“เอ๊ะ! ...เธอไม่เห็นเด็กนี่รึไง ?”เย่เซวียนชี้ไปยังเด็กหนุ่มที่ยืนกอดขาเขาอยู่ก่อนจะกล่าวออกมา
“ดูเหมือนจะไม่มีใครมองเห็นผมนะครับพี่ชายนี่ผมตายแล้วเหรอ ?” เด็กหนุ่มกล่าวออกมาด้วยเสียงแ่เบาเขาไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะตายแล้ว
เขาก็สงสัยมาตั้งนานแล้วว่าทำไมถึงไม่มีใครยอมคุยกับเขาเลย
“อาจจะเป็อย่างนั้นแต่ก็ไม่เสมอไปหรอก อย่าเพิ่งคิดมากเลย”ชายหนุ่มตอบกลับไปพลางลูบหัวของเด็กตรงหน้า
“...ฉันเห็นแค่นายยืนพูดคนเดียวตั้งนานแล้วอ่ะนายมองเห็นิญญาได้รึไง ?”ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาเชิงล้อเล่นแต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าใเหมือนเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“ใช่แล้ว!ฉันมองเห็นิญญาได้ เธอรู้ได้ยังไงกัน ?”ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยความแปลกใจ
แต่หญิงสาวที่ได้ยินกลับไม่รู้สึกยินดีสักนิดเธอขยับหนีชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัวพลางชี้มาทางเขาด้วยนิ้วที่สั่นเทา
“อย่าบอกนะว่านายเห็นผีแล้วมีผีอยู่ข้างนาย นายเลยคุยด้วยตั้งนานแล้วน่ะ!” เธอกล่าวออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“ก็น่าจะใช่นะมันแปลกรึไง ?” ชายหนุ่มตอบกลับไปเหมือนมันเป็เื่ปกติทำให้หญิงสาวขยับถอยห่างอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก
“เอ่อ...ก็คงไม่แปลกมั้ง แต่ฉันกลัวอ่ะ”หญิงสาวตัวเล็กกล่าวออกมาพลางก้มหน้าลงด้วยความอาย
“อืมมความจริงมันก็มีผี ิญญาทุกที่นะ จะไปตรงไหนก็มีทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องไปคิดมากหรอก” ชายหนุ่มตอบกลับไปก่อนที่จะเลิกใส่ใจใบหน้าซีดเผือดของอีกฝ่าย
“พี่ชายแล้วผมต้องทำยังไงดี ?” เด็กน้อยถามชายหนุ่มด้วยความสับสนใบหน้าของเด็กน้อยดูอ้างว้าง เปลี่ยวเหงาเป็อย่างมาก
“นายจำบ้านตัวเองได้ไหม? ฉันพากลับบ้านดีไหมล่ะ ?”ชายหนุ่มถามเด็กน้อยที่กำลังมองมายังเขาอยู่ เขาสงสัยอีกฝ่ายไม่น้อย
ถึงแม้เขาจะมองเห็นิญญามากมายตลอดเวลาแต่เขาก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ เพราะถ้าเกิดไปช่วยสักตนหนึ่งก็จะมีอีกหลายตนที่มาขอความช่วยเหลือตัวเขาไม่ได้มีความสามารถอะไรที่จะช่วยเหลือด้วยซ้ำ
แต่ด้วยการที่เด็กคนนี้มาขอให้เขาช่วยในรูปแบบที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็ิญญาก็ถือซะว่าเป็โชคชะตาก็แล้วกัน ช่วยสักครั้งคงจะไม่เป็ไร
“ผม..ผมจำไม่ได้ แต่ผมจำชื่อหมู่บ้านได้นะ!”เด็กน้อยตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม
“งั้นนายบอกชื่อของนายกับชื่อหมู่บ้านให้ฉันรู้หน่อยสิ” ชายหนุ่มยิ้มก่อนจะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเขาไม่อยากให้เด็กน้อยเครียดจนเกินไป
ถึงจะไม่รู้ว่าจะช่วยอีกฝ่ายยังไงแต่ถ้าไปยังหมู่บ้านของเด็กน้อยได้เขาอาจจะเจอเบาะแสหรืออะไรที่ช่วยให้ิญญาของอีกฝ่ายไปสู่สุขติก็ได้
“ผมชื่อเหมาเจ๋อครับส่วนหมู่บ้านรู้สึกว่าจะชื่อ..ชี..ชีฉิวเป่ยครับ”เด็กน้อยพยายามครุ่นคิดก่อนจะกล่าวออกมาชายหนุ่มก็ฟังแล้วพยายามจะนึกว่าหมู่บ้านนี้อยู่ที่ไหนแต่ก็คงไร้ประโยชน์เพราะเขาไม่เคยได้ยินชื่อหมู่บ้านนี้มาก่อน คงเป็หมู่บ้านเล็กๆ สักแห่งแหละมั้ง
“อยู่ในจังหวัดอะไรล่ะ?” ชายหนุ่มถามต่อ
“ผะ..ผมก็ไม่แน่ใจแต่ผมรู้สึกว่าจะไม่ไกลจากที่นี่มากนะครับ”เด็กน้อยตอบกลับมา
“งั้นคงเป็จังหวัดนี้เอาเถอะ นายคอยตามฉันมาก็แล้วกัน ไว้เดี๋ยวฉันพานายกลับบ้านได้ค่อยว่ากันนะ” ชายหนุ่มตอบกลับไปก่อนจะกวักมือให้เด็กน้อยมาอยู่ข้าง ๆ เขา
“คุยเสร็จยังอ่ะ? ตกลงคุยอะไรกันบ้าง”ฮวาหวู่หลิงที่เห็นว่าชายหนุ่มหยุดพูดคนเดียวแล้วเธอจึงกล่าวออกมา
ครึ่งหลัง
“เสร็จแล้วคือเื่มันเป็อย่างนี้...”
ชายหนุ่มเล่าให้อีกฝ่ายฟังทุกเื่ที่เขาคุยกับเด็กน้อยหญิงสาวที่ได้ฟังก็เกิดสงสารเด็กน้อยที่ว่าเหมือนกันเธอจึงบอกว่าจะให้คนไปตามหาหมู่บ้านนี้ให้ ถ้าเจอเมื่อไหร่จะบอกเขาอีกที
“ดูเหมือนกิจกรรมจะใกล้จบแล้วนะพวกนั้นมันมาอีกแล้วซิ”ฮวาหวู่หลิงกล่าวขึ้นมาพลางชี้ให้ชายหนุ่มดูพวกตำรวจที่เดินมาทางที่พวกเขาอยู่
“อืมพวกนี้มันตามติดยิ่งกว่าเห็บสุนัขเสียอีก”เย่เซวียนก็กล่าวเสริมออกมา พวกบอดี้การ์ดโดยรอบพากันอมยิ้มขึ้นมานิดหน่อยเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยแถมยังกล้ากล่าวหยอกล้อพวกนี้อีก
“ดูเหมือนงานจะจบแล้วนะครับถ้าอย่างนั้นรบกวนพวกคุณไปให้ปากคำที่สถานีด้วยนะครับ”รองสารวัตรเดินเข้ามาหากลุ่มของเย่เซวียนก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง
“แต่เื่ทั้งหมดฝ่ายนั้นเป็คนเริ่มนะครับคุณควรจะให้ความเป็ธรรมกับทั้งสองฝ่ายไม่ใช่หรือไง ?”เย่เซวียนกล่าวออกมาพลางเอียงคอด้วยความสงสัยแม้คำพูดจะสุภาพแต่ในน้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความสุภาพอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ทางคุณเหอจุนเขามีหลักฐานมาจากคลิปที่เขาถูกบังคับให้ต้องคลานแก้ผ้านะครับส่วนทางคุณมีหลักฐานอะไรไหม ? ถ้ามีรบกวนแสดงออกมาให้ทางเราดูหน่อยได้ไหมครับ” รองสารวัตรกล่าวออกมาด้วยความสุภาพ
“ถ้าอย่างนั้นไปดูที่ห้องกล้องวงจรปิดกันเถอะ” ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาเธอแอบส่งสัญญาณให้กล้องที่ไลฟ์สดอยู่กลับมาถ่ายเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นแทน
“รบกวนนำทางให้หน่อยนะคะ” ฮวาหวู่หลิงหันไปกล่าวกับพนักงานของห้างคนหนึ่งพวกเธอทำเป็ไม่รู้จักกันแล้วให้หญิงสาวแสดงละครไปตามที่ฮวาหวู่หลิง้า
เพราะยังไงตอนนี้กิจกรรมแจกของก็จบลงแล้วให้กล้องตัวอื่นไปถ่ายเก็บบรรยากาศแทนแล้วตัดวิดีโอโปรโมทก็ได้ส่วนกล้องไลฟ์สดมาตามถ่ายเื่ที่เกิดขึ้นน่าจะดีกว่า
“ได้ครับ” รองสารวัตรกล่าวจบทุกคนก็พากันเดินไปยังห้องที่มีเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดเก็บเอาไว้
หลังจากที่ทุกคนเดินเข้าห้องไปแล้วก็พบว่าภายในห้องที่ควรจะมีพนักงานอยู่กลับว่างเปล่าแถมกล้องวงจรปิดก็ดูเหมือนจะเสียขึ้นมาซะอย่างนั้น
“เกิดอะไรขึ้น? พนักงานในห้องไปไหนกัน”ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาด้วยความสงสัย เธอหันไปกล่าวกับพนักงานที่เธอให้นำทางมา
“เอ๊ะ!ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ แต่ปกติจะมีคนอยู่ตลอดนะคะ” พนักงานที่นำทางมาตอบกลับมาด้วยความใ
“ดูเหมือนจะมีคนแอบทำอะไรสินะ...” ฮวาหวู่หลิงหันไปหารองสารวัตรก่อนจะกล่าวออกมา
“ตกลงว่าพวกคุณมีหลักฐานอะไรไหมครับ ? ถ้าไม่มีก็รบกวนตามไปที่สถานีหน่อยนะครับ” รองสารวัตรยิ้มให้ก่อนจะตอบกลับไป
เขาไม่อยากจะลงมือในที่สาธารณะเช่นนี้เพราะอาจถูกถ่ายภาพหรือวิดีโอได้เขาจึงได้ลงทุนติดต่อคนรู้จักที่เป็หุ้นส่วนของห้างซานิถึง 10% ให้ช่วยขโมยเซิร์ฟเวอร์ของกล้องทั้งหมดในห้างตอนที่อีกฝ่ายกำลังจัดงานอยู่มาถ้าเป็แบบนี้ยังไงอีกฝ่ายก็ต้องตามเขากลับไปสถานีด้วยกันเมื่อไปถึงแล้วนั่นก็จะเป็โอกาสดีที่จะยัดข้อหาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
ถึงแม้อีกฝ่ายจะมีบอดี้การ์ดมาด้วยนิดหน่อยแต่ก็คงไม่ได้เป็คนใหญ่คนโตอะไรหรอก!
\ ไม่อย่างนั้นป่านนี้อีกฝ่ายคงแสดงอะไรออกมาบ้างแล้วไม่ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบจนถึงตอนนี้หรอก! อีกอย่างเขาก็ได้แอบเอารูปอีกฝ่ายให้คนรู้จักคนนั้นดูแล้วปรากฏว่าไม่รู้จัก ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าไม่น่าจะเป็คนมีอิทธิพลอะไรนัก
“ไปเรียกผู้ดูแลที่นี่มาหน่อยได้ไหม? การที่กล้องหายไปแบบนี้มันแปลกเกินไป”เย่เซวียนที่เห็นภาพตรงหน้าจึงกล่าวออกมา
“ผมนี่แหละผู้ดูแลที่นี่มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ ?”มีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา