Sea xx Laongfong 3
“น้องฟองมะม่วงสาม ส้มสอง ฝรั่งสอง พี่เจอันเดอร์สกอเจเจโปรเจคแคปค่ะ ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง”
“เอฟแม่ค้าได้ไหมครับ แม่ค้าขายไม่ได้ค่ะ ขายแม่ค้าไปใครจะมาขายของให้แม่ค้า” ฉันตอบกลับกวน ๆ ช้อยหัวเราะทันทีที่ได้ยินฉันตอบไม่เว้นแม้แต่พลิ้วที่นั่งอยู่ข้างกล้อง ฉันเห็นคอมเม้นของซีด้วยแต่ไม่ได้อ่านหรือตอบสักคอมเม้น
“พี่ฟองมีน้อง ๆ บนดอยที่ขาดแคลนสนใจสมทบไหมคะ ส่งที่อยู่และรายละเอียดไว้เลยค่ะเดี๋ยวฟองส่งไปสมทบ”
“พี่ฟองมีแฟนยัง ยังไม่มีค่ะ เดี๋ยวสิทุกคน มาขายของ ขายของ”
“หมดแล้วแม่! ขายหมดแล้ว” พลิ้วะโมาบอก ฉันเองที่สนุกจนลืมดูเวลาก็มองกล่องใส่ขนมที่ตอนนี้ถูกแบ่งใส่กล่องเล็กแล้วเรียบร้อย ตอนนี้จะเที่ยงคืนแล้วด้วย ส่วนขอเพื่อนฉันแบ่งไว้แล้วล่ะไม่ต้องห่วงเลย
“อุ้ย ขายเพลิน” ฉันหัวเราะอาย ๆ ช่องคอมเม้นมีแต่เลขห้าเต็มไปหมด
“แขนหายช้ำหรือยัง? ยังค่ะแต่ทายาแล้วพลิ้วทาให้”
“ส้มตำตอนนี้มีขายไหม? อืม ถ้าอยู่ใกล้มหาลัย xx จะมีร้านหนึ่งเปิดถึงตีห้าแถวทางเข้าประตูที่สอง ลองไปดูนะคะ”
“เจอพี่เทคไปทานข้าวแต่ไม่เจอพี่ฟอง พี่ฟองรีดผ้าอยู่ห้องค่ะไม่ได้ไป พลิ้วกับช้อยเลยมาทานชาบูเป็เพื่อนไงเมื่อตอนเย็นอะ” สายตาที่คอมเม้นบอกว่าเจอซีเดินกับผู้หญิงคนหนึ่งนั้นฉันเลือกที่จะมองข้ามไม่อ่านคอมเม้นนั้นแทน
“อยากชวนน้องฟองทำบุญ ส่งรายละเอียดไว้เลยค่ะ คืองี้นะคะทุกคน ถ้ามีงานบุญหรือบริจาคอะไรส่งเข้ามาได้เลยค่ะแต่ขอแจ้งไว้ก่อนนะคะ ว่าฟองจะทำตามที่เหมาะสม ไม่บังคับฟองนะคะ ถ้าฟองสะดวกฟองก็จะทำเนอะ” ช่องแชทส่งเข้ามาบอกว่ารับทราบบ้าง โอเคบ้าง ปะปนกันไป
“ฟอง พวกฉันไปนอนก่อนนะ ไม่ไหวแล้ว” ช้อยบอกเสียงงัวเงีย พอไลฟ์สดเสร็จก็นอนหมดสภาพที่โซฟาข้าง ๆ ส่วนพลิ้วก็นอนที่พื้นพรม
“ห้องเดิมเลยนะ ทำความสะอาดไว้แล้ว”
“แต้งกิ้วจ้าเพื่อน” ห้องที่ว่าเป็ห้องนอนอีกห้องหนึ่ง ที่นี่มีสองห้องนอน เวลาเพื่อนมาค้างด้วยก็พักกันห้องนี้นี่แหละ
“ถ้าไปบริจาคของใกล้ ๆ ขอไปด้วยได้ไหม ยังไงดีคะ ถ้าจะไปจะเข้ามาแจ้งก่อนนะคะแล้วเราไปบริจาคด้วยกันนะ”
“อยากให้ชวนพี่ช้อยมาร้าน xxx ถ้าฟองจำไม่ผิดพรุ่งนี้จะไปกันค่ะ แต่รอดูอีกทีนะ” ร้านเหล้าที่กระวานชวนเมื่อวาน
