อาหารมื้อแรกในดันเจี้ยน
ภายในความมืดมิดที่ว่างเปล่ากัสลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด เขาไม่รู้สึกถึงร่างกายของเขาหากแต่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่ในมหาสมุทรสีดำที่ว่างเปล่า
เขาไม่รู้สึกถึงมวลของน้ำแต่รู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยอยู่และกำลังไหลไปตามกระแสที่ไม่อาจจับต้องได้ แต่ััมันได้ด้วยความรู้สึกจากส่วนลึกของจิตใจ
‘ที่นี่..ที่ไหนกัน..ทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นเคยแบบนี้นะ’
มันเป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาด ทั้งที่คิดว่าเพิ่งจะเคยเห็นสถานที่แห่งนี้เป็ครั้งแรกแต่กลับรู้สึกคุ้นเคยกับมันอย่างน่าประหลาด
ในขณะที่คิดและทบทวนความทรงจำเพื่อหาที่มาของความคุ้นเคยนี้เองกัสก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ทวีความรุนแรงขึ้น รู้สึกเหมือนเขากำลังไหลไปตามแม่น้ำที่ค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นทุกขณะ
ไม่ถึงอึดใจต่อมาความมืดมิดก็หายไปและแทนที่ด้วยโลกสีขาวดำที่เกิดจากวังวนสีขาวดำที่หมุนวนไม่มีหยุด
วินาทีนั้นกัสตระหนักได้ในทันทีว่าเขาอยู่ในสถานที่แบบไหน
ในฐานะของทายาทของตระกูลอันดูวเดธผู้ชำนาญด้านิญญาผู้ที่มีบรรพชนเป็าาอันเดธผู้ยิ่งใหญ่ กัสย่อมมีความเข้าใจต่อตัวตนของาาอันเดธดีและเข้าใจดียิ่งกว่าคนทั่วไปมากเพราะว่าเขาเองก็เคยเป็าาอันเดธมาก่อน
สถานที่แห่งนี้คือช่องว่างิญญาเป็รอยต่อระหว่างความเป็และความตายที่มีอยู่ในดวงิญญาของาาอันเดธเท่านั้น
ทันทีที่ตระหนักถึงเื่นี้กัสก็ตกตะลึงไปเขาจำได้ว่าตัวเขาเป็าาอันเดธใน่สุดท้ายก่อนที่เขาจะกลับมาเกิดใหม่
และก่อนหน้านี้ไม่นานเขาก็รู้ตัวว่าตัวเขาได้สืบทอดพลังิญญามาจากชีวิตก่อนแต่ก็ไม่คิดว่าการสืบทอดนั้นจะไม่ใช่แค่พลังิญญาหรือความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว
แต่เป็การสืบทอดดวงิญญาทั้งดวงรวมไปถึงสถานะของาาอันเดธ
ทว่าตัวเขามันผิดปกติเขายังมีร่างกายของคนที่มีชีวิตไม่ใช่ร่างกายซากศพของาาอันเดธในขณะที่ดวงิญญาของเขากลับกลายเป็ดวงิญญาของาาอันเดธ
กัสสับสนเป็อย่างมากเพราะเขาไม่คิดว่าตัวเขาที่ได้เกิดใหม่อีกครั้งจะมีสภาพที่ผิดปกติแบบนี้
ในขณะนั้นเองกัสก็เหลือบไปเป็บางสิ่งบางอย่างที่ลอยอยู่ภายในช่องว่างิญญาของเขา
สิ่งที่ดูคล้ายแก้วผลึกสีขาวบริสุทธิ์ลอยอยู่ท่ามกลางวังวนสีดำขาวที่หมุนวนไม่มีหยุดผลึกสีขาวที่มีขนาดเท่ากับฝ่ามือลอยอยู่ตรงนั้นอย่างสงบและปลดปล่อยแสงสีขาวที่แฝงไว้ด้วยพลังชำระล้างออกมา
เมื่อแสงสว่างสีขาวสาดส่องเข้ามาที่ตัวเขากัสก็รู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น ราวกับกำลังนอนแช่อยู่ในบ่อน้ำร้อนท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเหน็บ
ความรู้สึกสุขสบายนี้ทำให้กัสลุ่มหลงอย่างบอกไม่ถูกความรู้สึกแย่ๆ ที่ติดค้างอยู่ในใจค่อยๆ สูญสลายหายไปอย่างช้าๆ พร้อมกับคำสาปแช่งที่ดังออกมาจากร่างกายของเขา
‘นี่มัน..หรือว่า!!’
