เมื่อสามารถหลบฉากเข้ามาภายในถ้ำได้แล้ว เต้ที่ตกอยู่ในอาการเหนื่อยหอบก็วางร่างของแต้วลง
ท่ามกลางแสงสะท้อนที่มืดสลัว ความเงียบก็เข้ามาปกคลุมในบริเวณถ้ำ ผ่านไปอีกชั่วครู่ใหญ่ แต้วที่เรียกสติกลับคืนมาได้แล้วก็เอ่ยขึ้น “ขอบคุณ”
เต้ที่สงบใจลงได้แล้วเห็นอย่างนั้นก็หันมามองยังแต้ว “เอาไว้ขอบคุณตอนพวกเรารอดออกไปแล้วจะดีกว่านะ” เต้บอก
พอนึกย้อนกลับไปถึงสภาพของแต้วที่กลัวจนตัวสั่น ภายในจิตใจของเต้ก็เกิดความรู้สึกเวทนาสงสารขึ้นอย่างบอกไม่ถูก “คุณาเ็ตรงไหนหรือเปล่า?”
สำรวจดูตัวเองอยู่พักหนึ่ง แต้วก็ส่ายศีรษะเอ่ยบอก “ไม่”
“ก็ดี” เต้ตอบ
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” แต้วเอ่ยถามขึ้นมา
“ผมคิดว่าทุกอย่างมันเกิดจากการยกระดับของเกท” เต้บอก
“มันเกิดขึ้นบ่อยหรอ?” แต้วถามต่อ
เต้ส่ายศีรษะ “เท่าที่ผมรู้..มันเกิดขึ้นยากซะยิ่งกว่ายาก…ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในประเทศไทยเองก็เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้เพียงไม่กี่ครั้ง”
“พวกเราจะรอดออกไปจากที่นี่ได้หรือเปล่า” แต้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหมือนอยากจะร้องไห้
“ผม..ไม่รู้” เต้ตอบ
“ทุกคน..ตายหมดแล้ว ฉันกลัว” แต้วเอ่ยน้ำตาคลอ
“อย่างน้อยเราก็ยังรอด..ไอ้เลวนั่นก็รอด ถ้าโชคดี คิดว่าอีกไม่กี่วันก็คงจะมีทีมช่วยเหลือเข้ามาแล้ว” เต้เอ่ยบอก ไอ้เลวที่เต้เอ่ยย่อมหมายถึงป้อง และถึงอยากจะสาปแช่งให้ป้องที่ทิ้งพวกพ้องหลบหนีไปเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเพียงไร หากแต่เต้ก็รู้ดีว่าการที่ป้องรอดและสามารถกลับออกไปแจ้งข่าวยังโลกภายนอกได้จะเป็ผลดีกับพวกตนมากกว่า
“ผมถามอะไรหน่อยสิ ผมอยากจะรู้ว่าคนที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดอย่างคุณ จะเข้ามาเสี่ยงตายในดันเจี้ยนอย่างพวกผมทำไม?” เต้เอ่ยถาม
“ฉัน..ก็แค่อยากจะหาอะไรทำ…มันไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถผ่านการตื่นของพลังและกลายเป็นักผจญภัยได้ ฉันไม่อยากจะให้ความสามารถที่ได้รับมาเสียเปล่า..ก็เท่านั้น” แต้วเอ่ยบอก
ได้ยินอย่างนั้นเต้ก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับที่นั่งหลบตาลงเพื่อเดินพลังปราณ การหอบแต้ววิ่งตะบึงหนีมาอย่างเมื่อสักครู่นั้นทำให้พลังปราณในร่างของเต้ลดน้อยถอยลงไปจนเกือบจะหมด
เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ เต้ที่พื้นฟูพลังปราณกลับมาแล้วก็ลืมตาขึ้น สบเข้ากับสายตาของแต้วที่นั่งกอดเข่าจ้องมองมา เต้ก็เอ่ยถามขึ้น “หิวหรือเปล่า?”
