----กอนที่เดินอยู่ดีๆ ก็ถูกคนที่ไม่มองทางเดินมาชนพร้อมกับหาเื่เขา
วันแรกของการเรียนแท้ๆสิ่งที่กอนหวังไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว
“เงียบทำไม...คิดว่าเงียบแล้วเื่มันจะจบเหรอ”
ฟอยพูดด้วยท่าทางที่โอหังยิ่งกว่าเดิม
...และด้วยอิทธิพลของผู้ชมโดยรอบก็เช่นกัน
“ใช่ๆ เล่นมันเลย”
“อัดมันให้เละ ไอพวกขยะ”
“อวดดีนักเป็แค่บราวน์ทอรัส”
เสียงเชียร์จากผู้ชมยิ่งทำให้ฟอยรู้สึกหึกเหิม....
ในตอนนี้ฟอยใช้สกิลเรียกบอลเพลิงออกมาขู่เปลวเพลิงทรงกลมขนาดเท่าลูกฟุตบอลที่ลุกโชนอยู่เหนือฝ่ามือ มันเป็สกิลที่ธรรมดามากๆเขาไม่จำเป็ต้องใช้สกิลที่รุนแรงกว่านี้เลย เพียงแค่นี้...ก็มั่นใจได้เลยว่าบราวน์ทอรัสที่อวดดีอยู่ตรงหน้าต้องร้องไห้งอแงหนีหางจุกตูดไปอย่างแน่นอน
---ฟอยเตรียมที่จะปาบอลไฟอัดใส่ขยะบราวน์ทอรัสตรงหน้า
ฟอยก็หยุดชงักลงแทบจะในทันที เนื่องจากเขาััได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงจากเมดผู้ติดตามของมัน...และในตอนนี้ หลังของเขาก็ถูกสะกิดโดยโคบี้
...ก่อนที่โคบี้จะมากระซิบข้างๆหูของเขาเบาๆ
“นายน้อยครับผมว่าท่านไม่ควรจะวู่วามเกินไปนะครับ”
“อะไรโคบี้ นายกลัวเหรอ...มันก็แค่บราวน์ทอรัสเองนะ”
“มันก็จริงครับแต่ท่านคิดว่าจะมีสักกี่คนที่มีผู้ติดตามแบบนั้นละครับ...อีกอย่างท่านจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ในคฤหาสน์รัชเกตไม่ได้แล้วเหรอครับ...เพราะงั้นนายน้อยไม่ควรวู่วามแล้วทำใจให้เย็นลงหน่อยครับ”
…
ความคิดของโคบี้ทำให้ฟอยเริ่มคิดได้...
แต่ไอบราวน์ทอรัสตรงหน้ามันมองมาที่เขาด้วยสีหน้าที่แน่นิ่งและไร้ซึ่งความกลัว...มันน่าโมโหเป็อย่างมาก
และอีกอย่างเขากลัวเสียหน้าเป็ที่สุดเพราะเขาเคยบอกกับฝูงชนไปแล้วว่าจะเล่นงานมัน
…แต่ในอีกด้าน เขาก็ไม่ควรประมาทเมดผู้ติดตามของมัน
---ท่าทีของฟอยดูชงักขึ้นมา
เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดีหากเขาปาบอลไฟในมือออกไปตอนนี้ ก็เท่ากับว่าการต่อสู้จะเริ่มขึ้นทันที...
ผู้ชมต่างมองด้วยความเซ็งว่าเมื่อไหร่ฟอยจะเริ่มสักที
“เห้ย! หยุดทำไมวะ”
“นายกลัวเหรอ”
“อย่าป๊อดดิ เอาเลย”
ผู้ชมส่งเสียงยุแหย่
...ความกดดันทั้งหมดตกไปอยู่ที่ฟอย...ทั้งที่เขาเป็ฝ่ายหาเื่ก่อนเอง
ส่วนทางฝั่งเมดซีโร่เธอจำชายทั้งคู่ตรงหน้าได้แม้พวกมันจะไม่รู้จักเธอก็ตาม เนื่องจากในตอนนั้นเธออยู่ในสถานะไร้ตัวตน...ซากุระนั้นใจดีเกินไปหากในตอนนั้นเป็เธอที่เผชิญหน้ากับพวกมันแล้วละก็ พวกมันคงไม่มีทางมายืนหาเื่นายท่านอยู่ตอนนี้แน่...
ความลังเล และความกลัวที่จะต้องเสียหน้าทำให้ฟอยยากที่จะตัดสินใจ...
แต่แล้วทันใดนั้นเอง ฟอยก็เห็นทางออก...เขาสังเกตเห็นกลุ่มคนดังของโรงเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงมาที่พวกเขา
กลุ่มคนเ่าั้จะมีปลอกแขนสีแดงบ่งบอกว่าพวกเขาเป็สมาชิกสภานักเรียน...