“จองโต๊ะได้เลย อยากจองนะแต่ว่ารอถามเพื่อนก่อนนะคะ”
“พี่ฟองงานประจำปีจะมาไหมคะ”
“ไปค่ะ น้องนิ่มใช่ไหมน่ะ พ่อพี่ซ้อมรำเคียวเกี่ยวข้าวไว้อะ พี่จะร้องไห้” ฉันฟ้องน้องนิ้ม ลูกของหลานของคุณลุงผู้จัดการไร่ทันที น้องรัวแชทเลขห้ามาเยอะมาก คนอื่น ๆ ก็รัวเลขห้าเช่นเดียวกัน บวกกับถามว่าอะไรคือรำเคียวเกี่ยวข้าว บ้างก็บอกว่าเอ็นดู
“คุณลุงซื้อชุดมาใหม่แล้ว พี่จะบ้าตาย ปีที่แล้วพี่เมาจนหลับอะพ่อพี่ยังไม่ขึ้นจากทุ่งนา อุ้ย ขอโทษด้วยนะคะพูดอะไรไม่ดีออกมา ฮื่อ ลืมตัวอะ” ฉันลืมจริงๆ นึกว่ามีคนดูแค่เพื่อน พอนึกได้ก็รีบขอโทษและยกมือไหว้ทันทีอย่างรู้สึกผิด
“อยากเห็นวันงานไลฟ์สดให้ดูหน่อย ได้ค่ะถ้าไม่เมาจนหลับก่อนนะคะ” ฉันบอกคนดูขำ ๆ จากนั้นก็ขอจบไลฟ์เพราะ ฉันเองก็เริ่มง่วงแล้วเช่นเดียวกัน ฉันเก็บโทรศัพท์เสร็จก็กลับเข้าห้องนอนตัวเอง ข้อความไลน์จากซีทักเข้ามาไลน์ส่วนตัวรัว ๆ เกือบสามสิบข้อความ ภายในใจอยากจะกดเปิดแล้วอ่านข้อความของเขาอย่างที่ทำเป็ประจำเวลาเขาส่งมาแต่ตอนนี้ ฉันทำได้แค่เพียงเอาโทรศัพท์ไปชาร์ตแบตและทิ้งตัวนอนบนเตียง
่สายของวันถัดมาฉันรู้สึกตัวตื่นเพราะโทรศัพท์ที่สั่นจนตกจากโต๊ะข้างเตียงนอน ด้วยความหงุดหงิดจึงคว้ามารับสายอย่างไม่สบอารมณ์ วันนี้ไม่มีเรียนนะใครจะมาบ้าโทรหาฉันั้แ่เช้าแบบนี้
“ฮัลโหล” ฉันกรอกกเสียงงัวเงียไป หวังให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดที่ทำให้ฉันต้องตื่นจากความฝันที่แสนสบายแบบนี้ จงรู้สึกผิดไปซะ!
(ยังไม่ตื่นหรือไง) เสียงนี้ เสียงซีนี่นา โทรมาทำไมกัน
“อือ มีอะไร”
(เมื่อวานเป็อะไรกัน)
“เป็อะไร?” ฉันทวนถาม ตื่นเต็มตาเลยล่ะ ที่เขาถามถึงเื่เมื่อวานั้แ่ต้นประโยคแบบนี้ ฉันจะยังง่วงอยู่หรอก
(ที่ทำเมื่อวาน แก้วอยากไปทานข้าวด้วยทำไมไม่ไปกัน แล้วเมื่อคืนอีกทำไมทำแบบนั้น)
“ซี ถ้าจะโทรมาเื่นี้ก็พอไม่อยากคุย” ชักจะโมโหแล้วนะ เข้าข้างกันเข้าไปสิเพื่อนใหม่ที่สนิทน่ะ
(อย่ามางี่เง่า เราคุยเื่เมื่อวานอยู่รู้ไหม ทั้งช้อยและพลิ้วต่างไม่ไปทานข้าวแล้วไม่ตอบอะไรแก้วในไลน์กลุ่ม ทำแบบนี้มันแย่มากเลยนะ เขามาใหม่ยังไม่รู้จักใคร...)
“งั้นถามหน่อย ตอนที่พวกฉันถาม พวกฉันชวนคุย เพื่อนนายตอบไหม? ไม่ตอบไม่พอยังเมินแล้วคุยแค่กับนาย ไม่เห็นหัวคนอื่นแบบนี้ไม่มีใครอยากคุยด้วยหรอกนะ!” ฉันโมโหแล้วจริง ๆ ถ้ามันรักมันห่วงกันมากก็อยู่กันไปสองคนเลยไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก รำคาญ!!
(อย่ามางี่เง่า...)
“เออ! เรามันงี่เง่าแบบนี้แหละ ถ้านายจะเชื่อคนที่เพิ่งเจอกันแล้วเชื่อคำที่เพื่อนนายพูดหมดทุกอย่างก็แล้วแต่เลย อยากเอาใจกันมากก็แล้วแต่เลย ทั้งที่เรารู้จักกับนายมาตั้งนานแต่พอเพื่อนนายพูดอะไรนายก็เชื่อแล้วมาว่าเราแบบนี้ นายว่าเราควรรู้สึกยังไง? ดีใจสินะ ที่นายเชื่อคำตอแหลแบบนั้น”
(ละอองฟอง! อย่ามาพูดไม่เพราะ)
“ได้! งั้นก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก เชิญนายเชื่อคำตอแหลจากคนที่นายชอบไปเลย ไอ้เหี้ยเอ๊ย!” ฉันกดวางสายอย่างโมโหระหว่างลงจากเตียงเพื่อไปเข้าห้องน้ำฉันก็ทั้งด่าทั้งบ่นอย่างหัวร้อน พอได้อาบน้ำล้างหน้าก็ดีขึ้นมาหน่อย ฉันมองไปที่โทรศัพท์ตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้หยิบขึ้นมาดู ทั้งข้อความจากไลน์และสายที่ไม่ได้รับยังคงดังต่อเนื่อง ฉันกดเข้าไปในกลุ่มใหญ่ที่มีเพื่อนใหม่จากนั้นก็กดออกจากกลุ่ม ฉันโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงแล้วเดินออกจากห้องนอนอย่างอารมณ์ไม่คงที่
“ออกจากกลุ่มทำไม” ช้อยถามอย่างใ
“ไม่มีอะไร โทรศัพท์มันคงรวนอะ หิวข้าวกันไหม” ฉันเปลี่ยนเื่คุยกับเพื่อน สองคนนี้เอาเสื้อมาเปลี่ยนด้วยนะ อย่างกับจะมาค้างกับฉันสองสามคืนเลยล่ะ
“นิดหน่อย แต่อยากทำกล้วยฉาบ เราไปซื้อของมาทำกันไหม”
“ซื้อกินไม่ง่ายกว่าเหรอช้อย กว่าจะได้กินครัวเราไหม้พอดี” ฉันบอกขำ ๆ ช้อยเข้ามาฟัดแก้มฉันแรง ๆ อย่างตั้งใจจะแกล้ง
“ทำเองนี่แหละสนุกดี” ช้อยบอก
“ฟอง ซีมันบอกว่าให้รับสายมันหน่อย” พลิ้วนั่งอยู่ที่โซฟาเอ่ยบอก
“ทะเลาะกันเหรอ?”
“ไม่เชิงอะ มันว่าเรางี่เง่า แล้วเอาแต่เข้าข้างเพื่อนใหม่มัน เราโมโหมากเลยนะ ด่ามันไปด้วย”
“ด่าว่า?” พลิ้วถามต่อ
“ไอ้เหี้ย แล้วก็บอกมันแล้วด้วยว่าไม่ต้องมาคุยกันอีก เราโมโหมันอะ เอะอะอะไรก็เข้าข้างแต่แก้ว มันเป็บ้าเหรอไม่มีสมองหรือไง” ฉันว่าอย่างหงุดหงิด โมโหอีกแล้วสิ ทำยังไงดี หัวอุ่น ๆ แล้ว
“ใจเย็น ๆ มันรัวมาตลอดเลยเนี่ย มันบอกว่ากลัวแกเป็อะไรเพราะไม่ยอมตอบมันเลย” พลิ้วบอกมาแบบนั้น
“ช่างมันเถอะ อย่าพูดถึงมันเราโมโห”
“เออ ๆ ก็ได้ งั้นรอนี่นะเดี๋ยวจะออกไปซื้อข้าวมาให้แล้วก็ของทำกล้วยฉาบใช่ปะ เขียนมาจะไปซื้อให้ด้วยเลย” พลิ้วอาสา
“ให้ไปด้วยไหม” ช้อยที่ใส่ที่คาดผมรูปหมูเอ่ยถาม
“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวไปแป๊บเดียว”
“มีอะไรโทรมานะเข้าใจไหม อย่าไปหิ้วผู้” ช้อยกำชับพลิ้ว รายนั้นรับคำและออกจากห้องไปแล้ว ส่วนฉันทิ้งตัวนอนบนโซฟา ช้อยเดินมานั่งข้าง ๆ ยื่นขนมมาให้แต่ฉันส่ายหน้าปฏิเสธกินไม่ลงหรอกหัวร้อนอยู่
“ซีโทรมาอีกแล้วอะ” ช้อยบอก ไม่นานก็ได้ยินเสียงช้อยเปิดสเกอร์โฟนคุยกับซีที่โทรเข้ามา
“ฮัลโหล”
(ช้อยอยู่กับฟองไหม)
“อยู่ทำไมเหรอ?”
(รอเปิดประตูห้องให้หน่อย) ปลายสายบอกเสียงกังวล
“ฟองมันให้มาหรือเปล่าล่ะ ทะเลาะอะไรกันแน่”
(ก็เราเผลอว่าฟองไป เื่เมื่อวานที่ทำกับเพื่อนใหม่)
“งั้นเหรอ? เพื่อนใหม่พูดอะไรล่ะนายน่ะสนิทกับฟองมากพอกับเราเลยนะซี น่าจะรู้นิสัยมันดี คิดว่ามันทำอย่างที่เพื่อนใหม่นายพูดจริง ๆ เหรอ”
(เรารู้ฟองไม่ได้ทำ แต่เราหงุดหงิดไปหน่อยเลยพูดไปแบบนั้น ั้แ่เมื่อวานแล้วนะที่ฟองไม่ตอบอะไรเรา)
“แล้วยังไง ตอนนี้มันโกรธอยู่อย่าเพิ่งมาเจอมันเลย”
(แต่เราไม่อยากให้ทะเลาะกันแบบนี้ ฟองบอกจะไม่คุยกับเรา แบบนั้นเราอยู่ไม่ได้จริง ๆ นะช้อย)
“นายเลือกเองนี่นาั้แ่เจอเพื่อนใหม่ของนาย ไม่มีฟองนายก็คงอยู่ได้แหละ”
(ฟอง เราอยู่หน้าห้องมาเปิดประตู)
“ฟองไม่ให้เปิด”
(งั้นเหรอ...)