แต้วผงกศีรษะรับ “ฉันหิวน้ำ..ข้าวด้วย”
สังเกตรู้ถึงท่าทีของแต้วที่แสดงออกต่อตนซึ่งเปลี่ยนไป เต้ก็แอบนึกคิดกับตัวเองในใจ “อย่างน้อยก็รู้สถานการณ์ นึกว่าจะเป็คุณหนูเอาแต่ใจกว่านี้ซะอีก” คิดกับตัวเองได้อย่างนั้นเต้ก็ยื่นมือมาหยิบกระติกน้ำที่แขวนอยู่ที่ข้างเอว จากนั้นจึงหยิบอาหารแท่ง MRE ที่ให้พลังงานสูงที่พกติดตัวไว้ยื่นส่งให้กับแต้ว “กินนี่..ของผมที่พกติดตัวอยู่ก็เหลืออีกไม่มาก แต่คงพอให้เราอยู่รอดไปได้อีกสองสามวัน” เต้เอ่ย
แต้วเห็นอย่างนั้นก็รีบรับเอากระติกน้ำจากมือของเต้มาและเปิดขึ้นซดทันที
“นี่..ใจเย็นๆ อย่ากินหมดสิ” เต้รีบขึ้นเสียงเอ่ยห้าม
แต้วที่รู้สึกตัวก็รีบหยุดการกระดกดื่มของตนและยื่นมือขึ้นมาปาดเช็ดปาก “ขอโทษ”
“ผมเข้าใจว่าคุณหิวน้ำ แต่สถานการณ์อย่างตอนนี้ถึงจะหิวเราก็ต้องอดทน เสบียงที่เหลืออยู่ก็มีไม่เยอะ กินแค่พอให้มีชีวิตรอดก็พอ อย่างน้อยก็จนกว่าจะหาเสบียงเพิ่มได้” เต้เอ่ยเสียงดุ
“ก็ไหนคุณบอกว่าอีกสองสามวันทีมช่วยเหลือก็น่าจะมาแล้วไง” แต้วเอ่ยถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
เต้มุ่นคิ้วเข้าหากัน “นั่นคือในกรณีที่เราโชคดีที่สุดแล้ว และต่อให้ทีมช่วยเหลือจะถูกส่งเข้ามาแล้วจริงๆ มันก็ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถค้นหาเราเจอได้ในทันที อีกทั้งเราก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเกทแห่งนี้มันขยายใหญ่และพัฒนาไปอยู่ในระดับความอันตรายไหนแล้ว แน่นอนว่าด้านนอกที่รู้ถึงข้อเท็จจริงในเื่การยกระดับของเกทก็คงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง และคงไม่ส่งทีมช่วยเหลือเข้ามาอย่างไม่ระวัง ที่สำคัญ..คุณคิดว่าไอ้นักผจญภัยที่คุณจ้างมาน่ะ..ถ้าเกิดมันสามารถรอดออกไปได้จริงๆ มันจะบอกคนข้างนอกว่ายังไง?”
เห็นว่าแต้วเงียบไปไม่ตอบคำ เต้ก็เอ่ยอธิบายต่อ “แน่นอนว่ามันต้องบอกว่าพวกเราน่ะตายไปแล้ว…ซึ่งมันก็มีความเป็ไปได้อย่างสูงว่าพวกเราน่าจะตายไปแล้วจริงๆ แบบนั้นมันยิ่งไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ทางรัฐบาลจะรีบส่งทีมช่วยเหลือเข้ามาค้นหาพวกเรา ผมคิดว่าอย่างน้อยที่ด้านนอกก็คงจะเตรียมทีมนักผจญภัยระดับสูงให้พร้อมแล้วค่อยเข้ามา ซึ่งกว่าที่พวกเขาจะติดต่อนัดหมายกับนักผจญภัยระดับสูงๆได้ มันก็ต้องใช้เวลา” เต้บอก
ได้ยินถึงความจริงที่โหดร้าย แต้วก็รู้สึกเหมือนกับว่าเรี่ยวแรงถูกสูบออกจากร่างไปจนหมด ปากก็เอ่ยขึ้น “ไม่จริงน่า..เื่แบบนี้”
เต้ที่เห็นถึงสีหน้าของแต้วก็แอบนึกคิดกับตัวเอง “..หรือว่าเราควรที่จะฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์จากบ่อเงินบ่อทองนี้?.. จากข้อมูลที่เราได้มาดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะมีเงินเหลือกินเหลือใช้อย่างที่ใช้ไปทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด…ไม่อย่างนั้น ไอ้ป้องนั่นคงไม่เกรงอกเกรงใจซะขนาดนั้น” นึกคิดได้อย่างนั้น เต้ก็เอ่ยถามขึ้น “คุณจ้างไอ้นักผจญภัยที่ชื่อป้องนั่นเท่าไหร่?”