พริบตานั้นกัสก็เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาความทรงจำก่อนหน้านี้ย้อนกลับมาในทันที ไม่นานนักกัสก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา
สิ่งที่ทำให้เขาหมดสติไปและตกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะดวงิญญาสองดวงที่เขากินเข้าไปความแค้นของผู้ที่ถูกฆ่ามันแทรกผ่านเข้าไปในดวงิญญาของเขาและพยายามทำร้ายเขา
มันเป็เื่ธรรมชาติและเป็หนึ่งในเหตุผลที่ไม่มีใครสามารถแย่งชิงพลังิญญาหรือพลังชีวิตของผู้อื่นได้
ทว่ากัสก็เผลอทำมันลงไปเพราะความเคยชินเขาลืมไปว่าตัวเขานั้นไม่ได้เป็เหมือนชีวิตก่อนอีกแล้วเขาไม่ได้มีร่างกายของาาอันเดธอีกต่อไปผลเสียของการกลืนกินิญญาจึงทำร้ายเขาได้แบบนี้
ในขณะเดียวกันเขาก็นึกสงสัยว่าผลึกแก้วสีขาวนี้มาจากไหนแล้วทำไมมันถึงมาอยู่ในช่องว่างิญญาของเขาได้
กัสอยากตรวจสอบมันอีกสักครั้งแต่เสียงเรียกของใครบางคนได้ปลุกเขาขึ้นมาเสียก่อน
เสียงที่ดังมาจากสถานที่อันห่างไกลในความรู้สึกของเขาเสียงที่แสนคุ้นเคยที่ทำให้ตัวเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงดูดและถูกดึงออกไปจากช่องว่างิญญาจนฟื้นกลับคืนมาในที่สุด
“พี่กัส!! พี่คะ!! อย่าเป็อะไรไปนะ!!”
เสียงร้องไห้ของน้องสาวทั้งสองคน เสียงเรียกของเด็กสาวผมทองทั้งสามเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเป็ห่วง
กัสลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความสับสนเขามองดูใบหน้าของน้องสาวที่เต็มไปด้วยน้ำตาและมองผ่านไปยังเด็กสาวผมทองทั้งสามที่มีท่าทีหวาดผวาและสับสนจนร้องไห้ออกมา
“ข้า..”
“พี่กัสฟื้นแล้ว!! ท่านพี่!!”
เมื่อสังเกตเห็นว่ากัสฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆน้องสาวทั้งสองก็โผเข้าใส่กัสทันทีใบหน้าของเด็กสาวทั้งสองซุกลงที่ตัวกัสพลางร้องไห้ออกมาด้วยความยินดี
กัสเองก็ยังสับสนอยู่นิดๆแต่ก็ยื่นมือออกไปลูบหัวของน้องสาวทั้งสองตามความเคยชินเพื่อปลอบโยนพวกเธอ
“พี่ไม่เป็ไรแล้ว..ไม่ต้องห่วง ไม่เป็ไรแล้ว”
ถึงจะรู้สึกสับสนนิดหน่อยที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นแต่กัสก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขามองไปรอบๆมองดูสภาพของห้องนอนที่คุ้นตาแบบแปลกๆและนึกขึ้นมาได้ว่านี้คือสภาพของบ้านหลังน้อยที่มาพร้อมกับดินแดนส่วนตัวในดันเจี้ยน
‘เราเข้ามาแล้วสินะ’
เมื่อตั้งสติได้กัสก็ตระหนักว่าเขาได้เข้ามาในดันเจี้ยนแล้วจริงๆจากนั้นจึงหันไปมองรอบๆ ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าตาที่เริ่มมีแสงสีส้มสาดส่องเข้ามา
“แย่แล้ว!!”
เสียงะโของกัสทำให้เด็กสาวทั้งห้าสะดุ้งด้วยความใน้องสาวทั้งสองถึงกับน้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวจนกอดแขนกัสแน่น
“อะไรคะ!! เกิดอะไรขึ้น อะไรแย่ค่ะ”
“พี่กัสอย่าทำให้หนูกลัวสิ..”
ท่าทีที่หวาดผวาของเด็กสาวทั้งสองทำเอากัสถึงกับยิ้มไม่ออกเขาต้องปลอบโยนพวกเธออยู่นานสองนานก่อนจะบอกให้พวกเธอเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ที่ข้าบอกว่าแย่แล้วก็เพราะว่ามันกำลังจะมืด..วันนี้พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเลยมันน่าเสียดายจริงๆ”
ได้ยินแบบนั้นทุกคนก็ผ่อนคลายลงและยิ้มออกมาเล็กน้อยคล้ายกับว่าเื่ที่กัสพูดออกมานั้นไม่ได้มีความสำคัญอะไรสำหรับพวกเธอเลย
ซึ่งมันก็จริงดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่มีอันตรายใดๆที่สำคัญคือพวกเธอเองก็มีเสบียงอาหารติดตัวมาไม่น้อยต่อให้วันแรกไม่ทำอะไรเลยก็ยังอยู่ได้สบายๆ
“ท่านพี่คงจะหิวแล้ว..หนูจะออกไปทำอะไรให้กินนะคะ”
พูดจบน้องสาวทั้งสองก็พากันออกไปจากบ้านและเริ่มทำอาหารให้กับกัสตามหน้าที่ของพวกเธอกัสเองก็พยักหน้าให้โดยไม่พูดอะไรแล้วลุกขึ้นจากเตียงที่มีขนาดเล็กเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับตัวเขา
‘สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาที่นอนสินะ..คิดถึงเมื่อก่อนเลยแฮะ’
คิดแล้วกัสก็ส่ายหน้าจากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วบิดตัวไปมาเพื่อตรวจสอบร่างกายของตัวเองพอเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรกัสก็เปิดประตูออกไปจากบ้านทันที
ตามมาด้วยเด็กสาวผมทองทั้งสามที่ยังไม่ได้รับมอบหมายงานใดๆจากกัส
กัสเองก็เห็นท่าทางแปลกๆของเด็กสาวทั้งสามเช่นเดียวกันและตระหนักได้ว่าพวกเธอกำลัง้าอะไร
“พวกเ้าสามคน..ไปรวบรวมหญ้ามา เลือกต้นหญ้าที่สูงกว่าหนึ่งฝ่ามือเก็บรวบรวมมาให้มากที่สุดแล้วกลับมาก่อนตะวันตกดิน”
“รับทราบค่ะท่านกัส!!”
เด็กสาวทั้งสามตอบรับด้วยรอยยิ้มท่าทางของพวกเธอนั้นดูมีพลังและมุ่งมั่นผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดซึ่งทำให้กัสได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ
‘ผึ้งงานนี่นะ พอได้ทำงานก็มีความสุข..’
แม้ว่ารูปร่างภายนอกจะดูเหมือนมนุษย์มากแต่เด็กสาวทั้งสามก็ยังเป็เผ่าแมลงและยังเป็ผึ้งงานที่เกิดมาเพื่อทำงานหนักอีกด้วย
หากวันไหนไม่มีงานให้พวกเธอทำพวกเธอก็จะรู้สึกอึดอัด ตลอดการเดินทางเด็กสาวทั้งสามเองก็เป็คนรับหน้าที่ดูแลกัสทุกอย่างและพยายามหางานให้ตัวเองทำอยู่เสมอๆถึงจะไม่ค่อยมีงานเท่าไหร่เพราะกำลังเดินทางก็ตามที
ทว่าตอนนี้พวกเขามาถึงจุดหมายปลายทางแล้วทั้งยังเข้ามาในดันเจี้ยนแล้วด้วยสำหรับเด็กสาวทั้งสามนี้คือที่ทำงานของพวกเธอมันจะแย่มากหากพวกเธอทำได้เพียงมองโดยไม่มีงานทำและอาจจะทำให้พวกเธอเครียดได้ง่ายๆ
กัสเองก็รู้เื่นี้ดีจากประสบการณ์ในชีวิตก่อนและรู้ดีว่าพวกเธอนั้นชอบทำงานขนาดไหน
ด้วยเหตุนี้เขาก็เลยส่งเด็กสาวทั้งสามออกไปรวบรวมหญ้าซึ่งไม่ใช่งานหนักอะไรและพวกเธอก็ทำตามโดยไม่สงสัยเลยสักนิด
คิดแล้วกัสก็อมยิ้มแล้วมองไปรอบๆก่อนจะเดินสำรวจรอบดินแดนของเขา
ทุกอย่างดูคล้ายกับดินแดนที่เขาเคยมีในชีวิตก่อนขนาดของมันเท่ากัน มีบ้านหลังน้อยและบ่อน้ำเหมือนกันหมด
สิ่งที่แตกต่างมีเพียงพื้นที่โดยรอบตำแหน่งของต้นไม้ใหญ่น้อยและพื้นที่ที่สามารถทำการเพาะปลูกได้เท่านั้น
“เล็กเกินไปจริงๆ กว้างราวๆ 10 ไร่เอง”
มองไปมองมากัสก็หันไปทางป่าเล็กๆที่ตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของดินแดนจากนั้นก็เดินเข้าไปในป่าโดยไม่ลืมะโบอกน้องสาวทั้งสองครั้งหนึ่ง
เด็กสาวทั้งสองที่กำลังเตรียมอาหารอยู่นั้นค่อนข้างที่จะสงสัยในสิ่งที่กัสทำแต่พวกเธอก็ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องรีบเตรียมอาหารให้เสร็จก่อนที่จะมืด
กัสเดินเข้าไปในป่าด้วยท่าทีที่คล่องแคล่วเป็อย่างมากซึ่งก็ไม่น่าแปลกเพราะชีวิตก่อนหน้านี้การเดินเข้าป่าเป็งานหลักของเขาเลยก็ว่าได้
่เวลาที่ต้องรอให้พืชผักเติบโตนั้นโดยมากกัสและน้องสาวจะพากันเดินเข้าป่าเพื่อค้นหาของป่ามาขายหรือไม่ก็นำมาทำอาหารกิน
วิธีนี้เป็วิธีที่ดีที่สุดในการหาDP ใน่ที่ต้องรอคอยให้พืชผักที่ปลูกเติบโตจนเก็บเกี่ยวได้
ป่าใน่เริ่มต้นนั้นเป็พื้นที่เล็กๆที่มีขนาดเพียง 1 ไร่เท่านั้น กัสในตอนนี้เดินวนแค่สิบนาทีก็ทั่วแล้ว
ทว่าการหาของป่าจากป่าเล็กๆนี้ก็ยังลำบากอยู่ไม่น้อยเพราะของป่ามันจะถูกซ่อนอยู่ด้วยใบไม้ใบหญ้าไปจนถึงพุ่มไม้ หากไม่มีความชำนาญมากพอแล้วละก็ การจะหามันจากป่าเล็กๆแห่งนี้ก็ไม่ง่ายเลย
แต่กัสนั้นมีประสบการณ์มาก่อนจากชีวิตก่อนด้วยทักษะและความชำนาญของเขา เพียงเดินวนได้รอบหนึ่งก็หอบของป่าที่กินได้กลับมาเต็มมือแล้ว
‘ป่าตอนเริ่มต้นก็หาได้ประมาณนี้ละนะ’
กัสพยักหน้าให้กับตัวเองเล็กน้อยแล้วนำเห็ด ผลไม้เล็กๆผักและหัวมันกลับมาเต็มมือ
เมื่อกลับมาถึงบ้านกัสก็เริ่มได้กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาตามลมและกองหญ้าสีเขียวสดที่ถูกวางเอาไว้ข้างบ้านกองสุมเป็กองเล็กๆกองหนึ่ง
“ไม่เลว..เด็กพวกนี้ขยันทำงานดีจริงๆ”
พูดจบแล้วกันก็เดินเข้าไปในบ้านเดินไปยังโต๊ะหินแล้ววางของป่าลงจากนั้นแยกมันออกเป็ส่วนๆ
“อันนี้..กินได้ อันนี้..อืมไม่น่ากินอันนี้รสชาติไม่เลว”
เขาแยกออกมาเป็ส่วนๆ จากนั้นขายส่วนหนึ่งทิ้งไปจนได้ DP มา 2 หน่วย ซึ่งถือว่ามากแล้วสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาในดันเจี้ยนวันแรก
ตามข้อมูลที่กัสได้จากการแลกเปลี่ยนกับคนอื่นในชีวิตก่อนรวมกับข้อมูลที่เขาได้มาจากประสบการณ์จริงทำให้กัสรู้ว่า
ป่า1 ไร่นั้นสามารถเก็บเกี่ยวของป่ามาขายได้เพียง 10 DP ต่อวันเท่านั้น
ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ค้นหาว่าจะหาของป่าได้มากน้อยขนาดไหนเท่านั้นหากมีบางส่วนที่หลุดรอดสายตาไป เช่นนั้นก็ถือว่าอดเพราะหลังจากผ่านไปวันหนึ่ง ของป่าก็จะเริ่มปรากฏขึ้นมาใหม่เพื่อเติมเต็มจำนวนที่ขาดหายไปจากการเก็บเกี่ยว
แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีข้อดีของป่าที่หลุดรอดไปได้นั้นมันจะค่อยๆเติบโตตามธรรมชาติทำให้บางครั้งก็มีการละเลยอย่างจงใจเพื่อรอให้ของป่าชนิดนั้นๆเติบโต
DP ที่ได้มาจากการขายของป่านั้นมีน้อยเกินไปแต่ก็พอจะแลกเอาของใช้จำเป็มาได้ส่วนหนึ่งอย่างผ้าห่มหยาบที่ราคา 1 DP และเนื้อสัตว์ชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 ขีด ราคา 1 DP
เนื้อสัตว์สดๆนี้เป็ของที่ดีมากสำหรับกัสเขานำออกไปนอกบ้านแล้วส่งให้น้องสาวทั้งสองที่มองมาด้วยความประหลาดใจ
“ท่านพี่เอามาจากไหนหรือคะ”
“ข้าใช้ DP ซื้อมานะ”
ได้ยินแบบนั้นเด็กสาวทั้งสองก็ขมวดคิ้วทันทีพวกเธอเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทีที่เป็ห่วงมากกว่าไม่พอใจ
กัสเองก็เข้าใจว่าพวกเธอคิดยังไงและอธิบายให้พวกเธอฟังอย่างใจเย็น
“ไม่ต้องห่วง..นี้จ่ายไปแค่ 1 DP เท่านั้นแถมยังเป็ DP ที่ได้มาจากของป่าที่พี่เก็บได้ด้วย..”
“แบบนี้เอง..”
“เอ๋ ของป่านี้..ท่านพี่เก็บมาจากป่าตรงนั้นหรอคะ!!”
สองสาวเข้าใจในทันทีและมีท่าทีใไม่น้อยที่กัสสามารถหา DPได้ง่ายๆ ในเวลาเพียงสิบกว่านาทีแบบนี้
ก่อนที่จะมาถึงเด็กสาวทั้งสองเองก็หาข้อมูลของดันเจี้ยนมาก่อนพวกเธอจึงรู้ว่า DP นั้นหาไม่ได้ง่ายๆเลย
หากไม่ลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์จากดันเจี้ยนมาปลูกก็แทบจะไม่มีวิธีหา DP ที่ดีเลยการเก็บของป่าเองก็ถูกพูดถึงเหมือนกันแต่ก็ได้ยินว่าไม่ง่ายเลยสำหรับมือใหม่
ทว่าพี่ชายของเธอกลับได้ของป่ามาขายหลังจากเดินเข้าไปในป่าเพียงสิบกว่านาทีแบบนี้ไม่แปลกเลยที่เด็กสาวทั้งสองจะประหลาดใจ
แต่ในเวลาเดียวกันพวกเธอก็รู้สึกประทับใจและชื่นชมกัสมากเหมือนกัน
สองสาวทำตามที่กัสบอกพวกเธอรับเอาเนื้อและของป่าอื่นๆที่สดใหม่ไปทำอาหารสำหรับกัสและพวกเธอ
ทางด้านของเด็กสาวผมทองทั้งสามที่รวบรวมหญ้ามาได้เต็มแขนก็เดินกลับมาอีกครั้งในสภาพที่ใบหน้าแดงระเรื่อจากการทำงานแขนขาของพวกเธอเปื้อนไปด้วยเศษดินและหญ้าทำให้ดูมอมแมมอยู่บ้างพอสมควร
เห็นแบบนั้นกัสก็ยิ้มและเงยหน้าขึ้นมองดูดวงอาทิตย์ที่กำลังจะหายไปจากขอบฟ้าแล้วมองดูกองหญ้ากองเล็กๆ
“พอแล้ว..ไม่ต้องเก็บหญ้าแล้ว วันนี้พอแค่นี้แหละตอนนี้ไปล้างมือแล้วมารอกินข้าวกันเถอะ”
เด็กสาวทั้งสามหยุดนิ่งไปเล็กน้อยสีหน้าของพวกเธอนั้นแสดงออกอย่างเด่นชัดว่ายังไม่พอใจเท่าไหร่แต่คำสั่งก็คือคำสั่งมันไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอจะปฏิเสธได้จึงยอมทำตามที่กัสบอกทุกอย่าง
ไม่นานนักโต๊ะขนาดเล็กก็ถูกนำออกมาจากกระเป๋ามิติของกัสซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเขาจัดวางโต๊ะเก้าอี้ลงที่หน้าบ้านแล้วปล่อยให้เด็กสาวทั้งห้าคนทำหน้าที่จัดโต๊ะอาหารต่อไป
รอไม่นานนักอาหารก็ถูกจัดวางบนโต๊ะจนครบเด็กสาวทั้งห้าก็เข้ามานั่งตามตำแหน่งน้องสาวทั้งสองนั่งฝั่งขวา ส่วนเด็กสาวทั้งสามนั่งฝั่งซ้ายเรียงกันไปตามลำดับ
กัสมองดูอาหารบนโต๊ะเล็กน้อยแล้วขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเนื้อที่เขาซื้อมานั้นถูกจัดวางไว้ในจานของเขาจนหมดในขณะที่เด็กสาวทั้งห้ามีเพียงเนื้อแห้ง
“ขอโทษนะคะท่านพี่..พวกเรามีเนื้อน้อยไปหน่อย”
“ข้าไม่ได้ไม่พอใจเื่นั้น..ทำไมเ้าไม่แบ่งให้เท่ากันเอาไปตัดแบ่งให้ทุกคนเท่าๆ กันซะ”
“ต..แต่ว่า เนื้อชิ้นนั้นท่านพี่เป็คนหามาได้”
เห็นแบบนั้นกัสก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆแล้วเลื่อนจานของเขาไปด้านหน้าของน้องสาว
“ที่นี่พวกเราต้องอยู่ด้วยกันอีกนานเลยนะ..ถ้าพวกเ้าเอาแต่ส่งทุกอย่างมาให้ข้าพวกเ้าจะไม่มีแรงทำงานนะรู้ไหม..อีกอย่าง ข้าเองก็เพิ่งจะกินไปตอนนี้ก็เลยไม่หิวเท่าไหร่เพราะงั้นเอาไปแบ่งให้เท่าๆ กันเถอะ”
น้องสาวทั้งสองหันมามองหน้ากันด้วยความจนใจจากนั้นก็พยักหน้าแล้วนำเอาจานใส่เนื้อของกัสไปทำการตัดแบ่งเพื่อให้ทุกคนได้เนื้อเท่าๆกัน
แต่ท้ายที่สุดก็ยังแอบจัดเนื้อให้กัสมากกว่าคนอื่นอยู่ดีซึ่งกัสก็ทำได้เพียงยิ้มน้อยๆ แล้วรับเอาไปกินโดยไม่พูดอะไร
เนื้อสดๆจากดันเจี้ยนนั้นเป็ของดีมากและเป็ของที่หากินได้ยากที่ข้างนอก รสชาติของมันนั้นชุ่มช่ำเต็มไปด้วยความหวานของเนื้อและนุ่มมากอีกด้วยทั้งที่ไม่ได้ผ่านการหมักอะไรเป็พิเศษ
เมื่อกินเข้าไปได้สองคำเนื้อในจานของกัสก็หมดทว่าเขาไม่รู้สึกเสียดายเลยเมื่อได้เห็นรอยยิ้มที่น่ารักของเด็กสาวทั้งห้าที่กำลังกินกันอย่างมีความสุข
‘ใช่แล้ว..แบบนี้แหละ ทุกคนจะต้องได้กินจนอิ่มท้องจะต้องไม่มีใครหิวโหยอีก..’