ฟอยที่เห็นดังนั้นเขาก็ยิ้มออกมาทันที
“แกคงอยากตายนักสินะ...งั้นก็ตายสะ”
ฟอยง้างบอลไฟเตรียมที่จะปา
...
. . .
“พอแค่นั้นแหละ!”
ผู้หญิงคนหนึ่งจากกลุ่มสมาชิกสภานักเรียนพูดทักขึ้น
“พวกเธอ...คิดจะทำอะไรกัน”
ฟอยทำทีเป็หยุดชงักและใเมื่อเห็นเหล่าสมาชิกสภานักเรียน ก่อนที่จะยกเลิกสกิลบอลไฟ
“ชิ! ก็ไม่มีอะไรนิครับ”
ฟอยตอบด้วยสีหน้าที่ทำเป็ไม่พอใจนิดๆ
หากการต่อสู้ยังไม่เริ่ม ก็ยังถือว่าไม่ถือว่าเป็การทะเลาะวิวาทและไม่เป็การผิดกฎ
“หาก้าที่จะต่อสู้ ทำไมไม่ไปที่ลานประลองละ…”
ผู้หญิงคนเดิมที่ยืนอยู่หน้าสุดของกลุ่มสภานักเรียนเป็คนพูด
เธอมีใบหน้าและรูปร่างที่งดงามเธอพูดด้วยรอยยิ้มที่แสนหวาน
...เธอคือรองประธานนักเรียนชื่อดัง
“มาเรียนกันวันแรกแท้ๆ แล้วทำอะไรตามอำเภอใจแบบนี้มันหยามสภานักเรียนกันชัดๆ”
ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังทางด้านขวารองประธานพูดขึ้นด้วยท่าทางที่เดือดดาล...เขาเป็สมาชิกทั่วไปในสภานักเรียน
ในทันทีที่เขาเห็นว่ามีเด็กใหม่บลูคราเคนกำลังมีปัญหากับเด็กบราวน์ทอรัสที่นับเป็เพียงแค่ขยะชิ้นหนึ่งแล้วนั้นเขาก็กะจะเข้าข้างเด็กบลูคราเคนในทันที...เพียงแต่ รองประธานไม่เป็เช่นรองประธานนักเรียนเป็คนที่โลกสวยเกินไป เธอคิดว่าทุกคนทุกคลาสต้องเท่าเทียมกัน
...เขาจึงเลือกที่จะไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อเอาใจรองประธาน
“แบบนี้เราควรจะสั่งสอนเด็กใหม่สักหน่อยใหม่ครับท่านรองประธาน...”
ชายอีกคนในกลุ่มสภานักเรียนเป็คนพูด
“หุหุ...ไม่ละ พวกเขายังไม่ได้ทำผิดกฎอะไรเอาเป็ว่าครั้งนี้แค่ตักเตือนไปก่อนก็แล้วกัน”
รองประธานพูดด้วยรอยยิ้ม...
“ว้าว! คนนั้นสินะรองประธานที่ร่ำลือกัน”
“สวยกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย”
“คนนั้นรุ่นพี่เคนจินี้หน่า...คนที่ชนะการแข่งขันการประลองระหว่างโรงเรียนเกรทเทอร์ไง”
“ว๊าย! มีแต่คนดังทั้งนั้นเลย”
ฝูงชนต่างเปลี่ยนประเด็นไปชมเหล่าสมาชิกสภานักเรียนที่เต็มไปด้วยคนสวยหล่อ และคนมีชื่อเสียง
ฟอยเองก็เช่นในตอนนี้เมื่อเขาเห็นใบหน้าของรองประธานนักเรียนใกล้ๆมันก็แทบทำให้เขาอยากที่จะไปขอจีบในทันที
...
..
.
...เมื่อตักเตือนเสร็จ หลังจากนั้นกลุ่มสภานักเรียนก็เดินจากไป
ฟอย และกอนถูกเขียนชื่อลงบัญชีตักเตือนหากมีปัญหาครั้งหน้าอีก...พวกเขาจะโดนทำโทษ
ฟอยมองไปที่กอนด้วยสีหน้าที่หาเื่ทันที…
“รอดตัวไปนะแกคราวหน้าแกไม่โชคดีแบบนี้แน่...”
ฟอยพูดข่มในเชิงทที่ตัวเองเหนือกว่าแต่ภายในใจของเขานั้นรู้สึกโล่งใจเป็อย่างมาก ที่ไม่ต้องเสียหน้าจากอาการไม่อยากที่จะต่อสู้กลางคัน
...ก่อนที่จะเดินจากไปอย่างมั่นหน้าโดยที่ไม่รู้สึกเสียฟอร์ม
“อะไรของหมอนั่น…ปอดแหกก็พูดออกมาเถอะ”
กอนพูดออกมาเบาๆ
...เพียงแต่ ฟอยที่เดินจากไปไม่ไกลมากเขากลับได้ยินสิ่งที่กอนพูดอย่างชัดเจน
‘ทนไว้ ทนไว้ ทนไว้...รอก่อนเถอะ...หากชั้นรู้ว่าแกเป็คนของใครแล้วละก็ถึงตอนนั้นชั้นเล่นแกเละแน่’ ฟอยคิดในใจด้วยอารมณ์ที่เก็บกดแบบขั้นสุด...