ช้อนตาขึ้นมองมายังเต้อย่างไม่เข้าใจว่าเต้จะมาถามเกี่ยวกับเื่นี้ในเวลาแบบนี้ทำไม หากแต่แต้วก็ยังคงเลือกที่จะบอกตามความจริงออกไป “ถ้าไม่รวมสัญญาระยะยาว…ต่อครั้งก็ครั้งละห้าแสนบาท” แต้วเอ่ยบอก
รู้ถึงตัวเลขค่าจ้างที่ป้องได้รับ ม่านตาของเต้ก็เบิกกว้างขยายออก “เชี่ย…แมร่งทำหน้าที่เป็พี่เลี้ยงเด็กครั้งเดียว รายได้มันมากกว่ารายได้เราตลอดทั้งปีอีก ห่า…มิน่าล่ะ มันถึงเอาอกเอาใจซะขนาดนั้น” ตระหนักรู้ได้อย่างนั้น เต้ก็ส่งเสียงกระแอมไอเพื่อกลบเกลื่อนอาการกระหายเงินของตนในทันที “นี่..คุณ รู้ใช่ไหมว่าสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่น่ะมันไม่ปกติ…ในสถานการณ์อย่างตอนนี้ ลำพังแค่ผมคนเดียวยังแทบที่จะเอาตัวเองไม่รอด พอมีคุณเข้ามาด้วยแบบนี้โอกาสรอดของเรามันก็ยิ่งน้อยเข้าไปกันใหญ่ ไหนจะเื่อาหารการกิน ไหนจะต้องคอยระวังพวกมอนสเตอร์นั่นอีก คุณก็เห็นแล้วนี่ว่าขนาดไอ้นักผจญภัยแรงค์ B ที่คุณจ้างมาน่ะ มันยังหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวเลย” เต้เอ่ยเปิด จะอย่างไรตนก็มีภาระหน้าที่และมีค่าใช้จ่ายซึ่งต้องใช้ หากยังทำตัวเป็คนหน้าบาง อย่างนั้นจะตักตวงผลประโยชน์จากบ่อเงินบ่อทองที่อยู่ตรงหน้าได้ตอนไหน? มีคำกล่าวที่ว่าน้ำเปล่าเพียงแก้วเดียว ณ กลางทะเลทราย ยังมีค่ามากกว่าทองคำแท่งทั้งก้อนเสียอีก สถานการณ์ในตอนนี้ที่ตนกำลังเผชิญอยู่ ย่อมสามารถที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคำกล่าวนี้ได้เป็อย่างดี
หลังจากฟังสิ่งที่เต้พูดออกมาจนจบประโยค สีหน้าของแต้วก็ซีดเผือดลงในทันที “นี่คุณ อย่าทิ้งฉันนะ…คุณ้าอะไรฉันจะให้หมดเลย..้าเงินหรอ ได้ ้าเท่าไหร่ ฉันจะจ่ายให้” แต้วรีบเอ่ย
ได้ยินอย่างนั้นเต้ก็รู้สึกกระหยิ่มยิ้มขึ้นมาภายในใจทันที “ง่ายถึงขนาดนี้เลย?” เต้นึกคิด ปากก็เอ่ยขึ้ย “ที่จริงผมก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ..แต่ผมน่ะมีน้องสาวสองคนที่ต้องส่งเสียเลี้ยงดู แม่ผมก็ป่วยออดๆแอดๆ ต้องใช้เงินในการรักษา ถ้าผมเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือคุณแล้วต้องมาตายลง ทั้งน้องสาวและแม่ของผมจะอยู่ยังไงล่ะ ถูกไหม? ผมก็อยากจะให้คุณเข้าใจในจุดนี้ด้วย”
“ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจ ้าเงินใช่ไหม..ฉันมีเยอะ อยากได้เท่าไหร่ ฉันจะให้ แค่พาฉันออกไปก็พอ” แต้วรีบเอ่ย
ส่งเสียงกระแอมไอออกมาเพื่อสงบใจคิดทบทวนตัวเลขที่เหมาะสมอยู่พักหนึ่ง เต้ก็นึกคิดกับตัวเอง “เอาวะ ถ้าไม่หน้าด้านตอนนี้แล้วจะด้านตอนไหน เชี้ย โอกาสตักเงินจากบ่อทองนี้ไม่ได้จะมีโอกาสกันบ่อยๆ มีโอกาสแล้วก็โลภแมร่งเลยแล้วกัน” คิดได้แบบนั้นปากก็รีบเอ่ยบอกออกไป “ผมขอสองล้าน”
“ได้ ฉันตกลง สองล้านก็สองล้าน” แต้วตอบโดยไม่คิดแม้แต่น้อย
“!. ห่า..กูเรียกน้อยไปหรอวะ” เต้แอบนึกคิดอย่างรู้สึกเสียดาย แน่นอนว่าถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่จะค่อนข้างคับขันอันตราย และความสามารถในการต่อสู้ของตนก็ไม่ได้สูงล้ำไปกว่าป้องก็จริงอยู่ หากแต่ด้วยพลังปราณและวิชาตัวเบาแล้ว เต้ยังมีความมั่นใจว่าตนสามารถที่จะแบกแต้ววิ่งหนีจากกลุ่มมอนสเตอร์อย่างที่แล้วมาได้ไม่ยาก ส่วนเื่อาหารการกิน ขอเพียงตนสามารถที่จะหาแหล่งน้ำได้ การที่จะดำรงค์ชีวิตอยู่ภายในเกทก็ไม่ใช่อะไรซึ่งยากลำบากเกินความสามารถของตนแน่ “สองล้านนะ คุณตกลงแล้วนะ” เต้เอ่ย
“ได้ ๆ” แต้วรีบตอบ
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา ขอแค่คุณทำตามที่ผมบอก ผมรับรองว่าจะไม่ทิ้งคุณไว้อย่างที่ไอ้ป้องของคุณนั่นทำแน่นอน” เต้เอ่ย
หลังจากที่ดำเนินข้อตกลงขุดทองสำเร็จ ใน่เช้าของวันรุ่งขึ้น เต้ก็ค่อยๆออกสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างระมัดระวัง แน่นอนว่าการออกสำรวจนี้ เต้ย่อมเลือกที่จะพาแต้วติดตามไปด้วย เมื่อทำข้อตกลงสำเร็จ แต้วก็เปรียบเสมือนกับบ่อทองสำหรับตน อย่างนั้นแล้วมีหรือที่เต้จะยอมปล่อยให้บ่อทองบ่อหนี้คลาดสายตายไปได้ เงินสองล้านอาจจะไม่ถือว่าเป็จำนวนที่มากมายอะไร หากแต่มันกลับเพียงพอที่จะทำให้ชีวิตความเป็อยู่ของน้องสาวทั้งสองดีขึ้น ที่สำคัญเงินจำนวนนี้ยังจะสามารถทำให้ผู้เป็แม่ของตนที่ป่วยออดๆแอดๆตลอดมาได้รับการรักษาที่ดีขึ้น
ใช้เวลาสำรวจอยู่ครึ่งค่อนวัน สุดท้ายแล้วเต้ก็สามารถที่จะคลำทางมาจนพบเข้ากับแหล่งน้ำได้สำเร็จ
ถอดเกราะอกของตัวเองออกมาเพื่อดัดแปลงใช้เป็หม้อในการต้มน้ำเสร็จ เต้ก็เดินเข้ามาบอกกับแต้ว “ถึงรอบของคุณแสดงฝีมือแล้ว”
“จะให้ฉันทำอะไร?” แต้วเอ่ยถาม
“ก็ต้มน้ำไง…ความสามารถของคุณคือสร้างไฟได้ไม่ใช่หรอ? ถึงผมจะกรองเบื้องต้นมาแล้ว แต่ต้มให้เดือดอีกครั้งจะปลอดภัยกว่า” เต้เอ่ย
“อืม” แต้วเอ่ยตอบอย่างว่าง่าย
“ระวังด้วยล่ะ ผมจะดูหน่อยเผื่อว่าในแม่น้ำมีปลาจะได้จับมาย่างกิน” เต้บอก
ผ่านไปสักพักเต้ก็เดินกลับมาพร้อมกับปลาที่มีรูปร่างคล้ายกับปลาไหลหากแต่มีขนาดที่ใหญ่กว่ามาก
ใช้เวลาสักพักเพื่อเดินออกไปเก็บกิ่งไม้แห้งมาก่อไฟ ขณะที่นำปลาไหลรูปร่างประหลาดมาเสียบไม้ย่าง แต้วก็เอ่ยถามขึ้น “คุณ..มันจะกินได้หรอ?”
