2
มากินไอติมกันคร้าบ
ที่บ้านตอนนี้ ไอ้ตัวต้นเื่กำลังสวาปามอย่างมูมมามบนโต๊ะมีกับข้าวสามอย่างที่ทำง่าย ๆ พร้อมน้ำซุป
“อร่อยอ้ะ!” มันร้องแบบมีแสงออกจากปาก
ผมมองมันกินทุกอย่างหายวับไปกับตาในเวลาอันรวดเร็ว“ขอบคุณน้าเจินเค้าเลยนะ ต้องกุลีกุจอลุกมาทำอาหารให้แก”
“โอ้ ไม่เป็ไรค่ะน้องไวน์”น้าเจินในชุดนอนผ้าซาติน คลุมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีกรมร้องปฏิเสธ
ถึงอายุจะสี่สิบห้าแล้ว แต่น้าเจินก็ยังคงความงามไว้เหมือนตอนที่ผมยังเด็กแถมยังจะดูสวยขึ้นรึเปล่านะ
“โอ๊ะ! น้าเจินตัดผมสั้นแล้วโคตรจะปัง” คิรินร้องะโพร้อมยกนิ้วโป้งสองข้าง
“เพิ่งจะสังเกตเหรอคะน้าตัดมาสามเดือนแล้ว” คนถูกชมยิ้มเขินนิด ๆ ยกมือทัดหู แล้วรับภาชนะอาหารจากเ้าเด็กตระกละมาใส่รวมกันในถาด“น้าไปจัดการในครัวก่อนนะคะ”
ผมพยักหน้าแล้วน้าเจินจึงเดินหายไป
น้าเจินไม่ใช่น้องสาวของแม่หรอกแต่เธอคือคนที่ช่วยเลี้ยงดูพวกเรา ตอนที่แม่ยังต้องออกทำงานหาเงินเลี้ยงลูก ๆเพราะสมัยนั้น ลำพังพ่อคนเดียว คงแบกรับภาระลูกสามคนไม่ไหวน้าเจินอยู่กับพวกเรามานานจนเหมือนคนในครอบครัว
“อยากได้น้าเจินไปอยู่ที่บ้านจัง...”ไอ้ตัวแสบทำหน้าเพ้อฝัน “โอ๊ย!”มันร้องแล้วยกมือขึ้นลูบป้อย ๆ เพราะผมดีดหน้าผากเข้าไปซะหนี่งที
“เค้าไม่ได้มีหน้าที่ทำอาหารแก้เมาค้างให้แก๊งก๊งยาดองหรอกนะ”ผมเบ้ปากมองคนตรงหน้าอย่างระอา
ไอ้คิรินหัวเราะแห้ง
“จะริลองอะไรให้มันเกรงใจผนังไวน์กับเตกีลาในห้องนี้บ้าง”
เหมือนกับชี้โพรงให้มันนึกได้คิรินดีดตัวลุกไปยืนหน้าชั้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วไปลูบ ๆ คลำ ๆ อย่างระรานตา“เสร็จผมแน่...”
ผมกระชากคอเสื้อมันกลับมา “เป็เด็กห้ามขี้เมารู้มั้ย”
“แต่ผมโตแล้วนะพี่ไวน์ ขนขึ้นแล้ว”
“ขนอะไร?” ผมเลิกคิ้วรู้ทัน
“ก็ขนรรรักแรรร้...” มันกระดกลิ้นรัว ๆ กวนประสาท
“เลิกทะลึ่ง เชิญไถลตัวกลับบ้านแกไปได้แล้ว”
“อ้าว ใครมารับอ้ะ!” มันรีบร้อง ะโตัวเหยง ๆ “ผมจะนอนที่นี่ ผมอยากนอนที่นี่อ้าอยากนอนกับพี่ไวน์” พร้อมเกาะแขนผมติดหนึบ
“เจ่เจ้จอดรถรอแกหน้าบ้านแล้วเตรียมโดนหัตถ์พายุหมุนลุ้นรักได้เลย” ผมขู่พร้อมแกะมือมันออกจากแขน ก่อนจะฉุดกระชากลากถูมันออกมาหน้าบ้านแล้วจับยัดใส่รถเจ่เจ้ทั้งที่มันร้องโหยหวนขอชีวิต แต่ผมก็ปิดประตูใส่หน้ามันอย่างไร้เยื่อใยมองดูหน้าสิ้นหวังที่บี้กับกระจกเคลื่อนผ่านไปอย่างว่างเปล่า
เหนื่อยฉิบเป๋ง! ตอนนี้คิรินตัวใกล้เท่าผมแล้ว น้ำหนักดูจะมากกว่าด้วย อีกหน่อยผมต้องเป็ฝ่ายโดนมันลากแทนแหงๆ
ผมยกคอเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่ปลายจมูกแต่ว่า...
“ผมชื่อคีย์เผื่อเราจะต้องเจอกันอีก”
จู่ๆ ใบหน้าไอ้คนตัวสูงนั่นก็ลอยมาเพราะกลิ่นน้ำหอมที่ติดมือ...
ใช่ครับผมจับมือตอบตอนที่เค้ายื่นมือมาแสดงความรู้จัก มือใหญ่หนา แต่ัันุ่มนิ่มเหมือนคนทาแฮนด์ครีมตลอดเวลา... ก็ผมมีมารยาทนี่นะไม่ใช่ว่าจะพิศวาสอยากจงอยากจับนักหรอก แต่นี่มันจะเกินไปแล้ว! น้ำหอมยี่ห้ออะไรกัน น้ำหอมจากฮอกวอตส์หรือไงเนี่ย!จับทีเดียวมันจะติดมืออะไรขนาดนี้!
มันหอมอ้ะ ผมยกมือขึ้นมาดมอีก
เฮ้อ... มันดีจัง
อย่างยอมรับ ผมชอบกลิ่นนี้
ผมว่าผมกดย้อนฟังท่อนที่อาจารย์พูดมาแล้วอย่างน้อยห้าครั้งแต่ทำไมมันไม่เข้าหูเอาซะเลย... มันเหมือนกับเสียงบทสวดของชาวลามะทิเบตแล้วผ่านไปโดยไม่มีอะไรตกเข้ามาในหูเลย
หูบอก หูก็เหนื่อย...
ผมถอยเก้าอี้ แล้วซบลงกับโต๊ะเกยคางด้วยหนังสือที่เวียนใช้อย่างสมบุกสมบันเล่มหนึ่งในห้องสมุดนี้ ถึงมันจะไม่ถูกต้องกับผิวหน้าเพราะสิวจะต้องขึ้น แต่ก็ช่าง... ผมปล่อยให้คลิปรีรันการสอนวิ่งอยู่บนหน้าจอไอแพดอย่างโดดเดี่ยวแล้วหยิบมือถือมาสำรวจคอลเลคชั่นใหม่ดีกว่า
ผมยิ้มร่าตอนเลื่อนเปิดดูคอลเลคชั่นจากแบรนด์ระดับโลกต่างๆ ในใจอยากได้กำไลคาร์เทียร์อันเล็ก ๆ เรียบ ๆ อันใหม่ เดี๋ยวอ้อนพี่วินให้ซื้อเป็ของขวัญวันเกิดน่าจะเป็เื่ราวดีๆ หุหุ ถึงวันเกิดจะอีกหลายเดือน ไม่เป็ไร รอได้ ระหว่างนี้ ก็ขอดูกระเป๋ารองเท้าไปพลาง ๆ แล้วกัน Celine กับ Balenciagaมีอะไรมาใหม่บ้างน้า...
นี่คือกิจกรรมที่ทำให้ผมหลุดออกจากความกังวลทั้งปวง
แต่สักพักดูเหมือนความเพลิดเพลินเจริญใจจะถูกรบกวน มีใครบางคนปาเศษกระดาษที่ขยำเป็ก้อนกลมเล็กมาใส่หัวผมพอเงยหน้าขึ้นมอง มันก็ถูกปามารัว ๆ อย่างแม่นยำจากคนที่อยู่โต๊ะตรงข้าม
“เพลินเลยนะ” ผมยกคิ้วบอก พลางปัด ๆมันออกจากหัว แม้จะประหลาดใจที่เห็นเค้าก็ตาม
คนตรงข้ามหัวเราะคิกชอบใจ วันนี้เค้าดูดีกว่าเมื่อวานรึเปล่านะหรือเพราะโต๊ะสีขาวสะท้อนจากแสงแดดข้างนอก จนรีเฟล็กซ์เป็แสงออร่า
“กับคนเพิ่งรู้จักสามารถเล่นแบบนี้กันได้แล้วเหรอ?”
คีย์ลุกพาตัวสูงเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามที่โต๊ะเดียวกันกลิ่นน้ำหอมของเค้าลอยใกล้เข้ามา... สร้างความสดชื่นให้ผมได้อย่างน่าประหลาด
ใกล้ขนาดนี้ ก็ยิ่งได้เห็นหน้าเค้าชัดขึ้น วันนี้ผมสีดำของเค้าถูกเซ็ตแบบคอมมาสไตล์ต่างจากเมื่อวานที่ปล่อยเซอร์เป็หัวเห็ด
ใบหน้าของคีย์เรียวยาว ที่น่าอิจฉาคือกรอบหน้าชัดเป๊ะไม่รู้ว่าต้องให้คุณหมอยิงอัลเทอร่ากี่ช็อตถึงจะจัดมุมได้ขนาดนี้ คิ้วดำหนาแต่ละเส้นเรียงตัวสวยมันถูกตัดแต่งอย่างกริบ! เค้ามีตาชั้นเดียว ไม่สิๆ นั่นมันเรียกว่าตาสองชั้นหลบในชั้นตายอดฮิตในหมู่ไอดอลชายเกาหลี ขนตาเค้าเด้งยาวออกมา จมูกโด่งรับกับคางริมฝีปากเล็กๆ และนั่น ริมฝีปากชมพูระเรื่อกำลังขยับ
“ก็เป็เพื่อนกันแล้ว”เค้าว่าพร้อมยื่นหน้าเข้ามา
“ผมไม่ได้สนิทกับคุณ”ผมขยับถอยเล็กน้อย เรามันก็ลูกพระยานาหมื่น ใครจะมาตีสนิทง่าย ๆ ได้ยังไงกันหวังผลประโยชน์อะไรรึเปล่าก็ไม่รู้
“อย่าใช้คำห่างเหินขนาดนั้นดิ่”
ผมเลิกคิ้วแทนคำถาม “เรียก ‘มึง’ ได้เลยเหรอ?”
“ใจเย็น ๆ” เค้าร้อง “เรียกเธอกะเรา” เค้าบอก บอกแบบหน้าตาเฉย
โอ้โห อยากจะอ้วกอ้ะ! ผมทำหน้าพะอืดพะอมแบบไม่ปกปิด ไม่รู้เค้าจะสังเกตได้รึเปล่า
“ทำไม ตลกเหรอ?”
เออค่าาา! มันตลก ยังไม่รู้ตัวอี๊ก!
“คุณมาทำอะไรที่ห้องสมุด”ผมรีบเปลี่ยนเื่ แล้วเสมองไปรอบ ๆ
“ถ่ายงานให้ ม.” คีย์ตอบ พร้อมกับชี้ไปยังทีมงานบางส่วนที่กำลังเก็บของ
นี่มันเซเล็บอินฟลูเอนเซอร์ชัด ๆถึงว่าวันนี้เค้าดูหล่อเวอร์ เอ่อ นั่นแหละ ผมก็แค่ชื่นชมตามที่ได้เห็น ดีก็ว่าดีไม่ดีก็บอกว่าดี... และเค้ายังคงดูดีในชุดนักศึกษา
“แล้วคุณอะ?”เค้าถามกลับ
แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบท้องเ้ากรรมก็ดัน
โครก...
ไอ้บ้าเอ๊ย!