ฟอยนั้นแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินเขาไม่อยากที่จะต้องอับอายหากมีอะไรผิดพลาด
...
----หลายนาทีต่อมา เวลาเข้าเรียนก็มาถึง
ภายในห้องเรียนธรรมดาที่แคบ และทรุดโทรมของคลาสบราวน์ทอรัส
มีนักเรียนอยู่ไม่เกิน 30 คนนับจากสายตาโดยรวมเป็ห้องเรียนที่ดูแตกต่างจากคลาสอื่นอย่างเห็นได้ชัด
ของคลาสอื่นนั้นห้องเรียนจะเป็ห้องสโลปขนาดใหญ่...
“เฮ้ยเพื่อน...นายเนี่ยสุดยอดไม่เบาเลยนะเปิดเรียนวันแรกก็มีเื่กับคลาสอื่นสะแล้ว”
ชายอ้วนคนเดิมเข้ามานั่งในที่นั่งข้างๆกอนแล้วพูดใส่ข้างหูเขา...
“ก็ไม่ได้ไปมีเื่อะไรนิ หมอนั่นมันเข้ามาหาเื่เองต่างหาก”
กอนตอนอย่างเบื่อหน่ายก่อนที่จะเอาหน้าฟุบนอนลงบนโต๊ะ
“นายไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเนี่ย ถึงกล้าไปมีเื่กับคลาสอื่น...หรือเป็เพราะคนติดตามของนาย”
พูดจบชายอ้วนก็หันไปมองสาวในชุดเมดสวมหน้ากากขาวที่ยืนอยู่ด้านหลังของกอน
“ก็บอกแล้วไงว่าหมอนั่นมันมาหาเื่เอง”
กอนพูดด้วยเสียงที่อู้อี้ เนื่องใบหน้าที่ฟุบลงบนโต๊ะและเขาก็เริ่มรำคาญชายร่างอ้วนที่เซ้าซี้ถามขึ้นมาบ้างแล้ว
“เอี๊ยด!!”
เสียประตูห้องเรียนถูกเปิดออก
ชายร่างสูงเกือบสองเมตรเดินเข้ามาภายในห้องด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม...
ชายคนนั้นสวมแว่นตากลมโต มีศรีษะที่บางแทบมองไม่เห็นเส้นผม มาในชุดอาจารย์ที่ดูสุภาพ เสื้อแขนยาวสีขาว และผูกเนคไทเรียบร้อย
...เพียงแต่ ชุดของเขานั้นน่าสงสารเป็อย่างมากเหมือนจะขาดแหล่ไม่ขาดแหล่ เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใหญ่โตของอาจารย์คนนั้นยิ่งกว่านักกล้ามมืออาชีพ...
นักเรียนทุกคนต่างเงียบลงทันทีเมื่ออาจารย์คนนั้นเดินเข้ามา
“พวกเธอคิดว่า อะไรคือสิ่งสำคัญของคลาสบราวน์ทอรัสละ”
อาจารย์คนนั้นเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มและนิ่งเรียบ
...นักเรียนส่วนใหญ่ต่างเงียบไม่กล้าที่จะตอบ หรือบางคนก็ไม่ได้สนใจที่อาจารย์คนนั้นพูดเลย
จากนั้นอาจารย์ก็เริ่มพูดต่อ----
“แน่นอนว่าไม่ใช่สกิล คลาสนี้อย่าหวังว่าจะมีใครสอนสกิล.......พวกเธออาจจะคิดว่ากามายสินะแน่นอนว่าสิ่งนั้นก็สำคัญ...แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของคลาสบราวน์ทอรัสจริงๆมันก็คือ....”
หลังจากนั้นนักเรียนทุกคนภายในห้องต่างก็ใขึ้นมาทันที...
อาจารย์คนนั้นขึ้นไปยืนบนโต๊ะ พร้อมกับโชว์ท่าแบ่งกล้ามจนเสื้อฉีกขาดเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“มันคือ......................‘กล้ามเนื้อ’ยังไงละ มัสเซิล! มัสเซิล! มัสเซิล! มัสเซิล!”
อาจารย์แว่นกลมกล้ามโตคนนั้น ะโออกมาด้วยเสียงที่ดังลั่น...นั่นทำให้กอนและนักเรียนคนอื่นๆ ต่างมองด้วยความใ และความอึ้ง
ภายในใจนั้นคิด...
‘นี่มันบ้าอะไรกันอีกเนี่ย’
.
.
.
ฝากติดตามผลงานเพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic