หลังจากสิ้นเสียงประกาศผู้คนต่างก็ส่งเสียงฮือฮาออกมาเพราะการที่เ้าสำนักเลือกศิษย์นั้นไม่ใช่เื่เล็กๆ และยังมีผู้าุโโม่หงเย่ที่ไม่เคยรับลูกศิษย์อีกข่าวนี้เป็ข่าวที่ทำให้ทุกคนต่างพูดคุยกันไม่หยุด
"ขอแสดงความยินดีด้วยประมุขิฮ่าว"
"ขอแสดงความยินดีด้วยประมุขิฮ่าว"
ผู้คนตระกูลต่างก็กล่าวแสดงความยินดีต่อหมิงฮ่าวเพื่อประจบเพราะว่าการที่หยางจื่อได้เป็นศิษย์ของโม่หงเย่นั้นสามารถรับรองได้เลยว่าอนาคตหยางจื่อจะมีอำนาจเหนือกว่าตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน หมิงฮ่าวเองก็ยังตกตะลึงไม่หายเพราะไม่คิดว่าหยางจื่อจะยังถูกเลือกให้เป็นศิษย์ของโม่หงเย่ผู้ลึกลับบางคนกล่าวว่านางคือผู้พิทักษ์ของสำนักอู่เสียและยังเป็นศิษย์น้องของเจ้าสำนักอีกด้วยแต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ความจริงนี้และหมิงฮ่าวถึงตกตะลึงแม้แต่หมิงสุ่ยเองก็ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆหมิงฮ่าวในปีที่หมิงสุยเข้าสมัครสำนักอู่เสียหมิงสุ่ยกลับถูกผู้อาวุโสระดับสูงเลือกให้เป็นศิษย์แค่นั้นหมิงฮ่าวก็ดีใจอย่างมากเเล้วแต่เมื่อมาเทียบกับหยางจื่อเเล้วทำให้หมิงสุ่ยต้องสายหัวเเล้วยิ้มหย่างขมขื่น หลังจากนั้นไม่นานศิษย์คนอื่นๆอีกหลายคนก็ถูกผู้อาวุโสเลือกไปเป็นศิษย์มีเพียงเย่เทียนที่ไม่มีผู้อาวุโสคนใดเลือกผู้อาวุโสที่เป็นคนของตระกูลเย่จึงต้องออกมาเลือกเย่เทียนไปเพื่อไม่ให้เสียหน้าไปมากกว่านี้แต่ก็มีหลายๆคนพอคาดการได้ว่าทำไมถึงไม่มีใครเลือกเย่เทียนทั้งที่เย่เทียนมีพรสวรรค์ซึ่งนางมีพลังสามารถลบตระกูลเย่ให้หายไปได้อย่างง่ายดายเเล้วใครอยากจะเป็นศัตรูกับนางเพราะเย่เทียนเป็นศัตรูกับหยางจื่อและหยางจื่อก็เป็นศิษย์ของโม่หงเย่ "เอาละในการเลือกศิษย์ก็จบเพียงเท่านี้ถึงบางคนจะไม่ถูกเลือกพวกเจ้าก็อย่าเสียใจพวกเจ้ายังสามารถเข้าสำนักและสามารถทำภาระกิจเพื่อรับทรัพยากรในการบ่มเพาะจากสำนักได้" หลังจากผู้คุมสอบกล่าวจบหยางจื่อก็กล่าวอำลากลับหมิงฮ่าวและถูกคนพาตัวไปยังหุบเขาของผู้อาวุโสโม่หงเย่ในทันทีหมิงฮ่าวก็ยิ้มอย่างมีความสุขตราบใดที่ไม่เกิดเรื่องกับหยางจื่ออำนาจของตระกูลหมิงจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลหยางจื่อที่เดินตามหญิงวัยกลางคนไปยังหุบเขาที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวแห่งหนึ่งซึ่งหุบแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ที่เขียวชอุ่ม
"อากาศในหุบเขานี้บริสุทธิ์อย่างมาก" หยางจื่อกล่าวออกมาเบาๆ
"ถูกต้องภายในสำนักอู่เสียสถานที่งดงามที่สุดและอากาศบริสุทธิ์ก็คือหุบเขาของผู้อาวุโสโม่หงเย่แต่น่าเสียดายที่ผู้เอาวุโสโม่หงเย่ห้ามคนอื่น ๆที่ไม่ได้รับอนุญาติเข้ามาในหุบเขาของนาง"หญิงวัยกลางคนกล่าว"ผู้าุโโม่หงเย่แข็งแกร่งขนาดใหนงั้นหรือ" หยางจื่อกล่าวถาม