“ท้องร้องใช่ป้ะ”คนตรงข้ามทักด้วยมุมปากขัน
ผมพยักหน้ายอมรับ “ผมหนีเพื่อนมาฟังคลิปรีรันอาจารย์แล้วก็ฟังไม่รู้เื่ แล้วมื้อเช้าก็น่าจะย่อยไปตั้งกะเจ็ดโมงเช้าโน่น และตอนนี้ก็กำลังหิวอีกแล้ว”ผมว่าผมพูดเรื่อยเปื่อย ขณะกำลังเก็บสัมภาระนิดหน่อยตรงหน้าผมชี้ให้เค้าจัดการเศษก้อนกระดาษเล็ก ๆ ที่ปาใส่หัวผมด้วย เค้าก็ใช้มือกวาด ๆมาใส่ในอุ้งมืออีกข้างอย่างเรียบร้อย “เดี๋ยวเอาไปทิ้งข้างนอก” เค้าบอก
“อย่าลืมไปล้างมือด้วยล่ะ” ผมบอกเค้า “แต่ว่า...” จู่ ๆ ก็นึกได้ว่ายังไม่ได้ขอโทษเื่เมื่อคืนนี้“คุณว่างอยู่ใช่ป่ะ เราไปกินข้าวกัน” ผมชวน
คีย์ยกแอปเปิ้ลวอตซ์ขึ้นมาดูแล้วคิดนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้า
“เดี๋ยวผมเลี้ยงเองไถ่โทษเื่เมื่อคืนหน้าไนต์คลับ”
คนฟังทำหน้าไม่อยากจะเชื่อหู แต่เป็อันตกลง คนกำลังหิวอย่าลีลามากความคีย์บอกว่ารถจอดอยู่หน้าห้องสมุดใกล้กว่าที่ผมจะเดินไปเอารถตัวเองที่ตึกคณะผมจึงได้ขึ้นรถเค้า แล้วอย่างที่คาดมันสะอาดสะอ้านและมีกลิ่นหอมเหมือนกับตัวเค้าเลย
เรามาที่มาร์เก็ตสแควร์ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนักวันนี้คนพลุกพล่านเพราะมีลานอีเวนต์เล็ก ๆ ที่นี่เป็สถานที่เปิดโล่งมีร้านอาหารและคาเฟ่เรียงราย นักศึกษาและพนักงานออฟฟิศแทบจะเดินชนหัวไหล่กัน
แต่ก็นะสถานที่เปิดโล่งกับพระอาทิตย์เมืองไทย หลุมเตาเผาขนาดั์ดี ๆ นี่เอง แดดมันช่างจ้าซะเหลือเกิน!
ผมรีบคว้าเอาสเปรย์กันแดดน้ำแร่คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของ Didier Beauty มาฉีดให้ทั่วหน้าและทั่วตัวละอองสเปรย์ฟุ้งอย่างกับผมกำลังจะกลายร่าง
และแน่นอน มีคนยืนมองอยู่
“ของมันต้องมีนะ”ผมยักคิ้วอวดคนข้าง ๆ พลางยกขึ้นฉีดให้เค้าด้วย
เ้าตัวก็ไม่ปฏิเสธปล่อยให้ควันสเปรย์ท่วมตัวจนราวกับเพิ่งแปลงร่างมาเหมือนกันเค้าสำลักนิดหน่อยแล้วบอกว่าสดชื่นดี
ผมี้เีจะตั้งคำถามว่า ‘กินอะไรกันดี?’ เพราะหมื่นแสนล้านคนบนโลกนี้ที่ถูกถามก็ต้องตอบว่า‘อะไรก็ได้’นั่นมันจะทำให้เรายิ่งหงุดหงิดขึ้นไปอีก
แล้วว่าแต่ผมจะกินอะไรดีล่ะ... จะหงุดหงิดตัวเองก็ไม่ได้อีก โอเค ผัดไทย อยากกินผัดไทยที่บอร์ดแผนที่มีบอกร้านผัดไทยถัดไปอีกสองซอยข้างหน้า
ผมหันไปชี้ ๆแล้วเดินนำหน้าคีย์อย่างมาดมั่น โดยไม่ให้เค้าอ้าปากเสนอความเห็นสักคำแต่แล้วก็ต้องสะดุดกับอะไรบางอย่างจนเกือบหัวทิ่ม
นั่นคือ รถไอศกรีม
รถไอศกรีมถังขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ของลุงคนหนึ่งแต่ว่าลุงดูหน้าซีดเซียวเหลือเกิน เหมือนคนจะเป็ลมแดดผมรีบดึงแขนลุงมายังส่วนที่มีร่มเงา ลุงวกกลับไปขนของตามมาอย่างงก ๆ เงิ่น ๆ
อากาศมันร้อนนี่นะ แล้วดูเหมือนว่าจะยังขายไม่ได้ด้วย
ต่อมศีลธรรมของผมเริ่มทำงานอยากอุดหนุนขึ้นมาทันที ผมให้ลุงเปิดฝาถังออกข้างในมีไอศกรีมแท่งแบบโบราณที่ใช้ไม้เสียบสีสันต่าง ๆ
ผมเอาอันสีชมพูแล้วยื่นช็อกโกแลตไปให้คีย์
“ขายไม่ได้เหรอลุง? ของเหลือเยอะเลย”ผมถามขณะเริ่มใช้ปลายลิ้นแตะลิ้มรส
“ยังไม่พอค่าข้าวเลยพ่อหนุ่ม”ลุงตอบเสียงแหบพร่า
“ลุงยังไม่ได้กินข้าวอีกเหรอ?” ผมร้องพลางหันไปมองคีย์ตอนนี้ไอศกรีมในมือเค้าหายไปครึ่งแล้ว จนผมอดกลัวไม่ได้ว่าเค้าจะกินมือตัวเองเข้าไปด้วย
ได้ยินอย่างนั้นแล้วใจคอผมก็ไม่ดี ลุงคงทั้งร้อนทั้งหิวทำยังไงให้ลุงได้กลับบ้านไว ๆ ดีล่ะ
“ผมเหมาแล้วกันครับ” ผมตัดสินใจในที่สุดมันก็ช่วยไม่ได้นี่นะ ผมไม่ชอบเห็นใครลำบาก
สายตาคุณลุงจากแห้งผากเปลี่ยนเป็ชุ่มชื้น แกยิ้มร่า “จริงเร๊อะ? พ่อหนุ่ม”
ผมผงกหัวหงึก ๆ
“แล้วจะกินหมดเหรอ?”คนตัวสูงข้างผมสะกิดถาม
ก็นั่นน่ะสิ ใครจะไปกินหมดนี่กว่าจะหิ้วกลับบ้านก็ละลายหมดแล้ว นอกจากซื้อตู้แช่ลุงมาด้วยแต่เราก็จะกลายเป็คนขายไอศกรีมแทน ทั้งที่เรากำลังจะเดินไปกินผัดไทยผมว่าเื่มันจะไปกันใหญ่
“ก็คุณนั่นแหละ” ผมตอบหลังคิดถี่ถ้วนดีแล้ว
“อะไร? ผมทำไม?”เ้าของคิ้วหนาประหลาดใจ
“ให้คุณแจกไง ผมเหมาแล้วคุณก็ทำหน้าที่เรียกคนมารับของฟรี” ยอมรับเลยว่ามันเป็ไอเดียที่ดีมากผมนี่จิตสาธารณะสุด ๆ ได้ช่วยลุงไม่พอ ยังช่วยคนอื่น ๆ ดับร้อนด้วย
ผมพยักพเยิดให้คีย์ะโเรียก“พูดสิ ไอติมฟรีคร้าบ!” ผมสอน
คนตัวสูงมองผมด้วยสายตาของ ‘วันหน้าก็ไม่สาย’ ถึงไม่ได้อาฆาตแค้นแต่ก็คงจำรอวันเอาคืน
เค้าขยับเนกไทเล็กน้อย ก่อนจะกระแอมเบาๆ แล้วะโ “ไอติมคร้าบ! ไอติมหวาน เย็น ชื่นใจ อร่อย ๆ แจกฟรีคร้าบ!” เสียงของเค้าดังพอจะเป็จุดสนใจผู้คนบริเวณนั้นหันหาต้นเสียงกันจ้าละหวั่น
ผมยืนขำท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของเค้าแต่เค้าก็ทำได้ดีทีเดียว พวกเรากลายเป็จุดสนใจเล็ก ๆมีคนมารับไอศกรีมเยอะแยะไปหมด มากกว่านั้น มีคนยกโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเค้าด้วยที่จริง... เราทั้งสองคนถูกถ่าย และยังได้มีโอกาสแจกอินสตาแกรมให้อีกหลายคนไปโดยปริยายมีหลายคนที่จำได้และทักถึงคลิปที่ผมรีวิวคลินิก ถือเป็การตลาดที่ได้มาจากจิตใจอันดีของผมสินะพี่วินจะต้องภูมิใจมากแน่