“ผมคิดว่าได้นะ ผมทดสอบดูแล้วมันไม่มีพิษ” เต้เอ่ยบอก
“ทดสอบยังไงหรอ?” แต้วเอ่ยถาม
“ตอนผมใช้หอกเสียบขึ้นมา มันยังไม่ตาย ผมก็ลองให้มันกัดดู ตามครีบผมก็ทดสอบดูแล้วว่าไม่มีต่อมพิษ เพราะแบบนั้นน่าจะกินได้” เต้เอ่ยอธิบาย
“แล้วถ้าเกิดมันมีพิษจริงๆ คุณจะไม่แย่เอาหรอ?” แต้วเอ่ยถามอย่างรู้สึกเป็ห่วงหลังจากที่ได้ยิน เนื่องเพราะในตอนนี้แต้วนั้นรู้ดีว่าชีวิตของตนได้ผูกติดอยู่กับเต้ หากว่าเต้เป็อะไรไปตอนนี้ ลำพังตนนั้นแทบที่จะไม่มีโอกาสรอดชีวิตออกไปเลย
“เอาน่า ต่อให้มันมีพิษผมก็ไม่เป็อะไรหรอก” เต้ย่อมไม่บอกว่าตนสามารถที่จะใช้ลมปราณขับพิษออกจากร่างได้ไม่ยาก
ย่างปลาพร้อมกับที่หันไปกรอกน้ำที่แต้วต้มเรียบร้อยกลับใส่กระติกน้ำเพื่อตุนไว้จนเสร็จ เต้ก็หันกลับมาฉีกแบ่งเนื้อปลาไหลวางลงใช้ใบไม้ใหญ่ซึ่งใช้แทนจานยื่นส่งให้กับแต้ว ”ค่อยๆกิน ระวังก้างด้วย"
ลังเลใจอยู่ชั่วครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเต้กินเนื้อปลาไหลเข้าไปอย่างไม่ติดขัดอะไร แต้วก็หยิญเนื้อปลาขึ้นมากินอย่างกล้าๆกลัวๆ ทันทีที่พบว่ารสชาติของเนื้อปลาที่หยิบเข้าปากไปไม่ได้แย่อย่างที่คิด แต้วที่รู้สึกหิวกิ่วท้องอยู่แล้วก็หยิบกินเนื้อปลาในมือขึ้นกินอย่างมูมมาม
“คุณ..ค่อยๆกิน เดี๋ยวก้างก็ติดคอตายหรอก ผมรู้ว่าหิว แต่ยังเหลืออีกเยอะ” เต้เอ่ยบอก
ได้ยินอย่างนั้นแต้วที่รู้ตัวก็ค่อยๆกินช้าลง
“คุณ..ฉันอยากจะอาบน้ำ” แต้วเอ่ยบอก
ได้ยินอย่างนั้นเต้ก็ถอนหายใจออกมา “ผมว่าคุณแค่ถอดเกราะออกแล้วลงไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวก็น่าจะพอแล้ว อย่าลงไปลึกล่ะ” บอกเสร็จเต้ก็ยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กออกมาให้
“คุณ..ฉันกลัว” แต้วซึ่งรับผ้าเช็ดหน้าไปแล้วเอ่ยหากแต่กลับยังยืนยิ่งเอ่ยบอก
“อะไรของคุณเนี่ย..ไปๆ..เดี๋ยวผมไปยืนคุมเชิงให้ รีบๆล่ะ” เต้เอ่ยพร้อมกับที่ลุกขึ้นเดินนำแต้วไป
หลังกินอิ่มและเช็ดเนื้อเช็ดตัวสมใจอยากแล้ว แต้วก็เอ่ยถามขึ้น “พวกเราจะทำอะยังไงต่อ?”
“คงต้องค่อยๆสำรวจไป ถึงไหนก็เท่านั้น พอตกกลางคืนก็กลับไปพักที่ถ้ำเหมือนเดิม” เต้บอก
“สำรวจ? ทำไมพวกเราไม่หาทางออกไปจากที่นี่ล่ะ?” แต้วเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“บอกคุณตรงๆเลยก็แล้วกัน..ผมเองก็ไม่รู้ทางที่จะกลับไปยังเกท…ตอนที่หอบคุณวิ่งเตลิดหนีมามันทำให้พวกเราออกนอกเส้นทางเดิมไปไกล เมื่อไม่มีแผนที่ มันก็เป็เื่ยากที่จะคลำทางกลับไป” เต้บอก เหลือบมองไปยังสีหน้าของแต้วที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เต้ก็เอ่ยขึ้น “ไม่ต้องกลัวไปหรอก เราไม่ติดอยู่ที่นี่ตลอดไปหรอก ค่อยๆสำรวจพื้นที่ไป ผมเชื่อว่าเราต้องหาทางกลับไปยังเกทได้แน่ แต่ตอนนี้รีบเร่งไปมันออกจะดูอันตราย ผมขอเวลาอีกสักหน่อย เอาไว้ให้ผมมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นแล้วคิดว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้น …. คุณเองก็อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ก็แล้วกัน” เต้เอ่ยทวงสัญญาใน่ท้าย