"ไม่มีใครรู้พลังที่แท้จริงของนางแต่ข้าได้ข่าวว่าแม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง"หญิงวัยกลางคนกล่าว "งั้นแสดงว่านางจะต้องแข็งแกร่งอย่างมากนะสิ"หยางจื่ออุทานออกมาด้วยความตกใจ "แน่นอน เมื่อหลายปีก่อนมีองค์ชายของราชวงศ์ฉินมาเพื่อรับนางไปเป็นสนมแต่กลับถูกนางไล่กลับไปอย่างน่าอับอายองครักษ์ที่องค์ชายนั้นนำมาอยู่ปราณราชันขั้นที่9 แต่กลับถูกนางสังหารอย่างง่ายดาย" หญิงวัยกลางคนกล่าว"เเล้วแบบนี้ราชวงศ์ฉินยินยอมงั้นหรือ" หยางจื่อกล่าวถาม
"แน่นอนว่าไม่ แต่เพราะเจ้าสำนักออกมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองทำให้ราชวงศ์ฉินไม่กล้าบุ่มบ่ามเพราะถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นมาจริงๆก็ไม่รู้ว่าฝ่ายใดจะชนะฝ่ายใดจะแพ้เพราะถ้าหากวัดกันที่จำนวนราชวงศ์ฉินเหนือกว่าแต่หากวัดกันที่บุคคลผู้เชี่ยวชาญของสำนักเรามากกว่า" หญิงวัยกล่าวคนกล่าวหลังจากนั้นหยางจื่อยังสอบถามเื่มากมายต่อหญิงวัยกลางคนจนกระทั้งทั้งสองเดินไปถึงยอดเขาซึ่งมีบ้านไม้หลังไม่ใหญ่มากอยู่หลังหนึ่งและที่หน้าบ้านมีหญิงสาวนางหนึ่งกำลังฝึกฝนทักษะดาบของนางอยู่
หยางจื่อตกตะลึงในการใช้ดาบของนางความเข้าใจการใช้ดาบของนางเหนือกว่าหยางจื่ออย่างมาก "เอาละข้ามาส่งเจ้าได้เท่านี้ส่วนที่เหลือผู้อาวุโสจะเป็นคนบอกกล่าวต่อเจ้าเอง"หญิงวัยกลางคนกล่าวเสร็จก็จากไปในทันที หยางจื่อที่ไม่กล้าไปรบกวนโม่หงเย่ในการฝึกฝนทักษะดาบจึงได้แต่ยืนนิ่งรอจนกว่านางจะฝึกฝนเสร็จและไม่นานโม่หงเย่ก็หยุดฝึกฝนทักษะดาบเเล้วหันไปมองหยางจื่อเเล้วกล่าว "จากนี้ไปข้าจะเป็นอาจารย์ของเจ้า ชื่อของข้าคือโม่หงเย่แต่เจ้าเรียกข้าว่าอาจารย์ก็พอ" โม่หงเย่กล่าว"เข้าใจเเล้วขอรับอาจารย์" หยางจื่อกล่าวพร้อมคารวะ
"หลังจากนี้ไปเจ้าจะต้องฝึกอยู่ที่หุบเขาแห่งนี้เจ้าสามารถเลือกห้องพักได้ตามใจชอบเเล้ววันพรุ่งนี้ข้าจะให้คนพาเจ้าไปเลือกทักษะต่อสู้วันนี้เจ้าคงเหนื่อยมามากเจ้าไปพักผ่อนได้เเล้ว"เมื่อโม่หงเย่กล่าวเสร็จก็หายตัวไปราวกับภูตผี
"ชั่งเป็ความเร็วที่น่ากลัวยิ่งนัก" หยางจื่ออุทานด้วยความตกตะลึง
หลังจากที่หยางจื่อเลือกห้องพักได้เเล้วก็นั่งบ่มเพาะพลังและพักฟื้นบาดแผลภายในที่เกิดจากผู้อาวุโสตระกูลเย่และแล้ว 1 วันก็ผ่านไปบาดแผลภายในของหยางจื่อก็หายสนิทพลังลมปรารก็กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งในตอนเช้าหยางจื่อออกมาฝึกฝนทักษะดาบสวรรค์หยางจื่อรู้สึกว่าตนเองใกล้จะสามารถพัฒนาจากปราณดาบเป็นรังสีดาบซึ่งจะเพิ่มพลังโจมตีของทักษะดาบขึ้นมากกว่าปรารดาบ หยางจื่อพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับรังสีดาบแต่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้ราวกับมีกำแพงบางๆมากั้นอยู่ หยางจื่อจึงเลิกทำหความเข้าใจแล้วหันมาฝึกฝนทักษะย่างก้าวภูตพรายหยางจื่อในตอนนี้สามารถสร้างเงาซ้อนทับกับร่างจริงได้ 2ร่างเเล้วซึ่งทำให้หยางจื่อรู้สึกมีความสุขอย่างมาก"เอาละที่เหลือก็ไปเลือกคัมภีร์ทักษะ"
หยางจื่อกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นและไม่นานก็มีหญิงวัยกลางคนที่เคยนำหยางจื่อมาส่งที่หุบเขานี้เดินมารับหยางจื่อไปเลือกคัมภีร์ทักษะ
-------------------------------------------------------------------------------------