บทที่ 11 ผู้มาเยือน
หานเสี่ยว์ได้ออกมานั่งอยู่ที่ห้องโถงเพราะตอนนี้ลู่เอ๋อร์ยังคงนอนอยู่บนเตียง นางได้มานั่งจิบชาเพื่อรอลู่เอ๋อร์ตื่นจะได้กินอาหารพร้อมกันแต่แล้วนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งมาทางนางอย่างเร่งรีบ
“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ” เลี่ยงเฟิงเหนื่อยหอบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาหานเสี่ยว์นางจึงรีบลุกขึ้นไปจับกายของเลี่ยงเฟิงอย่างสงสัย
“เหตุใดเ้าถึงรีบร้อนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาเช่นนี้ด้วย”
“ลู่เอ๋อร์ ลู่เอ๋อร์หายไปขอรับ สาวใช้ได้ออกตามหานางจนทั่วห้องก็ไม่พบ หรือว่าท่านแม่จะทำร้ายนาง ไม่! ไม่ใช่หรอกท่านแม่เปลี่ยนไปแล้วนี่น่า หรือว่าท่านทรงเสแสร้งทำดีกับพวกเราทำให้พวกเราหลงเชื่อ และจัดการหรือขอรับ”หานเสี่ยว์ที่กำลังซึ้งที่พี่ชายเป็ห่วงน้องสาวได้มากขนาดนี้ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำพูดที่เลี่ยงเฟิงเอ่ยคำหลังออกมาอย่างแ่เบา
“เ้ายังคิดว่าข้าทำเช่นนั่นอยู่หรือ ไม่แน่ข้าคงจะจับน้องสาวของเ้าโยนลงน้ำแล้วก็ได้ หรือไม่ข้าก็ให้ชายฉกรรจ์จับตัวลู่เอ๋อร์ไปขายเป็ทาสให้กับใต้เท้าไปอื่นดีล่ะ " ใบหน้าของเลี่ยงเฟิงซีดเซียวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงของหานเสี่ยว์ที่เอ่ยออกมาด้วยใบหน้านิ่งเฉย
“ท่าน ท่านใจร้าย” เลี่ยงเฟิงขยับกายเดินถอยหลังหนีหานเสี่ยว์เพื่อไปแจ้งท่านพ่อ แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงเล็กแหลมเอ่ยออกมา
“ท่านพี่ข้าอยู่นี่เ้าค่ะ อีกอย่างท่านแม่ก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ท่านแม่เอ่ยด้วยซ้ำ แถมท่านแม่ยังโอบกอดข้าทำให้ข้านอนอย่างสบายอีกด้วย” ลู่เอ๋อร์เดินออกมาจากห้องนอนพร้อมรอยยิ้มได้บอกกับเลี่ยงเฟิง
“เฮ้อ! ข้าก็คิดว่าท่านแม่ทำเช่นนั้นอย่างที่เอ่ยออกมาจริง ๆ เสียอีกหัวใจของข้าแทบแตกสลาย "
“ฮึ ฮึ เ้านี่ตลกชะมัด ข้าบอกพวกเ้าแล้วอย่างไรว่าข้ามิใช่มารดาที่โหดร้ายกับพวกเ้าอีกต่อไป ในเมื่อเ้าเห็นว่าน้องสาวของเ้าปลอดภัยดีเช่นนี้คงไม่เคลือบแคลงใจกับข้าแล้วใช่หรือไม่” เด็กชายตัวน้อยยิ้มออกมาอย่างเขินอายก่อนจะพยักหน้าให้นาง
“ขอรับ ข้าขอโทษที่คิดเช่นนั้น "
“เอาเถอะ เอาเถอะเ้ามาก็ดีแล้ว เ้าคงยังไม่ได้กินอาหารเช้าสินะ เข่อซิงเ้าเตรียมมาให้คุณชายน้อยเลี่ยงเฟิงอีกหนึ่งที่เถิด” หานเสี่ยว์ได้หันไปสั่งกับเข่อซิงพร้อมพาเด็ก ๆ ทั้งสองมานั่งที่เก้าอี้
“ได้เ้าค่ะ”
“ว่าแต่ลู่เอ๋อร์มานอนที่ห้องของท่านแม่ได้อย่างไร "
“ท่านพี่ข้าฝันร้าย ฝันว่าท่านพ่อได้รับาเ็เ้าค่ะข้ากลัวมากจนสะดุ้งตื่นแต่ไม่รู้ทำไมข้าถึงมาหาท่านแม่ "
“ก็เพราะว่าเ้า้าข้าอย่างไรล่ะ หากวันใดเ้าฝันร้ายอีกก็มานอนที่ห้องข้าได้เสมอ ข้าจะไม่ลงกลอนประตูเพื่อว่าเ้าจะมาหาในยามวิกาลอีก "
“ทำไมลู่เอ๋อร์ถึงได้มานอนกับท่านได้เพียงผู้เดียว หากข้าฝันร้ายบ้างข้ามาหาท่านแม่ได้หรือไม่ขอรับ” เลี่ยงเฟิงก้มหน้าพูดเพราะเขาเองก็อยากรู้เช่นกันหากได้นอนได้รับอ้อมกอดทั้งคืนจะอบอุ่นเพียงใด
“ได้สิ ไม่ว่าเ้าทั้งสองจะมานอนกับข้า ข้าไม่ได้ว่าอันใดดีด้วยซ้ำเพราะข้าเองก็จะไม่ได้เหงา หากมีพวกเ้ามานอนเคียงข้าง”
หานเสี่ยว์มองดูเด็กๆ อย่างเอ็นดู การที่มีเด็กทั้งเสมือนนางมีเพื่อนในมิติ หากนางได้ย้อนกลับไปโลกของตนเองคงคิดถึงเด็ก ๆ แน่ ๆ
“มาแล้วเ้าค่ะ” เข่อซิงพร้อมสาวใช้อีกสามนางได้ยกอาหารมาจัดวางบนโต๊ะจนเต็มไปหมด ทั้งสามคนก็ได้กินอาหารพร้อมรอยยิ้มด้วยกัน เมื่อกินอาหารเสร็จก็ได้พากันออกมาเดินรับแสงแดดยามเช้าที่ส่องกระทบผิวกายอย่างอบอุ่น
เลี่ยงเฟิงเป็เด็กพูดจาเก่งได้เล่าเื่ราวความตื่นเต้นให้แก่หานเสี่ยว์ฟัง นางพาเด็ก ๆ เดินมาจนถึงบ้านเรือนที่มีศาลานั้งพักผ่อนล้อมรอบด้วยดอมไม้หลากหลายชนิด ผีเสื้อบินดมดอมเกสรมากมาย
“ลู่เอ๋อร์ เลี่ยงเฟิงพวกเ้าอยู่นี้นี่เองวันนี้ข้าได้นำส้มมาฝากพวกเ้าด้วย " น้ำเสียงนุ่มนวลได้เอ่ยขึ้นทำให้ทั้งสามคนหันไปมองสตรีตัวเล็กงดงามน่าทะนุถนอมจนหานเสี่ยว์หลุดปากชมนางออกมา
“ว๊าว^ ^ นี่คนหรือว่านางฟ้ากัน ” เข่อซิงรีบเข้ามากระซิบข้างหูของหานเสี่ยว์เมื่อเห็นแววตาของนางมองสตรีที่มาเยือนไม่เหมือนเคย
“คุณหนูเ้าคะ ท่านจำไม่ได้หรือเ้าคะว่าสตรีที่มาเยือนผู้นี้คือผู้ใด ทำไมท่านต้องมองดูนางด้วยสายตาเช่นนั้น นางจะเข้ามาแย่งคุณชายเหิงเยว์จากท่านนะเ้าคะ” หานเสี่ยว์ได้ยินเสียงกระซิบก็ได้หุบยิ้มและชักสีหน้าให้นิ่งเฉย ไม่รู้ว่านางเป็ผู้ใดเพราะความทรงจำในร่างเก่านั้นไม่ได้มีแม้แต่นิดเดียว เมื่อเข่อซิงบอกเช่นนั้นนางจึงต้องแสร้งเป็หานเสี่ยว์ให้สมบูรณ์แบบ
สตรีนางนี้คือ “ลู่ฟาง ” เป็บุตรของท่านป้าของคุณชายเหิงเยว์แต่ทว่านางนั้นได้แอบรักเหิงเยว์เช่นกัน และนางเองก็ไม่ชอบหานเสี่ยว์ที่เข้ามาอยู่เรือนแห่งนี้เท่าไหร่นัก
“ขอบคุณท่านอาลู่ฟางมาก ๆ ข้ากับลู่เอ๋อร์จะกินให้อร่อย” เลี่ยงเฟิงรีบไปรับตะกร้าที่ใส่ส้มมาจากมือของลู่ฟาง
“ว่าแต่ท่านพี่เหิงเยว์ไม่อยู่หรือ เหตุใดถึงปล่อยให้พวกเ้ามาอยู่กับนางได้ พวกเ้ารีบกลับไปที่ห้องของพวกเ้าเถิดข้าจะปกป้องพวกเ้าเอง” หานเสี่ยว์เห็นสตรีที่เข้ามาผู้นี้ตั้งท่านำเด็กไปยืนอยู่ด้านหลังนางก็รู้ทันทีว่าสตรีผู้นี้คิดเช่นไรกับนาง
“ฮึ ฮึ นี่เ้าคิดว่าข้าจะทำมิดีมิร้ายกับบุตรของข้าอย่างนั้นรึ”
“ข้าไม่ได้คิด แต่ท่านทำจริง ๆ ข้าได้ยินมาว่าท่านทำร้ายทั้งสอง อีกอย่างเด็กทั้งสองก็มิใช่บุตรของท่านเสียหน่อย เห็นว่าท่านพี่ใจดีด้วยก็คิดว่าตนเองทำหน้าที่มารดาแท้ ๆ ของเด็ก ๆ ได้อย่างนั้นหรือ” แววตาที่ดุร้ายน้ำเสียงที่แดกดันทำให้หานเสี่ยว์เองก็โมโหที่จู่ ๆ นางมาต่อว่าเช่นนี้
“ฮึ ฮึ ถึงแม้ว่าข้านั้นมิใช่มารดาแท้ ๆ ของเด็ก ๆ แต่ข้าก็ขึ้นชื่อว่าเป็ฮูหยินของเหิงเยว์ ส่วนเ้าเป็เพียงคนนอกมิได้ข้องเกี่ยวอย่ามายุ่ง ลู่เอ๋อร์เลี่ยงเฟิงเ้าทั้งสองอิ่มกันแล้วก็กลับไปอ่านตำราเถิด " หานเสี่ยว์เองก็ไม่อยากมีปัญหากับสตรีงดงามผู้นี้สักเท่าไหร่ เพราะไม่รู้เลยว่านางเป็ผู้ใด แค่เห็นใบหน้าที่งดงามแต่แววตาของนางช่างน่ากลัวเหลือเกิน ชีวิตของหานเสี่ยว์ตอนนี้ขออยู่อย่างสงบและรอถึงเวลากลับมิติของตนเองเท่านั้น ไม่อยากต้องมามีเื่ให้วุ่นวายปวดสมอง นางจึงได้สั่งเด็ก ๆ กลับห้องพร้อมตนเองที่เดินหนีเช่นกัน
“นี่เด็ก ๆ นางรังแกพวกเ้าใช่หรือไม่ นางทำอาหารที่ไม่อร่อยบังคับให้พวกเ้ากินใช่มั้ย "
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะเ้าคะท่านอาลู่ฟาง ท่านแม่ของข้าไม่ได้รังแกหรือบังคับข้าแม้แต่น้อยแถมท่านแม่ยังทำอาหารแสนอร่อยให้ข้ากับท่านพี่เลี่ยงเฟิงได้กินด้วย ไม่เชื่อท่านอาไปถามท่านพ่อสิเ้าคะท่านพ่อก็เคยกินฝีมือของท่านแม่เช่นกัน” ลู่ฟางได้ยินลู่เอ๋อร์กล่าวก็ได้หันสายตามองหานเสี่ยว์ยังไม่พอใจ
“หากเป็เช่นนั้นเ้าก็กลับห้องเถิด อย่างไรนาางก็เคยทำร้ายพวกเ้าอย่าได้ไว้ใจนาง ไม่แน่นางอาจจะวางแผนทำร้ายพวกเ้าอีกก็ได้ “ หานเสี่ยว์ส่ายหน้าไปมาพร้อมเดินจากไป ส่วนลู่ฟางนางยังคงคาใจกับการเปลี่ยนแปลงของหานเสี่ยว์นางจึงได้ไปหาเหิงเยว์ที่ห้องของเขา
เมื่อมาถึงหน้าห้องของเหิงเยว์นางก็ได้มองดูเสื้อผ้าของตนเองให้จัดทรงอย่างงดงามก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปด้านใน เหิงเยว์นั้นเขาเองก็กำลังครุ่นคิดเื่ที่ฝ่าานั้นได้มอบหมายให้เขาไปสืบหาและจัดการใต้เท้าที่ยักยอกไม่นำข้าวของของชาวบ้านมอบให้แก่วังกลวงแต่เขานั้นได้ยักยอกไว้ส่วนหนึ่ง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามา เขาคิดว่าหานเสี่ยว์นางเดินมาจึงได้ต่อว่านาง
“เ้าไม่เคยมาที่ห้องของข้าสักครา หรือเ้าคิดได้แล้วว่าจะหย่ากับข้าถึงได้มาหาข้าถึงที่นี่” ลู่ฟางที่เดินเข้ามาได้ยินก็ดีใจตาลุกวาว
“ท่านพี่เหิงเยว์จะหย่ากับฮูหยินของท่านพี่หรือเ้าคะ " เหิงเยว์ได้ยินเสียงที่มิใช่หานเสี่ยว์ก็รีบหันมามองผู้มาเยือน
“ลู่ฟางเ้ามาที่นี่ได้อย่างไร มากับท่านป้าหรือ” เขากวาดตามองหาผู้ที่มากับลู่ฟางก็ไม่พบผู้ใด
“มิใช่เ้าค่ะ ข้ามากับสาวใช้ท่านพ่อไปต่างแคว้นมาได้ส้มมาเยอะท่านแม่คิดถึงหลาน ๆ จึงได้ใช้ให้ข้านำส้มมาให้แก่เด็ก ๆ แล้วเื่ที่ท่านพี่เหิงเยว์เอ่ยมาเมื่อครู่เื่จริงหรือเ้าคะ” นางรีบเดินเข้ามานั่งใกล้ ๆ เหิงเยว์พร้อมถามเื่ที่นางอยากรู้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวหรือนี่จะเป็โอกาศที่ดีของนางแล้ว