(ขอคุยกับฟองได้ไหม)
“มันหลับไปอีกแล้ว ออกมางอแงว่าแกว่ามัน จากนั้นก็หลับต่อไม่รู้เื่ละ”
(อือ ฝากดูฟองด้วย มีอะไรโทรหาเราได้เลยนะ)
“อือ แค่นี้แหละ”
“มันจะไหม้หรือเปล่าวะเนี่ย”
“เอาออกเถอะ เดี๋ยวมันไหม้”
“เชี่ย อย่างสวย น่ากินว่ะ” เสียงโฉงเฉงคุยกันปลุกให้ฉันรู้สึกตัวตื่น หลังจากที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน มันง่วงจริง ๆ นะเพลีย ๆ ยังไงไม่รู้ พอตื่นได้สักพักฉันก็ขยับลุกนั่งบนโซฟา มีผ้าห่มคลุมร่างอยู่ด้วยไม่รู้ใครเอามาคลุมให้ ฉันนั่งมองไปรอบ ๆ แอบในิดหน่อยที่เห็นซีนั่งที่โซฟาอีกตัวกำลังมองมาทางฉัน พอเห็นฉันขยับเขาก็ทำท่าจะพูดด้วยแต่ฉันรีบเดินออกห่างไปยังห้องครัวที่มีเสียงเพื่อน ๆ ดังอยู่ พวกมันจะเผาครัวฉันไหมให้ทาย
“ทำอะไรกัน” ฉันถามขาก็ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะที่อยู่ตรงกลาง มีกล้วยดิบฝานบาง ๆ วางอยู่เต็มไปหมด พวกมันจะทำทานเล่นหรือเปิดร้านขายกันแน่เยอะเกินไปแล้วจริง ๆ
“เพิ่งเริ่มทอดอะ น่ากินปะ” พลิ้วถามพร้อมกับรอยยิ้มภูมิใจ
“น่ากิน ขอชิมได้ไหม”
“ได้”
“แล้วพวกนายมาั้แ่เมื่อไหร่กัน” ฉันถามเทค เตอร์แล้วก็กระวาน ดีที่ห้องฉันกว้างพอสมควรเลยทำให้เพื่อน ๆ อยู่กันได้โดยที่ไม่เบียดกัน
“นานแล้วเหอะ เย็นนี้เอาไง ไปไหม” กระวานตอบและถามในประโยคเดียวกัน
“ยังไงอะช้อย พลิ้ว ไปไหม”
“อยากไปนะ คิดถึงเสียงดนตรี”
“งั้นก็ไป จองโต๊ะด้วยเดี๋ยวไม่มีที่นั่ง”
“ได้ เดี๋ยวสั่งข้าวมากินได้ปะ หิวมาก” กระวานถาม ฉันพยักหน้านั่งลงที่เก้าอี้หยิบกล้วยฉาบที่เพื่อนทำมานั่งกินเล่นรอ ตอนนี้ไม่อยากคิดอะไรแล้วล่ะ ปวดหัว นั่งไปสักพักซีก็เดินเข้ามายืนซ้อนด้านหลัง เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ เท่านั้น ฉันเองก็ไม่อยากคุยกับเขาแล้วล่ะ หมั่นไส้
“เป็อะไรกันสองคนนี้” เทคหันมามองอย่างสงสัยเมื่อเราทอดกล้วยฉาบเสร็จแล้วเดินไปนั่งกันที่ห้องนั่งเล่น คนที่ออกไปซื้อข้าวมีเตอร์กับกระวาน ที่เหลือรออยู่ที่ห้อง
“เปล่านี่ ทานข้าวเสร็จแล้วแยกกันก่อนปะแล้วค่อยไปเจอกันที่ร้าน” ฉันชวนเทคคุยบ้าง มือก็หยิบกล้วยฉาบฝีมือเพื่อนมากิน อร่อยอยู่นะแต่ก็กินเยอะไม่ได้เพราะเดี๋ยวข้าวก็จะมาแล้ว
“น่าจะแยกก่อนแหละ จะไปยังไงให้มารับหรือเปล่า” เทคอาสา
“เดี๋ยวกูมารับ...”
“เทคมารับด้วย ช้อยกับพลิ้วก็จะแต่งตัวที่นี่เหมือนกัน” ฉันเอ่ยขัดประโยคของซี รายนั้นพอถูกขัดก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างไม่พอใจ ถามว่าแคร์ไหม ก็ไม่นะ
====
ที่รักใจเย็นๆกันนะคะ รู้สึกถึงไฟร้อนที่ทุกคนสาดเข้ามา 5555 ขออภัยที่ลูกสาวเราหยาบคายนะคะ น้องหัวอุ่นเลยอุทานหยาบไปนิดนึง ^_^