คำเตือน‼️ ในตอนนี้จะมีการพูดถึงเกี่ยวกับความเชื่อของไทยในเื่ต่างๆ และอาจจะสื่อสารออกมาในมุมมองของคนไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่ อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงการปกครองของไทยและสมัยอดีต โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
หลังจากที่ฮิวโกไลฟ์การทำช็อกหน้านิ่มไปอีกทั้งยอดโดเนทยังได้มาย่างถล่มทลายจากการสุ่มแจกของที่ทำขึ้น
วันนี้ฮิวโกและคิรินตั้งใจจะพาอลันมาศึกษาเกี่ยวกับประวัตศาสตร์ที่ทั้งคู่พอจะรู้ และแน่นอนว่ามันต้องเน้นความเป็ไทย ดินแดนที่มีทั้งความสวยและความแปลกอย่างเช่นการไหว้ตุ๊กตา
"อลันในสิ่งที่พี่จะบอกต่อไปนี้ แน่นอนว่ามันคือเื่จริง แต่หนูต้องทำความเข้าใจกับมันให้ดีรู้ไหม แม้จะมองดูว่าแปลกแต่เราจะไม่ลบหลู่โอเคไหม" คิรินเอ่ย ทั้งคิรินและฮิวโกเองเป็ประเภทสายมูเรียกทรัพย์หรือทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำเงิน อีกทั้งยังกลัวผีเช่นเดียวกัน
"ที่พี่จะเล่ามันเป็เื่ราวเกี่ยวกับประเทศไทย ในกาลก่อนที่จะมาเป็ไทยประเทศเล็กๆ ที่สมบูณณ์ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารที่หลากหลายจนทุกประเทศยอมรับ" คิรินเกริ่นนำขึ้น
"ในประวัติศาสตร์ประเทศไทยเคยถูกเรียกว่าสยาม สยามได้ผลัดเปลี่ยนมาหลายยุค ก่อนหน้านี้ไม่ได้รวมเป็ประเทศแต่แยกออกเป็แคว้นต่างๆ อีกทั้งยังได้รับการรุกรานจากชาวพม่า และภายใต้การกดขี่อย่างหนักทำให้ผู้นำได้ตัดสินใจทำการก่อฏ" ฮิวโกเอ่ย ในเื่ราวที่พอจะจำได้จากการดูหนังที่ถ่ายถอดออกมาให้ได้ดู อย่าถามหาจากการเรียนเพราะฮิวโกนั่งหลับอยู่ข้างๆ คิรินแทบจะทุกคาบสอน
"การสู้รบกินเวลายาวนานและสุดท้ายมันก็สิ้นสุดลง หลายครั้งที่แคว้นอย่างอยุธยาและสุโขทัยรุ่งเรืองแต่ก็ต้องจบลง สุดท้ายเมื่อาจากการก่อฏก็ได้จบสิ้น"
"ต่อมาสมเด็จพระเ้ากรุงธนบุรีได้รวมเอาแคว้นต่างๆ มาสถาปนาเป็อาณาจักรธนบุรีเป็เวลา 15 ปี ก่อนจะเข้าสู่ยุคของรัตนโกสินทร์"
"ในยุคของรัตนโกสินทร์ได้จัดระบบการปกครองแบบมีกษัติย์เป็ประมุข เวลายาวนานผลัดเปลี่ยนหลายรัชสมัย มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นหลายอย่าง"
"ในรัชการที่ 5 ได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาหลายอย่าง เช่น การนำรถไฟเข้ามาในประเทศ อีกทั้งได้มีการเลิกทาส ใน่นี้ประชาชนหลายคนต่างยินดีไม่น้อยที่ไม่ต้องคอยเป็ทาสใคร ใน่นี้เองยังได้เกิดาโลกครั้งที่หนึ่ง ทำให้ระบอบมีการเปลี่ยนแปลงถูกปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย มีกษัตริย์เป็ประมุข"
"การปกครองนี้มียาวนานจนกระทั่งในรัชการที่ 9 ในสมัยนี้เรียกว่าเป็ยุครุ่งเรืองของไทยเลย ทั้งการเกษตร เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ทว่ามันก็ต้องถึงจุดสิ้นสุด การเรียกร้องสิทธิได้เริ่มขึ้น การรัฐปะาจากหน่วยงานทหารได้เข้ามามีบทบาท"
"และถึงเวลาที่รัชการที่9 สิ้นลง การเปลี่ยนแปลงทางรัชสมัยได้เริ่มอีกครั้ง ทว่าในรัชการนี้เองเกิดโรคระบาดขึ้นโควิท 19 เป็เชื้อที่ติดต่อได้ง่าย หลายคนเสียชีวิตใน่นี้ เป็เวลากว่าสามปีที่เชื้ออยู่กับคนไทย"
"หลายครั้งที่เชื้อใกล้หมดแต่การมีผู้นำอย่างนายกที่ไม่คิดถึงประชาชนก็แย่เช่นกัน การนำนักท่องเที่ยวเข้ามาใน่รอยต่อมันไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก สถานการณ์แย่ลงอีกครั้ง"
"ในการปกครองตอนนั้นมันเกิดเหตุการณ์หลายอย่าง ทั้งกลุ่มนักเรียกร้องสิทธิเกิดขึ้น ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเหตุการณ์ตอนไหนจะดีขึ้น"
ฮิวโกและคิรินสลับกันเล่าเื่ราวไปเรื่อยๆ ในเื่พวกนี้เป็สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น หลายฝั่งถูกแยกออกเป็หลายเสียง ยากที่จะรับรู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ อลันนั่งฟังก็ได้จดบันทึกตามลงไป ต้องยอมรับว่าประวัติศาสตร์ที่คิรินกับฮิวโกเล่ามามันน่าสนใจไม่น้อย
"ต่อมาเองความเชื่อของไทย พี่บอกก่อนเลยว่ามันแปลกมาก ขนาดพี่ตอนนี้ยังคิดเลยว่าทำไปได้ไง" คิรินเอ่ย
"อย่างแรกคนไทยเป็คนชื่นชอบเื่โชคลาภ การพนัน อีกทั้งยังมีความเชื่อในสิ่งลี้ลับ ในแต่ละเดือนในวันที่1และ16 จะเป็วันหวยออก และแน่นอนว่าความชอบในเื่เสี่ยงดวงต้องมา ในวันขอหวยไม่ว่าจะมีอะไรแปลกเกิดขึ้นคนไทยก็สามารถทำมันออกมาเป็เลขได้"
"อย่างเช่นการฝัน ในจิตวิทยาบอกไว้ว่าความฝันเกิดจากสิ่งที่เรากดลงไปและระบายออกมาเป็ความฝัน ทว่าคนไทยมักจะบอกว่าเขามาให้โชคและตีเป็เลขออกมา ถ้าดวงดีก็ถูกแต่ถ้าไม่ก็โดนไป บอกเลยว่าการเล่นหวยมันสนุกมาก แต่ก็ลุ้นมากเช่นกัน" ฮิวโกบอก เพราะทั้งคู่ก็ติดหวยเช่ยกัน ถามว่าถูกไหมก็ไม่ แต่ก็เล่นทุกงวด
"ถ้าไม่ถูกแล้วจะเล่นต่อทำไมครับ" อลันถามบ้าง
"การลุ้นตัวโก่งมันก็สนุกไปอีกแบบ และถ้าถูกหวยมันก็สามารถขึ้นเงินและเอาเงินนั้นมาทำอะไรต่อได้หลายอย่าง" คิรินอธิบาย
"เชื่อไหมว่าคนไทยขอหวยจากธูปและต้นไม้ด้วยนะ ในความเชื่อโบราณบอกว่าต้นไม้ทุกต้นจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาศัยอยู่ เรียกว่านางไม้ ต้นตะเคียนก็เป็อีกหนึ่งความเชื่อ นางตะเคียนเป็นางไม้รูปร่างสวยสง่า นุ่งผ้าถุงห่มสไบ ทว่ามีนิสัยดุร้าย ไม้ชอบให้ใครมายุ่งกับต้นไม้ของตัวเอง"
"ในสมัยก่อนผู้คนมักจะต้นตะเคียนมาทำเป็สิ่งก่อสร้าง เช่นสร้างเป็เรือหรือบ้านเรือน แต่ก่อนที่จะมาแปรรูปได้ต้องทำพิธีขออนุญาติจากนางตะเคียนก่อน และเมื่อนำมาเป็สิ่งปลูกสร้างนางตะเคียนก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เช่น หากเป็บ้านเรือนก็จะเรียกว่าเ้าที่ หรือ ผีบ้านผีเรือน แต่หากเป็พาหนะก็จะเรียกว่าแม่ย่านางเรือ หรือแม่ย่านางรถ"
"ด้วยความศักดิ์สิทธิ์นี้เอง ทำให้ผู้คนเชื่อว่านางตะเคียนให้โชคได้ เมื่อใดที่มีต้นตะเคียนผู้คนจะพากันไปกราบไหว้ นำพวงมาลัยไปให้ หรือแม้แต่ชุดสวยๆ ก่อนจะขอหวย ในตอนนี้ต้องใช้สายตาที่เฉียบคมมาก มีครั้งหนึ่งเคยมีคนเอาแว่นขยายไปส่องดูด้วยนะ หากมองออกก็จะได้มาแต่ถูกไหมก็อีกเื่หนึ่ง"
"แล้วเลขมันมาจากไหนหรอ" อลันถาม
"ก็จากลายไม้นี่แหละ พี่บอกแล้วว่าคนไทยเก่งมองอะไรเป็เลขได้หมด" คิรินบอก
"ต่อมาก็เื่ผีสาง คนไทยมักคู่กับเื่ผีอยู่เสมอ แม้แต่บ้ายเรือนก็สามารถมีผีได้เช่นกัน เชื่อไหมว่าจะมีพวกเล่นของที่นำผีหรือศพมาทำพิธีเพื่อเอาไว้เป็ผู้ช่วยด้วยนะ ถ้าพวกสายขาวผีที่อยู่ด้วยก็จะได้กุศลและรอเวลาไปเกิดใหม่ ส่วนพวกสายดำมันเป็พวกชั่ว นำผีมาไว้ไปทำร้ายคนอื่น"
"แล้วอย่างนี้จะรู้ได้ไงว่าคนนั้นเก่งจริง" อลันถามอีกครั้ง
"ไม่มีใครรู้หรอก บางคนอาจจะแอบอ้างว่ามีดี แต่บางคนก็มีดีจริงๆและคนไทยก็มักจะเชื่อพวกต้มตุ๋นเสียด้วย" ฮิวโกบอก เพราะประสบการณ์ตรงทำให้เสียเงินไปหลายหมื่นเลยล่ะกับพวกต้มตุ๋น
"พี่เคยได้ยินมาว่ามีชายคนหนึ่งโดนทักว่าดวงตก หากไม่ทำพิธีภายในเจ็ดวันอาจเสียชีวิต แต่่นี้ชายคนนี้กำลังทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่ขึ้นมือมากๆ หาเงินก็ได้หลายบาท เจรจาก็สามารถเป็ไปอย่างราบรื่น ทว่าความเชื่อชายคนนี้ได้ไปที่บ้านและทำพิธี เห็นว่าเสียไปสองหมื่นกว่าบาท ในตอนนั้นเงินหมื่นมันเยอะมากๆ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนมารู้ทีหลังว่าคนที่ทักเป็พวกต้มตุ๋นหลอกเอาเงินมาหลายคนแล้ว" คิรินเล่าเื่ราวที่จำได้ให้อลันฟัง
ฮิวโกที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พาลคิ้วกระตุกไปด้วย เพราะเื่ที่คิรินเล่ามันคือเื่ของฮิวโกนั่นเอง ในตอนที่รู้เื่ฮิวโกหัวร้อนไม่น้อย แทบจะไปต่อยคนพวกนั้นให้ได้ ส่วนคิรินก็ได้แต่นั่งขำเพื่อนสนิทอยู่อย่างนั้น
"ชายคนนั้นโชคร้ายจัง" อลันเอ่ย
"เื่ผียังไม่จบ การตายก็สามารถเรียกได้หลายแบบ อย่างเช่นคนท้องหากตายพร้อมกับลูกที่ยังไม่เกิดจะเรียกว่าตายท้องกลม ในการตายนี้พวกสายดำจะนำน้ำเหลืองหรือเืมาทำพิธีเพื่อเป็ยาเสน่ห์ให้คนรักหรือลุ่มหลง ส่วนเด็กก็จะนำมาทำเป็ลูกกรอก เรียกว่ากุมาร นำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ "
"แต่หากตายธรรมชาติก็เป็เื่ของเวรกรรม แต่หากตายเพราะ้ายาเสน่ห์ แน่นอนว่ามันคือเื่ชั่ว" คิรินเอ่ย
"กุมารทองเป็เด็ก แน่นอนว่ามีคนเลี้ยงเช่นกัน หากเป็สายขาวกุมารก็จะเก็บกุศลรอไปเกิดใหม่ คอยดูแลบ้าน หรือหากมีเด็กก็จะคอยเป็เพื่อนเล่นที่ดี แน่นอนว่าเป็เด็กก็ต้องมีขนมและของเล่น ส่วนน้ำก็จะให้เป็น้ำแดง ส่วนที่ว่าทำไมเป็น้ำแดง อันนี้พี่ก็ไม่รู้" ฮิวโกบอกต่อ
"แล้วมันมีจริงหรือครับ กุมารทองน่ะ" อลันเอ่ยถาม หากตายไปแล้วก็ตายไปไม่น่าจะมีตัวตนขึ้นมาได้
"จากคนที่เคยเลี้ยงก็จะบอกว่ามันมีจริง เพราะหลายอย่างมันชวนสงสัย เช่นตอนดึกจะมีเสียงวิ่งเล่นของเด็ก หรือเสียงหัวเราะดังมา"
"ต่อมาเป็ผีเปรตบ้าง ความเชื่อนี้คือลูกตีพ่อตีแม่ หรือพูกด่าพ่อแม่ ตายไปเป็เปรต ตัวสูงใหญ่กว่าตึก มือใหญ่เท่าใบลาน ปากเท่ารูเข็ม ไม่สามารถดื่มหรือกินอะไรได้ ทรมานแบบนี้จนกว่าจะหมดกรรม" คิรินบอก
"ต่อมาก็ผีกระสือ ตามความเชื่อบอกว่า กระสือมีแต่หัวกับไส้ ชอบกินรกของเด็กแรกเกิด และกินของเน่าเสีย เวลาดึกจะถอดหัวออกและลอยไป เวลาลอยจะมีแสงสว่างจากดวงไฟของหัวใจลอยมา เมื่อกินอิ่มมักจะนำปากไปเช็ดกับผ้าที่คนตากไว้ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงบอกว่าห้ามตากผ้าไว้ค้างคืน หากตื่นมามีคราบให้ทำไปต้มกับน้ำเดือดหรือจุดไฟเผา เพราะจะทำให้กระสือตาย"
"ผีมีเยอะจัง ผมจะจำหมดไหม" อลันเอ่ย พร้อมกับจ้องโน๊ตตัวเอง
"อันนี้แค่ผีของภาคกลาง ยังมีผีของแต่ละภาคด้วย ประเทศไทยแบ่งเป็สี่ภาค แน่นอนว่าแต่ละภาคมีความเชื่อต่างกัน อีกทั้งยังมีความเชื่อแต่ละพื้นที่ด้วย หากหนูจะฟังจริงก็ต้องใช้เวลาหลายวัน" คิรินเอ่ย
"เอาล่ะงั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ไปทำอาหารกินกันไหม" ฮิวโกบอกเพราะตอนนี้กินเวลามาเยอะแล้ว
"เอาสิ วันนี้ทำอะไรกินดี" คิรินถาม
"ผมอยากกินข้าวผัด" อลันบอก
"งั้นทำข้าวผัดหมีห่มผ้ากัน" คิรินเอ่ยบ้าง
ทั้งสามได้พากันเข้าครัวมาเตรียมของ โดยจะมีข้างสวย น้ำมัน ไข่ไก่ ซอสสำหรับปรุง กระเทียมไว้ผัดให้หอม
ขั้นตอนแรกคิรินได้ทำการผัดกระเทียมกับน้ำมันให้พอหอม ตามด้วยข้าว และซอส คิรินเพิ่มซอสมะเขือเทศลงไปด้วยเพื่อเพิ่มสีสันให้ข้าว ผัดต่อไปเรื่อยๆ จนเข้ากัน
ต่อมาฮิวโกได้ทำการตีไข่ไก่ ใส่เครื่องปรุง ตั้งกะทะและเทไข่ลงไปกลิ้งให้ทั่ว ฮิวโกทำไว้หลายแผ่น เพราะแบ่งให้ทุกคนด้วย
เสร็จแล้วให้นำข้าวที่ผัดมาปั้นเป็รูปทรงต่างๆ โดยมีอลันเป็ผู้ช่วยอีกที และแล้วการปั้นที่แสนสนุกก็เริ่มขึ้น ทั้งสามปั้นรูปทรงต่างๆ ออกมา แม้จะเหมือนหมีหรืออย่างอื่นก็นับว่าสวย ถือว่าเป็การเชื่อมความสัมพันธ์อีกทีหนึ่งก็ได้
การจัดจานก็ตามแบบที่จินตนาการออกมา บางตัวก็หมีห่มผ้า บางตัวก็แมว บางตัวก็มองไม่รู้เื่ แต่มันก็ออกมาน่ารักไม่น้อย เมื่อถึงเวลาอาหารทุกคนก็มานั่งพร้อมกัน เสียงหัวเราะและความอบอุ่นเมื่อกินข้าวมันทำให้คิรินรู้สึกดีอย่างมาก
วันนี้จึงเป็อีกวันที่คิรินรู้สึกสงบสุข และอบอุ่นไม่น้อย
ตอนแต่งก็หวั่นๆ นิดหน่อย5555
ฝาก #ครัวของคิริน ด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