โจวเม่ยในตอนนี้ตกใจกลัวจนแทบสิ้นสติจะสนใจเรื่องหน้าตาไม่ได้แล้ว
“กรี๊ดดดด! ซูเจียวเจียว ดูสิ หมูป่านี่มันกำลังชนต้นไม้อยู่ต้นไม้จะไม่หักลงมาใช่ไหม?”
ซูเจียวเจียวเกาะลำต้นของต้นไม้แน่นด้วยมือข้างหนึ่งอีกข้างล้วงแคะหู “เธอหยุดกรี๊ดไม่ได้หรือไง?ยิ่งเธอกรี๊ดดังเท่าไร หมูป่าก็ยิ่งพุ่งชนอย่างสนุกสนานเท่านั้นแหละ”
โจวเม่ยค่อยๆหุบปากลงด้วยความกลัว
และก็เป็นจริงดังว่าหมูป่าใต้ต้นไม้ชนต้นไม้พักหนึ่ง พอเห็นว่าทั้งสองคนบนต้นไม้ไม่ยอมลงมามันจึงเลิกชน แต่ยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ ต้นไม้ราวกับจะหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องทำให้สองคนบนต้นไม้ลงมาให้ได้
ซูเจียวเจียวมองหมูป่าใต้ต้นไม้ด้วยความกลัดกลุ้มใจหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป คงไม่ใช่การดี หากหมูป่าไม่ยอมจากไปละก็พวกเธอจะต้องติดอยู่บนต้นไม้เช่นนี้ไปตลอดหรือ?
กลางคืนบนเขานั้นหนาวเย็นแถมยังไม่มีอาหาร เป็นเช่นนี้ต่อไปก็คงทนไม่ไหวแน่ๆ
ในขณะนั้นเองเสียงตะโกนของเซียวหยวนหมิงก็ดังขึ้นมาจากป่า “เจียวเจียว!เจียวเจียว!”
ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของซูเจียวเจียวก็เผยรอยยิ้มแห่งความยินดีพลางมองเห็นเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้
ซูเจียวเจียวเห็นเพียงเซียวหยวนหมิงมาคนเดียวจึงรีบตะโกนว่า “อย่าเข้ามานะ! ที่นี่มีหมูป่าดุร้ายมากคุณรีบลงจากเขาไปหาคนมาช่วยเถอะ”
หมูป่าใต้ต้นไม้ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวมันจึงหันกลับไปมองเซียวหยวนหมิงที่ปรากฏตัวขึ้นดวงตาที่ดุร้ายคู่นั้นเต็มไปด้วยความก้าวร้าว
เซียวหยวนหมิงกำเคียวที่เหน็บเอวไว้ในมือโดยสัญชาตญาณสายตาจับจ้องไปที่หมูป่าตรงหน้าด้วยความระมัดระวัง เขาโน้มตัวร่างกายเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี
ต้นไม้ที่เจียวเจียวปีนขึ้นไปนั้นไม่ใหญ่มากแถมยังมีโจวเม่ยห้อยต่องแต่งอยู่ด้วยตอนนี้ทั้งลำต้นถูกหมูป่าชนจนสั่นคลอนอย่างอันตราย
ถ้าเจียวเจียวตกลงมาจากต้นไม้ผลที่ตามมาก็คาดเดาไม่ได้เลย
เขาไม่มีเวลาที่จะกลับไปเรียกคนมาช่วยแล้ว
ซูเจียวเจียวเบิกตากว้างมองเซียวหยวนหมิงที่อยู่ไกลออกไปใบหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อย เธออ้าปากจะตะโกนแต่ก็กลัวจะไปกระตุ้นให้หมูป่าตัวนี้โกรธขึ้นมา
หมูป่าเป็นสัตว์ดุร้ายเมื่อมันบ้าคลั่งขึ้นมาก็ไม่ต่างอะไรกับสิงโตหรือเสือโดยเฉพาะหมูป่าที่ถูกยั่วยุจะยิ่งน่ากลัว
ในชั่วพริบตาถัดมาหมูป่าก็พุ่งเข้าใส่เซียวหยวนหมิง
เซียวหยวนหมิงหลบหลีกไปด้านข้างอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ฟันเคียวเข้าที่สะโพกของหมูป่า
หมูป่าร้องโหยหวนเสียงดังมันหันกลับมา ก้มหัวลง เผยเขี้ยวแหลมคมสองซี่ พุ่งเข้าใส่เซียวหยวนหมิงอย่างดุร้าย
ซูเจียวเจียวเห็นภาพนี้แล้วตกใจจนแทบจะกลืนน้ำลายไม่ลงแต่เธอก็รู้ดีว่าร่างกายตัวเองอ่อนแอ ไม่มีทางช่วยอะไรได้เลยนอกจากยืนดูอยู่บนต้นไม้
เซียวหยวนหมิงจับเขี้ยวหมูป่าได้ข้างหนึ่งหมูป่าพยายามดิ้นรนและพุ่งชนเซียวหยวนหมิงอย่างสุดแรง เซียวหยวนหมิงเกือบจะล้มลงเขาจับเคียวในมือแน่น แล้วฟันเคียวลงไปที่คอของหมูป่าอย่างรุนแรง
เสียงร้องอันน่าเวทนาของหมูป่าดังขึ้นในป่า
แต่หมูป่ายังไม่ล้มลงมันสะบัดเซียวหยวนหมิงออก ดวงตาหมูทั้งสองข้างเป็นสีแดงก่ำจนน่ากลัวเกือบจะบ้าคลั่ง พุ่งชนเซียวหยวนหมิง
เซียวหยวนหมิงหลบหลีกอย่างรวดเร็วเห็นหมูป่าโซซัดโซเซสองสามครั้ง แสดงว่าบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อครู่
“อาหมิง!”
ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนหมิงบาดเจ็บจึงไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป เธอก็ไถลลงมาจากต้นไม้ทันที
เสียงกรีดร้องของซูเจียวเจียวดึงความสนใจของหมูป่ามาที่เธอทันที
หมูป่ามองซูเจียวเจียวที่เข้ามาอย่างดุดันมันชะงักงันไปชั่วขณะหนึ่ง ยืนนิ่งไม่ขยับ
เซียวหยวนหมิงเห็นโอกาสจึงพุ่งเข้าไปข้างหน้าทันที มือข้างหนึ่งกอดคอหมูป่าไว้อีกมือหนึ่งใช้เคียวแทงเข้าไปในคอของหมูป่าอย่างดุร้ายด้วยแรงที่มากทำให้คอหมูป่าทะลุไปอีกด้านหนึ่ง
หมูป่าดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ล้มลงบนพื้นแน่นิ่ง กระตุกสองสามครั้ง ก่อนที่จะสิ้นใจไปในที่สุด
เซียวหยวนหมิงเช็ดเลือดหมูบนใบหน้าของเขาหายใจหอบพลางเดินเข้ามาหาซูเจียวเจียว เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังแล้วปลอบโยนเธออย่างอ่อนโยน “เจียวเจียวไม่เป็นไรแล้ว”
ซูเจียวเจียวเพิ่งจะรู้ตัวว่าขาของเธออ่อนแรงไปหมดร่างกายไร้เรี่ยวแรง หวาดกลัวจนเหงื่อเย็นท่วมตัว
“อาหมิง! คุณบาดเจ็บหรือเปล่า?”
ซูเจียวเจียวคลำเจอความอุ่นชื้นของเลือดเธอก้มหน้ามองก็เห็นแขนของเซียวหยวนหมิงถูกกรีดเป็นแผลลึกเห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือเขี้ยวหมูป่า
“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่แผลเล็กน้อย พักสองสามวันก็หายแล้ว” เซียวหยวนหมิงยิ้มบางๆ บนใบหน้า แต่ใบหน้าของเขาก็ซีดเซียวเช่นกัน
เขาตกใจ
ในใจก็หวาดกลัวเช่นกัน
หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นห่วงเจียวเจียวที่หายไปนานจึงขึ้นมาดูบนเขา เขาก็คงไม่รู้ว่าเจียวเจียวเจอหมูป่า
ถ้าเขามาช้าไปนิดเดียวแล้วเจียวเจียวถูกหมูป่าทำร้าย เขาคงไม่มีวันอภัยให้ตัวเองไปตลอดชีวิต
ใบหน้าอันอ่อนโยนของเซียวหยวนหมิงเต็มไปด้วยคราบเลือดในสายตาของซูเจียวเจียวมีทั้งความสงสารและความหวาดกลัว ชายโง่เขลาคนนี้ ทั้งๆที่ตัวเองบาดเจ็บ ยังคงปลอบโยนเธออย่างอ่อนโยน
ทางด้านโจวเม่ยเห็นซูเจียวเจียวปลอดภัยแล้วก็ไถลลงมาจากต้นไม้ เธอลูบหน้าอกด้วยความหวาดกลัวจากนั้นก็มองเซียวหยวนหมิงด้วยความหวาดระแวง
ไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนหมิงคนเดียวจะสามารถฆ่าหมูป่าตัวใหญ่ที่โตเต็มวัยได้!
โดยเฉพาะตอนนี้ที่ใบหน้าของเขาเปื้อนเลือดดูน่ากลัวยิ่งกว่าหมูป่าเสียอีก
ไม่รู้ว่าซูเจียวเจียวทนอยู่กับชายที่ดุดันและหยาบกระด้างคนนี้ได้อย่างไร
แต่โจวเม่ยเห็นสีหน้าอ่อนโยนที่เซียวหยวนหมิงแสดงออกต่อซูเจียวเจียวเท่านั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉา
ชายที่หยาบกระด้างคนนี้แม้จะดุดันแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นคนรักภรรยา
ปกติแล้วก็เห็นได้จากตอนที่เซียวหยวนหมิงช่วยซูเจียวเจียวทำงานและนำอาหารอร่อยๆ มาให้ซูเจียวเจียวทาน
อีกทั้งเซียวหยวนหมิงก็ไม่ค่อยพูดจาอะไรเอาแต่ทำงานเห็นได้ชัดว่าควบคุมได้ง่าย
ไม่แปลกใจเลยที่ซูเจียวเจียวเลือกแต่งงานกับเซียวหยวนหมิงชีวิตคงจะสุขสบายมาก หากวันใดซูเจียวเจียวกลับเมืองไปแต่งงานใหม่ก็ยังคงมีชีวิตที่รุ่งโรจน์ได้เช่นกัน
รู้อย่างนี้ว่าเซียวหยวนหมิงเป็นคนรักภรรยาเธอก็น่าจะลงมือเสียเอง
ในขณะนั้นเพื่อนร่วมทางสองสามคนจากตีนเขาก็ตามขึ้นมาบนเขา และพบหมูป่าที่ล้มอยู่บนพื้น
เซียวหยวนหมิงให้พวกเขาช่วยกันยกหมูป่าลงจากเขาไป
พวกเขาเห็นเซียวหยวนหมิงบาดเจ็บจึงให้เซียวหยวนหมิงรีบกลับไปทำแผล เพราะอากาศร้อนเช่นนี้ หากแผลติดเชื้อก็จะแย่
ซูเจียวเจียวถึงกับไม่สนใจตะกร้าอีกแล้วรีบช่วยประคองเซียวหยวนหมิงลงจากเขาไป
เนื่องจากบาดแผลค่อนข้างลึกซูเจียวเจียวจึงพาเซียวหยวนหมิงไปหาหมอที่หมู่บ้านก่อนเพื่อห้ามเลือดและทำแผลเบื้องต้นจากนั้นจึงนั่งรถแทรกเตอร์ที่หัวหน้ากองผลิตจัดหาให้ไปเย็บแผลที่สถานีอนามัย
หลังจากเย็บแผลและรับยาแล้วทั้งคู่ก็นั่งรถแทรกเตอร์กลับมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดมิดลงแล้ว
กลับถึงบ้านซูเจียวเจียวก็ให้เซียวหยวนหมิงนอนพัก
เซียวหยวนหมิงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้“ผมแค่บาดเจ็บที่มือ ไม่ได้ขยับไม่ได้เสียหน่อยไม่จำเป็นต้องนอนพักหรอก”
“ไม่ได้! แผลที่มือของคุณลึกมาก ต้องพักผ่อนให้ดี” ซูเจียวเจียวพูดด้วยท่าทีเด็ดขาดราวกับลูกแมวที่ดุดัน ไม่มีการต่อรอง
เซียวหยวนหมิงจำต้องเชื่อฟังกลับไปนอนบนเตียงอย่างว่าง่าย
ซูเจียวเจียวจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดเซียวหยวนหมิงรู้สึกเบื่อหน่าย คนที่ทำงานมาทั้งชีวิตพอได้นอนลงก็รู้สึกไม่สบายตัว อยู่เฉยๆ ไม่ได้
เขาจึงหยิบหนังสือบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน