แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของจังหวัดระยองสาดส่องผ่านช่องว่างของม่านหนาพาดผ่านลงมาบนพื้นพรมของโรงแรมหรู กลิ่นอายของน้ำทะเลจางๆ ผสมกับกลิ่นเครื่องปรับอากาศที่ทำงานมาทั้งคืนสร้างบรรยากาศที่ก้ำกึ่งระหว่างความสดชื่นและความมึนงง รุ่งโรจน์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่แผ่นอก ไม่ใช่เพราะความเครียดจากงาน แต่เป็เพราะท่อนแขนเรียวเนียนของใครบางคนที่พาดทับตัวเขาอยู่
เขาลืมตาขึ้นช้าๆ เพดานสีขาวสะอาดตาไม่ใช่สิ่งที่เขาคุ้นเคยในห้องเช่ารูหนูของตัวเอง ความทรงจำของเมื่อคืนค่อยๆ ไหลบ่าเข้ามาในหัวเหมือนทำนองเพลงที่บรรเลงอย่างบ้าคลั่ง ทั้งเื่การเจรจาธุรกิจ ความผิดพลาดในการจองห้องพัก... และบทเรียนรักนอกตำราที่เร่าร้อนที่สุดในชีวิต
รุ่งโรจน์ค่อยๆ เอียงคอไปมองคนข้างกาย ธิศายังคงหลับใหลอยู่ท่ามกลางกองผ้าห่มสีขาวที่พันตูรอบกายเธอ ผมสีดำยาวสลวยยุ่งเหยิงกระจายอยู่บนหมอนดูเป็ธรรมชาติอย่างที่เขาไม่เคยเห็นในออฟฟิศ ผิวขาวเหลืองของเธอที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มออกมาดูนวลเนียนล้อแสงแดดยามเช้า และแม้จะมีผ้าห่มปิดบังอยู่ แต่รอยนูนเด่นของ หน้าอกขนาด 41 นิ้ว ของเธอก็ยังคงชัดเจนจนทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นริดรัวขึ้นมาอีกครั้ง
'นี่เรา... ทำลงไปจริงๆ เหรอวะ?' รุ่งโรจน์ถามตัวเองในใจ
เขามองดูตัวเองที่ยังคงเปลือยกายอยู่ภายใต้ผ้าห่ม ความปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยเฉพาะที่สะโพกและขา เป็หลักฐานชั้นดีว่าเมื่อคืนเขา "ใช้งาน" ร่างกายอย่างหนักหน่วงเพียงใด เขาที่เป็แค่คนซุ่มซ่าม ทำงานไม่เรียบร้อย และใช้ชีวิตไปวันๆ กลับได้ผู้หญิงที่เก่งและสวยที่สุดในบริษัทอย่างเหลือเชื่อ ภาพในหัวย้อนกลับไปถึงท่าทางต่างๆ ทั้งตอนที่เขาอยู่้า หรือตอนที่เธอขึ้นมาควบคุมเกม และจังหวะที่เขาคล่องงานขึ้นจนกระแทกกระทั้นจากด้านหลัง ทุกอย่างมันยังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อนาทีที่แล้ว
ความกังวลเริ่มจู่โจมเข้ามาแทนที่ความซ่านเสียว รุ่งโรจน์เริ่มวิตกตามประสาคนไม่เคยมีประสบการณ์ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรเมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอจะโกรธไหม? เธอจะมองว่าเขาฉวยโอกาสหรือเปล่า? หรือเธอจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วไล่เขาออก?
ขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความคิดฟุ้งซ่าน ร่างบางข้างๆ ก็เริ่มขยับตัว ธิศาครางแ่ในลำคอก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยที่ปราศจากความโฉบเฉี่ยวของเครื่องสำอางในยามเช้าดูอ่อนโยนและมึนงงเล็กน้อย เธอกะพริบตาถี่ๆ สองสามครั้งก่อนจะสบตากับรุ่งโรจน์ที่นอนตัวแข็งทื่อเป็หิน
ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องพักครู่ใหญ่ รุ่งโรจน์ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ตื่นนานแล้วเหรอ?" ธิศาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าตามสไตล์คนเพิ่งตื่นนอน เธอไม่ได้มีท่าทีใหรือโกรธเคืองอย่างที่รุ่งโรจน์จินตนาการไว้
"เอ่อ... สักพักแล้วครับรุ่นพี่" รุ่งโรจน์ตอบเสียงตะกุกตะกัก "รุ่นพี่... โอเครมั้ยครับ? คือผม... ผมขอโทษถ้าเมื่อคืนผม..."
ธิศาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ผ้าห่มเลื่อนหล่นลงมาอยู่ที่เอว เผยให้เห็นรอยรักสีกุหลาบจางๆ ที่รุ่งโรจน์ฝากไว้ตามลำคอและเนินอกขนาดมหึมาของเธอ ธิศาไม่ได้รีบร้อนหาอะไรมาปิดบัง เธอเพียงแต่เสยผมที่ปรกหน้าออกอย่างใจเย็น
"ขอโทษเื่อะไร? เื่ที่นายเก่งเกินคาด หรือเื่ที่นายทำให้ฉันหลับสบายที่สุดในรอบหลายเดือน?" ธิศายิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอใช้ตอนเจรจาธุรกิจสำเร็จ แต่มันแฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น
รุ่งโรจน์หน้าแดงซ่าน "เปล่าครับ... ผมแค่กลัวว่ารุ่นพี่จะอึดอัด"
"รุ่งโรจน์..." ธิศาเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "ฉันไม่ใช่เด็กสาวใสซื่อที่ทำอะไรลงไปโดยไม่รู้ตัวนะ แอลกอฮอล์อาจจะมีส่วน แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดหรอก ฉันเลือกเอง... และฉันก็หวังว่านายจะเข้าใจว่าอะไรเป็อะไร"
เธอก้าวลงจากเตียงอย่างสง่างามโดยไม่สนใจความเปลือยเปล่าของตัวเอง รุ่งโรจน์ต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายปนใจสั่น ธิศาเดินไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำมาสวมก่อนจะหันกลับมามองรุ่นน้องที่ยังนอนมุดอยู่ใต้ผ้าห่ม
"ไปอาบน้ำซะ เรามีเวลาไม่มาก ต้องเช็กเอาต์และขับรถกลับกรุงเทพฯ วันนี้มีประชุมสรุปงานตอนบ่ายนะ อย่าลืม"
คำพูดของเธอช่างเป็มืออาชีพจนรุ่งโรจน์ปรับตัวไม่ทัน ธิศาเดินเข้าห้องน้ำไปทิ้งให้รุ่งโรจน์จมอยู่กับความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความโล่งใจและความกระอักกระอ่วน เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง ความซุ่มซ่ามของเขากลับมาทำงานทันทีเมื่อเขาเดินไปเตะเอาขวดเบียร์ที่วางอยู่บนพื้นจนมันกลิ้งขลุกขลักไปใต้โต๊ะ
"โอ๊ย... บ้าจริง" เขาสบถเบาๆ พลางรีบก้มเก็บขวดเบียร์และรวบรวมเสื้อผ้าที่กระจายอยู่ทั่วห้อง
ระหว่างที่รอธิศาอาบน้ำ รุ่งโรจน์พยายามจัดของใส่กระเป๋าให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาพยายามทำตัวให้ดูเป็ผู้ใหญ่และพึ่งพาได้ แต่ด้วยนิสัยที่เป็คนไม่ละเอียด เขาก็ยังลืมถุงเท้าไว้ใต้เตียงบ้าง หรือลืมสายชาร์จโทรศัพท์เสียบค้างไว้บ้าง จนเขาต้องเดินวนไปวนมาในห้องหลายรอบ
ผ่านไปยี่สิบนาที ธิศาเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่พร้อมทำงานอย่างเต็มตัว เธอสวมชุดสูทตัวเดิมแต่จัดระเบียบให้เรียบร้อย ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ พอให้ดูสดใส ผมถูกรวบขึ้นอย่างทะมัดทะแมง เธอดูเหมือน "รุ่นพี่ธิศา" คนเดิมที่เก่งกาจและน่าเกรงขาม จนรุ่งโรจน์แทบไม่เชื่อสายตาว่านี่คือคนเดียวกับที่ร้องครางเรียกชื่อเขาอย่างโหยหาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
"รุ่งโรจน์ นายยังไม่ได้อาบน้ำอีกเหรอ?" เธอถามพลางเช็กความเรียบร้อยของหน้าอกตัวเองในกระจก เธอพยายามดึงเสื้อสูทให้ปิดรอยแยกของกระดุมเชิ้ตที่ยังคงตึงเปรี๊ยะเพราะขนาดของหน้าอก
"กำลังจะไปครับ! ผมมัวแต่เก็บของ..." รุ่งโรจน์รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที
น้ำเย็นๆ ช่วยให้เขามีสติมากขึ้น แต่ความสับสนในใจยังไม่จางหาย ธิศาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เธอตัดสลับโหมดจาก "คู่รัก" มาเป็ "เพื่อนร่วมงาน" ได้อย่างรวดเร็วเกินไปจนเขาตามไม่ทัน หรือว่านี่จะเป็เื่ปกติของคนทำงานระดับมืออาชีพอย่างเธอ? เขาที่เป็แค่พนักงานระดับล่างควรจะทำตัวอย่างไรต่อไป?
เมื่อรุ่งโรจน์ออกมาจากห้องน้ำ ธิศาก็นั่งรออยู่ที่โซฟาตัวเล็กริมหน้าต่าง เธอกำลังก้มหน้าดูตารางนัดหมายในแท็บเล็ต แสงแดดที่สาดเข้ามาทำให้เห็นโครงหน้าของเธอชัดเจน รุ่งโรจน์มองเธอด้วยความชื่นชมและโหยหาลึกๆ
"เสร็จแล้วครับรุ่นพี่"
ธิศาลุกขึ้นยืน "ดี งั้นไปกันเถอะ เดี๋ยวรถติด"
ทั้งคู่เดินออกจากห้องพัก รุ่งโรจน์ทำหน้าที่ถือกระเป๋าเดินทางให้เธอตามนิสัยคนง่ายๆ และชอบบริการ ตลอดทางเดินไปที่ลิฟต์ไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้น มีเพียงเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นพรม รุ่งโรจน์รู้สึกว่าอากาศในลิฟต์มันช่างเบาบางเหลือเกิน เขาอยากจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้
"เอ่อ... รุ่นพี่ครับ เื่เมื่อคืน..." รุ่งโรจน์เริ่มพูดในขณะที่ลิฟต์กำลังเลื่อนลง
ธิศาไม่ได้หันมามองเขา แต่เธอกลับยิ้มที่มุมปาก "ลืมเื่เมื่อคืนไปก่อนรุ่งโรจน์ ตอนนี้เราอยู่ในโหมดทำงาน"
รุ่งโรจน์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าเบาๆ ด้วยคำว่า 'โหมดทำงาน' เขาพยักหน้ารับคำอย่างจำยอม
เมื่อมาถึงลานจอดรถ รุ่งโรจน์จัดการยกกระเป๋าขึ้นท้ายรถยนต์ของธิศา เขาเตรียมตัวจะเดินไปที่ฝั่งคนนั่งตามปกติ แต่ธิศากลับยื่นกุญแจรถให้เขา
"วันนี้นายขับ ฉันเพลียเกินกว่าจะจับพวงมาลัยแล้ว" เธอกล่าว
รุ่งโรจน์รับกุญแจมาด้วยความเต็มใจ เขาขึ้นไปนั่งบนตำแหน่งคนขับ ปรับเบาะที่ดูจะสั้นไปนิดสำหรับส่วนสูงของเขา ธิศาขึ้นมานั่งข้างๆ เธอถอดเสื้อสูทออกเพื่อความคล่องตัว เผยให้เห็นเชิ้ตขาวที่เน้นสัดส่วน่บนอย่างชัดเจน รุ่งโรจน์พยายามโฟกัสไปที่ถนนเบื้องหน้าแต่สายตามันก็แอบเหลือบไปเห็นความยิ่งใหญ่ข้างกายอยู่เรื่อยๆ
ธิศาหันมามองรุ่งโรจน์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย มันไม่ใช่สายตาของรุ่นพี่ที่ดุด่าเื่งาน แต่มันแฝงไปด้วยความอาวรณ์ที่ปิดไม่มิด
เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาจนรุ่งโรจน์ััได้ถึงกลิ่นน้ำหอมเดิมที่เขาจำได้ขึ้นใจ ธิศาใช้ปลายนิ้วลูบไล้ที่สันกรามของเขาสั้นๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนเกือบเป็เสียงกระซิบ
"รุ่งโรจน์... นายอาจจะคิดว่าทุกอย่างจบลงเมื่อเราถึงออฟฟิศ" ธิศาเว้นจังหวะ "แต่สำหรับฉัน ความซุ่มซ่ามของนายมันทิ้งภาระไว้ให้ฉันเยอะเลยนะ..."
รุ่งโรจน์มองเธอด้วยความไม่เข้าใจ "ภาระเหรอครับ?"
ธิศายืดตัวกลับไปนั่งท่าเดิมทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้รุ่งโรจน์ต้องยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้นนานนับนาที
"ใช่... อย่าลืมรับผิดชอบงานที่ค้างไว้ด้วยล่ะ โดยเฉพาะ 'บทเรียน' ที่นายยังเรียนไม่จบเมื่อคืนนี้..."
ล้อรถยนต์ญี่ปุ่นคันงามของทิศาหมุนวนไปบนพื้นผิวถนนลาดยางของมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร เสียงลมที่ปะทะกับตัวรถและเสียงหึ่งๆ ของเครื่องยนต์กลายเป็พื้นหลังเพียงอย่างเดียวในความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสอง รุ่งโรจน์นั่งเกร็งอยู่หลังพวงมาลัย มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ที่ตำแหน่งสิบนาฬิกาและสองนาฬิกาตามกฎเป๊ะๆ เขารู้สึกว่าการขับรถครั้งนี้มันยากลำบากกว่าครั้งไหนในชีวิต ไม่ใช่เพราะสภาพจราจร แต่เป็เพราะ "รังสี" บางอย่างที่แผ่ออกมาจากผู้หญิงที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ
ธิศาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับท่าทางให้นั่งสบายขึ้น เธอถอดเสื้อสูทออกไปแล้วตามที่รุ่งโรจน์เห็นก่อนหน้านี้ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูเหมือนจะรับศึกหนักมาทั้งคืน รอยยับย่นบนเนื้อผ้าบางจุดเป็หลักฐานของความโกลาหลที่เกิดขึ้นในห้องพักโรงแรม และสิ่งที่รุ่งโรจน์เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมองเห็นด้วยหางตา คือสายเข็มขัดนิรภัยที่พาดเฉียงลงมาผ่านกลางร่องอกขนาด 41 นิ้ว ของเธอ
สายเบลท์เส้นหนานั้นกดทับลงบนความนุ่มนิ่มมหาศาลจนมันแบ่งออกเป็สองเนินเด่นชัด เนื้อผ้าเชิ้ตตึงเปรี๊ยะจนเห็นรอยแยกของกระดุมที่รุ่งโรจน์เป็คนช่วยแกะ และพยายามจะติดคืนให้เมื่อเช้านี้ ทุกครั้งที่รถตกหลุมหรือเปลี่ยนเลน ร่างกายของธิศาจะสั่นไหวไปตามแรงเหวี่ยง และความยิ่งใหญ่ของเธอก็ขยับตามจนรุ่งโรจน์ต้องลอบกลืนน้ำลาย
เขาสังเกตเห็นว่าธิศาไม่ได้หลับอย่างที่เธอบอก แม้เธอจะพิงศีรษะลงกับเบาะและหลับตาเป็พักๆ แต่เธอกลับมีท่าทีอยู่ไม่สุข มือเรียวสวยของเธอคอยลูบไล้ไปตามหน้าขาของตัวเอง หรือบางครั้งก็ยกขึ้นมาทัดผมที่ตกลงมาปรกหน้า และในจังหวะที่รุ่งโรจน์แอบชำเลืองมองไปทางซ้าย เขาก็มักจะสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ลืมขึ้นมามองเขาอยู่ก่อนแล้ว
ธิศาไม่ได้หลบสายตา เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านยาก มันมีความละมุนละไม ความพึงพอใจ และความท้าทายผสมปนเปกันไป รุ่งโรจน์รีบหันกลับมามองถนนจนคอแทบเคล็ด หัวใจของเขาเต้นรัวจนเกรงว่ามันจะดังออกมาให้คนข้างๆ ได้ยิน
'รุ่นพี่แอบมองเราจริงๆ ด้วย' รุ่งโรจน์คิดในใจ ความรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆ เริ่มผุดขึ้นมาแทนที่ความประหม่า 'เธอไม่ได้โกรธ... และดูเหมือนว่าเธอจะยัง 'ติดใจ' ในสิ่งที่เราทำเมื่อคืน'
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับมาในหัวของเขาอย่างละเอียดราวกับภาพยนตร์ระบบสี่มิติ เขาจำได้ถึงััที่เขาได้เรียนรู้จากเธอทีละขั้นตอน เริ่มั้แ่ ท่ามาตรฐาน ที่เขาได้ซบหน้าลงกับเนินอกขาวเหลืองและสูดดมกลิ่นกายสาวจนเต็มปอด เขาจำความรู้สึกตอนที่หน้าท้องของเขาแนบสนิทกับหน้าท้องเนียนของเธอ และความอุ่นร้อนที่โอบรัดตัวตนของเขาเอาไว้อย่างแน่นแฟ้น
จากนั้นคือจังหวะที่ธิศาเป็ฝ่ายควบคุมเกมใน คาวเกิร์ล ภาพที่เธอนั่งอยู่บนตัวเขาและโยกคลึงอย่างบ้าคลั่งโดยมีหน้าอกขนาด 41 นิ้วกระเพื่อมไหวอยู่ตรงหน้า เป็ภาพที่เขาจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต เขายังจำแรงบีบจากมือของเขาที่ขยำลงบนความนุ่มนิ่มนั้นจนเนื้อนวลปลิ้นออกตามร่องนิ้วได้แม่นยำ
และสุดท้าย... ท่าที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็ชายอย่างที่สุด ท่าสุนัข รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของธิศาตอนที่เธอมุดหน้าลงกับหมอนและแอ่นสะโพกรับแรงกระแทกจากเขายังคงติดตา เสียงครางกระเส่าที่เรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวินาทีที่เขาปล่อยน้ำรักเข้าไปในตัวเธอจนหมดสิ้น มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่รุ่งโรจน์จอมซุ่มซ่ามคนเดิมอีกต่อไป
"รุ่งโรจน์..." เสียงหวานของธิศาดังขึ้นทำลายความเงียบ
"ค... ครับรุ่นพี่!" รุ่งโรจน์ขานรับเสียงหลง จนรถส่ายไปนิดหนึ่ง
ธิศาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเธอในรถที่เงียบสงัดนี้ช่างดูเซ็กซี่อย่างประหลาด "ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ฉันแค่จะบอกว่า... ถ้านายหิว เราแวะพักที่จุดพักรถข้างหน้าก่อนก็ได้นะ"
"อ๋อ... ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ครับ รุ่นพี่หิวแล้วเหรอครับ?"
"นิดหน่อยจ้ะ... เมื่อคืนใช้พลังงานไปเยอะน่ะ" ธิศาพูดพลางจ้องหน้าเขาด้วยสายตาที่มีเลศนัย เธอจงใจเน้นคำว่า 'ใช้พลังงานเยอะ' จนรุ่งโรจน์ต้องหน้าแดงซ่านอีกรอบ
"งั้น... เดี๋ยวผมแวะหาอะไรให้รุ่นพี่ทานนะครับ"
รถยนต์เลี้ยวเข้าสู่จุดพักรถที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน รุ่งโรจน์หาที่จอดรถได้ในมุมที่ค่อนข้างลับตาคนเล็กน้อย เมื่อรถจอดสนิท ธิศายังไม่ยอมลงจากรถ เธอนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันมาหารุ่งโรจน์เต็มตัว
"รุ่งโรจน์"
"ครับ?"
"นายรู้ไหมว่าตอนที่นายตั้งใจขับรถแบบนี้... นายดูพึ่งพาได้มากเลยนะ" ธิศาพูดพร้อมกับเอื้อมมือมาวางบนมือของรุ่งโรจน์ที่ยังจับพวงมาลัยอยู่
ััอุ่นจากมือของรุ่นพี่ทำให้รุ่งโรจน์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วร่าง ธิศาค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไปตามท่อนแขนของเขา ลูบไล้อย่างเบามือผ่านเนื้อผ้าเชิ้ต
"ผม... ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับ"
"หน้าที่เหรอ? แล้ว 'หน้าที่' ที่ฉันสั่งนายไว้... นายคิดออกหรือยังว่าจะเริ่มรับผิดชอบยังไง?" ธิศาโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมของเธออบอวลไปทั่วห้องโดยสาร หน้าอกคู่สวยของเธอเกือบจะเบียดกับแขนของเขาอีกครั้ง
รุ่งโรจน์มองสบตาเธออย่างกล้าๆ กลัวๆ "รุ่นพี่หมายถึง... เื่ที่ห้องทำงานส่วนตัวใช่ไหมครับ?"
ธิศายิ้มกว้างขึ้น เธอใช้ปลายนิ้วเชยคางของรุ่นน้องหนุ่มขึ้นมา "ฉลาดขึ้นนี่นา... ใช่จ้ะ หลังประชุมบ่ายนี้ ฉันจะมีงานพิเศษให้นายทำเยอะเลย เตรียมแรงไว้ให้ดีล่ะ เพราะคราวนี้จะไม่มีเบียร์มาช่วยลดความตื่นเต้นให้นายเหมือนเมื่อคืนแล้วนะ"
พูดจบเธอก็ยืดตัวกลับไป แล้วเปิดประตูลงจากรถไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้รุ่งโรจน์นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยพร้อมกับความรู้สึกอัดอั้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งในส่วนกลางลำกาย เขาจ้องมองแผ่นหลังและสะโพกที่ส่ายไปมาอย่างทรงเสน่ห์ของเธอขณะเดินไปยังร้านสะดวกซื้อ
รุ่งโรจน์สูดลมหายใจยาวๆ พยายามระงับอารมณ์ 'งานค้าง' ที่เธอบอก มันไม่ได้หมายถึงแค่เื่งานจริงๆ เขาเริ่มจินตนาการถึงห้องทำงานส่วนตัวของธิศา ห้องที่มีโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ มีเก้าอี้หนังนุ่มๆ และที่สำคัญคือมันมีประตูล็อคได้จากด้านใน...
เขารออยู่ในรถสักพักจนธิศากลับมาพร้อมกับกาแฟสองแก้วและขนมปังรองท้อง เธอยื่นแก้วหนึ่งให้เขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเป็มิตรแต่แฝงไปด้วยความเป็เ้าข้าวเ้าของ
"ดื่มซะจะได้ตื่นตัว... เรายังมีเวลาอีกชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงกรุงเทพฯ"
ตลอดทางที่เหลือ ธิศาดูจะผ่อนคลายขึ้นมาก เธอนั่งฟังเพลงเบาๆ จากวิทยุรถยนต์ บางครั้งก็ฮัมเพลงตามอย่างอารมณ์ดี แต่สิ่งที่รุ่งโรจน์สังเกตเห็นคือ เธอแอบมองเขาผ่านกระจกมองข้างและกระจกมองหลังอยู่บ่อยๆ ทุกครั้งที่สายตาประสานกันผ่านกระจก ธิศาจะส่งยิ้มบางๆ ให้ หรือบางครั้งเธอก็แกล้งทำเป็มองออกไปนอกหน้าต่างแต่แอบอมยิ้มอยู่คนเดียว
รุ่งโรจน์เริ่มเข้าใจแล้วว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับรุ่นพี่คนเก่งคนนี้ได้ข้ามพ้นคำว่าเ้านายกับลูกน้องไปไกลแสนไกล แม้ในเวลาทำงานเธอจะยังคงความเฉียบคมและน่าเกรงขาม แต่เมื่ออยู่กันตามลำพัง ความอ่อนโยนและความเย้ายวนที่เธอมีให้เขานั้นคือ "รางวัล" ที่มีค่าที่สุดสำหรับคนธรรมดาอย่างเขา
เมื่อรถเข้าสู่เขตกรุงเทพฯ และการจราจรเริ่มหนาแน่น ธิศาก็เริ่มกลับเข้าสู่โหมดทำงาน เธอเริ่มคุยโทรศัพท์กับลูกน้องคนอื่นๆ สั่งงานด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและเป็มืออาชีพ รุ่งโรจน์มองดูภาพนั้นด้วยความชื่นชม เขาชอบที่เธอเป็ผู้หญิงเก่งแบบนี้ และเขาก็ยิ่งชอบที่ได้รู้ว่า ผู้หญิงที่ใครๆ ต่างเกรงขามคนนี้ กลับเป็คนที่อ่อนระทวยและรุ่มร้อนอยู่ในอ้อมกอดของเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
"ใกล้ถึงออฟฟิศแล้วนะรุ่งโรจน์" ธิศาวางสายโทรศัพท์แล้วหันมาบอกเขา "จำไว้นะ... ทันทีที่ลงจากรถ เราเป็แค่เพื่อนร่วมงานกัน ห้ามทำท่าทางแปลกๆ ให้ใครสงสัยเด็ดขาด"
"เข้าใจครับรุ่นพี่ ผมจะทำตัวปกติที่สุดครับ" รุ่งโรจน์รับคำแข็งขัน
"ดีมาก..." ธิศาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบประโยคสุดท้ายก่อนที่รถจะเลี้ยวเข้าตึกสำนักงาน "แต่จำไว้ว่า 'ความปกติ' ของเราจะจบลงทันทีที่ประตูห้องทำงานของฉันปิดลง... เข้าใจนะ?"
รุ่งโรจน์พยักหน้าอย่างมั่นใจ หัวใจของเขาสูบฉีดเืไปเลี้ยงทั่วร่างกายจนรู้สึกฮึกเหิม เขาจอดรถในที่ประจำของธิศาอย่างแม่นยำ ซึ่งปกติเขามักจะจอดเบี้ยวเสมอ เขาลงไปเปิดประตูให้เธอและประคองกระเป๋าอย่างสุภาพตามหน้าที่
ขณะที่เดินเข้าตึกไปด้วยกัน ท่ามกลางสายตาของพนักงานคนอื่นๆ ที่มองมาด้วยความสงสัยว่าทำไมรุ่งโรจน์ถึงได้ไปกับรุ่นพี่คนสวย ธิศาเดินนำหน้าอย่างสง่างาม ไม่ทิ้งร่องรอยของความเหนื่อยอ่อนหรือความรุ่มร้อนจากเมื่อคืนให้เห็นแม้แต่น้อย แต่สำหรับรุ่งโรจน์ เขารู้ดีว่าใต้ชุดสูทที่ดูเนี้ยบนั้น มีหัวใจที่กำลังรอคอยบทเรียนบทถัดไปอยู่เช่นกัน
เขาเดินตามหลังเธอไป พลางจ้องมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงและสะโพกที่ขยับตามจังหวะก้าวเดิน ความตื่นเต้นที่กำลังจะได้ 'ตรวจงาน' ในห้องทำงานส่วนตัวทำให้เขารู้สึกว่า บ่ายวันนี้จะเป็บ่ายที่ยาวนานและเร่าร้อนที่สุดในชีวิตการทำงานของเขาอย่างแน่นอน
รุ่งโรจน์ยิ้มกับตัวเอง... บางทีความซุ่มซ่ามและความไม่รอบคอบของเขา ก็ไม่ได้นำมาซึ่งเื่ร้ายเสมอไป แต่มันกลับนำพาเขามาพบกับโอกาสที่มหัศจรรย์ที่สุด และเขาจะตั้งใจ 'ทำงาน' ชิ้นนี้ให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อรุ่นน้องที่ธิศาไว้ใจเลยทีเดียว